- หน้าแรก
- เกิดใหม่ พลิกชะตาหมู่บ้านชาวประมง
- บทที่ 21 หากปล่อยไว้นานกว่านี้จะมีอันตรายถึงชีวิต!
บทที่ 21 หากปล่อยไว้นานกว่านี้จะมีอันตรายถึงชีวิต!
บทที่ 21 หากปล่อยไว้นานกว่านี้จะมีอันตรายถึงชีวิต!
ภาพสองข้างทางที่เกวียนวัววิ่งผ่าน ไม่ใช่บ้านดินกำแพงสีเหลืองหลังคามุงจาก ก็เป็นทุ่งนาที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ช่วงนี้เป็นกลางเดือนเก้าตามปฏิทินจันทรคติ อีกประมาณเดือนกว่าๆ ก็จะถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าวนาปีรอบที่สอง การได้เห็นรวงข้าวสีทองเต็มทุ่งทำให้นึกถึงความสุขของการเก็บเกี่ยวขึ้นมาทันที
ซ่งไห่เจี้ยนไม่ได้เห็นภาพแบบนี้มาหลายสิบปีแล้ว เขามองดูอย่างหลงใหลจนไม่รู้สึกว่าเวลาผ่านไปนานเลยแม้แต่น้อย ไม่นานนักเกวียนวัวก็เข้าสู่ตัวเมืองและจอดลงตรงทางแยก
ผูชุนเซิง หันกลับมาบอกเฝิงอวี้เฟิน "พี่สะใภ้ครับ เดินไปตามทางนี้จะถึงโรงพยาบาลประชาชนได้ใกล้ที่สุด พวกผมต้องรีบไปที่สหกรณ์ต่อ คงไม่ได้ไปส่งนะครับ"
เฝิงอวี้เฟินรีบบอก "ไม่เป็นไรจ้ะ ไม่ต้องส่งหรอก" ก่อนจะหยิบสัมภาระพาลูกชายลงจากเกวียน
"พ่อผมกำชับมาเป็นพิเศษว่าให้รอรับพวกพี่กลับพร้อมกัน เดี๋ยวพอผมทำธุระเสร็จ จะไปหาที่โรงพยาบาลนะครับ"
"จ้ะ ได้เลย!"
เมื่อผูชุนเซิงขับเกวียนจากไปแล้ว เฝิงอวี้เฟินก็หยิบมันเทศออกจากห่อสัมภาระยื่นให้ลูกชาย "ไห่เจี้ยน กินมื้อเช้าก่อนเถอะ กินเสร็จแล้วเราค่อยหาที่นั่งพักแถวนี้สักหน่อย แล้วค่อยไปหาอาชุนเซิง บอกเขาว่าลูกรักษาหูเสร็จแล้ว"
ทว่าหลังจากซ่งไห่เจี้ยนรับมันเทศไป เขากลับจูงมือแม่มุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลแทน
เฝิงอวี้เฟินตกใจและระแวงทันที "จะทำอะไรน่ะ? ลูกจะไปโรงพยาบาลจริงๆ เหรอ?"
"ครับ หูผมรู้สึกไม่ค่อยสบายจริงๆ ไหนๆ ก็มาแล้ว ไปตรวจหน่อยเถอะครับ" ซ่งไห่เจี้ยนพูดปดคำโตโดยไม่กะพริบตา
เฝิงอวี้เฟินหน้าเสีย "ไหนลูกบอกว่าไม่เป็นไรไง? ทำไมถึงไม่สบายขึ้นมาล่ะ? หรือว่ามันจะบาดเจ็บจริงๆ..."
เมื่อมาถึงโรงพยาบาล ซ่งไห่เจี้ยนกลับพาแม่ไปตรวจร่างกายแทน แม้โรงพยาบาลในยุคนี้จะยังมีอุปกรณ์ไม่ครบครันนัก แต่เขาก็ยืนกรานจนได้พบคุณหมอแผนกอายุรกรรมที่เป็นหมอจีนอาวุโส
ในชาติที่แล้ว แม่เสียชีวิตเพราะทำงานหนักจนล้มป่วย ตอนที่แม่จากไปนั้นแม่กระอักเลือดออกมาเยอะมาก ภาพติดตานั้นเขาไม่มีวันลืมได้เลยตลอดสองชาติภพ ดังนั้นทันทีที่เขากลับมา สิ่งแรกที่เขาคิดคือการหาเงินเพื่อพาแม่มาหาหมอ
เดิมทีเขาตั้งใจจะใช้เวลาหนึ่งเดือนหาเงินให้ครบ 30 หยวนก่อนค่อยพาแม่มา แต่ตบของย่าในวันนั้นกลับทำให้เขาได้เงิน 30 หยวนมาเร็วกว่าที่คิด ซ่งไห่เจี้ยนจึงไม่อยากจะรอต่อแม้แต่วันเดียว
อย่างไรก็ตาม เขารู้จักนิสัยของแม่ดีว่าถ้าบอกว่าจะพามาตรวจร่างกาย แม่ย่อมไม่มีวันยอมแน่นอน เขาจึงต้องค่อยๆ หลอกล่อจนพามาถึงหน้าหมอได้สำเร็จ
หมอจีนอาวุโสเห็นท่าทางกังวลของเด็กชายจึงหันไปพูดกับเฝิงอวี้เฟินว่า "สหาย คุณโชคดีนะที่มีลูกกตัญญูขนาดนี้"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ความไม่พอใจและคำตำหนิที่ลูกชายหลอกล่อมาโรงพยาบาลก็จางหายไปจากใจของเฝิงอวี้เฟินทันที สีหน้าของนางอ่อนโยนลงและพยักหน้าให้คุณหมอ "ใช่ค่ะ เขาเป็นห่วงสุขภาพฉัน วันนี้เลยหลอกฉันมาโรงพยาบาลจนได้"
สีหน้าของคุณหมอเริ่มจริงจังขึ้น "ถ้าอย่างนั้นคุณยิ่งต้องขอบคุณเขานะ เพราะอาการของคุณน่ะ ถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้ เกรงว่าจะมีอันตรายถึงชีวิต คุณไม่รู้สึกตัวเลยเหรอว่าตอนนี้ตัวเองเริ่มหายใจไม่สะดวกแล้ว?"
เฝิงอวี้เฟินชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบอ้อมแอ้มว่า "มันเป็นโรคประจำตัวน่ะค่ะ..."
"โรคประจำตัวก็น่ากลัวถึงชีวิตได้นะ" คุณหมอจีนส่ายหน้า "พื้นฐานปอดและหัวใจของคุณไม่ค่อยดีอยู่แล้ว แถมยังเป็น 'ไห่นวี่' (หญิงเก็บของทะเล) ที่ต้องดำน้ำกลั้นหายใจมานานหลายปี ยิ่งส่งผลเสียต่อหัวใจและปอดอย่างหนัก จากที่ผมวินิจฉัย ความเสียหายที่หัวใจและปอดของคุณมันรุนแรงมากแล้วนะ ถ้าปล่อยไว้แบบนี้อีกแค่ไม่กี่ปี ต่อให้ท่านหมอเทวดาหัวทั่ว (หมอชื่อดังในประวัติศาสตร์จีน) มาเองก็ช่วยไม่ได้"
เมื่อได้ยินถึงตรงนี้ เฝิงอวี้เฟินถึงเพิ่งตระหนักถึงความรุนแรงของเรื่อง หัวใจนางเต้นระรัวด้วยความกลัว นางถามด้วยเสียงสั่นเครือ "แล้วตอนนี้... ยังพอจะรักษาหายไหมคะ?"
และนี่คือคำถามที่ซ่งไห่เจี้ยนเองก็อยากรู้ที่สุดเช่นกัน...
จบบท