- หน้าแรก
- พ่อสั่งให้เลือกเมียคนเดียว แต่ผมขอเหมาหมด
- (ฟรี) บทที่ 550 - ยังไงพี่สาวก็ไว้หน้า
(ฟรี) บทที่ 550 - ยังไงพี่สาวก็ไว้หน้า
(ฟรี) บทที่ 550 - ยังไงพี่สาวก็ไว้หน้า
(ฟรี) บทที่ 550 - ยังไงพี่สาวก็ไว้หน้า
◉◉◉◉◉
"ต่อให้เธออ้อนวอนฉันก็ไม่มีประโยชน์ ฉันจะไม่ยอมพาพวกเราไปเสี่ยงอันตรายเพียงเพราะคนที่เพิ่งจะรู้จักกันหรอกนะ"
อวิ๋นเสียงแบกอวิ๋นจือฮว่าขึ้นบ่า แล้วหันกลับไปมองหลีเฮิ่นเทียน
"ผู้รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดคน"
หลีเฮิ่นเทียนหรี่ตาลง อวิ๋นเสียงคนนี้ก็ถือว่าเป็นยอดฝีมือเหมือนกัน
วันข้างหน้าต้องกำจัดทิ้งแน่
แต่ทว่า วันนี้ต่อหน้าผู้คนมากมายขนาดนี้ จะลงมือกับเขายังไม่ได้
เขาสะบัดมือเบาๆ กรงนกเบื้องหน้าอวิ๋นเสียงก็แยกออกเป็นทางเดิน
อวิ๋นเสียงเพิ่งจะเดินออกไป ทางเดินนั้นก็ปิดลงอีกครั้ง
เฟิงหลินหนีบหมุดไว้แน่น เตรียมพร้อมจะหลบหนีได้ทุกเมื่อ
แต่ว่า ยอดฝีมือที่ท่านผู้เฒ่าเตรียมไว้ให้ ตกลงเป็นใครกันแน่เนี่ย
มาถึงขั้นนี้แล้ว ไม่คิดจะโผล่หน้ามาหน่อยเหรอ
"ไอ้เด็กปากพล่อย สุนัขรับใช้ของภาครัฐ แกนี่แหละสมควรตายที่สุด"
สายตาของหลีเฮิ่นเทียนขยับ กรงนกก็เริ่มมีใบไม้งอกออกมา
ในที่สุดก็กลายเป็นหนามเถาวัลย์จำนวนนับไม่ถ้วน พุ่งตรงเข้ามารัดร่างของเฟิงหลินอย่างรวดเร็ว
"หยุดนะ"
ลู่ปู้หร่านเผยรอยยิ้มบางๆ "ขอน้องชายคนนี้ให้ฉันได้ไหม"
"ไม่ได้ หมอนี่มันปากหวานก้นเปรี้ยว ขืนปล่อยไว้เธอจะถูกมันปั่นหัวเอาได้"
หลีเฮิ่นเทียนพูดจบ
จู่ๆ ก็มีเสียงระเบิดดังสนั่นขึ้นกลางอากาศ
ครืน
กรงนกเถาวัลย์นี้แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ในพริบตา
รวมถึงผืนดินใต้ฝ่าเท้า ก็พังทลายลงมาตามๆ กัน
ฝุ่นดินและเศษหญ้าปลิวว่อนไปทั่วท้องฟ้า
ดวงตาของหลีเฮิ่นเทียนค่อยๆ หรี่แคบลงเป็นเส้นตรง
เมื่อฝุ่นควันตรงหน้าค่อยๆ จางลง
เบื้องหน้าของเฟิงหลิน ก็ปรากฏร่างของผู้หญิงสวมชุดเกราะยืนอยู่
ผู้หญิงคนนี้ยังสวมหมวกเกราะที่มีเขาควาย ส่วนใบหน้าก็ถูกปกปิดด้วยหน้ากากเหล็ก
ทั้งศีรษะของเธอ นอกจากดวงตาที่โผล่ออกมาแล้ว สิ่งที่เหลืออยู่ก็คือผมยาวสีเงิน
ซึ่งทิ้งตัวยาวลงมาจรดพื้น
เฟิงหลินแทบอยากจะพุ่งเข้าไปกอดชือจิงหงให้รู้แล้วรู้รอด
ยังไงพี่สาวก็ไว้หน้าล่ะนะ
ยอดฝีมือที่จีกว่างหลิงส่งมา มันตัวอะไรกันเนี่ย
จนป่านนี้แล้ว ยังกลัวจนไม่กล้าโผล่หัวออกมาอีก
"นั่นจักรพรรดินีนี่นา"
"จักรพรรดินีทรงพลังจริงๆ"
...
เมื่อผู้คนรอบๆ เห็นชุดเต็มยศนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงในใจ
ก่อนหน้านี้มีหลายคนสงสัยว่า ทำไมเผ่าจิ่วหลีที่หยิ่งยโส ถึงยอมศิโรราบให้กับผู้หญิงคนหนึ่ง
แต่วันนี้ พอเห็นแบบนี้ ก็ดูเหมือนจะได้คำตอบแล้วล่ะ
"จิงหง นี่เธอจะช่วยมันงั้นเหรอ"
น้ำเสียงของหลีเฮิ่นเทียนเย็นเยียบสุดขั้ว
"ถูกต้อง"
น้ำเสียงของชือจิงหงปราศจากอารมณ์ความรู้สึกใดๆ
คนรอบข้างพากันงงเป็นไก่ตาแตก
จักรพรรดินีเป็นคนของเผ่าจิ่วหลี เกลียดชังทายาทสายเลือดเหยียนหวงเข้ากระดูกดำ
แล้วทำไมถึงช่วยเฟิงหลินล่ะ
หรือว่า แค่ไม่ลงรอยกับหลีเฮิ่นเทียนเฉยๆ
จิ้งเย่ซือก็ขมวดคิ้วแน่นเช่นกัน เฟิงหลินคนนี้ ช่างลึกลับซับซ้อนจริงๆ
"เธอจงใจจะตั้งตนเป็นศัตรูกับข้าใช่ไหม"
หลีเฮิ่นเทียนหน้าตาบิดเบี้ยว คำรามเสียงต่ำ "ตอนแรก ข้ากะจะให้มันตายแค่คนเดียว แต่ตอนนี้ ข้าจะฆ่าล้างโคตรมันให้หมด"
"แกฆ่ามัน ฉันจะทำลายแกซะ"
น้ำเสียงของชือจิงหงแฝงความเย็นชาอย่างรุนแรง
เธอหันหน้าไป พูดเรียบๆ "พวกเราไปกันเถอะ"
"ได้เลยพี่สาว"
เฟิงหลินล้วงกระเป๋ากางเกง หันกลับไปมองกว่างเซิ่ง "พี่กว่างเซิ่ง วันนี้ต้องขอบคุณที่ช่วยเตือนสติ ว่างๆ จะเลี้ยงเหล้านะ"
"เชี่ย... ใครเป็นพี่น้องกับแกวะ"
ใบหน้าของกว่างเซิ่งซีดเผือด เขารีบหันไปมองรอบๆ แล้วอธิบาย "ฉันไม่รู้จักมันนะ"
ในดวงตาของลู่ปู้หร่านเต็มไปด้วยความประหลาดใจ ไอ้เด็กนี่ถึงขั้นมีความสัมพันธ์กับจักรพรรดินีเลยเหรอเนี่ย
ตอนแรกกะว่าจะฉวยโอกาสตอนที่หลีเฮิ่นเทียนกำลังกดดันอย่างหนัก เพื่อดูว่าเฟิงหลินมีดีแค่ไหน
ใครจะไปคิดว่า จักรพรรดินีจะเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน
หลีเฮิ่นเทียนมองแผ่นหลังของคนทั้ง 2 พยายามซ่อนสายตาอันโหดเหี้ยมเอาไว้
เขาสูดหายใจลึกๆ หันกลับมาพร้อมรอยยิ้ม "ฮ่าฮ่า นึกไม่ถึงเลยว่าจะมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้น พวกเรามาปรึกษาหารือกันต่อเถอะ"
...
ภายนอกโบราณสถาน
เฟิงหลินหัวเราะพลางประจบประแจง "พี่สาว พี่เป็นนางฟ้าของผมเลยนะ"
"เลิกพูดจาไร้สาระได้แล้ว"
ชือจิงหงคว้าไหล่เฟิงหลิน แล้วหายตัวไปจากตรงนั้น
บนหน้าผาสูงชัน
ชือจิงหงดีดนิ้วไปที่ลำคอด้านข้างของเฟิงหลิน แสงสีแดงเข้มสายหนึ่งก็ค่อยๆ จางหายไป
"นี่มันอะไรกันเนี่ย"
สีหน้าของเฟิงหลินเปลี่ยนไปทันที ถ้าชือจิงหงไม่ใช้พลังปราณกระตุ้น
เขาคงไม่รู้สึกเลยว่าถูกคนเล่นตุกติกที่คอ
"ค่ายกลเคลื่อนย้ายระดับสูงมาก คนที่ทำถึงขั้นนี้ได้ น่าจะมีแค่ลู่ปู้หร่านคนเดียวเท่านั้น"
ชือจิงหงพูดเรียบๆ
จู่ๆ เฟิงหลินก็นึกขึ้นได้ว่า ลู่ปู้หร่านเคยโอบคอเขา แล้วกระซิบข้างหู
น่าจะเป็นตอนนั้นแน่ๆ ที่สลักค่ายกลไว้บนตัวเขา
เฟิงหลินถึงบางอ้อ ที่แท้เธอก็คือบอดี้การ์ดที่จีกว่างหลิงหามานี่เอง
เธอคงตั้งใจจะใช้ค่ายกลนี้ พาเขาหนีไปได้แน่
ดูเหมือนว่าจะเข้าใจตาเฒ่านั่นผิดไปซะแล้ว
ก่อนหน้านี้ยังคิดว่า คนที่เขาหามาขี้ขลาดเกินไป ไม่กล้าโผล่หน้ามา
"เอาล่ะ ต่อไปนายจะทำยังไง หลีเฮิ่นเทียนเป็นคนพูดคำไหนคำนั้นนะ"
ผมยาวสีเงินด้านหลังของชือจิงหงปลิวไสวไปตามสายลม
"พี่สาว พี่ว่าเอาไงดีล่ะ"
เฟิงหลินถามยิ้มๆ
"นายก็รู้คำตอบของฉันดี" ชือจิงหงพูดนิ่งๆ "นอกจากนายจะมาอยู่ที่พักของฉัน แล้วตั้งใจรักษาอาการบาดเจ็บให้ฉัน นายก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้วล่ะ"
"แต่ผมจะทำสวนทางกัน นางฟ้าคนสวย ผมไม่ถูกเขาฆ่าตายง่ายๆ หรอกนะ"
เฟิงหลินพูดด้วยรอยยิ้ม
"ก่อนที่นายจะรักษาแผลให้ฉันจนหาย ฉันไม่อนุญาตให้นายตาย"
ชือจิงหงจ้องมองเฟิงหลินด้วยสายตาเย็นชา
"วางใจเถอะ ถ้าผมหมดหนทางจริงๆ ผมจะไปหาพี่แน่นอน"
พูดถึงตรงนี้ เฟิงหลินก็ถามขึ้นมาทันที "ผมอยากจะให้แน่ใจเรื่องนึง พี่สาวสามารถมองทะลุความแข็งแกร่งในปัจจุบันของผมได้ไหม"
"ไม่ได้ เผ่าพันธุ์ของเรามีความสามารถในการสัมผัสพิเศษ สามารถรับรู้ตำแหน่งของนายได้ แต่ฉันไม่สามารถตรวจสอบพลังที่แท้จริงของนายได้เลย"
ชือจิงหงหยุดไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ "เคล็ดวิชาซ่อนเร้นของนายนี่ อยู่ในระดับสูงมากทีเดียว"
"มีคำพูดคำนี้ของพี่สาว ผมก็วางใจแล้ว"
เฟิงหลินพยักหน้ายิ้มๆ
"หึ ถ้านายตายไป ฉันจะขุดหลุมศพนายขึ้นมาซะ"
ชือจิงหงพูดจบ ก็หายตัวไปทันที
เฟิงหลินกระโดดลงจากหน้าผา รีบเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วสวมหน้ากากที่หมายเลข 4 เตรียมไว้ให้
หลังจากปรับเปลี่ยนระดับพลังเสร็จ เขาก็เดินไปตามทางเดินบนภูเขา
เขาเริ่มส่งข้อความหาอวิ๋นจือฮว่าก่อน เพื่อบอกให้รู้ว่าเขาปลอดภัยดี
จากนั้นก็โทรหาจีกว่างหลิง
"ฮัลโหล ไอ้หนู เป็นไงบ้าง" เสียงดังฟังชัดของจีกว่างหลิงดังมาจากปลายสาย
"บ้าเอ๊ย ผมเกือบตายอยู่ที่นั่นแล้ว รู้ไหมเนี่ย"
เฟิงหลินตะโกนใส่โทรศัพท์
"เห็นไหมล่ะ พอมอบหมายงานง่ายๆ ให้ แกก็หาว่าฉันไม่ให้เกียรติ พอเจองานยากๆ เข้าหน่อย แกก็กลัวตายซะแล้ว"
จีกว่างหลิงพูดจาประชดประชันมาจากปลายสาย
"นิดหน่อยบ้าอะไรล่ะ ท่านไม่รู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง"
เฟิงหลินเล่าเรื่องราวคร่าวๆ ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ให้จีกว่างหลิงฟัง
"สำหรับแกแล้ว มันก็ยากจริงๆ นั่นแหละ แต่ฉันจะบอกแกให้ ระดับนี้คือเรื่องปกติ"
จีกว่างหลิงหัวเราะ "พาครอบครัวของแกย้ายไปอยู่โบราณสถานของตู้จื่อหลานก่อนเถอะ"
ก่อนหน้านี้เฟิงหลินก็คิดแบบนี้เหมือนกัน
มีนายท่านรองกับผู้อาวุโส 2 คนอยู่ที่นั่น การปกป้องพวกสวีรั่วอิ่งก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร
"ตกลง ตอนนี้คงต้องทำแบบนี้ไปก่อนแหละครับ" เฟิงหลินตอบตกลง
"อ้อ จริงสิ ด้วยนิสัยของแก คงไม่ยอมมุดหัวอยู่แต่ในรังไม่กล้าออกมาหรอกมั้ง"
จีกว่างหลิงหัวเราะมาจากปลายสาย
"ดูถูกใครกัน นี่แหละตรงสเปกผมเลยล่ะ"
เฟิงหลินพูดเรียบๆ
"ถ้ามีเวลา ก็ลองเล่าเรื่องที่แกเจอมาให้พ่อแกฟังดูสิ เขาอาจจะสอนวิชาอะไรให้แกบ้างก็ได้นะ"
จีกว่างหลิงพูดจบก็วางสายไป
...
ในเวลาเดียวกัน ณ สถานที่ที่ต่างออกไป
เฟิงเฉินปั่นจักรยานตราเฟิ่งหวง มาหยุดอยู่ที่ยอดเขาของหมู่บ้านบนภูเขาแห่งหนึ่ง
ที่นี่มีลานกว้างขนาดใหญ่อยู่
เฟิงเฉินหยิบบุหรี่ฮว๋าจื่อ 1 แถวออกมาจากตะกร้าหน้ารถ
เดินไปที่หน้าประตูไม้ แล้วเคาะเบาๆ 2-3 ครั้งอย่างอารมณ์ดี
ประตูไม้เปิดออก คนที่เปิดประตูไม่ใช่ใครอื่น
แต่เป็นอันดับสามในทำเนียบฟ้า
ยมบาล หวังไห่จู้
"ฮ่าฮ่า ตาเฒ่าหวัง สุขสันต์วันเกิดนะ"
เฟิงเฉินยัดบุหรี่ฮว๋าจื่อใส่มือหวังไห่จู้ "นี่เป็นของแท้นะ ไม่ใช่ของปลอมเด็ดขาด"
[จบแล้ว]