- หน้าแรก
- เกิดใหม่ พลิกชะตาหมู่บ้านชาวประมง
- บทที่ 29 วันหลังถ้าใครมาหาเรื่อง ก็บอกชื่อฉันไปได้เลย!
บทที่ 29 วันหลังถ้าใครมาหาเรื่อง ก็บอกชื่อฉันไปได้เลย!
บทที่ 29 วันหลังถ้าใครมาหาเรื่อง ก็บอกชื่อฉันไปได้เลย!
ในที่เกิดเหตุนอกจากหยางอ้ายหมินและหวังเป่าเป่าแล้ว ยังมีชายอีกคนที่ดูไม่สะดุดตานัก เขาอายุประมาณสามสิบกว่าปี ไม่พูดไม่จา และเมื่อครู่เขาก็ไม่ได้หยิบหอยนางรมที่ซ่งไห่เจี้ยนยื่นให้ไปทาน
เฝิงอวี้เฟินเห็นเขาไม่ยอมรับของฟรีแต่ก็ไม่ยอมไปไหน เอาแต่ยืนจ้องอยู่อย่างนั้นในใจก็นึกหวั่น หรือว่าเขาจะเป็นคนที่มีอำนาจตัดสินใจที่สุดในหน่วยรักษาความปลอดภัย? ท่าทางแบบนี้แสดงว่าเขาตั้งใจจะไล่พวกเราไปจริงๆ ใช่ไหม?
ขณะที่เฝิงอวี้เฟินกำลังใจคอไม่ดี ชายคนนั้นก็ก้าวเดินเข้ามาหา
“ขอซื้อหอยนางรม 1 เหมา” ชายคนนั้นเอ่ยปาก น้ำเสียงของเขากลับดูซื่อๆ และนุ่มนวลอย่างผิดคาด
เฝิงอวี้เฟินอึ้งไปครู่หนึ่งกับท่าทางที่สวนทางกับภาพลักษณ์ แต่ก็รีบตอบรับทันที “ได้ค่ะๆ”
นางหยิบใบไม้มาห่อหอยนางรม 6 ตัว ขณะที่กำลังจะยื่นให้ นางก็ตัดสินใจหยิบเพิ่มให้อีก 2 ตัวใส่ลงไปในห่อ
ทว่าชายคนนั้นกลับชี้ไปที่ป้ายไม้แล้วพูดว่า “1 เหมาได้ 6 ตัวไม่ใช่เหรอ? ผมเอาแค่เท่าที่ซื้อ”
เฝิงอวี้เฟินรีบอธิบายด้วยรอยยิ้ม “อีกสองตัวนี้แถมให้ค่ะ ไม่คิดเงิน”
แต่ชายคนนั้นกลับปฏิเสธ “เอามาให้ผมแค่ 6 ตัวก็พอ”
“แม่ครับ คุณน้าท่านนี้เขาอยากอุดหนุนเราเพราะเห็นใจพวกเราน่ะครับ แม่ทำตามที่น้าเขาบอกเถอะ”
คำพูดของลูกชายทำให้เฝิงอวี้เฟินสบายใจขึ้น นางจึงตักหอยให้ตามจำนวน ชายคนนั้นรับหอยไปแล้วลองชิมทันทีพลางยิ้มออกมาอย่างซื่อๆ
“รสชาติเหมือนที่คุณแม่ผมเคยทำให้กินตอนเด็กๆ เลย” พูดจบเขาก็ไม่ได้พูดอะไรต่อและเดินจากไป ซ่งไห่เจี้ยนมองตามหลังเขาด้วยสายตาที่มีความหมายลึกซึ้ง
“ไอ้หนู...” หยางอ้ายหมินที่ยืนอยู่ข้างๆ เรียกสติเขา “เมื่อกี้แกพูดว่าอะไรนะ? ‘เห็นใจพวกเรา’ งั้นเหรอ? บ้านแกมันลำบากขนาดนั้นเลยหรือไง?”
ซ่งไห่เจี้ยนแสร้งทำหน้าเศร้าทันที เล่าเรื่องราวความลำบากของครอบครัวให้ฟังด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย ทั้งเรื่องพ่อที่จากไป แม่ที่ล้มป่วยจนทำงานหนักไม่ได้ และน้องๆ อีกสองคนที่ยังเล็ก...
หยางอ้ายหมินและหวังเป่าเป่าที่ฟังอยู่ สีหน้าเปลี่ยนไปทันที จากที่ดูดุดันกลายเป็นมีความรู้สึกผิดและเห็นอกเห็นใจฉายชัดออกมา
โถ่เอ๊ย... เด็กคนนี้ชีวิตรันทดขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?
หยางอ้ายหมินรู้สึกผิดจนอยากจะตบหน้าตัวเอง ให้ตายเถอะ! เมื่อกี้ฉันดันไปดุเขาซะแรง แถมยังกินของเขาฟรีอีก! ว่าแล้วหยางอ้ายหมินก็ยกมือขึ้นตบหน้าตัวเองดังฉาด! ทำเอาเฝิงอวี้เฟินและซ่งไห่เจี้ยนตกใจจนตาค้าง อยู่ดีๆ จะทำร้ายตัวเองทำไม?
หยางอ้ายหมินไม่ได้สนใจสายตาใคร เขาล้วงกระเป๋าหาเงิน แต่ทั้งตัวมีติดอยู่แค่ 1 เหมา 2 เฟิน เขาจึงหันไปไถเงินจากหวังเป่าเป่าต่อ “เป่าเป่า มีเงินไหม เอามาให้ฉันหน่อย”
หวังเป่าเป่าควานหาจนเจอเงินอีก 5 เฟิน
“แกนี่มันไม่ได้เรื่องจริงๆ เงินเดือนตั้ง 30 หยวน ทำไมมีติดตัวไม่ถึง 5 เหมา!” หยางอ้ายหมินบ่นลูกน้อง
“โถ่พี่... เงินเดือนผมออกก็ให้แม่หมดเลย... แล้วพี่ล่ะ พ่อแม่ให้เงินใช้เดือนละ 5 หยวนไม่ใช่เหรอ?” หวังเป่าเป่าเถียงกลับเสียงเบา
“แกดูด้วยว่านี่มันปลายเดือนแล้ว 5 หยวนมันจะไปพอกินได้ยังไง!”
หยางอ้ายหมินยื่นเงินรวม 1 เหมา 7 เฟินให้ซ่งไห่เจี้ยน “ไอ้หนู ส่วนที่เหลือพี่ติดไว้ก่อนนะ”
ซ่งไห่เจี้ยนรีบเอามือไขว้หลัง “พี่ครับผมไม่เอา! พี่ช่วยพวกเราไว้ตั้งเยอะ ผมรับเงินพี่ไม่ได้หรอกครับ ไม่งั้นพ่อผมต้องมาเข้าฝันด่าผมว่าไม่มีน้ำใจแน่ๆ!”
หยางอ้ายหมินทำหน้าเจ็บปวด “พอเลย อย่าพูดถึงพ่อแกอีกเลย เอาเงินนี่ไปเถอะ ถ้าพ่อแกจะมาด่า ก็ให้เขามาหาพี่แทน... เอ๊ย! ไม่ใช่! พี่หมายถึงพี่เต็มใจให้”
สุดท้ายหยางอ้ายหมินก็ยัดเงินใส่มือซ่งไห่เจี้ยนจนสำเร็จ พร้อมกับตบไหล่เด็กชายเบาๆ “วันหลังถ้าใครในโรงงานหรือแถวนี้มาหาเรื่องพวกเธออีกล่ะก็... บอกชื่อ ‘หยางอ้ายหมิน’ ไปได้เลย! รับรองว่าไม่มีใครกล้าหือ!”
จบบท