- หน้าแรก
- ระบบวันสิ้นโลกติดบั๊ก ทำข้ากลายเป็นเทพทรูในโลกเซียน
- บทที่ 370 - ข้ายังทรงสระไดร์เซตเลยเว้ย!
บทที่ 370 - ข้ายังทรงสระไดร์เซตเลยเว้ย!
บทที่ 370 - ข้ายังทรงสระไดร์เซตเลยเว้ย!
บทที่ 370 - ข้ายังทรงสระไดร์เซตเลยเว้ย!
ยอดฝีมือทั้งห้าคนที่ลงมือลอบโจมตี รีบพุ่งตัวถอยกลับไปยืนอยู่ข้างกายหัวหน้ากลุ่มทรงอย่างแบดในพริบตา
หนึ่งในนั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ "จะมาโทษพวกข้าไม่ได้หรอกนะ ในเมื่อบรรพชนอวิ๋นหลานดูทรงแล้วคงไม่รอด พวกเราก็ต้องคิดถึงผลประโยชน์ของตัวเองและขุมกำลังของพวกเราสิ!"
อีกคนก็รีบพูดสมทบ "ใช่แล้ว จะให้พวกเรามานั่งดูบรรพชนอวิ๋นหลานสิ้นใจ แล้วรอคอยความตายไปด้วยกันรึไง"
บรรดายอดฝีมือที่ถูกลอบโจมตีต่างพากันโกรธจนตัวสั่นเทา ดวงตาแดงก่ำแทบถลน
ส่วนพวกผู้อพยพคนอื่นๆ ในเขตดาราจื่อเฉินก็มีสีหน้าสิ้นหวังลงเรื่อยๆ
บรรพชนอวิ๋นหลานยังคงนอนไม่ได้สติ แถมยอดฝีมือระดับผู้ศักดิ์สิทธิ์ก็ยังมาถูกลอบโจมตีจนบาดเจ็บไปอีกชุดใหญ่
ในด้านของขุมกำลังระดับสูง พวกเขาแทบจะสูญเสียพลังต่อสู้ไปจนหมดสิ้นแล้ว
ศึกนี้มันไม่มีทางสู้ได้เลยตั้งแต่แรก!
หัวหน้ากลุ่มทรงอย่างแบดมองด้วยสายตาเย้ยหยันพลางเอ่ยขึ้น "แล้วตอนนี้พวกแกยังคิดจะดิ้นรนต่อต้านอยู่อีกไหมล่ะ?"
เหล่ายอดฝีมือแห่งเขตดาราจื่อเฉินต่างมีสีหน้าโกรธแค้น ทว่าก็แฝงไปด้วยความรู้สึกไร้พลังอย่างลึกซึ้ง
"สวรรค์จะทอดทิ้งเขตดาราจื่อเฉินของพวกเราแล้วจริงๆ งั้นรึ!"
ในจังหวะที่หัวหน้ากลุ่มทรงอย่างแบดกำลังยกมือขึ้นเตรียมจะสั่งการให้เปิดฉากล้างบางนั่นเอง
กลิ่นอายอันมหาศาลก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างกะทันหัน
"ไอ้พวกขี้แพ้ แกกล้ามาเหิมเกริมในเขตดาราจื่อเฉินของข้างั้นรึ!"
เสียงนั้นดังกึกก้องราวกับอสนีบาตฟาดฟันไปทั่วห้วงเวหา
ทุกคนที่ได้ยินเสียงนั้นต่างก็พากันชะงักงันไปชั่วขณะ
คนของกลุ่มปล้นสะดมเวหาทมิฬต่างมีสีหน้ามืดครึ้มลงทันที
ในขณะที่ทางฝั่งของเขตดาราจื่อเฉินกลับมีท่าทีตื่นเต้นฮึกเหิมขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
"เป็นเสียงของบรรพชนอวิ๋นหลาน ท่านฟื้นแล้ว!"
"เยี่ยมไปเลย! ขอเพียงมีท่านอยู่ พวกเราก็จะต้องขับไล่พวกกลุ่มปล้นสะดมเวหาทมิฬไปได้แน่!"
บรรพชนอวิ๋นหลานผู้มีเส้นผมสีขาวโพลนปลิวไสว หนวดเคราสยายไปตามลม
เสื้อคลุมสีเทาของเขากระพือพริ้วส่งเสียงดังพึ่บพั่บ
ขุมพลังระดับประมุขศักดิ์สิทธิ์ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มที่ไม่มีกั๊ก
ทั่วทั้งเขตดาราถูกกวนจนปั่นป่วน ส่งเสียงครางกระหึ่มไปทั่ว
หัวหน้ากลุ่มทรงอย่างแบดหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะเย็นชาออกมา
"ไอ้แก่เอ๊ย การประลองหลายครั้งก่อนหน้านี้ ข้าก็เป็นรองแกแค่เพียงนิดเดียวเท่านั้น ตอนนี้แกมีอาการบาดเจ็บเก่ากำเริบ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าแกจะยังสู้ข้าได้!"
บรรพชนอวิ๋นหลานแค่นเสียงฮึดฮัด "งั้นก็มาลองพิสูจน์ฝีมือกันดู!"
พูดจบเขาก็ชิงลงมือโจมตีก่อนทันที
เมื่ออาณาเขตประมุขศักดิ์สิทธิ์ถูกเปิดออก พริบตานั้นเมฆหมอกก็ม้วนตัวพลิกตลบราวกับเกลียวคลื่นคลั่ง
พื้นที่รัศมีหลายหมื่นล้านลี้ถูกปกคลุมด้วยอาณาเขตของเขาทั้งหมด
"ไม้ใกล้ฝั่งชัดๆ!"
หัวหน้ากลุ่มทรงอย่างแบดแค่นเสียงเยาะเย้ย พร้อมกับเปิดใช้อาณาเขตประมุขศักดิ์สิทธิ์ของตนเองเช่นกัน
พายุทรายอันน่าสะพรึงกลัวพัดโหมกระหน่ำกวาดล้างห้วงเวหาระยะหลายหมื่นล้านลี้ในพริบตา
"ตูม! ตูม! ตูม! ตูม..."
เพียงชั่วพริบตาเดียว ทั้งสองคนก็ปะทะกันไปแล้วหลายสิบกระบวนท่า
ผู้คนที่เฝ้ามองอยู่ต่างไม่มีใครมองเห็นการเคลื่อนไหวของพวกเขาได้ทันเลย
สัมผัสได้เพียงแค่คลื่นพลังงานอันน่าหวาดผวาที่แทบจะบดขยี้ทุกสิ่งในเขตดาราจื่อเฉินให้แหลกสลาย
ดาวเคราะห์หลายสิบดวงที่ไม่มีค่ายกลคอยคุ้มกัน รวมถึงอุกกาบาตยักษ์อีกหลายร้อยล้านก้อน ล้วนระเบิดแตกกระจายไปในทันที
หัวหน้ากลุ่มทรงอย่างแบดสู้ไปก็ยิ่งรู้สึกฮึกเหิมมากขึ้นเรื่อยๆ
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ไอ้แก่ แกมันใกล้จะลงโลงแล้วจริงๆ สินะ การโจมตีของแกมันดูนุ่มนิ่มยิ่งกว่ายายแก่ซะอีก!"
เมื่อผู้คนในเขตดาราจื่อเฉินได้ยินเช่นนั้น หัวใจของพวกเขาก็ร่วงดิ่งลงไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที
เดิมทีคิดว่าการที่บรรพชนอวิ๋นหลานออกโรงจะช่วยกอบกู้วิกฤตินี้ได้
แต่ดูจากสถานการณ์แล้ว บรรพชนอวิ๋นหลานคงเอาตัวไม่รอดซะเองแล้วล่ะ!
"ตูม!"
เสียงระเบิดกึกก้องดังกังวานขึ้นอีกครั้ง
ร่างของบรรพชนอวิ๋นหลานถูกซัดจนปลิวละลิ่วกระเด็นถอยหลังไป
"พรวด!"
เลือดกองใหญ่ถูกพ่นสาดกระเซ็นไปทั่วท้องฟ้า
"ท่านบรรพชนอวิ๋นหลาน!"
ผู้คนในเขตดาราจื่อเฉินต่างพากันส่งเสียงร้องอุทานด้วยความตกใจ
ในขณะที่ทางฝั่งกลุ่มปล้นสะดมเวหาทมิฬกลับพากันปรบมือโห่ร้องด้วยความสะใจ
"ท่านหัวหน้าจงเจริญ!"
"ฆ่าไอ้แก่หนังเหนียวนั่นซะ! พี่น้องของพวกเราหลายคนก็ต้องมาตายเพราะมันนี่แหละ!"
มุมปากของบรรพชนอวิ๋นหลานเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด ใบหน้าที่เหี่ยวย่นซีดเผือดไร้สีเลือด ดูหม่นหมองลงอย่างเห็นได้ชัด
ผู้คนในเขตดาราจื่อเฉินถึงกับสิ้นหวังอย่างสมบูรณ์
สภาพของบรรพชนอวิ๋นหลานในตอนนี้ ดูเหมือนพร้อมจะสิ้นใจตายได้ทุกเมื่อ
วันนี้เขตดาราจื่อเฉินคงหลีกหนีไม่พ้นชะตากรรมที่ต้องถูกฆ่าล้างบางเสียแล้ว
บรรพชนอวิ๋นหลานเช็ดคราบเลือดที่มุมปาก เขาจ้องมองไปยังหัวหน้ากลุ่มทรงอย่างแบดด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "หากไม่ใช่เพราะอาการบาดเจ็บนี้ ภายในสามกระบวนท่าข้าก็สามารถสับแกเป็นชิ้นๆ ได้แล้ว!"
หัวหน้ากลุ่มทรงอย่างแบดแค่นเสียงเย็น "ไอ้แก่ใกล้ตาย แกมันสมควรจะลงโลงไปตั้งนานแล้ว ข้ามาช่วยสงเคราะห์ให้ แกยังจะต้องมาขอบใจข้าอีกนะ!"
บรรพชนอวิ๋นหลานหันกลับไปมองผู้คนในเขตดาราจื่อเฉินแวบหนึ่ง แววตาของเขาเริ่มค่อยๆ แน่วแน่ขึ้น
"วันนี้ต่อให้ข้าต้องเผาผลาญทุกสิ่งทุกอย่าง ข้าก็จะลากแกไปลงนรกขุมเก้าด้วยกันให้ได้!"
หัวหน้ากลุ่มทรงอย่างแบดใจเต้นระรัว ลางสังหรณ์อันตรายบางอย่างผุดขึ้นมาในใจ
"ไอ้แก่เอ๊ย หรือว่าแกคิดจะใช้วิชาต้องห้ามงั้นรึ?"
บรรพชนอวิ๋นหลานไม่ตอบคำ กลิ่นอายในร่างของเขาเริ่มพุ่งพล่านอย่างบ้าคลั่ง
ดวงตาของเขาแดงก่ำไปด้วยเส้นเลือด เส้นเลือดดำบนหน้าผากปูดโปนขึ้นมาทีละเส้น
เปลือกตาของหัวหน้ากลุ่มทรงอย่างแบดกระตุกยิกๆ สัญชาตญาณสั่งให้เขารีบพุ่งตัวถอยหนีอย่างสุดชีวิต
"ข้าไม่เล่นกับแกแล้วโว้ย!"
เพียงแค่พริบตาเดียว ร่างของเขาก็หายวับไปปรากฏตัวอยู่ที่ระยะไกลออกไปหลายร้อยล้านลี้
"ตู้ม!"
เสียงชนกระแทกอย่างแรงดังสนั่นหวั่นไหว
หัวหน้ากลุ่มทรงอย่างแบดที่กำลังจะหลบหนี ดันไปพุ่งชนเข้ากับวัตถุบางอย่างเข้าอย่างจัง จนร่างกระเด็นสะท้อนกลับมาไกลนับหมื่นลี้
"หืม?"
เหตุการณ์ที่พลิกผันอย่างกะทันหันนี้ ทำให้ทุกคนในที่นั้นถึงกับชะงักงัน
"ไอ้สารเลวตัวไหนมันมาขวางทางข้าเนี่ย!"
หัวหน้ากลุ่มทรงอย่างแบดสบถด่าพลางหันขวับไปมอง
ก็เห็นเรือรบขนาดยักษ์หลายลำกำลังแล่นมุดออกมาจากช่องว่างมิติพอดี
และร่างของหัวหน้ากลุ่มทรงอย่างแบด ก็พุ่งไปชนเข้ากับม่านพลังป้องกันของหนึ่งในเรือรบลำนั้นนั่นเอง
"มีคนมาอีกแล้วรึ นี่มันมิตรหรือศัตรูกันแน่?"
ผู้คนจากทั้งสองฝ่ายต่างพากันมองหน้ากันเลิ่กลั่กด้วยความหวาดระแวง
"โห คึกคักกันน่าดูเลยนะเนี่ย!"
หลินอี้ยืนเอามือไพล่หลังอยู่ที่หัวเรือ ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
เมื่อหัวหน้ากลุ่มทรงอย่างแบดสาดสัมผัสเทวะเข้าไปตรวจสอบ สีหน้าที่เคยตกใจก็เปลี่ยนเป็นความเยือกเย็นลงทันที
"ตอนแรกก็นึกว่ามียอดฝีมือที่ไหนโผล่มา ที่แท้ก็เป็นแค่พวกมดปลวกระดับกึ่งศักดิ์สิทธิ์งั้นรึ เรือของพวกแกดูดีไม่เลวนี่ ข้ายึดเลยก็แล้วกัน!"
ชิงมู่จื่อปรายตามองเขาด้วยหางตาพลางเอ่ยถาม "แกเป็นใครวะ?"
หัวหน้ากลุ่มทรงอย่างแบดถูกท่าทีนี้ทำให้ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตวาดกลับเสียงแข็ง "ข้าคือหัวหน้ากลุ่มปล้นสะดมเวหาทมิฬ หัวหน้ากลุ่มทรงอย่างแบด ยอดฝีมือระดับประมุขศักดิ์สิทธิ์ขั้นสาม!"
ปรมาจารย์ตะวันลับลูบหัวล้านของตัวเองพลางเอ่ยขึ้น "ทรงอย่างแบดงั้นรึ ข้ายังทรงสระไดร์เซตเลยเว้ย! แค่ระดับประมุขศักดิ์สิทธิ์ขั้นสามกระจอกๆ กล้ามาเห่าหอนต่อหน้าพวกข้าเชียวรึ?"
คนของกลุ่มปล้นสะดมเวหาทมิฬและเขตดาราจื่อเฉิน เมื่อได้ยินเช่นนั้นต่างก็พากันอ้าปากค้าง
หลังจากได้ยินว่าอีกฝ่ายเป็นถึงประมุขศักดิ์สิทธิ์ขั้นสามแล้ว ไอ้พวกระดับกึ่งศักดิ์สิทธิ์พวกนี้ทำไมถึงได้ยังนิ่งเฉยอยู่ได้ขนาดนี้?
นี่มันเข้าตำราลูกวัวเกิดใหม่ไม่กลัวเสือ หรือว่าพวกมันมีไพ่ตายอะไรซ่อนอยู่กันแน่?
หลินอี้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ในเมื่อเป็นกลุ่มโจรสลัดอวกาศ งั้นก็ไม่มีความจำเป็นต้องเก็บไว้แล้ว!"
ชิงมู่จื่อหันไปสั่งการ "พี่น้องทั้งหลาย งานมาแล้วโว้ย จัดทรงผมยอดฮิตให้ไอ้หนุ่มสระไดร์เซตคนนี้สักหน่อยสิ!"
ทุกคนพากันควักเข็มอัสนีทะลวงหมื่นวิถีออกมา แล้วเล็งเป้าไปที่หัวหน้ากลุ่มทรงอย่างแบด ก่อนจะเริ่มสาดกระสุนปูพรมถล่มใส่อย่างบ้าคลั่งทันที
"อะไรกันวะเนี่ย!"
เมื่อเห็นการโจมตีนับร้อยล้านสายพุ่งเข้ามาหา หัวหน้ากลุ่มทรงอย่างแบดก็ถึงกับขนลุกซู่ไปทั้งตัว
"ไอ้พวกนี้มันเกิดบ้าอะไรขึ้นมา กะอีแค่คนระดับกึ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่กี่พันคน ทำไมถึงได้สาดการโจมตีที่น่าสะพรึงกลัวได้ขนาดนี้วะ?"
[จบแล้ว]