- หน้าแรก
- ระบบบันเทิงพลังบวก: ผมแค่จะเป็นคนดีทำไมต้องกลัวผมด้วย
- บทที่ 460 - จากวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่สู่ทหารกล้าจู่โจม
บทที่ 460 - จากวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่สู่ทหารกล้าจู่โจม
บทที่ 460 - จากวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่สู่ทหารกล้าจู่โจม
บทที่ 460 - จากวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่สู่ทหารกล้าจู่โจม
เรื่องการเกาะกระแสนั้นต้องบอกเลยว่าเซิ่งเสียถนัดนัก
หลังจากจัดการงานในกองถ่ายช่วงค่ำเสร็จเรียบร้อย เขากลับมาถึงโรงแรมและใช้เวลาไม่ถึงสามนาทีในการพิมพ์ข้อความเหล่านี้ออกมา
ในโพสต์เวยป๋อนั้นเขาแอบเนียนใส่ชื่อซีรีส์เรื่องใหม่และชื่อพระเอกของเขาลงไปอย่างแนบเนียน
เหตุผลที่ต้องพยายามลากชื่อของชีเจียเข้ามาเอี่ยวด้วยก็เป็นเพราะชีเจียคือนักแสดงในสังกัดบริษัทของเขานั่นเอง
หากเป็นศิลปินค่ายอื่นเขาคงไม่ยอมทุ่มทุนสร้างเรื่องเหนื่อยเปล่าขนาดนี้หรอก
หลังจากอ่านโพสต์เวยป๋อของเซิ่งเสียจบ ลู่หรานก็เอนหลังพิงเก้าอี้คอมพิวเตอร์อย่างสบายอารมณ์
เขาไม่รู้สึกตื่นตระหนกเลยสักนิด แถมยังแอบขำอยู่ลึกๆ ด้วยซ้ำ
ข้อความตอบกลับของเซิ่งเสียเป็นไปตามที่เขาคาดไว้เป๊ะ แค่เปลี่ยนคำบรรยายนิดหน่อยแต่ความหมายรวมๆ แทบจะลอกออกมาจากความคิดของเขาทั้งดุ้น
อะไรคือเทพเซียนผู้สูงส่งไร้ความรู้สึก อะไรคือเย็นชาไร้หัวใจ
พูดกันตามตรงมันก็แค่ข้ออ้างทั้งนั้นแหละ
ช่วงหลายวันที่ผ่านมาลู่หรานไล่ดูซีรีส์เทพเซียนที่เพิ่งฉายไปหลายเรื่อง นักแสดงในนั้นแทบจะทำหน้าตึงเป็นหินตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง
บางคนตอนเข้าฉากถึงขั้นล็อกมุมหน้าเป๊ะๆ ไม่ยอมหันไปองศาอื่นเลยด้วยซ้ำ
เห็นแล้วลู่หรานถึงกับหัวใจจะวาย
ในฐานะนักแสดงการสวมบทบาทเป็นตัวละครมันเป็นไปไม่ได้เลยที่ตัวละครนั้นจะมีสีหน้าเดียวตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง แล้วมันจะเป็นไปได้ยังไงที่องศาใบหน้าในเฟรมกล้องจะเป๊ะเหมือนเดิมตลอดเวลา
เหตุผลแรกพูดง่ายๆ ก็คือเล่นไม่เป็น ทักษะการแสดงเข้าขั้นห่วยแตก
ตอนโกรธก็ทำหน้าตึง ตอนดีใจก็หน้าตึง พอเสียใจก็ยังคงหน้าตึงเหมือนเดิม
ไร้ความรู้สึกบ้าบออะไรกัน นี่มันข้ออ้างชัดๆ
ส่วนเหตุผลหลังที่ต้องล็อกมุมกล้องตลอดเวลาก็เพราะมันเป็นมุมเดียวที่ถ่ายออกมาแล้วดูหล่อดูสวยไงล่ะ
เพื่อแลกกับความดูดี พวกเขายอมทิ้งมิติอื่นๆ ของการแสดงไปจนหมด
บอกว่าเทพเซียนไร้ความรู้สึก ถ้างั้นนายก็ลองถ่ายเทพเซียนที่มีความรู้สึกออกมาให้ดูหน่อยสิ
การถดถอยของวงการนี้มันลุกลามไปทุกมิติ ไม่ใช่แค่ด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น
ทว่าลู่หรานไม่ได้กะจะเสียเวลาต่อปากต่อคำกับเซิ่งเสียในประเด็นนี้อยู่แล้ว
วิดีโอหลักฐานก็ทนโท่อยู่ตรงนี้ เซิ่งเสียมีทางเลือกแค่สองทางคือยอมรับว่าฝีมือตัวเองสู้ลู่หรานไม่ได้ หรือไม่ก็ต้องยอมรับว่าตัวเองกำกับชีเจียออกมาได้ไม่ดีพอ
ไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็สร้างความปวดหัวให้เซิ่งเสียไปได้อีกพักใหญ่แน่
ลู่หรานเตรียมเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายของแผนการตลาดแบบเกาะกระแสแล้ว
เขาเปิดหน้าต่างพิมพ์ข้อความในเวยป๋อแล้วเริ่มรัวนิ้วลงไป
"แท็กถึงผู้กำกับเซิ่งเสีย ในเมื่อคุณบอกว่าเทพเซียนเสวียนหมิงยึดมั่นในวิถีสวรรค์อันไร้ความรู้สึก แล้วทำไมพระเอกของคุณถึงยังต้องมีความรักในเรื่องด้วยล่ะ แบบนี้คาแรกเตอร์ไม่พังเหรอ"
"สิ่งที่ผมอยากจะบอกก็คือ สิ่งที่ผมถ่ายทอดออกมาไม่ใช่เทพเซียนผู้ไร้หัวใจ แต่เป็นซีรีส์แนวเซียนเหี่ย ซึ่งมีทั้งความเป็น 'เซียน' และความเป็น 'เสีย (จอมยุทธ์)' อะไรคือจอมยุทธ์ พูดง่ายๆ ก็คือวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ที่อุทิศตนเพื่อชาติและราษฎรไงล่ะ!"
"ไม่ใช่คนที่ยอมทำลายล้างทุกสรรพสิ่งเพียงเพื่อความรัก ไม่ว่าจะเป็นแนวกำลังภายในหรือแนวเทพเซียน จิตวิญญาณแห่งจอมยุทธ์จะต้องแฝงอยู่ในนั้นเสมอ นี่ต่างหากคือเรื่องราวที่ผู้ชมอยากดู!"
"โลกเทพเซียนมีจอมยุทธ์ ในสังคมยุคปัจจุบันของเราก็มีจอมยุทธ์อยู่เช่นกัน พวกเขาเหล่านั้นก็คือทหารกล้าลูกหลานประชาชนของเรานั่นเอง! ขอเชิญทุกท่านรอติดตามชม 'ทหารกล้าจู่โจม' ซึ่งจะออกอากาศในวันที่ 27 กันยายน เวลาสองทุ่มตรง ทางช่องละครโทรทัศน์แห่งชาติ เพื่อรับชมเรื่องราววีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ในสังคมยุคใหม่ของเรา"
หลังจากพิมพ์ข้อความเสร็จ ลู่หรานก็ตรวจสอบความเรียบร้อยอีกครั้งก่อนจะกดโพสต์ออกไป
ตอนนี้กระแสความขัดแย้งระหว่างเขากับเซิ่งเสียกำลังดุเดือด หัวข้อสนทนาของทั้งคู่จึงมีคนให้ความสนใจสูงปรี๊ด
การฉวยโอกาสโปรโมต "ทหารกล้าจู่โจม" ในจังหวะนี้นี่แหละคือการดึงเอาแก่นแท้วิชาของเซิ่งเสียมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
บนเวยป๋อชาวเน็ตกลุ่มใหญ่กำลังรอคอยความเคลื่อนไหวของลู่หรานอยู่พอดี
ทันทีที่โพสต์เด้งขึ้นมา ชาวเน็ตก็แห่กันกดเข้าไปดูอย่างรวดเร็ว
พอได้อ่านประโยคแรกๆ ของลู่หราน ทุกคนก็พยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง
[พูดถูกเป๊ะ ซีรีส์สมัยนี้ก็เป็นแบบนี้แหละ ปากบอกว่าวิถีเซียนไร้รัก แต่พอมีความรักขึ้นมาดันคลั่งรักหนักกว่าใครเพื่อน]
[ฉันก็ว่าอยู่ทำไมซีรีส์เทพเซียนเดี๋ยวนี้ถึงดูไม่สนุกเลย ที่แท้ก็เพราะมันขาดจิตวิญญาณแห่งจอมยุทธ์นี่เอง เพื่อความรักแล้วยอมทำได้ทุกอย่าง ปากบอกว่าทำเพื่อมวลมนุษย์ แต่พอเพื่อคนที่ตัวเองรักกลับพร้อมทำลายล้างโลกแบบไม่ลังเลเลยสักนิด]
ทุกคนเลื่อนอ่านต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงท่อนที่ลู่หรานพูดถึงวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่อุทิศตนเพื่อชาติและราษฎร
วินาทีนั้นชาวเน็ตหลายคนถึงกับขนลุกซู่ ความคิดหลายๆ อย่างพลันกระจ่างแจ้งขึ้นมาทันที
[ช่างเป็นประโยคที่เฉียบขาดมาก วีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่อุทิศตนเพื่อชาติและราษฎร!]
[ซีรีส์สมัยก่อนก็ให้ความรู้สึกแบบนี้จริงๆ นะ!]
[ก็ถูกของเขานะ ยังไงซะคนดูอย่างพวกเราก็ไม่ได้ไปบำเพ็ญเพียรเป็นเซียนจริงๆ สักหน่อย พวกเรามันก็แค่คนธรรมดา ซีรีส์สร้างมาให้คนธรรมดาดู มันก็ต้องเล่าเรื่องที่พวกเราอินตามได้สิ!]
[ท่านลู่พูดถูกที่สุด!]
ชาวเน็ตต่างรู้สึกโล่งใจและสะใจกันถ้วนหน้า
แต่ทว่าพอทุกคนอ่านมาถึงประโยคสุดท้าย การหักมุมอย่างกะทันหันก็ทำเอาทุกคนแทบจะเบรกหัวทิ่ม
จู่ๆ จากซีรีส์เทพเซียนมันเลี้ยวเข้าซีรีส์ทหารได้ยังไงเนี่ย
นี่พี่แกไปเรียนรู้วิชานี้มาจากเซิ่งเสียแบบเต็มระบบแล้วใช่มั้ย
[ขำจนปอดจะพัง ท่านลู่ ถึงสิ่งที่คุณพูดจะมีเหตุผลก็เถอะ แต่การตลาดแบบปั่นกระแสหน้าด้านๆ แบบนี้ทำเอาฉันไปไม่เป็นเลยจริงๆ]
[แต่ถ้าพูดถึงคำว่าอุทิศตนเพื่อชาติและราษฎร ทหารกล้าลูกหลานประชาชนของเราก็ทำเพื่อชาติและราษฎรจริงๆ นั่นแหละ ไม่มีข้อกังขาเลย]
[พวกเขาคือวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ตัวจริงเสียงจริง!]
[บนเส้นทางการตลาดแบบเกาะกระแส ท่านลู่สามารถก้าวข้ามอาจารย์ไปได้แล้วจริงๆ ศิษย์คิดล้างครูของแท้]
[@เซิ่งเสีย รีบออกมาตอบโต้ด่วน!]
[รับทราบๆ วันที่ 27 กันยายนตอนค่ำจะไปรอดูทหารกล้าจู่โจมนะ]
กระแสของลู่หรานกำลังพุ่งปรี๊ด แน่นอนว่ายอดการมองเห็นของโพสต์นี้ย่อมถล่มทลาย
แม้แต่พวกเพจปั่นกระแสที่คิดจะแคปภาพไปปั่นยอดวิวเพื่อเรียกยอดไลก์ให้ตัวเอง
เวลาแคปโพสต์ของลู่หราน เนื้อหาโปรโมตเรื่อง "ทหารกล้าจู่โจม" ก็ต้องติดไปด้วยอย่างเลี่ยงไม่ได้
งานนี้ไม่ต้องเสียเงินโปรโมตสักแดงเดียว พวกเพจข่าวก็ต้องกล้ำกลืนฝืนทนช่วยโปรโมต "ทหารกล้าจู่โจม" ไปโดยปริยาย
ตัดภาพมาอีกฝั่ง เมื่อเซิ่งเสียเห็นโพสต์นี้เข้าก็ถึงกับอ้าปากค้าง
เขาไม่รู้จะตอบกลับยังไงเลยจริงๆ
ตลาดซีรีส์รักเทพเซียนในตอนนี้มันก็เป็นแบบนี้กันหมดไม่ใช่หรือไง
ซีรีส์เซอร์วิสแฟนคลับมันก็คือการทำมาเพื่อเอาใจแฟนคลับ ต้องถ่ายไอดอลให้ออกมาหล่อสวยที่สุด ส่วนเนื้อเรื่องจะเป็นยังไงก็ช่างหัวมันเถอะ
ก็แค่ซีรีส์เทพเซียนดาดๆ เรื่องนึง จะไปคิดอะไรให้มันลึกซึ้งมากมายทำไม
ถึงทุกคนจะวิจารณ์กันยังไง แต่ก็ไม่มีคนในวงการคนไหนกล้าออกมาทุบหม้อข้าวตัวเองออกสื่อหรอก
นายกล้าพูดเหรอว่าต่อไปในอนาคตจะไม่รับงานแนวนี้อีก
ถ้านายทุนหอบเงินก้อนโตมาจ้างนายเป็นคนเขียนบทหรือผู้กำกับ นายจะกล้าปฏิเสธไหมล่ะ
แต่สิ่งที่ทำให้เซิ่งเสียเจ็บปวดที่สุดก็คือประโยคปิดท้ายที่ลู่หรานแอบโปรโมต "ทหารกล้าจู่โจม" นั่นแหละ
มันทำให้เขารู้สึกเหมือนโดนขโมยท่าไม้ตายก้นหีบไปใช้ แถมลู่หรานยังใช้ได้ผลซะด้วยสิ
ถ้าเขาขืนออกมาเถียงต่อ มันจะกลายเป็นว่าเขามีทัศนคติที่มีปัญหาทันที
ดังนั้นเซิ่งเสียจึงงัดไม้ตายก้นหีบประจำตัวออกมาใช้นั่นก็คือการแกล้งตาย
แค่ฉันไม่ออกมาตอบโต้ เรื่องนี้ก็ถือว่าไม่เคยเกิดขึ้น
เมื่อตัดสินใจไม่อัปเดตเวยป๋อแล้ว เซิ่งเสียจึงต่อสายตรงหาสวีเกามิน
"เหล่าสวีเอ๊ย หลังจากนี้คงต้องฝากความหวังไว้ที่นายแล้วล่ะ"
"วางใจเถอะ ทางผมเตรียมตัวไว้พร้อมหมดแล้ว"
น้ำเสียงของสวีเกามินเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจเกินร้อย
ซีรีส์ "พยัคฆ์พิโรธดาบหิมะ" ของเขาก็มีคิวออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์และแพลตฟอร์มสตรีมมิงพร้อมกัน โดยฝั่งสถานีโทรทัศน์ได้ช่องสับปะรดมารับหน้าที่ออกอากาศ
ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา การโปรโมต "พยัคฆ์พิโรธดาบหิมะ" ไม่เคยแผ่วลงเลยแม้แต่น้อย
มีการปั่นสถิติทำลายสถิติต่างๆ นาๆ ออกมาเป็นกระบุง แถมแฟนคลับของพระเอกนางเอกก็พากันออกมาช่วยโปรโมตซีรีส์เรื่องนี้กันอย่างบ้าคลั่ง
ไม่ใช่ว่าซีรีส์เรื่องนี้จงใจทำแบบนี้เพื่อจะข่ม "ทหารกล้าจู่โจม" หรอกนะ
แต่เป็นเพราะโปรเจกต์นี้คืองานช้างที่เหล่านายทุนคาดหวังไว้สูงมากต่างหาก
ในปีนี้ที่ความรักชาติของผู้ชมกำลังพุ่งทะยาน การปล่อยซีรีส์แนวทหารออกมาฟันกำไรถือเป็นจังหวะที่เหมาะสมที่สุด
ตั้งแต่นายทุนไปจนถึงผู้กำกับ ไม่มีใครอยากเห็นโปรเจกต์นี้ล้มเหลว
เงินลงทุนสำหรับการโปรโมตล่วงหน้าก็มหาศาลสุดๆ
ถึงขนาดมีคำนิยามว่า 'ดังระเบิดตั้งแต่ยังไม่ฉาย' เลยทีเดียว
สรุปก็คือซีรีส์เรื่องนี้ต้องปังเท่านั้น