เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 211 ลูกยิงบ้าคลั่งนี้! ระเบิดประตูสู่ชัยชนะ!

บทที่ 211 ลูกยิงบ้าคลั่งนี้! ระเบิดประตูสู่ชัยชนะ!

บทที่ 211 ลูกยิงบ้าคลั่งนี้! ระเบิดประตูสู่ชัยชนะ!


บทที่ 211 ลูกยิงบ้าคลั่งนี้! ระเบิดประตูสู่ชัยชนะ!

สำหรับ อาร์เซนอล ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดทันทีจากการเปิดบ้านถล่ม บาร์เซโลนา คือพวกเขาไม่ต้องกั๊กแรงไว้สำหรับเกมนัดที่สองกับ บาร์เซโลนา อีกต่อไป

นัดนี้ ทีมจะจัดชุดใหญ่ไฟกะพริบลงสนามแน่นอน!

ตอนนี้ อาร์เซนอล มี 89 แต้ม

เชลซี ที่ตามมามี 88 แต้ม

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไล่จี้มาติด ๆ ที่ 86 แต้ม

ลิเวอร์พูล อยู่อันดับสี่ มี 84 แต้ม

พูดได้ว่า แม้แต่ ลิเวอร์พูล ที่ตามหลังจ่าฝูง 5 แต้ม ก็ยังมีลุ้นแชมป์...ถ้า เชลซี ชนะ อาร์เซนอล ได้ และ ลิเวอร์พูล ไปชนะ เชลซี ในนัดสุดท้ายที่ต้องเจอกันเอง โดยที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ต้องสะดุดขาตัวเองด้วย

แม้ทางทฤษฎี โอกาสที่เงื่อนไขทั้งหมดจะเกิดขึ้นพร้อมกันนั้นน้อยมาก

และสำหรับ อาร์เซนอล

หนทางที่ตรงไปตรงมาที่สุดในการคว้าแชมป์ คือการเชือด เชลซี ให้ดิ้นคาบ้านตัวเองในนัดนี้

ในเกมลีกนัดที่ 37 และ 38 คู่แข่งของ อาร์เซนอล คือ เวสต์บรอมวิช และ นอริช ตามลำดับ

แม้สองทีมนี้จะอยู่อันดับ 17 และ 18 ซึ่งกำลังหนีตกชั้นสุดชีวิต

แต่อย่างน้อย ในแง่ศักยภาพทีม พวกเขาเทียบ อาร์เซนอล ไม่ติดฝุ่น ขอแค่ อาร์เซนอล เล่นได้ตามมาตรฐาน การเอาชนะสองทีมท้ายตารางไม่ใช่ปัญหาเลย

ดังนั้น บนเส้นทางสู่แชมป์ เชลซี คือก้างชิ้นโตชิ้นสุดท้ายที่ อาร์เซนอล ต้องก้าวข้าม

ภายในห้องแต่งตัวที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ (น่าจะเป็น เอมิเรตส์ สเตเดียม เพราะในบริบทบอกว่าเป็นบ้าน อาร์เซนอล แต่ต้นฉบับเขียน สแตมฟอร์ด บริดจ์ - ผู้แปลขอแปลตามต้นฉบับไปก่อน)

อาร์แซน เวนเกอร์ กำลังปลุกใจลูกทีมครั้งสุดท้ายก่อนเกม

“อีกสิบนาที เกมจะเริ่มแล้ว”

อาร์แซน เวนเกอร์ กวาดตามองลูกทีม

น้ำเสียงของเขาราบเรียบแต่มั่นคง ทว่าทุกคนสัมผัสได้ถึงความจริงจังที่แฝงอยู่

นักเตะ อาร์เซนอล ทุกคนต่างมีสีหน้าเคร่งขรึม

“ผมเชื่อว่าทุกคนเข้าใจความสำคัญของเกมนี้ดี ผมจะไม่หลอกตัวเองว่านี่เป็นแค่เกมลีกธรรมดา เพราะนี่คือศึกตัดสินว่าเราจะได้แชมป์ฤดูกาลนี้หรือไม่!”

“ผมคิดว่าพวกคุณคงจำการเจอกันครั้งแรกกับ เชลซี ได้”

พอพูดถึงนัดนั้น

สีหน้าของนักเตะ อาร์เซนอล ก็เคร่งเครียดขึ้นมาทันที

สกอร์นัดนั้นจบที่ 4–3 อาร์เซนอล เฉือนชนะไปได้

แต่ถ้าไม่ใช่เพราะฟอร์มระเบิดของ หลี่โม่...นัดนั้น หลี่โม่ ยิงคนเดียวสี่ลูก!...อาร์เซนอล อาจจะโดน เชลซี สอยร่วงคาบ้าน (สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในเลกแรก) ไปแล้วก็ได้

“ตารางแข่งดำเนินมาถึงจุดนี้ เหลือเกมลีกอีกแค่สามนัด เรื่องมันง่ายนิดเดียว: ชนะ เชลซี ในบ้านเราให้ได้! แล้วเราจะเป็นแชมป์!”

“เราจะคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก สองสมัยติดต่อกัน!”

คำพูดของ อาร์แซน เวนเกอร์ ปลุกไฟในตัวนักเตะ อาร์เซนอล ให้ลุกโชน ทุกคนกระหายที่จะลงสนามไปขยี้ เชลซี และพิสูจน์ว่าพวกเขาคือทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในลีก

ในขณะเดียวกัน

ที่ห้องแต่งตัวทีมเยือน

มูรินโญ่ ก็กำลังเตรียมความพร้อมครั้งสุดท้าย

มูรินโญ่ ในการคุม เชลซี คำรบสอง กำลังอยู่ในช่วงฮันนีมูนกับสโมสร

ตอนนี้ มูรินโญ่ ไม่มีปัญหาขัดแย้งในห้องแต่งตัว ไม่ตีกับพนักงานสโมสร ทุกคนในห้องแต่งตัวเคารพเขา ยกย่องเขาเป็นโค้ชระดับเจ้าพ่อผู้พา เชลซี มาถึงจุดนี้

ด้วยแรงสนับสนุนจากทั้งทีม มูรินโญ่ จึงสามารถพาทีมโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม

ฤดูกาลนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ชั้นดี เชลซี เกาะติด อาร์เซนอล มาได้ตลอดจนถึงตอนนี้

“โชคดีที่เรามีโอกาสได้เจอกับพวกเขาโดยตรงก่อนจบฤดูกาล สถานการณ์ชัดเจนมาก เราจะมีโอกาสลุ้นแชมป์ก็ต่อเมื่อชนะเท่านั้น!”

นักเตะ เชลซี ก็ฮึกเหิมเมื่อได้ยิน

แชมป์ ใครบ้างไม่อยากได้?

หลังจาก มูรินโญ่ พูดจบ

เทอร์รี่, แลมพาร์ด, เช็ก และแกนนำทีมคนอื่น ๆ ก็ก้าวออกมาช่วยปลุกใจ รวมใจทีมเป็นหนึ่งเดียว

ในศึกชี้ชะตาแชมป์แบบนี้

ความประมาทเพียงนิดเดียวคือสิ่งที่ให้อภัยไม่ได้

นักเตะทั้งสองทีมต่างมีความมุ่งมั่นและเหตุผลที่จะต้องชนะ

ด้วยเหตุนี้

พวกเขาจึงตั้งแถวในอุโมงค์ด้วยความองอาจ

แม้จะมีนักเตะหลายคนที่รู้จักกันดี หรือเป็นเพื่อนกันนอกสนาม

แต่ตอนนี้ ไม่มีใครทักทายหยอกล้อกับคู่แข่ง

ความสำคัญของเกมนัดนี้ไม่อนุญาตให้มี “มิตรภาพส่วนตัว” เจือปนในเวลานี้

ทีมผู้ตัดสินเดินออกมาจากห้องพัก

นำโดยผู้ตัดสิน

นักเตะทั้งสองทีมเดินเรียงแถวลงสู่สนาม

สนาม (เอมิเรตส์ สเตเดียม) ระเบิดเสียงเชียร์กึกก้องทันที

ม่านแห่งสงครามชิงแชมป์กำลังจะเปิดฉาก!

กุนซือ ทั้งสองทีมก็เดินลงสนาม

ความสัมพันธ์ระหว่าง มูรินโญ่ กับ อาร์แซน เวนเกอร์ เป็นที่รู้กันดี

ดังนั้น กล้องถ่ายทอดสดจึงรู้ดีว่าต้องจับภาพไปที่ไหน

กล้องจับภาพ อาร์แซน เวนเกอร์ ตลอด เพราะเขาเป็นเจ้าบ้าน ตามธรรมเนียมต้องเดินไปจับมือกับโค้ชทีมเยือน

และก็เป็นไปตามคาด

อาร์แซน เวนเกอร์ เดินตรงเข้าไปหา มูรินโญ่

สีหน้าของแฟนบอลหลังซุ้มม้านั่งสำรองบอกทุกอย่าง...พวกเขาทั้งคาดหวังว่าจะเกิดเรื่องและกังวลว่าจะบานปลาย

อย่างไรก็ตาม แม้ อาร์แซน เวนเกอร์ กับ มูรินโญ่ จะไม่พูดกัน แต่พวกเขาก็ยอมจับมือกัน แม้จะรีบชักมือกลับราวกับโดนไฟดูดทันทีที่สัมผัสก็ตาม

แต่อย่างน้อย ก็ไม่มีมวยคู่เอกก่อนเกมเริ่ม

จากนั้น กล้องถ่ายทอดสดก็ตัดกลับไปที่สนาม

นักเตะทั้งสองทีมประจำตำแหน่งเรียบร้อย

กัปตันทีมทั้งสองฝั่งกำลังเสี่ยงทายเหรียญ

สุดท้าย อาร์เซนอล ได้เขี่ยบอลเริ่มเล่น

หลังจากกัปตันทีม มิเกล อาร์เตต้า กลับเข้าประจำที่

อังเดร มาริเนอร์ ผู้ตัดสินในเกมนี้ ก็เป่านกหวีดเริ่มเกม...การเลือกผู้ตัดสินคนนี้ทำเอาแฟนบอล อาร์เซนอล บ่นอุบ เพราะ อังเดร มาริเนอร์ คนนี้แหละที่เคยเป่าฟาวล์ แชมเบอร์เลน แต่ดันไปแจกใบแดงไล่ กิ๊บบ์ส ที่ไม่ได้ทำอะไรผิดออกเฉยเลย

ดังนั้น อังเดร มาริเนอร์ จึงได้ฉายาว่า “หลวงพี่ตาบอด” แห่ง พรีเมียร์ลีก

อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังมีชื่อเสียงพอตัว เคยตัดสินเกมสำคัญมาเยอะ ทั้ง ฟุตบอลโลก และ ยูโร แถมยังได้ตัดสินนัดชิง เอฟเอคัพ ปีนี้ด้วย

ถือว่าเป็นผู้ตัดสินลูกรักที่ สมาคมฟุตบอลอังกฤษ ไว้วางใจ

“นัดชิงชนะเลิศ พรีเมียร์ลีก เริ่มขึ้นแล้วครับ!”

แอนดี้ เกรย์ ผู้บรรยาย สกาย สปอร์ตส์ พูดกลั้วหัวเราะ

“ทั้งสองทีมเจอกันมาสองครั้งแล้วในฤดูกาลนี้ อาร์เซนอล เฉือนชนะ 1–0 ใน ลีกคัพ และชนะ 4–3 ในลีก ที่น่าสนใจคือ ทั้งห้าประตูของ อาร์เซนอล ในสองนัดนี้ มาจากฝีเท้าของ หลี่โม่ คนเดียว ผมเดาว่าวันนี้นักเตะ เชลซี คงระวัง หลี่โม่ เป็นพิเศษแน่ เชลซี ถือเป็นหนึ่งในคู่แข่งที่ หลี่โม่ ชอบยิงซะด้วยสิ”

“จะว่าไป เขาดูจะคึกเป็นพิเศษเวลาเจอทีมใหญ่นะ จริง ๆ เขายิง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้เยอะกว่าอีก” แกรี่ เนวิลล์ แย้งขึ้นมา

“ไม่ ไม่ถูก เขาน่าจะยิง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เยอะกว่านะ” มาร์ติน คีโอว์น เห็นต่าง

ขณะที่พวกเขากำลังเถียงกัน

เกมก็เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ และผู้บรรยายก็สาละวนกับการแนะนำรายชื่อผู้เล่น

“เจ้าบ้าน อาร์เซนอล จัดทัพโดยมีการเปลี่ยนแปลงจากนัดล่าสุดที่ถล่ม บาร์เซโลนา 4–0 เพียงตำแหน่งเดียว คือ กาก้า ได้โอกาสลงตัวจริง เขาน่าจะยืนเป็นหน้าต่ำ ส่วน กาซอร์ล่า ถางไปยืนปีกขวา ซานเชซ ยืนปีกซ้าย และ วัลคอตต์ นั่งสำรองในนัดนี้”

เหอ เว่ย ผู้บรรยายจากสถานีโทรทัศน์แห่งชาติแดนมังกร กำลังประกาศรายชื่อ

“ตำแหน่งอื่น ๆ ผู้รักษาประตู เชสนี่, เซ็นเตอร์แบ็ก แมร์เตซัคเกอร์ กับ กอสเซียลนี่, แบ็กซ้าย มอนเรอัล, แบ็กขวา ซานญ่า, คู่กลางรับ กรานิต ชาก้า กับ มิเกล อาร์เตต้า และกองหน้าตัวเป้า หลี่โม่!”

“การดร็อป วัลคอตต์ แสดงว่า อาร์เซนอล ต้องการเน้นการครองบอลในนัดนี้ ยามจำเป็น กาก้า กับ กาซอร์ล่า สามารถหุบมาเล่นเป็นเพลย์เมกเกอร์คู่ และ ซานเชซ ก็สอดเข้ากลางมาเล่นเป็นหน้าคู่ สูง-ต่ำ กับ หลี่โม่ ได้” ซู หยาง ผู้บรรยายร่วมวิเคราะห์เจตนาของ อาร์แซน เวนเกอร์

“มาดูฝั่ง เชลซี บ้างครับ พวกเขาก็มาในระบบ 4-2-3-1 เช่นกัน: ผู้รักษาประตู เช็ก, เซ็นเตอร์แบ็ก เทอร์รี่ กับ เคฮิลล์, แบ็กซ้าย อัซปิลิกวยต้า, แบ็กขวา อิวาโนวิช, คู่กลางรับ มิเกล กับ รามิเรส, กลางรุก ออสการ์, ปีกซ้าย อาซาร์, ปีกขวา วิลเลี่ยน และกองหน้าตัวเป้า... เฟร์นานโด ตอร์เรส!”

“เป็นชุดที่ค่อนข้างเน้นความเหนียวแน่น โดยเฉพาะริมเส้น อาซาร์ กับ วิลเลี่ยน มีความสามารถในการเลี้ยงกินตัวสูงมาก! เกมรับ อาร์เซนอล เจอบททดสอบหนักแน่ครับ!”

ผู้บรรยายทั้งสองเริ่มวิเคราะห์เจตนาของโค้ชจากรายชื่อนักเตะ

และพื้นฐานของการวิเคราะห์ยาวเหยียดนี้

คือความเนิบนาบของเกมในช่วงต้น

ไม่มีฝ่ายไหนพยายามเร่งจังหวะ หรือเปิดเกมแลกหมัด

เชลซี ในฐานะทีมเยือน มาแบบเจียมเนื้อเจียมตัวสุด ๆ ถอยลงไปตั้งรับในแดนตัวเอง ดูระมัดระวังตัวแจ

ส่วน อาร์เซนอล ก็รู้ดีถึงพิษสงเกมสวนกลับของ เชลซี จึงไม่กล้าบุกบุ่มบ่าม

ทั้งสองฝ่ายดูเชิงกันอย่างระมัดระวังในช่วงต้นเกม

สมกับเป็น “นัดชิงชนะเลิศ พรีเมียร์ลีก” จริง ๆ

นัดชิง ไม่มีใครอยากพลาด ดังนั้นการเล่นเพลย์เซฟจึงเป็นเรื่องปกติ

เมื่อยอดฝีมือปะทะกัน

การรอให้อีกฝ่ายขยับก่อนแล้วค่อยสวนกลับ มักเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาด

สองทีมชิงจังหวะรุกรับกันไปมา

สิบนาทีแรกของเกม

ไม่มีฝ่ายไหนได้ง้างเท้ายิงเลยแม้แต่ครั้งเดียว

แสดงให้เห็นว่าพวกเขาระวังตัวกันแค่ไหน

และยังแสดงให้เห็นว่าทั้งสองทีมมีความเป็นมืออาชีพสูง

ไม่ปล่อยให้อารมณ์เดือดดาลในห้องแต่งตัวมาทำให้สติแตกจนเล่นมั่วซั่วในสนาม

พวกเขายึดมั่นในแทคติกที่วางไว้อย่างเคร่งครัด

จนกระทั่งนาทีที่สิบเอ็ด

ความอึดอัดนี้ก็เริ่มคลี่คลาย

หลังจาก ออสการ์ ได้บอลที่กลางสนาม ดาวเตะบราซิลตัดสินใจเลี้ยงลุยขึ้นหน้าเอง และพอดึงตัวประกบได้ เขาก็ตักบอลออกไปที่ปีกซ้าย!

“อาซาร์!!!”

ผู้บรรยายอุทาน

อาซาร์ เก็บบอลลงนิ่ม ๆ ทางกราบซ้าย โยกหลอก ซานญ่า ทีเดียวหลุดเข้าเขตโทษ!

แฟนบอล เชลซี บนอัฒจันทร์เฮลั่น

ก่อนจะโดนเสียงโห่ของแฟนเจ้าถิ่นกลบมิด

“อาซาร์ เลี้ยงจี้เข้าเขตโทษแล้วครับ!” แอนดี้ เกรย์ ตะโกน

ในขณะเดียวกัน เกมรับ อาร์เซนอล ก็บีบพื้นที่เข้ามาตรงกลาง เพื่อปิดมุมยิงของ อาซาร์

แต่ปีกชาวเบลเยียมไม่ได้มีดีแค่ยิง เขายังจ่ายได้ด้วย!

หลังจากเลี้ยงดึงตัวประกบมาได้โข

ต้องมีนักเตะ เชลซี ว่างอยู่แน่!

อาซาร์ ไม่เห็นใครหรอก

แต่เขาก็ยังจ่ายยัดเข้าไปในพื้นที่ว่างทางขวาของกรอบเขตโทษ บริเวณพื้นที่ฮาล์ฟสเปซ

ตรงนั้นมีช่องเบ้อเริ่ม

วินาทีนี้ เป็นการวัดใจการหาตำแหน่งของกองหน้าทีมตัวเอง

ถ้าเขาเห็นช่องนี้ เขาต้องวิ่งสอดขึ้นมาแน่!

ตอร์เรส ไม่ทำให้ผิดหวัง เขาเห็นช่องนั้นจริง ๆ และทันทีที่ อาซาร์ จ่ายบอล ร่างของ ตอร์เรส ก็โผล่มา!

ก่อนที่แนวรับ อาร์เซนอล จะทันขยับ

ตอร์เรส ง้างเท้าขวาซัดเต็มข้อ!

ออสการ์ เปลี่ยนจังหวะเริ่มเกม อาซาร์ เลี้ยงกินตัวดึงตัวประกบแล้วจ่ายถวายพาน และ ตอร์เรส วิ่งสอดมายิง

เชลซี ประสานงานกันได้อย่างยอดเยี่ยม

การประสานงานของสามประสานแนวรุกฉีกแนวรับ อาร์เซนอล เป็นชิ้น ๆ

ทำเอาแฟนบอลที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ (เอมิเรตส์ สเตเดียม) หัวใจแทบวาย

เสียงอุทานดังลั่นสนาม

ข้อเสียเดียวคือ...

ลูกยิงเต็มข้อของ ตอร์เรส เหินข้ามคานไปไกลลิบ เกือบจะไปเจาะกบาลแฟนบอล อาร์เซนอล บนอัฒจันทร์ชั้นสอง

มูรินโญ่ ที่ข้างสนามเตรียมเฮเก้อ

พอเห็นบอลข้ามคาน โชเซ่ มูรินโญ่ ถึงกับเข่าอ่อนแทบทรุดลงไปกองกับพื้นหญ้า

“โอ้ โอ้ โอ้! ตอร์เรส! ตอร์เรส ได้สับไกครั้งแรกของเกม!”

“น่าเสียดายจริง ๆ! อาซาร์ ลากเลื้อยมาสวย จ่ายก็สวย แต่ลูกยิงสุดท้ายของ ตอร์เรส นี่มันน่าผิดหวังจริง ๆ”

เหอ เว่ย ก็อุทาน “แนวรับ อาร์เซนอล เกือบโดนฉีกกระจุยด้วยการต่อบอลไม่กี่จังหวะของ เชลซี แต่โชคดีที่คนยิงคือ ตอร์เรส”

พูดจบ เหอ เว่ย ก็รู้ตัวว่าปากพาซวย...ยังไงซะ ตอร์เรส ก็มีแฟนคลับในจีนเยอะพอสมควร

เขาเลยรีบแก้ตัว: “แต่ ตอร์เรส ก็ต้องรีบยิงด้วยครับ เพราะ กรานิต ชาก้า กับ กอสเซียลนี่ เข้ามาบีบเร็วมาก การยิงหลุดกรอบภายใต้ความกดดันแบบนี้ก็พอเข้าใจได้”

แม้ลูกยิงของ ตอร์เรส จะไม่เข้า แต่มันก็เหมือนเสียงระฆังปลุกทุกคนให้ตื่น

ดูเหมือนช่วงดูเชิงจะจบลงแล้ว ถึงเวลาที่ทั้งสองฝ่ายต้องงัดของจริงออกมาโชว์

และก็เป็นเช่นนั้น

อาร์เซนอล สวนกลับทันควัน

เมื่อ กาซอร์ล่า ได้บอลริมเส้น หลี่โม่ กับ ซานเชซ ขยับเข้าหาเพื่อดึงตัวประกบ

แต่ กาซอร์ล่า ไม่จ่ายให้ทั้ง หลี่โม่ และ ซานเชซ เขาเลือกตักบอลโด่งข้ามฟากไปที่กราบซ้ายของเกมรุก อาร์เซนอล บริเวณหน้ากรอบเขตโทษ

“กาก้า!! กาก้า ได้บอล!”

เอมิเรตส์ สเตเดียม เฮลั่น

เพราะ กาก้า ได้บอลในจุดที่เกมรับ เชลซี บางตา กองหลังส่วนใหญ่โดน หลี่โม่ กับ ซานเชซ ดึงไปอีกฝั่งหมดแล้ว

กาก้า ดวลตัวต่อตัวกับ อิวาโนวิช

ขอแค่เลี้ยงผ่าน...ไม่สิ ขอแค่หาช่องยิงได้ เขาก็มีลุ้น!

กาก้า หยุดบอล แล้วโยกหลอกจะไปทางขวา

อิวาโนวิช ไม่หลงกล เขารู้ว่าถ้า กาก้า จะยิง มุมที่ดีที่สุดคือตัดเข้าใน เขาเลยปิดพื้นที่ด้านในไว้แน่น

เห็นแบบนั้น กาก้า เลยแตะบอลออกซ้ายทันที

ถ้าเป็นช่วงพีค เขาคงเลือกตัดเข้าในเอง เพราะสปีดต้นของเขาจี๊ดจ๊าดมาก

แต่ตอนนี้ เขารู้สังขารตัวเองดี

ดังนั้น เขาไม่ฝืน

“กาก้า! กระชากหนีไปสุดเส้น!”

กาก้า แตะบอลไปทางเส้นหลังหนึ่งก้าว พอมีช่อง เขาก็หวดบอลด้วยซ้ายกวาดไปที่เสาสองเต็มแรง!

“ซานเชซ!!”

ท่ามกลางเสียงอุทาน ซานเชซ พุ่งเข้าชาร์จที่เสาสอง แม้จะมี อัซปิลิกวยต้า เบียดอยู่ แต่เขาก็ยังจิ้มบอลได้!

บอลพุ่งไปติดเซฟของ เช็ก อย่างจัง!

“โอ้ โอ้ โอ้! เช็ก! เช็ก ซูเปอร์เซฟครับ!”

ผู้บรรยายต่างชื่นชม เช็ก ที่ช่วยทีมไว้ได้ หรือไม่ก็เสียดายแทน ซานเชซ

ซานเชซ เอามือกุมหัว กล้องจับภาพเขาเต็ม ๆ

แต่ไม่นาน

ทุกคนก็สังเกตเห็นความผิดปกติ

หลังจากเปิดบอล กาก้า นั่งลงกับพื้น เอามือกุมต้นขาซ้ายด้านหลัง

สีหน้าเขาดูเจ็บปวด

กล้องรีบจับภาพไปที่ กาก้า ที่นั่งอยู่

“นี่มัน... เจ็บเหรอ?!” เหอ เว่ย เสียงตื่น

ผู้ตัดสิน มาริเนอร์ เป่านกหวีดหยุดเกม แล้วเรียกทีมแพทย์ อาร์เซนอล ลงสนาม

หลี่โม่ ที่อยู่ใกล้สุด รีบวิ่งเข้าไปดู

“เป็นไงบ้าง?”

เขาถามด้วยความเป็นห่วง

“สงสัยกล้ามเนื้อกระตุกว่ะ” กาก้า ตอบเสียงอ่อย

เจ็บกล้ามเนื้อตั้งแต่ต้นเกมแบบนี้ เผลอ ๆ เขาอาจจะอดลงเล่นนัดชิง แชมเปียนส์ลีก ด้วยซ้ำ...อาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อปกติจะใช้เวลาพักฟื้นประมาณสี่สัปดาห์

หลังจากตรวจดูอาการ ทีมแพทย์ก็ส่ายหน้า บอก กาก้า ว่าเขาเล่นต่อไม่ไหว

กาก้า เอามือปิดหน้าเมื่อได้ยิน

เขาอุตส่าห์ถนอมตัวมาตลอด เพื่อจะได้ช่วยทีมในช่วงโค้งสุดท้าย

ผลสุดท้าย...

“บ้าเอ๊ย”

อาร์แซน เวนเกอร์ สบถออกมาเมื่อเห็นภาพนี้

จากนั้นเขาก็สั่งให้ผู้ช่วย โบลด์ ไปบอก วัลคอตต์ ให้วอร์ม

อาการบาดเจ็บกะทันหันของ กาก้า สร้างความกังวลให้แฟนบอล อาร์เซนอล

อาการบาดเจ็บนี้อาจทำลายแผนการเล่นของ อาร์เซนอล และยังบีบให้ทีมต้องเสียโควตาเปลี่ยนตัวไปหนึ่งคนตั้งแต่ไก่โห่

ดูสีหน้า อาร์แซน เวนเกอร์ ก็รู้

การเปลี่ยนตัวตั้งแต่นาทีที่สิบสาม ส่งผลกระทบต่อแทคติกของเขาอย่างมหาศาล

สุดท้าย

กาก้า เดินออกจากสนามโดยมีทีมแพทย์ประคอง

วัลคอตต์ วิ่งลงสนามอย่างรวดเร็ว

“หวังว่า กาก้า จะไม่เจ็บหนักนะ เพราะถ้า อาร์เซนอล เข้าชิง แชมเปียนส์ลีก ได้ เขาคือคนเดียวในทีมที่มีประสบการณ์นัดชิงถ้วยนี้”

แอนดี้ เกรย์ กล่าวด้วยสีหน้ากังวล

ประสบการณ์สำคัญมากในช่วงเวลาชี้เป็นชี้ตาย

ในทีม อาร์เซนอล มีแค่ กาก้า คนเดียวที่เคยผ่านนัดชิง แชมเปียนส์ลีก และคว้าแชมป์มาแล้ว

สิบสามนาทีผ่านไป อาร์เซนอล ต้องเปลี่ยนตัว

เรื่องนี้ทำให้หลายคนเริ่มเป็นห่วงสถานการณ์ของ อาร์เซนอล

ในเกมตัดสินแชมป์แบบนี้ ศักยภาพของทั้งสองทีมใกล้เคียงกันมาก

ดังนั้น ปัจจัยแทรกซ้อน  เพียงเล็กน้อยอาจทำให้สมดุลของเกมเสียไปได้ง่าย ๆ

ชัดเจนว่า

การบาดเจ็บของ กาก้า คือปัจจัยแทรกซ้อนนั้น

เชลซี ต้องฉวยโอกาสนี้กดดัน อาร์เซนอล แน่

วัลคอตต์ ลงมาแบบฉุกละหุก และเขากับ กาก้า ก็เป็นนักเตะคนละสไตล์กัน

เมื่อเปลี่ยนคน อาร์เซนอล ต้องปรับแทคติกในสนามตามไปด้วย

และในช่วงปรับจูนนี่แหละ ที่ปัญหามักจะเกิด

แฟนบอล เชลซี ย่อมรู้ดี...พวกเขาดูบอลเป็น รู้ว่านี่คือโอกาสทองที่ เชลซี จะบุกแหลก

แฟนบอล เชลซี หน้าจอทีวีตื่นเต้นสุดขีด พวกเขารอแทบไม่ไหวที่จะเห็น เชลซี เปิดฉากถล่ม

แต่ก่อนหน้านั้น ต้องรอให้ อาร์เซนอล เตะมุมลูกนี้ก่อน

กาซอร์ล่า เปิดเตะมุมเข้ามา เทอร์รี่ โหม่งสกัดออกมาได้

มอนเรอัล แบ็กซ้าย อาร์เซนอล เก็บบอลได้ที่แถวสอง และ อาร์เซนอล ก็เปิดเกมบุกระลอกสอง!

บอลลำเลียงมาถึงหน้ากรอบเขตโทษอย่างรวดเร็ว

บอลถูกส่งมาที่เท้า หลี่โม่

หลี่โม่ ยืนปักหลักอยู่ที่หัวกะโหลก บอลลอยโด่งลงมา

ตรงจุดนี้ เขามีทางเลือกเพียบ: จะพักอกส่งคืนหลัง, โหม่งชงออกซ้ายขวา หรือจะโหม่งเช็ดไปข้างหน้าก็ได้

เคฮิลล์ ประกบเขาติดแจ

เพราะเคยโดน หลี่โม่ เผาเครื่องมาแล้ว เขาเลยไม่กล้าประมาท เอาตัวเบียดหลัง หลี่โม่ ไว้แน่น ไม่ให้พลิกง่าย ๆ

แผ่นหลังของ หลี่โม่ สัมผัสกับ เคฮิลล์

“แม่งกัดไม่ปล่อยเลยว่ะ”

หลี่โม่ เข้าใจแล้วว่าทำไม เชลซี ถึงเป็นคู่แข่งลุ้นแชมป์ของ อาร์เซนอล ในปีนี้

กองหลังทุกคนเขี้ยวลากดิน แข็งแกร่ง และยืนตำแหน่งซ้อนกันได้เนียนตามาก

ทำให้ หลี่โม่ หาโอกาสยากสุด ๆ

เคฮิลล์ จ้องเท้า หลี่โม่ เขม็ง ดูจากท่าทาง หลี่โม่ กะจะเอาบอลลงเล่นเอง!

ส่วนจะจ่ายออกไปมั้ย...เคฮิลล์ อยากให้ หลี่โม่ จ่ายมากกว่า เพราะถ้าบอลไม่อยู่กับ หลี่โม่ ความอันตรายจะลดลงเยอะ

แถม เคฮิลล์ ยังคิดจริง ๆ ว่า หลี่โม่ จะจ่าย เพราะนี่เป็นจังหวะต่อเนื่องจากเตะมุม เซ็นเตอร์แบ็ก อาร์เซนอล สองคนยังป้วนเปี้ยนอยู่ในเขตโทษ เชลซี การจ่ายออกปีกแล้วครอสเข้ามาใหม่น่าจะอันตรายกว่า

เคฮิลล์ เชื่อว่าเขาอ่านเกมขาด

เขาเลยถอยหลังไปก้าวนึง เพื่อจะได้มองเห็น หลี่โม่ ชัด ๆ หลังจากจ่ายบอลแล้ว จะได้ตามประกบตอนวิ่งทำทางได้ทัน

หลี่โม่ ยกเท้าขึ้น ผ่อนแรงตามจังหวะบอลตก

บอลไม่กระดอนออกจากหลังเท้า แต่ดูดติดหนึบอยู่บนหลังเท้าเขา

ทักษะการจับบอลนี้ทำเอาผู้บรรยายหลายคนทึ่ง

บอลเหมือนทากาวไว้ที่หลังเท้า ร่วงลงมาพร้อมกับเท้าที่ลดต่ำลง

แต่ก่อนที่บอลจะถึงพื้น หลี่โม่ เกิดไอเดียปิ๊งแวบ เขาเห็นการขยับตัวของ เคฮิลล์ ทางหางตา

ดังนั้น

เขาตัดสินใจเด็ดขาด

จังหวะที่ทุกคนคิดว่าเขาจะจับบอลลงพื้น เท้าขวาที่กำลังรองรับบอลอยู่ จู่ ๆ ก็กระดกขึ้น!

เคฮิลล์ ก้มตัวมองเท้า หลี่โม่ นอกจากการจ่าย ยังมีความเป็นไปได้อีกอย่าง: หลี่โม่ อาจจะจับบอล แล้วพลิกตัวยิงเลย

นี่เป็นท่าหากินของ หลี่โม่ เหมือนกัน

แต่เขายังไม่ทันเห็นบอลตกพื้นเลย!

ทันใดนั้น เขาก็ได้ยินเสียงเชียร์ดังกระหึ่ม

ทันที

หัวใจเขากระตุกวูบ เขารีบเงยหน้าขึ้น

เห็นแค่ หลี่โม่ กำลังหมุนตัว!

“หลี่โม่... เล่นท่ายาก! พลิกตัว...”

หลี่โม่ เพิ่งจะกระดกบอลขึ้นเบา ๆ แล้วหมุนตัวกลับหลัง

เขาไม่ได้ออกแรงเยอะ บอลลอยไม่สูง แค่ระดับเอว แล้วก็เริ่มตกลงมา

และจังหวะที่ หลี่โม่ หมุนตัวมา บอลก็กำลังร่วงลงมาพอดี

วินาทีนี้

ทุกคนที่เห็นท่าทางของ หลี่โม่ ต้องเบิกตากว้าง

“นี่มัน...”

แอนดี้ เกรย์ อ้าปากค้าง

ท่านี้...

มันท่ายิงชัด ๆ!

บอลโด่งมา พักด้วยขวา แล้วไม่ให้บอลตกพื้น กระดกอีกที กลับตัว แล้ววอลเลย์เลยเนี่ยนะ?!

ต้องยอมรับ

จินตนาการล้ำเลิศมาก

แต่ความยากก็ระดับเต็มสิบ

ผู้บรรยายทุกคนและแฟนบอลในสนามต่างยืดคอจ้องไปที่กรอบเขตโทษตาไม่กะพริบ

หลี่โม่ หันกลับมา จ้องมองบอลที่กำลังตกลงมา เกร็งข้อเท้าขวาแน่น ปลายเท้าขวากระแทกเข้าที่ส่วนล่างค่อนไปทางกลางของลูกบอล พร้อมกับงัดเสยขึ้น

ทันทีที่บอลออกจากปลายเท้า มันก็พุ่งแหวกอากาศ

วิถีบอลลอยโด่งขึ้นฟ้า เป็นเส้นโค้งพาราโบลาที่สวยงามและสูงลิบ!

บอลพุ่งเร็วมาก!

แต่พอถึงจุดสูงสุด...

มันก็มุดลงอย่างรวดเร็ว

จากนั้น มันก็เฉี่ยวผ่านปลายนิ้วของผู้รักษาประตูที่พุ่งสุดเหยียด เช็ดเสา แล้วเสียบเข้าประตูไป!

ตอนที่ หลี่โม่ พลิกตัว

ร่างกายของ เช็ก เกร็งรออยู่แล้ว

เหมือนคันธนูที่ง้างจนสุด

จากนั้นเขาก็ดีดตัวพุ่งไปตามทิศทางบอลทันที!

เขาไม่เห็นชัด ๆ หรอกว่า หลี่โม่ ยิงยังไง

แต่เขาเห็น หลี่โม่ พลิกตัว

ดังนั้น ตอนที่ หลี่โม่ ง้างเท้ายิง เช็ก ก็พุ่งเซฟแล้ว

เพียงแต่เมื่อบอลฮุกมุดลงเสียบตาข่ายราวกับใบไม้ร่วง...

เช็ก ก็หมดปัญญาป้องกัน

ลูกนี้ มุมมันเหลือร้ายเกินไป!!

“เข้าเหรอวะ?!”

สงสัย

ใช่แล้ว

ปฏิกิริยาแรกของ แอนดี้ เกรย์ คือความสงสัย

และผู้บรรยายคนอื่น ๆ บนอัฒจันทร์ รวมถึงแฟนบอล ก็มีความรู้สึกเดียวกัน

หนึ่งวินาทีต่อมา

ทุกคนได้สติ

ในชั่วพริบตาที่เสียงเฮของแฟนบอลระเบิดขึ้น

ห้องบรรยายก็เดือดพล่าน

“อ๊ากกกกก!! เรียบร้อย! ตุงตาข่าย!! สวยงาม! สวยงามโคตร ๆ!!!”

“พระเจ้าช่วย!”

“เหลือเชื่อ!!”

“ลูกยิงมหัศจรรย์!”

“สุดยอดดดดด!!!”

ทุกคนต่างอุทาน

เอมิเรตส์ สเตเดียม ระเบิดเสียงคำรามกึกก้องทันที

“หนึ่งศูนย์! หนึ่งศูนย์!! อาร์เซนอล ขึ้นนำก่อน!”

“ทุกคนคิดว่าการเจ็บของ กาก้า คือจุดเปลี่ยนของเกม และแฟนบอล เชลซี ก็เริ่มมีความหวัง แต่... หลี่โม่ ใช้ลูกยิงที่เต็มไปด้วยจินตนาการและความกล้าหาญ กู้สถานการณ์ให้ อาร์เซนอล กลับมาฮึกเหิมอีกครั้ง!”

“สวยงาม! ประตูที่สวยงาม!”

ลูกยิงแบบนี้เกินจินตนาการของมนุษย์มนาจริง ๆ

หลังจาก กาก้า เจ็บ หลี่โม่ ใช้ประตูนี้เรียกสติและความมั่นใจของนักเตะและแฟนบอล อาร์เซนอล กลับมาได้ในพริบตา!

และ เชลซี ก็เสียโอกาสทองในการกดดัน อาร์เซนอล ช่วงเสียขบวนไป...ตอนนี้กลายเป็นฝ่ายพวกเขาเองที่กำลังขวัญเสีย

ขณะที่นักเตะ อาร์เซนอล วิ่งกรูเข้าไปฉลองกับ หลี่โม่

นักเตะ เชลซี ยืนงงเป็นไก่ตาแตก

พวกเขาจ้องมองลูกบอลที่เด้งดึ๋ง ๆ อยู่ในก้นตาข่าย ด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ

โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═

จบบทที่ บทที่ 211 ลูกยิงบ้าคลั่งนี้! ระเบิดประตูสู่ชัยชนะ!

คัดลอกลิงก์แล้ว