- หน้าแรก
- คลินิกป่วนก๊วนปีศาจกำมะลอ
- บทที่ 5 - ลูกค้าคนแรก
บทที่ 5 - ลูกค้าคนแรก
บทที่ 5 - ลูกค้าคนแรก
บทที่ 5 - ลูกค้าคนแรก
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
หากต้องการสอบใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม เขาจำเป็นต้องทำความคุ้นเคยกับกฎหมายทางการแพทย์และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องของอเมริกาเสียก่อน ซึ่งนั่นก็แทบจะไม่ต่างอะไรกับการต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยใหม่อีกรอบ และนั่นก็หมายความว่าในช่วงระยะเวลาอีกยาวนานหลังจากนี้ เฉินจ้าวจะไม่มีรายได้ที่มั่นคงเลย
และเงินเก็บที่เขามีอยู่ก็คงไม่พอประทังชีวิตไปได้นานขนาดนั้นแน่
ดังนั้นหลังจากคิดทบทวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า เฉินจ้าวก็ตัดสินใจยอมรับข้อเสนอของอีธาน
"เฉิน ในเมื่อนายยอมรับข้อเสนอของฉัน งั้นฉันก็มีกฎเกณฑ์บางอย่างที่ต้องบอกให้นายรู้ไว้ก่อน ฉันรับหน้าที่เป็นแค่คนกลาง ขอหักค่านายหน้ายี่สิบเปอร์เซ็นต์ แน่นอนว่าฉันจะหักเปอร์เซ็นต์เฉพาะจากลูกค้าที่ฉันแนะนำให้เท่านั้น ถ้าเป็นลูกค้าที่นายหามาเองนั่นก็ไม่เกี่ยวกับฉัน และสำหรับลูกค้าพิเศษบางคนนายมีสิทธิ์ปฏิเสธได้ ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างนายกับคนไข้จะต้องเป็นแค่ความสัมพันธ์ทางการแพทย์เท่านั้น ห้ามเกินเลยขอบเขตนี้เด็ดขาด ถ้าจะมีการหลับนอนกันบ้างเป็นครั้งคราวก็ไม่เป็นไร ตราบใดที่พวกนายไม่สร้างปัญหาเรื่องชู้สาวตามมา อีกอย่างนึง นายห้ามเอาข้อมูลของคนไข้ไปเปิดเผยกับใครเด็ดขาด โดยเฉพาะเรื่องส่วนตัวหรือจุดบกพร่อง ต่อให้เป็นฉันก็บอกไม่ได้ เข้าใจไหม นี่ก็เพื่อผลประโยชน์ของทั้งสามฝ่าย ทั้งตัวนาย ตัวฉัน แล้วก็ตัวลูกค้าเองด้วย"
"ผมเข้าใจแล้ว"
"แล้วก็ ลูกค้าทุกคนต้องจ่ายเป็นเงินสดเท่านั้น ห้ามมีประวัติการโอนเงินเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นกรมสรรพากรได้ตามมาเช็คบิลนายถึงที่แน่ และต้องเก็บเงินก่อนตรวจรักษาเสมอ เพราะลูกค้าบางคนสถานะทางการเงินไม่ค่อยมั่นคง บางทีตอนที่นายตามไปทวงหนี้ เขาอาจจะกลายเป็นศพนอนตายอยู่มุมไหนสักแห่งแล้วก็ได้ อีกเรื่องนึง ถ้าลูกค้าขอให้นายเซ็นใบรับรองแพทย์หรือเอกสารทางการแพทย์อะไรก็ตาม ห้ามเซ็นเด็ดขาด ต่อให้พวกเขาจะให้เงินมากแค่ไหนก็ห้ามเซ็น เข้าใจไหม"
"กฎเยอะจัง แต่ผมเข้าใจแล้ว"
"ส่วนเรื่องความปลอดภัยของนาย นายวางใจได้เลย ต่อให้นายต้องไปรักษาพวกหัวหน้าแก๊งมาเฟีย หรือต่อให้ระหว่างการรักษานายจะบังเอิญไปเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็นเข้า ก็จะไม่มีใครทำร้ายนายแน่นอน นี่เป็นกฎของวงการนี้ เพราะถ้าพวกเขาขืนทำร้ายนาย ต่อไปก็คงไม่มีหมอคนไหนกล้ามารักษาพวกเขาอีก เรื่องนี้นายสบายใจได้เลย"
"อีธาน คุณคุ้นเคยกับวงการนี้มากเลยเหรอ"
"ฉันไม่เคยติดต่อกับหมอหรอกนะ แต่ฉันเคยเป็นนายหน้าเรื่องอื่นมาก่อน กฎเกณฑ์มันก็คล้ายๆ กันนั่นแหละ"
แม้ว่าอีธานกับเฉินจ้าวจะตกลงกันได้แล้ว แต่พวกเขาก็ไม่ได้ทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรใดๆ ทั้งสิ้น ใช้เพียงวาจาเป็นเครื่องยืนยันข้อตกลงเท่านั้น
พอเฉินจ้าวกลับมาถึงห้อง เบลเซบับก็คว้าแฮมเบอร์เกอร์ขึ้นมากินหน้าตาเฉย แถมยังไปยืนกินตรงหน้าต่างรับแสงแดดจัดๆ อีกต่างหาก
"เบลเซบับ ปีศาจอย่างพวกแกไม่กลัวแสงแดดเหรอ"
"เจ้ามนุษย์หน้าโง่ ข้าไม่ใช่แวมไพร์สักหน่อย"
"แวมไพร์มีอยู่จริงเหรอเนี่ย"
"ในเมื่อปีศาจยังมีอยู่จริง ทำไมแวมไพร์จะไม่มีล่ะ"
"อยู่บนโลกมนุษย์หรือในนรก"
"นรกสิ บนโลกมนุษย์ไม่มีอยู่แล้ว"
"ทำไมถึงมั่นใจขนาดนั้นล่ะ"
"แวมไพร์ก็คือสายแยกของปีศาจนั่นแหละ ในช่วงหนึ่งพันปีที่ผ่านมาไม่เคยมีปีศาจตนไหนจุติลงมาบนโลกมนุษย์เลย แวมไพร์สายพันธุ์ย่อยที่เคยหลงเหลืออยู่บนโลกก็น่าจะตายห่ากันไปหมดแล้ว จะไปมีแวมไพร์เหลืออยู่ได้ยังไง"
"สายพันธุ์ย่อยอะไรน่ะ"
"ก็คือพวกที่มีลักษณะของแวมไพร์แต่ไม่สามารถสืบพันธุ์ได้ไงล่ะ เขาเรียกกันว่าสายพันธุ์ย่อย"
เฉินจ้าวถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นล้วนๆ "แวมไพร์ไม่ได้เป็นอมตะหรอกเหรอ"
"จะเป็นอมตะได้ยังไงล่ะ บนโลกนี้ไม่มีสิ่งมีชีวิตไหนที่เป็นอมตะจริงๆ หรอกนะ ปีศาจก็ไม่ได้ เทพเจ้าก็ไม่ได้ แวมไพร์ยิ่งแล้วใหญ่ แวมไพร์ส่วนมากมีอายุขัยแค่ห้าร้อยปีเท่านั้น แถมพวกมันยังใช้ผลึกปีศาจยืดอายุขัยไม่ได้ด้วย"
"แล้วแวมไพร์เขาสืบพันธุ์กันยังไง แค่กัดคอก็กลายเป็นแวมไพร์แล้วเหรอ"
"จะเป็นไปได้ยังไงล่ะ แวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์ก็ใช้วิธีสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศตามปกติเหมือนกับมนุษย์หรือปีศาจตระกูลอื่นนั่นแหละ ส่วนพวกสายพันธุ์ย่อยจำเป็นต้องผ่านพิธีกรรมพิเศษบางอย่างถึงจะเปลี่ยนร่างได้ แต่ข้าไม่ใช่แวมไพร์ ข้าก็เลยไม่รู้ขั้นตอนพวกนี้หรอกนะ"
"เบลเซบับ ที่แกไม่อยากกลับนรก เป็นเพราะผลึกปีศาจใช่ไหม"
"ถ้าข้าตอบว่าใช่ เจ้าจะยกมันให้ข้าไหมล่ะ"
เฉินจ้าวลองคิดดู เมื่อวานเบลเซบับก็ช่วยงานเขาไว้ตั้งเยอะ เขาจึงไม่รังเกียจที่จะมอบผลึกปีศาจเม็ดนั้นให้มัน
เฉินจ้าวเปิดกล่องโลหะออก แต่ปรากฏว่าข้างในมีผลึกปีศาจเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งเม็ด แถมยังมีขนาดใหญ่กว่าเม็ดแรกพอสมควรเลยด้วย
เกิดอะไรขึ้นเนี่ย ทำไมถึงมีสองเม็ดได้ล่ะ
หรือว่ากล่องใบนี้จะผลิตผลึกปีศาจออกมาได้เอง
ไม่สิ มันต้องมีเหตุผลพิเศษอะไรบางอย่างแน่ๆ
เฉินจ้าวนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อวาน ในใจก็พอจะคาดเดาอะไรบางอย่างได้
หรือว่าเป็นเพราะเขาช่วยชีวิตคนไว้
ผลึกปีศาจเม็ดแรกเกิดขึ้นตอนที่เขาสั่งให้อีธานเอาอาหารมาส่ง ทำให้แคล้วคลาดจากการปะทะกับคนร้ายและรอดพ้นจากอันตรายมาได้
ส่วนผลึกปีศาจเม็ดที่สองเป็นเพราะเขาช่วยชีวิตเด็กสาวคนนั้นไว้สินะ
"เบลเซบับ ผลึกปีศาจเม็ดนี้ช่วยต่ออายุขัยได้นานเท่าไหร่"
พอได้ยินแบบนั้น เบลเซบับก็กลายร่างเป็นหมาชาเป่ยแสนเชื่องทันที มันกระโจนมาหมอบอยู่ตรงหน้าเฉินจ้าว แลบลิ้นแฮ่กๆ ดวงตาบนใบหน้าหมาๆ เต็มไปด้วยความคาดหวัง
"อย่างน้อยก็ห้าปี ตกลงว่าเจ้ามีผลึกปีศาจอยู่เท่าไหร่กันแน่"
"ไม่ใช่เรื่องของแก รับไปสิ แล้วก็ไสหัวกลับนรกไปได้แล้ว"
โฮ่ง
เบลเซบับงับผลึกปีศาจเข้าปากไปในคำเดียว จากนั้นร่างกายของมันก็ค่อยๆ เลือนหายไป
เฉินจ้าวถือผลึกปีศาจเม็ดเล็กไว้ในมือ ไม่รู้ว่าของสิ่งนี้จะมีประโยชน์กับมนุษย์บ้างไหม
ลืมไปเลยแฮะ เมื่อกี้เขาน่าจะถามเบลเซบับว่าของสิ่งนี้มันใช้งานยังไง
ตอนนั้นเอง โทรศัพท์ของเฉินจ้าวก็ดังขึ้น "เฉิน ตอนนี้นายว่างไหม ฉันรับงานให้นายได้งานนึงแล้วนะ ค่าจ้างสามร้อยดอลลาร์"
"คนไข้เป็นโรคอะไร"
"ไม่รู้สิ แต่ดูเหมือนจะด่วนมากเลยนะ"
"ส่งที่อยู่มาที่มือถือผมเลย"
"ส่งที่อยู่ไปให้แล้วนะ ถ้านายไปไม่ถูกล่ะก็ โทรหาวินเซนต์ได้เลย หมอนั่นขับรถแท็กซี่มาสิบปีแล้ว ชำนาญเส้นทางในลอสแอนเจลิสสุดๆ นายมีเบอร์ของเขาแล้วใช่ไหม"
"โอเคครับ"
เฉินจ้าวต่อสายหาวินเซนต์ วินเซนต์รับปากอย่างกระตือรือร้นทันที
ไม่นานนักเฉินจ้าวก็ขึ้นไปนั่งบนรถของวินเซนต์
วินเซนต์ขับรถเลี้ยวซ้ายทีขวาที ใช้เวลาเพียงยี่สิบนาทีก็มาถึงที่หมาย
เฉินจ้าวลดกระจกรถลง "ที่นี่ใช่ไหม"
ภาพที่เห็นตรงหน้าคือคฤหาสน์หรูหลังใหญ่ที่ถูกบดบังด้วยต้นปาล์ม บริเวณทางเข้ามีประตูเหล็กบานใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่
เฉินจ้าวเดินไปที่ประตูเหล็กแล้วพูดกับยามรักษาความปลอดภัยว่า "สวัสดีครับ ผมเป็นหมอ นัดกับคุณเดลเอาไว้ครับ"
"รอสักครู่นะครับ" ยามรักษาความปลอดภัยหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมา หลังจากยืนยันตัวตนของเฉินจ้าวแล้วจึงปล่อยให้เขาเข้าไปด้านใน
ระหว่างที่เดินผ่านสระว่ายน้ำ เขาเห็นหนุ่มสาวหลายคนสวมชุดว่ายน้ำและบิกินี่กำลังหยอกล้อเล่นน้ำกันอยู่อย่างสนุกสนานทั้งในสระและริมขอบสระ
ยามรักษาความปลอดภัยเดินนำเฉินจ้าวไปเปิดประตูห้องนอนห้องหนึ่ง
ภายในห้องมีชายหญิงคู่หนึ่ง ผู้หญิงเป็นสาวผมบลอนด์ผิวขาวจั๊วะ มือข้างหนึ่งถือแก้วไวน์ อีกข้างคีบบุหรี่ นั่งอยู่ริมหน้าต่าง
ส่วนผู้ชายกำลังนั่งก้มหน้าอยู่ริมเตียง ท่าทางดูหดหู่และหมดอาลัยตายอยาก
"เจ้านายครับ นี่หมอที่คุณเรียกมาครับ"
"คนเอเชียเหรอ"
"มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ" เฉินจ้าววางกล่องเครื่องมือลง
"ไม่มี รีบเข้ามาดูอาการให้ฉันหน่อยเถอะ"
"คุณมีอาการผิดปกติตรงไหนครับ"
[จบแล้ว]