- หน้าแรก
- ระบบไม่ปลื้ม: ผมใช้บัคอัปเกรดของฟรีจนเป็นเทพ
- บทที่ 100 - ไป๋เยี่ยเป็นผู้เล่นจริงๆ เหรอเนี่ย?
บทที่ 100 - ไป๋เยี่ยเป็นผู้เล่นจริงๆ เหรอเนี่ย?
บทที่ 100 - ไป๋เยี่ยเป็นผู้เล่นจริงๆ เหรอเนี่ย?
บทที่ 100 - ไป๋เยี่ยเป็นผู้เล่นจริงๆ เหรอเนี่ย?
"อึก..." วินาทีที่ [จ้องมองมรณะ] ทำงาน เสียงคำรามแหบพร่าก็เล็ดลอดออกมาจากปากของหัวหน้ากองกำลังรักษาเมือง
รูม่านตาของเขาหดเกร็งสั่นระริก สองมือกระตุกดึงสายบังเหียนแน่นโดยไม่รู้ตัว ม้าศึกใต้หว่างขาเองก็ได้รับผลกระทบจากพลังอำนาจนี้เช่นกัน มันส่งเสียงร้องคำรามด้วยความหวาดกลัวจนเสียขบวนไปในพริบตา
-201870
ตัวเลขดาเมจทะลุสองแสนเด้งขึ้นมา
[จ้องมองมรณะ] สร้างความเสียหายแบบทรูดาเมจ ดังนั้นต่อให้พลังป้องกันเวทมนตร์ของเขาจะสูงลิ่วแค่ไหนก็ไม่อาจต้านทานได้เลยแม้แต่น้อย
ทว่าหลอดเลือดของเขากลับดูเหมือนไม่ได้ลดลงเลยสักนิด
แต่นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น
วินาทีต่อมา ตัวเลขสุดสยองที่ทำเอาทุกคนช็อกตาตั้งก็เด้งขึ้นมา
-4800000000!
ภายนอกเมืองจื่อชวน ผู้เล่นชาวซากุระทุกคนที่ได้เป็นประจักษ์พยานในฉากนี้ต่างก็สูดลมหายใจเข้าลึกจนเสียวฟัน ราวกับกำลังช่วยเพิ่มอุณหภูมิความร้อนให้กับดินแดนต้องห้ามของทวยเทพก็ไม่ปาน
แม้แต่กองกำลังรักษาเมืองที่กำลังควบม้าบุกเข้ามาก็ยังถูกตัวเลขดาเมจอันน่าสะพรึงกลัวนี้หลอกหลอนจนต้องหยุดชะงัก
ชั่วขณะนั้น กลับไม่มีใครกล้าก้าวเท้าออกไปข้างหน้าอีกเลย!
[หน่วย สิบ ร้อย พัน หมื่น... โคตรพ่อโคตรแม่... องค์เทพีอามาเทราสึ ใครก็ได้ช่วยบอกฉันทีว่าดาเมจเมื่อกี้มันเท่าไหร่กันแน่?]
[สี่... สี่พันแปดร้อยล้าน!!!]
[ไป๋เยี่ยเขา... เป็นผู้เล่นเหมือนพวกเราจริงๆ เหรอ?]
[เมื่อกี้มีใครอัดคลิปไว้ไหม? ต้องรีบเอาข้อมูลนี้ไปบอกทุกคนนะ]
[ฉันอัดไว้อยู่ตลอดเลย]
ดาเมจหลักสิบหลัก ทำให้ผู้เล่นชาวซากุระเหล่านี้ต้องขยี้ตาตัวเองด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
ต่อให้ไป๋เยี่ยจะนำโด่งทิ้งห่างในบอร์ดจัดอันดับเลเวล แต่นั่นก็แค่เลเวล 29 ไม่ใช่หรือไง?
ผู้เล่นเลเวล 29 คนหนึ่ง มันไปทำดาเมจวิปริตฝืนกฎฟ้าขนาดนั้นได้ยังไงกัน?
ถ้าไม่ได้มาเห็นด้วยตาตัวเอง ขืนเอาไปเล่าให้ใครฟังก็คงไม่มีใครเชื่อหรอก!
[คำเตือน: คุณใช้งาน "จ้องมองมรณะ" ใส่หัวหน้ากองกำลังรักษาเมืองจื่อชวน เกาเฉียวอีหลาง ระบบประเมินว่าระดับสิ่งมีชีวิตของคุณอยู่สูงกว่าอีกฝ่าย]
เมื่อเห็นข้อความแจ้งเตือนจากระบบนี้ ซูมู่ไป๋ก็มีความเข้าใจเกี่ยวกับอาชีพจ้าวแห่งความตายลึกซึ้งขึ้นไปอีกขั้น
ตัวตนอันแข็งแกร่งที่มองไม่เห็นแม้แต่ข้อมูลสถานะ หัวหน้ากองกำลังรักษาเมืองที่สามารถสังหารผู้กล้าโครงกระดูกที่ได้รับการเสริมพลังได้ในพริบตา ระดับสิ่งมีชีวิตของมันกลับยังคงด้อยกว่าเขา!
ดาเมจ 4800 ล้านเมื่อครู่นี้ ก็คือเอฟเฟกต์ข้อที่สามของ [จ้องมองมรณะ]
ตราบใดที่ระดับสิ่งมีชีวิตของเป้าหมายต่ำกว่าซูมู่ไป๋ ค่าสถานะทั้งหมดก็จะถูกบังคับให้ลดลง 20%!
เมื่อบวกกับเอฟเฟกต์คุณลักษณะวิบัติประจำอาชีพเข้าไปอีก มันก็คือ 40%!
นั่นหมายความว่า หลอดเลือดดั้งเดิมของเกาเฉียวอีหลาง สูงปรี๊ดถึง 12000 ล้าน!
คิดดูเถอะว่ามันแข็งแกร่งขนาดไหน
และเพราะช่องว่างของความแข็งแกร่งที่ห่างชั้นกันมากเกินไป เอฟเฟกต์ติดสถานะหวาดกลัวของ [จ้องมองมรณะ] จึงส่งผลกระทบต่อเกาเฉียวอีหลางได้ไม่ถึงสองวินาทีด้วยซ้ำ
เพียงแต่หลังจากสลัดหลุดจากความหวาดกลัวได้แล้ว เขากลับไม่ได้เปิดฉากจู่โจมในทันที ทว่าเอาแต่จ้องมองซูมู่ไป๋ด้วยแววตาหวาดระแวงและไม่แน่ใจ
"เมื่อกี้แกทำอะไรกับฉัน?"
เมื่อสัมผัสได้ถึงความอ่อนแอของตัวเอง เกาเฉียวอีหลางก็ไม่เหลือเค้าความโอหังเหมือนก่อนหน้านี้อีกเลย
จากประโยคนี้ก็พอจะดูออกแล้วว่า แม้มันจะเก่งกาจ แต่ก็ยังห่างชั้นกับตัวตนอย่างซือถูจี๋และฮว๋ายเจียนอยู่อีกไกลโข
อย่างน้อยมันก็มองอาชีพของซูมู่ไป๋ไม่ออก ไม่อย่างนั้นคงไม่ตื่นตระหนกขนาดนี้หรอก
ซูมู่ไป๋มองเกาเฉียวอีหลางอย่างผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่า เขายิ้มบางๆ แล้วโบกมือลา
"ลาก่อน"
เขาไม่มีนิสัยชอบตอบคำถามศัตรูเสียด้วยสิ
วินาทีต่อมา ม่านแสงสีเทาจางๆ ก็ปรากฏขึ้น ปิงซวงกระพือปีกสั่นไหว ร่างของมันหายวับไปจากจุดเดิมในพริบตา
"อะไรนะ?" เกาเฉียวอีหลางหน้าถอดสี มันพุ่งพรวดเข้าหาม่านแสง แต่ร่างกลับทะลุผ่านไปโดยไม่มีอะไรขวางกั้น
สีหน้าของมันแปรเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำ อุตส่าห์ลงมือเองแท้ๆ แต่กลับปล่อยให้ไป๋เยี่ยหนีรอดไปได้!
ทว่าวินาทีต่อมา เสียงกรีดร้องโหยหวนที่ดังมาจากด้านหลัง ก็ทำเอามันต้องหันขวับกลับไปมอง
"ไป๋เยี่ย แกกล้าดีกยังไง!!!"
มันคิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าไป๋เยี่ยนอกจากจะไม่หนีแล้ว กลับไปโผล่อยู่ในตำแหน่งที่ใกล้กับเมืองจื่อชวนยิ่งกว่าเดิมเสียอีก
ถูกต้องแล้ว ซูมู่ไป๋ไม่ได้ใช้ม่านมรณะในการหลบหนี แต่เขากระโดดข้ามระยะทาง 1600 เมตร ไปปรากฏตัวอยู่ด้านหลังของกองกำลังรักษาเมืองทั้งหมดอย่างกะทันหัน
และตรงนั้น ก็มีพวกผู้เล่นชาวซากุระหลายพันคนที่กำลังยืนดูเรื่องสนุกอยู่นั่นเอง!
เมื่อเห็นราชันมังกรน้ำแข็งยักษ์โผล่มาอยู่เหนือหัวอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ผู้เล่นชาวซากุระเหล่านี้ก็ถึงกับอ้าปากค้าง
เดี๋ยวนะ ตอนนี้นายควรจะหนีไม่ใช่หรือไง? ทำไมถึงยังกล้าโผล่หัวมาอีกวะ?
วินาทีนี้ ก้นบึ้งหัวใจของพวกเขามีแต่ความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ทำไมถึงต้องรั้นอยู่ดูเรื่องสนุกตรงนี้ด้วยเนี่ย?
แต่จะมาเสียใจตอนนี้ก็สายไปแล้ว วินาทีที่ปิงซวงโผบินออกมาจากม่านมรณะ ในปากของมันก็รวบรวมพลังงานน้ำแข็งและลมหายใจมังกรอันร้อนระอุเอาไว้เต็มเปี่ยม
ตูม! [ลมหายใจมังกรน้ำแข็ง]!
ลำแสงพลังงานสีฟ้าครามอันทรงพลังสาดซัดลงมาเบื้องล่าง ตัวเลขดาเมจเป็นพรวนเด้งขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง
-8980000 -18060000 -9010000...
ชั่วพริบตา ผู้เล่นชาวซากุระที่อยู่ในระยะของลมหายใจมังกรน้ำแข็งก็ถูกแช่แข็งกลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็งไปจนหมดเกลี้ยง
เมื่อปิงซวงกระพือปีกบินโฉบต่ำผ่านไป เส้นทางสายน้ำแข็งก็ถูกเนรมิตขึ้นที่นอกเมืองจื่อชวน
สิ่งที่ประกอบขึ้นเป็นเส้นทางสายนี้ ก็คือชีวิตของผู้เล่นชาวซากุระนั่นเอง
[ดูดซับวิญญาณทำงาน แต้มวิญญาณ +0.1]...
ข้อความแจ้งเตือนจากระบบเด้งรัวหน้าจออีกครั้ง แต่ตอนนี้ซูมู่ไป๋ไม่มีกะจิตกะใจจะมาสนใจเรื่องพวกนี้แล้ว
ม้าศึกของเกาเฉียวอีหลางถึงกับควบตะบึงเหยียบอากาศพุ่งเข้ามา ดาบยาวที่สะท้อนแสงเย็นเยียบมาจ่ออยู่ตรงหน้าแล้ว!
ในขณะเดียวกัน เสียงคำรามกึกก้องก็ดังมาจากภายในเมืองจื่อชวน
"ไป๋เยี่ย ข้าจะต้องสับเจ้าเป็นหมื่นๆ ชิ้นให้ได้!"
นี่คือเสียงตวาดด้วยความโกรธเกรี้ยวของเจ้าเมือง พลังอำนาจอันแข็งแกร่งสายหนึ่งปะทุขึ้นจากภายในเมือง
ไฟวิญญาณในดวงตาของปิงซวงสั่นไหว น้ำเสียงร้อนรนดังก้องขึ้นในหัวของซูมู่ไป๋
"เจ้านาย รีบหนีเร็ว ไอ้หมอนี่มันเก่งกว่าแร้งมารขนทมิฬซะอีก!"
ซูมู่ไป๋ย่อมไม่อยู่รอให้โง่ เมื่อม่านแสงสีเทาจางๆ สว่างวาบขึ้น เกาเฉียวอีหลางก็สูญเสียเป้าหมายในพริบตา ดาบยาวแทงทะลุม่านแสงไปอย่างสูญเปล่า
หลงเหลือเพียงคำพูดทิ้งท้ายของซูมู่ไป๋ที่ดังก้องอยู่ในหู
"ของขวัญพบหน้าชิ้นนี้เป็นยังไงบ้างล่ะ?"
ร่างของปิงซวงหายวับไปอีกครั้ง เมื่อปรากฏตัวขึ้น มันก็อยู่ห่างจากจุดเดิมไปถึง 3200 เมตรแล้ว!
โดยมีพิกัดเริ่มต้นเป็นจุดศูนย์กลาง ซูมู่ไป๋กระโดดข้ามระยะทางสูงสุดของม่านมรณะไปได้ในรวดเดียว
ทันใดนั้นปิงซวงก็ถูกเก็บกลับไป ร่างของซูมู่ไป๋หายวับไปอีกครั้ง
[เคลื่อนย้ายแดนมรณะ]!
ซูมู่ไป๋ไปโผล่ที่ระยะ 640 เมตร วินาทีที่ร่างกำลังร่วงหล่นลงมา ปิงซวงก็โผบินออกมาจากช่องเก็บสัตว์ขี่ มารองรับร่างของเขาเอาไว้ได้อย่างพอดิบพอดี
มันสยายปีกสั่นไหว ความเร็วของปิงซวงพุ่งทะยานถึงขีดสุดในชั่วพริบตา!
ดูเผินๆ เหมือนมันเพิ่งจะโผล่ออกมาจากช่องเก็บสัตว์ขี่ แต่ในความเป็นจริง ซูมู่ไป๋ได้วางม่านมรณะเอาไว้สองจุดตรงทางออก
ก่อนที่จะออกมา ปิงซวงได้สลับตำแหน่งไปมาระหว่างม่านแสงทั้งสองจุดเพื่อเร่งความเร็วอย่างต่อเนื่อง
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในเสี้ยววินาที กว่าเกาเฉียวอีหลางจะตั้งสติได้และหันกลับไปมอง ก็เห็นเพียงเงาของปิงซวงที่ค่อยๆ เลือนหายไปจากสายตาด้วยความเร็วสูง
ร่างร่างหนึ่งพุ่งทะยานออกมาจากเมืองจื่อชวน โดยไม่หยุดพักแม้แต่น้อย มันมุ่งหน้าไล่ตามทิศทางที่ปิงซวงจากไปอย่างสุดกำลัง
"ห้ามปล่อยให้มันหนีรอดไปได้เด็ดขาด!"
น้ำเสียงของเจ้าเมืองตู้เปียนเช่ออัดแน่นไปด้วยความเดือดดาล เกาเฉียวอีหลางรีบพุ่งทะยานตามไปติดๆ
[จบแล้ว]