- หน้าแรก
- บรรพชน เลิกซ่อนตัวได้แล้ว จักรวาลจะแตกอยู่แล้วเนี่ย
- ตอนที่ 618 สิบปี(ฟรี)
ตอนที่ 618 สิบปี(ฟรี)
ตอนที่ 618 สิบปี(ฟรี)
ตอนที่ 618 สิบปี
หลังจากที่ปฐมบรรพบุรุษเผ่าสังสารวัฏถูกสยบ เผ่าสัตว์ร้ายสังสารวัฏก็ตกอยู่ในภาวะขาดผู้นำ ทั้งเผ่าตกอยู่ในความหวาดกลัว
ยอดฝีมือระดับกึ่งราชาเซียนที่เหลืออยู่เพียงสองคนของเผ่าสัตว์ร้ายสังสารวัฏ ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดที่จะปลีกวิเวก โดยเตรียมจะพาคนทั้งเผ่าไปซ่อนตัว
พวกเขากลัวจะถูกแก้แค้น!
เผ่าสัตว์ร้ายสังสารวัฏมีศัตรูอยู่มากมาย เมื่อสูญเสียบารมีของปฐมบรรพบุรุษเผ่าสังสารวัฏไป ไม่รู้ว่าจะมีคนกี่คนที่จ้องเล่นงานพวกเขา หากชักช้า ก็อาจจะหนีไม่พ้น
ทว่า ศัตรูมาเร็วกว่าที่พวกเขาคิดไว้มาก ในวันที่ปฐมบรรพบุรุษเผ่าสังสารวัฏถูกสยบ ก็มีราชาเซียนลึกลับบุกมาถึงหน้าประตูเผ่า!
เพียงแค่ราชาเซียนธรรมดาองค์เดียว เผ่าสัตว์ร้ายสังสารวัฏยังพอจะใช้รากฐานและค่ายกล รวมถึงอาวุธวิเศษที่ปฐมบรรพบุรุษเผ่าสังสารวัฏทิ้งไว้ มาต้านทานได้บ้าง
แต่หลังจากนั้น ก็มียอดฝีมือลึกลับอีกหลายคนทยอยปรากฏตัวขึ้น ผู้ที่อ่อนแอที่สุดก็ยังอยู่ในระดับกึ่งราชาเซียน กองกำลังที่น่าสะพรึงกลัวนี้ ทำให้เผ่าสัตว์ร้ายสังสารวัฏตกอยู่ในความสิ้นหวังทันที
ในที่สุด ก็ไม่มีเหตุพลิกผันใดๆ เผ่าสัตว์ร้ายสังสารวัฏถูกกวาดล้าง เผ่าพันธุ์ที่น่าอัศจรรย์นี้ถูกลบเลือนไปจากโลกอย่างสมบูรณ์!
ก่อนตาย พวกเขารู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง เสียใจที่โลภมากอยากจะได้ดินแดนโบราณสังสารวัฏ
หากไม่ทำเช่นนั้น เผ่าสัตว์ร้ายสังสารวัฏก็ยังคงเป็นหนึ่งในเผ่าพันธุ์ระดับสูงสุดของแดนเซียน ได้รับการเคารพยกย่องจากผู้คน
แต่ทุกอย่างไม่มีทางหวนกลับ เมื่อพวกเขาตัดสินใจจะฮุบชิ้นปลามันอย่างดินแดนโบราณสังสารวัฏ หลังจากที่ราชินีเซียนสังสารวัฏร่วงหล่น จุดจบของพวกเขาก็ถูกกำหนดไว้แล้ว!
เมื่อข่าวการสูญสิ้นของเผ่าสัตว์ร้ายสังสารวัฏแพร่กระจายออกไป แดนเซียนก็สั่นสะเทือน ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างพากันถอนหายใจ รู้สึกได้ถึงความโหดร้ายของโลกผู้บ่มเพาะ!
เผ่าสัตว์ร้ายสังสารวัฏนั้นแข็งแกร่งมาก มีอิทธิพลกว้างขวาง กดข่มอยู่เหนือลัทธินับหมื่น แต่ตอนนี้เพียงแค่สูญเสียปฐมบรรพบุรุษเผ่าสังสารวัฏไป พวกเขาก็พบกับจุดจบอย่างรวดเร็ว
จะเห็นได้ว่า ผู้ปกป้องนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง เป็นตัวตัดสินความเจริญรุ่งเรืองหรือความเสื่อมถอยของลัทธิเลยทีเดียว!
หลังจากนั้นอีกหนึ่งเดือน แดนเซียนก็เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่จะมีผู้ไม่เสื่อมสลายหลายคนร่วงหล่นลง แต่ยังมีกึ่งราชาเซียนร่วงหล่นลงอีกถึงสามองค์!
ไม่ว่าจะเป็นผู้ไม่เสื่อมสลายหรือว่าที่ราชาเซียน ล้วนเป็นตัวตนที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของแดนเซียน เป็นผู้ก่อตั้งลัทธิทั้งสิ้น แต่ในช่วงเวลานี้กลับร่วงหล่นลงอย่างต่อเนื่อง ถูกลอบสังหาร!
เรื่องนี้สร้างความฮือฮาเป็นอย่างมาก ทุกคนต่างพากันคาดเดาสาเหตุการตายของพวกเขา
ต่อมาก็ได้รับการยืนยันว่า สาเหตุการตายของพวกเขาก็คือ การที่พวกเขาเข้าไปมีส่วนร่วมในการวางแผนที่ดินแดนโบราณสังสารวัฏ และทำร้ายซีเยว่ จึงถูกสังหาร!
...
สามเดือนต่อมา
ฮวาอวิ๋นเฟยเป็นคนแรกที่ตื่นขึ้นจากการบำเพ็ญเพียร อย่างที่คาดไว้ เขากินเข้าไปเยอะมากจริงๆ ต่อให้แข็งแกร่งอย่างเขา ก็ยังต้องใช้เวลาถึงสามเดือนเต็มกว่าจะย่อยสลายพลังงานในร่างกายจนหมด
จากการฝึกฝนตลอดสามเดือนที่ผ่านมา ความก้าวหน้าของเขาก็เป็นที่ประจักษ์ชัด ร่างกายของเขาก้าวมาถึงขีดสุดในระดับจักรพรรดิแล้ว หากต้องการก้าวไปอีกขั้นก็จะเป็นเรื่องยากยิ่ง
ส่วนระดับการบ่มเพาะของเขาก็มาถึงจุดสูงสุดของจักรพรรดิขั้นประสานเต๋าแล้ว ก้าวต่อไปก็คือการทะลวงเข้าสู่ระดับเซียนแท้จริง
แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะทะลวงด่าน เขาจำเป็นต้องสั่งสมประสบการณ์ให้มากกว่านี้ รอจนกว่าเขาจะหลอมรวมหัวใจหงเหมิงเสร็จ นั่นแหละคือเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการทะลวงด่าน!
ฮวาอวิ๋นเฟยมองลึกลงไปในดินแดนโบราณสังสารวัฏ ไม่รู้ว่าเซี่ยอวิ้นจะกลับมาเมื่อไหร่
เมื่อเห็นเขาตื่นขึ้นมา ฮวาหลินเฟิงและอีกสองคนที่นั่งอยู่ไม่ไกลก็กวักมือเรียกเขาเข้าไปหา และบอกเรื่องของเอ๋าคุนให้เขาฟัง
ทั้งสามคนต้องการให้ฮวาอวิ๋นเฟยเป็นคนตัดสินจุดจบของเอ๋าคุน!
ฮวาอวิ๋นเฟยตกอยู่ในความเงียบ ไม่ได้ให้คำตอบในทันที ปัญหานี้สำหรับเขาก่อนหน้านี้ มันง่ายมาก แต่ตอนนี้มันกลับยากเหลือเกิน
ภาพการรุกรานของเคล็ดวิชาขโมยสวรรค์ยังคงดังก้องอยู่ในหู ภาพเหล่านั้นคือเสียงร่ำไห้ของผู้คนที่สูญเสียญาติพี่น้องและมิตรสหายไปเพราะการรุกรานของเคล็ดวิชาขโมยสวรรค์
ผู้บ่มเพาะแห่งไท่ชู กระดูกสันหลังไม่มีวันคดงอ!
คำพูดนี้ยังคงดังก้องอยู่ในหู นี่คือเจตจำนงของไท่ชู ทุกคนที่ร่วงหล่นไปจะตะโกนคำพูดนี้ออกมาก่อนตาย มันเป็นตัวแทนของจิตวิญญาณที่ไม่ยอมจำนนของพวกเขา!
ฉากและภาพเหตุการณ์อันน่าสลดใจแต่ละฉากไหลผ่านเข้ามาในความคิดของฮวาอวิ๋นเฟย ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า หายนะทางสายเลือดที่องค์กรขโมยสวรรค์ก่อขึ้นนั้น ไม่สามารถปกปิดได้ และต้องเผชิญหน้ากับมัน!
แต่ทว่า...
ความคิดของฮวาอวิ๋นเฟยถูกดึงกลับมาอีกครั้ง ครั้งนี้คือฉากที่เอ๋าคุนต่อสู้กับจักรพรรดิเถิง
"นามของข้าคือเอ๋าคุน คู่ต่อสู้ของเจ้ายังไงล่ะ!"
การต่อสู้ครั้งนี้ ทำให้ฮวาอวิ๋นเฟยต้องกลับมาทำความรู้จักกับเอ๋าคุนใหม่อีกครั้ง เขาไม่สามารถตัดสินได้ว่าเอ๋าคุนเป็นคนดีหรือคนเลว แต่เขาเป็นคนที่มีความรับผิดชอบจริงๆ
เป็นดั่งที่ประวัติศาสตร์โบราณของแดนเซียนบันทึกไว้ ทุกครั้งที่แดนเซียนตกอยู่ในอันตราย เอ๋าคุนไม่เคยหนีหาย เขาจะออกรบอยู่แนวหน้าเสมอ
จะบอกว่าเขาเลวก็ได้ เลวที่ไปวางแผนในโลกเบื้องล่าง สังเวยสิ่งมีชีวิตนับร้อยล้านเพียงเพื่อตัวเองจะได้บรรลุเป็นจักรพรรดิ แต่เขาก็ยินดีที่จะเสียสละตัวเองเพื่อแดนเซียนเช่นกัน
นี่คือคนที่ซับซ้อนมาก ซับซ้อนเสียจนฮวาอวิ๋นเฟยไม่อาจตัดสินความเป็นตายของเขาได้ในทันที
เขามีเหตุผลที่จะตาย
และก็มีเหตุผลที่จะรอด
ฮวาอวิ๋นเฟยจำต้องยอมรับว่า หากพิจารณาอย่างรอบด้านแล้ว ความดีความชอบของเอ๋าคุนนั้นมีมากกว่าความผิด
"รอให้เขาฟื้นขึ้นมา ข้าจะคุยกับเขาแบบเปิดอก" ในที่สุด ฮวาอวิ๋นเฟยก็พูดแบบนี้ โดยไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจน
"ตกลง" ฮวาหลินเฟิงพยักหน้ายิ้มๆ นิสัยของฮวาอวิ๋นเฟยนั้นสุขุมรอบคอบกว่าที่เขาคิดไว้เสียอีก
"ท่านบรรพชน ราชาอู่เป็นอย่างไรบ้างขอรับ?" ฮวาอวิ๋นเฟยเอ่ยถาม
"ฟื้นตัวได้ดีมาก ตามปกติแล้วเขาสามารถออกจากด่านได้แล้วล่ะ แต่เจ้านั่นตอนนี้ดันมาเกาะติดอยู่ที่ศาลบรรพชนไม่ยอมไปไหน เอาแต่บอกว่าตัวเองยังไม่หายดี"
ฮวาหลินเฟิงส่ายหน้าหัวเราะเบาๆ เมื่อไม่นานมานี้เขาเพิ่งจะกลับไปที่ศาลบรรพชนมา ก็เห็นเจ้าตำหนักอู่เต๋อวิ่งเล่นกระโดดโลดเต้นอยู่สบายดี เขาสร้างร่างกายใหม่เสร็จแล้ว วิญญาณก็ฟื้นฟูจนเกือบจะเป็นปกติแล้ว
แต่พอฮวาหลินเฟิงถามว่าเขาจะออกจากด่านไปข้างนอกได้หรือยัง เขากลับปฏิเสธ เอามือกุมหน้าอกบอกว่ายังเจ็บอยู่เลย ขอพักฟื้นต่ออีกสักสองสามเดือน
การแสดงอันยอดแย่แบบนี้ มีหรือจะตบตาฮวาหลินเฟิงได้
แต่เห็นแก่ที่เขาทำผลงานได้ดีที่ลานฝึกวิชาแห่งมิติเวลา ฮวาหลินเฟิงก็เลยไม่ได้แฉเขา ปล่อยให้เขาเที่ยวเล่นในศาลบรรพชนไป
แต่ก่อนจะจากมา ฮวาหลินเฟิงก็ได้กำชับบรรพชนท่านอื่นๆ เป็นพิเศษแล้ว ว่าหมอนี่มือไวใจเร็ว ตอนที่เขาจะไป ก็ต้องระวังอย่าให้เขาแอบหยิบอะไรติดไม้ติดมือไปด้วยล่ะ
เดี๋ยวพอเขาไปแล้ว จะมาพบทีหลังว่าของในบ้านหายไป
"เขาไม่รู้หรือว่าลูกศิษย์ของเขาหลายคน กำลังถูกศัตรูของเขาไล่ล่าอยู่น่ะ?" ฮวาอวิ๋นเฟยเลิกคิ้ว แค่ได้ยินคำพูดของเจ้าหนุ่มรูปหล่อนี่ เขาก็ไม่แปลกใจเลยสักนิด
"เขาบอกว่ายังไงก็ไม่ตายหรอก แล้วก็บอกพวกเราว่าอย่าเข้าไปยุ่ง ถือซะว่าเป็นการให้โอกาสพวกนั้นได้ฝึกฝนตัวเองไปในตัว" ฮวาหลินเฟิงส่ายหน้าหัวเราะ สำหรับชายหนุ่มคนนี้ เขาก็รู้สึกปวดหัวอยู่เหมือนกัน
"สมกับที่เป็นอาจารย์ผู้ประเสริฐจริงๆ"
ฮวาอวิ๋นเฟยทำได้เพียงแค่ไว้อาลัยให้กับลูกศิษย์ของเจ้าหนุ่มรูปหล่อ หวังว่าพวกเขาจะโชคดีก็แล้วกัน
สิบปีต่อมา
ฮวาอวิ๋นเฟยเอาแต่รอคอยอยู่ที่ดินแดนโบราณสังสารวัฏ รอคอยการกลับมาของเซี่ยอวิ้น การรอคอยนี้กินเวลายาวนานถึงสิบปี
สิบปีเป็นเวลาที่สั้นมาก แต่ก็ยาวนานมากเช่นกัน โดยเฉพาะสำหรับคนที่เฝ้ารอคอย
แต่ฮวาอวิ๋นเฟยก็ไม่มีทางเลือกอื่น ทำได้เพียงแค่รอเท่านั้น
เจียงรั่วเหยาก็ไม่ได้จากไปไหน นางอยู่เป็นเพื่อนเขาเพื่อรอคอยมาตลอดสิบปี
นอกจากพวกเขาสองคนแล้ว ซีเยว่ก็ย่อมต้องอยู่ที่นี่ด้วย
ทั้งสามคนอยู่ด้วยกันที่ริมทะเลสาบสังสารวัฏเป็นเวลาสิบปี ในช่วงเวลานั้นแทบจะไม่ได้ออกไปไหนเลย
ฮวาอวิ๋นเฟยนั่งอยู่ริมทะเลสาบสังสารวัฏ จ้องมองผิวน้ำอย่างเหม่อลอย ซีเยว่เคยบอกเขาว่า ทะเลสาบสังสารวัฏอาจจะเป็นหนึ่งในทางเข้าออกของเส้นทางสังสารวัฏ
ดังนั้น หากเซี่ยอวิ้นจะกลับมา ก็มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะกลับมาทางทะเลสาบสังสารวัฏ
แต่รอมาสิบปีแล้ว ทะเลสาบสังสารวัฏก็ยังคงไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดๆ ยังคงเงียบสงบเหมือนเดิม
เมื่อเวลาผ่านไป ฮวาอวิ๋นเฟยก็อดไม่ได้ที่จะเริ่มเป็นกังวล เส้นทางสังสารวัฏไม่ใช่สถานที่ธรรมดา หากหายไปนานขนาดนี้ ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น ทำให้ไม่สามารถกลับมาได้!
"ซู่ๆ!"
และในวันนั้นเอง ผิวน้ำในทะเลสาบก็เกิดอาการเดือดพล่านขึ้นมาอย่างกะทันหัน เปล่งประกายแสงเทพเจิดจรัส สว่างไสวราวกับดวงอาทิตย์ ทั่วทั้งผิวน้ำในทะเลสาบดูราวกับกลายเป็นกระจกที่กำลังเปล่งแสง!
ในขณะเดียวกัน พร้อมกับการเดือดพล่านของผิวน้ำในทะเลสาบ กลิ่นอายอันคุ้นเคยสองสายก็แผ่ซ่านออกมา!
นั่นคือกลิ่นอายของเฟิ่งชิงอู่และเซี่ยอวิ้น!