เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16

บทที่ 16

บทที่ 16


บทที่ 16 ปูทาง

 

เจ้ากรมโยธาเฉียนเองก็ไม่รู้เช่นกัน คิดอยู่สักพักจึงพูดว่า “ไม่ต้องคิดมากแล้ว ไม่ต้องสนใจว่าจะดีหรือไม่ดี ในเมื่อฝ่าบาทให้เราลองเผา เราก็เผามันไปก่อน ส่วนจะดีหรือไม่นั้น ค่อยรอดูตอนเผาออกมาแล้วกัน”

กงซูห่าวพยักหน้า เห็นด้วย

แม้ในใจจะรู้สึกไม่ค่อยเชื่อนัก แต่เมื่อฝ่าบาทบอกให้ทำอย่างไร ก็ต้องทำตามนั้น

ทั้งสองจึงไม่ปล่อยเวลาผ่านไปเปล่า รีบไปยังโรงตีเหล็กทางตอนใต้ของเมืองทันที

เจ้ากรมโยธาเฉียนไปหาเเถ้าแก่โรงตีเหล็กและอธิบายเรื่องราวให้ฟัง

เดิมทีเถ้าแก่โรงตีเหล็กก็ยังสงสัยอยู่ เพราะเจ้ากรมโยธาเฉียนเป็นคนที่ไม่มาหาถึงที่ถ้าหากไม่มีเรื่องสำคัญ ปกติทั้งปียังแทบไม่ได้เจอหน้ากันเลย

วันนี้จู่ ๆ ก็พาคนมาหาถึงที่ นึกว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น

แต่เมื่อฟังจนจบและรู้ว่าเป็นคำสั่งจากฝ่าบาท เถ้าแก่โรงตีเหล็กก็ไม่กล้าชักช้า รีบไปหาอาจารย์เหยียน ช่างตีเหล็กฝีมือดีในโรงมาให้ช่วยงานกับกงซูห่าว

พูดถึงกงซูห่าวแล้ว เถ้าแก่โรงตีเหล็กก็อดรู้สึกอิจฉาขึ้นมาไม่ได้

สองวันก่อนก็ได้ยินข่าวลือมาว่า กงซูห่าวได้รับความไว้วางใจจากฝ่าบาท แต่ตอนนั้นเขายังไม่ได้สนใจนัก คิดว่าเป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น

แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องจริง เพราะวันนี้เจ้ากรมโยธาเฉียนพากงชูห่าวมาถึงที่นี่จริง ๆ อีกทั้งจากคำพูดของเจ้ากรมโยธาเฉียน ดูเหมือนว่าฝ่าบาทจะให้เจ้ากรมโยธาเฉียนมาช่วยงานกงซูห่าวเสียด้วย

หลังจากกงซูห่าวอธิบายเรื่องราวให้ช่างเหยียนแห่งโรงตีเหล็กฟังแล้ว ช่างเหยียนก็รับปากว่าจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่

ไม่มีคำพูดมากความ เขาจึงสั่งให้ลูกน้องไปหาหินปูนและดินเหนียวมา

ทั้งสองอย่างนี้เป็นของที่หาได้ง่าย มีขายตามร้านแถวย่านตลาด

เมื่อซื้อกลับมาแล้ว กงซูห่าวจึงผสมหินปูนและดินเหนียวตามสัดส่วน สามต่อหนึ่งส่วน ตามที่ฝ่าบาทบอก จากนั้นนำส่วนผสมเข้าไปในเตาเผาที่จัดเตรียมไว้

ตอนที่เฉินจวิ้นอธิบายวิธีทำ เขาก็ไม่แน่ใจนักว่าต้องเผานานแค่ไหน จึงให้กงชูห่าวคอยกะเวลาตามสถานการณ์เอง หลังจากเผาไปหลายชั่วโมง กงซูห่าวเห็นว่าหินที่เผาเปลี่ยนเป็นสีเทาขาว จึงคาดว่าน่าจะเผาสุกได้ที่แล้ว

เมื่อเผาเสร็จ ก็รีบนำออกมาบดให้ละเอียดจนเป็นผงทันที

เมื่อเห็นว่าสิ่งของที่ได้ออกมาคล้ายกับที่ฝ่าบาทบรรยายไว้มาก เจ้ากรมโยธาเฉียนจึงถามว่า “อาจารย์กงซู นี่ก็คือปูนซีเมนต์ใช่ไหม?”

“ดูจากลักษณะแล้ว น่าจะใช่เลย”

“งั้นตอนนี้เราจะไปหาฝ่าบาทเลยดีไหม?”

“ตอนนี้ก็ค่ำแล้ว เราไปพรุ่งนี้ดีกว่า พร้อมกับเผาปูนซีเมนต์เพิ่มอีกหน่อย แล้วค่อยเอาไปให้ฝ่าบาทดู”

เจ้ากรมโยธาเฉียนมองดูท้องฟ้า เห็นว่าก็เย็นมากแล้ว จึงพยักหน้าให้กับกงซูห่าว “ตกลง งั้นก็ให้ทุกคนทำงานไวขึ้นและเผาปูนซีเมนต์เพิ่มอีกหน่อยคืนนี้”

วันรุ่งขึ้น

ที่ลานหน้าตำหนักมีผู้คนมากมาย ส่วนใหญ่เป็นคนรับใช้ในตำหนักฮ่องเต้ที่มาดูเหตุการณ์ เนื่องจากฝ่าบาทบอกว่าจะใช้ปูนซีเมนต์ในการซ่อมแซมถนน ทุกคนจึงอยากมาดูว่ามันคืออะไรกันแน่

ซางจงกวนเห็นคนมุงกันเป็นวง จึงทำหน้าตึงแล้วตะเพิดให้พวกเขาแยกย้ายไป

เฉินจวิ้นพูดอย่างไม่ใส่ใจว่า “ท่านกั๋วกงไม่ต้องโกรธ พวกเขาก็แค่อยากมาดูความสนุกเท่านั้นเอง”

ซางจงกวนจึงตอบว่า “ฝ่าบาท กระหม่อมเพียงแต่ต้องการสั่งสอนพวกเขา ให้รู้จักกฎระเบียบ ฝ่าบาทใจดีกับพวกเขามากเกินไปแล้ว พวกเขาเลยยิ่งไม่รู้จักระเบียบวินัย ไม่ตั้งใจทำงาน นี่เป็นเรื่องที่พวกเขาควรมาดูหรือ?”

เฉินจวิ้นยิ้มอย่างจนปัญญา และรีบปลอบโยนซางจงกวนที่ภักดีต่อเขาคนนี้

“พอแล้วท่านกั๋วกง อย่าไปถือสากับพวกเขาเลย มาดูสิว่าปูนซีเมนต์เป็นอย่างไร”

ซางจงกวนเห็นว่าฝ่าบาทไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องเมื่อครู่ ก็ส่ายหน้าเล็กน้อยและไม่พูดอะไรต่อ เพราะกลัวว่าถ้าพูดมากไป ฝ่าบาทอาจจะไม่พอใจ

จึงเปลี่ยนเรื่องแล้วถามว่า “เจ้ากรมโยธาเฉียน นี่คือปูนซีเมนต์ที่ฝ่าบาทพูดถึงใช่ไหม? ของที่จะใช้สร้างบ้านและปูถนนน่ะ?”

เจ้ากรมโยธาเฉียนที่อยู่ข้าง ๆ รีบตอบด้วยความเคารพว่า “ใช่แล้ว ท่านกั๋วกง ปูนซีเมนต์นี้ข้ากับท่านอาจารย์กงชูเป็นคนเผาขึ้นมาเอง”

ขณะที่พูดก็มองดูถุงปูนซีเมนต์สิบกว่าถุงที่เพิ่งให้คนงานยกเข้ามาวางกองอยู่บนพื้น

เฉินจวิ้นให้คนเปิดถุงปูนซีเมนต์อีกใบหนึ่ง เขาหยิบขึ้นมาบีบดู พบว่ามันเนียนละเอียด คล้ายกับที่เขาเคยจินตนาการไว้

จากนั้นเฉินจวิ้นจึงสั่งให้อาจารย์กงซูทดลองใช้ปูนซีเมนต์นี้ดูก่อน

กงซูห่าวใช้พลั่วตักทราย ก้อนหิน และปูนซีเมนต์ที่เตรียมไว้ ผสมกันให้เข้ากัน จากนั้นจึงเติมน้ำลงไปเล็กน้อยและคนไม่หยุด จนกระทั่งส่วนผสมทั้งหมดกลายเป็นของเหลวข้นคล้ายโคลน จากนั้นเขาจึงนำปูนซีเมนต์ที่ผสมเสร็จแล้วไปโบกบนอิฐสีเขียว ก่อขึ้นมาเป็นกำแพงเล็ก ๆ สูงประมาณครึ่งตัวคน

ทุกคนที่อยู่รอบ ๆ ต่างก็มองดูด้วยความตื่นเต้นและสนใจ ผ่านไปเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากโดนแดดเผา

เมื่อกงซูห่าวไปตรวจสอบ ก็พบว่าปูนซีเมนต์แห้งแข็งเรียบร้อยแล้ว

เฉินจวิ้นกับทุกคนล้อมรอบกำแพงเล็ก ๆ นั้นดูด้วยความสนใจ เมื่อเห็นว่ามันแห้งแข็งดีแล้ว จึงสั่งให้องครักษ์เหอลองทดสอบความแข็งแรงของกำแพงนี้

องครักษ์เหอรับคำสั่ง แล้วให้ทุกคนถอยห่างออกไปเล็กน้อย เกรงว่าแรงเตะของเขาจะทำให้กำแพงพังและเกิดอันตรายกับคนที่อยู่ใกล้

เนื่องจากองครักษ์เหอมองดูรอบ ๆ กำแพงแล้วพบว่าอิฐถูกวางในแนวนอน เมื่อมองจากด้านข้างจึงเห็นว่ากำแพงบางมาก องครักษ์เหอคิดว่าด้วยกำลังของเขาน่าจะสามารถเตะกำแพงนี้ให้พังได้อย่างง่ายดาย

เมื่อเห็นว่าองครักษ์เหอจัดท่าทางพร้อมและเตรียมตัวจะวิ่งพุ่งเข้ามาเตะกำแพงให้พัง

กงซูห่าวมองท่าทางนั้น แล้วหันไปมองรูปร่างกำยำขององครักษ์เหอ ทำให้เขารู้สึกหมดหวังกับกำแพงที่ก่อด้วยปูนซีเมนต์นี้ขึ้นมาในทันที

ขณะที่กงซูห่าวกำลังคิดว่าจะอธิบายเรื่องนี้กับฝ่าบาทอย่างไรต่อดี เขาก็เห็นว่าองครักษ์เหอพุ่งเข้าไปแล้วเตะใส่กำแพงเต็มแรง แต่ปรากฏว่ากำแพงไม่กระเทือนแม้แต่น้อย กลับเป็นองครักษ์เหอที่ล้มลงไปนอนกับพื้นแทน

เมื่อเห็นองครักษ์เหอที่นอนอยู่บนพื้นด้วยสีหน้ามึนงง

กงซูห่าวอ้าปากค้าง อยากจะพูดอะไรก็พูดไม่ออก เพราะเขารู้สึกตกใจมาก

เฉินจวิ้นยิ้มเล็กน้อยและพยักหน้าอย่างพอใจ เห็นได้ชัดว่าปูนซีเมนต์ที่ทำขึ้นมานั้นประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี

เมื่อเห็นองครักษ์เหอยังคงมีสีหน้ามึนงง ไม่รู้จะทำอย่างไรเฉินจวิ้นจึงสั่งให้บรรดาองครักษ์รีบเข้าไปช่วยประคององครักษ์เหอขึ้น

เมื่อเห็นว่าเขาไม่มีอันตรายอะไรมากนัก จึงรู้สึกโล่งใจ

องครักษ์เหอเป็นคนที่มีบุคลิกค่อนข้างซื่อ ๆ เฉินจวิ้นกลัวว่าเขาจะล้มลงจนหัวฟาดและทำให้เขาหมดสติไปเลย เรื่องแบบนั้นคงจะไม่ดีนัก

เมื่อทุกคนยังคงอยู่ในความประหลาดใจ ไม่สามารถหายจากอาการตกใจได้ เฉินจวิ้นจึงยิ้มและพูดเสียงดังว่า “ดี ดีมาก แข็งแรงดี ดูเหมือนว่าปูนซีเมนต์ที่อาจารย์กงซูเผาได้ประสบความสำเร็จแล้ว”

“ทั้งหมดนี้ก็เป็นพระคุณของฝ่าบาท ถ้าไม่ใช่เพราะฝ่าบาทบอกวิธีให้กระหม่อม กระหม่อมก็คงไม่สามารถเผาปูนซีเมนต์ได้สำเร็จแน่” กงซูห่าวฟื้นสติกลับมา และแสดงท่าทางถ่อมตัว

เฉินจวิ้นเห็นกงซูห่าวพยายามชมตน ก็ยิ้มเล็กน้อยและไม่ได้พูดอะไรมาก

เขารีบให้คนผสมปูนซีเมนต์เป็นคอนกรีตแล้วปูถนนในลานให้เป็นถนนปูนซีเมนต์

เมื่อเห็นว่ากงชูห่าวทำงานกันอย่างขยันขันแข็ง ใช้ปูนซีเมนต์ที่ทำเสร็จทั้งหมดปูถนนออกมาเป็นถนนปูนซีเมนต์ที่ค่อนข้างกว้างเฉินจวิ้นพยักหน้า และเมื่อถนนแห้ง นี่จะเป็นถนนปูนซีเมนต์เส้นแรกในโลกนี้

เมื่อคิดว่าวังหลวงนั้นกว้างใหญ่ไพศาล เฉินจวิ้นวางแผนที่จะเปลี่ยนพื้นทุกส่วนในวังหลวงให้เป็นถนนปูนซีเมนต์ทั้งหมด ยกเว้นพื้นที่ที่มีต้นไม้

ดังนั้นเฉินจวิ้นจึงเรียกให้ซางจงกวน, เจ้ากรมโยธาเฉียน และกงซูห่าวมาประชุมพูดคุยเกี่ยวกับความคิดนี้ ทุกคนต่างเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เพราะถ้าตอนฝนตก วังหลวงก็จะไม่เปียกโคลนอีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าซางจงกวนจะเห็นด้วย แต่ก็ยังเตือนฝ่าบาทว่า การเปลี่ยนพื้นถนนทั้งหมดในวังหลวงให้เป็นถนนปูนซีเมนต์นั้น จะต้องใช้เงินไม่น้อย

เมื่อกงซูห่าวอธิบายกับซางจงกวนว่า วัสดุที่ใช้ทั้งหมดนั้นราคาถูก ไม่ต้องใช้เงินมากมายอะไร

ซางจงกวนจึงไม่มีข้อโต้แย้งอีก โดยเฉพาะเมื่อได้ยินว่าฝ่าบาทพูดว่า สามารถทำปูนซีเมนต์นี้เป็นสิ่งที่เฉพาะของตำหนัก และสามารถขายให้กับคนอื่นได้

จบบทที่ บทที่ 16

คัดลอกลิงก์แล้ว