เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 40 - ขืนยังโกงวิปริตแบบนี้ต่อไป จะโดนแบนไอดีไหมเนี่ย?

บทที่ 40 - ขืนยังโกงวิปริตแบบนี้ต่อไป จะโดนแบนไอดีไหมเนี่ย?

บทที่ 40 - ขืนยังโกงวิปริตแบบนี้ต่อไป จะโดนแบนไอดีไหมเนี่ย?


บทที่ 40 - ขืนยังโกงวิปริตแบบนี้ต่อไป จะโดนแบนไอดีไหมเนี่ย?

[จ้องมองมรณะ]: (SSS) เลเวล 1 (0/50) สกิลกดใช้

จ้องมองเป้าหมาย แผดเผาวิญญาณ

ผลของสกิล:

สร้างทรูดาเมจเท่ากับ 500% ของพลังเวทมนตร์ทุกๆ วินาที ต่อเนื่อง 10 วินาที

สิ่งมีชีวิตที่ถูกจ้องมองจะติดสถานะหวาดกลัวอย่างต่อเนื่อง

สิ่งมีชีวิตที่มีระดับสิ่งมีชีวิตต่ำกว่าคุณ เมื่อถูกจ้องมองจะถูกบังคับลดค่าสถานะทั้งหมดลง 20% ทันที ผลลัพธ์นี้จะตัดสินจากระดับสิ่งมีชีวิตเท่านั้น และไม่สามารถใช้ค่าความต้านทานใดๆ มาหักล้างได้

สิ่งมีชีวิตที่ถูกสังหารด้วยสกิลจ้องมองมรณะจะต้องเผชิญกับความเจ็บปวดแสนสาหัส เมื่อเกิดใหม่จะตกอยู่ในสถานะอ่อนแอ ค่าสถานะทั้งหมดลดลง 40% เป็นเวลา 12 ชั่วโมง

ร่ายเวททันที คูลดาวน์ 60 วินาที ใช้มานา 5%

ไม่ต้องร่ายเวทต่อเนื่องหลังจากกดใช้ ระยะโจมตีสูงสุด 100 เมตร

(ทุกที่ที่สายตาคุณทอดทิ้งไป ความตายจะติดตามเป็นเงาตามตัว)

รายละเอียดของสกิลจ้องมองมรณะทำเอาซูมู่ไป๋ถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง

"นี่น่ะเหรออานุภาพของสกิลระดับ SSS?"

ทรูดาเมจวินาทีละห้าร้อยเปอร์เซ็นต์ สถานะหวาดกลัวต่อเนื่อง บังคับหักสเตตัสยี่สิบเปอร์เซ็นต์ แถมตายไปเกิดใหม่ยังต้องติดดีบัฟอ่อนแอไปอีกครึ่งค่อนวัน

ออปชันพวกนี้ แค่หยิบยกออกมาข้อเดียวก็เอาไปทำเป็นสุดยอดสกิลเทพได้สบายๆ แล้ว

ที่สำคัญคือสกิลบ้าบอนี่ดันกดปุ๊บติดปั๊บ ไม่ต้องเสียเวลายืนร่ายให้เป็นเป้านิ่งอีกต่างหาก

"นี่มันโกงทะลุฟ้าชัดๆ!"

"แค่มองหน้าก็ตายแล้วเหรอเนี่ย?"

ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะสบถพึมพำออกมาเบาๆ

"แบบนี้มันสกิลเทพสายตาพิฆาตชัดๆ!"

เขาจินตนาการไม่ออกเลยจริงๆ ว่าจะมีผู้เล่นคนไหนหน้าหนาพอจะรับทรูดาเมจระดับห้าร้อยเปอร์เซ็นต์จากค่าพลังเวทของเขาได้

แต่สิ่งที่ชวนขนลุกยิ่งกว่านั้นคือตรงมุมขวาล่างของไอคอนสกิลจ้องมองมรณะ ดันมีเงารูปร่างมนุษย์เล็กๆ ประทับอยู่ด้วย

สัญลักษณ์นี้เป็นเครื่องยืนยันว่าสกิลนี้ได้รับผลพวงจากพรสวรรค์สายอาชีพแห่งความหายนะเรียบร้อยแล้ว

ความสามารถคูณสอง!

ทรูดาเมจเพิ่มเป็นสิบเท่าต่อวินาที ระยะโจมตีขยายเป็นสองร้อยเมตร

นาทีนี้ซูมู่ไป๋อยากจะตะโกนถามดังๆ ว่า "ยังมีใครกล้าหืออีกไหม!"

การมีสกิลจ้องมองมรณะติดตัว ทำให้เขาไม่ต้องทนยืนเต๊ะท่าเป็นกระสอบทรายให้ลูกน้องโครงกระดูกทำดาเมจแทนอีกต่อไป

เรื่องเดียวที่ยังคาใจเขาอยู่คือคำอธิบายในผลลัพธ์ข้อที่สามต่างหาก

"ระดับสิ่งมีชีวิตมันใช้อะไรเป็นเกณฑ์วัดกันนะ?"

ชายหนุ่มลูบคางตัวเองเบาๆ ประกายความสงสัยวาบผ่านดวงตา

แต่เพียงไม่นานเขาก็ส่ายหน้าสลัดความคิดนั้นทิ้งไป

ของแบบนี้มานั่งเพ่งให้ตาแตกก็คงไม่ได้คำตอบ เอาไว้ลองใช้บ่อยๆ เดี๋ยวก็คงจะจับทางได้เองแหละน่า

แถมสภาพที่เห็นตอนนี้ก็ไม่ใช่ร่างสุดยอดของสกิลจ้องมองมรณะเสียด้วย

ซูมู่ไป๋สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ความรู้สึกตื่นเต้นระคนประหม่าเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ

นี่จะเป็นครั้งแรกที่เขาได้ลองลักไก่เลื่อนขั้นสกิลระดับ SSS ความตื่นเต้นนี้เป็นรองก็แค่ตอนใช้บัคสร้างตัวละครกับตอนสุ่มได้อาชีพหายนะเท่านั้นแหละ

[หายนะ]!

[เป้าหมาย: จ้องมองมรณะ]

ทว่าครั้งนี้ เสียงระบบที่ดังก้องขึ้นในหัวกลับแตกต่างไปจากทุกครั้งอย่างสิ้นเชิง

[ขออภัย สกิลนี้บรรลุขีดจำกัดสูงสุดของดินแดนต้องห้ามของทวยเทพแล้ว ไม่สามารถใช้หายนะได้]

"ล้มเหลวเนี่ยนะ!"

นับตั้งแต่ค้นพบบัคพรสวรรค์หายนะ นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่ซูมู่ไป๋ต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้

ครั้งแรกคือตอนที่เขาพยายามจะกดเลื่อนขั้นสกิลหายนะซ้ำซ้อน แต่กลับโดนเกมหมื่นภพตามมาอุดรอยรั่วเอาไว้ทัน

เขายังจำข้อความแจ้งเตือนในตอนนั้นได้แม่นยำ

[ขออภัย ระดับของสกิลนี้ก้าวข้ามขีดจำกัดไปแล้ว ไม่สามารถใช้หายนะได้]

แม้จะลงเอยด้วยความล้มเหลวเหมือนกัน ทว่าเนื้อหาในคำอธิบายกลับแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว

"ขีดจำกัดของดินแดนต้องห้ามของทวยเทพงั้นเหรอ?"

เขาเพ่งพิจารณาทุกตัวอักษรบนหน้าต่างระบบอย่างละเอียดถี่ถ้วน สมมติฐานบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นในหัว

ดูเหมือนว่าถ้าอยากจะทะลวงสกิลให้เหนือกว่าระดับ SSS เขาคงต้องหาทางออกไปจากดินแดนต้องห้ามแห่งนี้ให้ได้เสียก่อน

ในขณะเดียวกันเขาก็ฉุกคิดถึงอีกปัญหาหนึ่งขึ้นมาได้

ตอนที่เขาใช้หายนะกับลูกแก้วคริสตัลของฮาร์ลอนในดันเจี้ยนดินแดนแห่งสายหมอก ระบบมันมีตัวเลือกโผล่ขึ้นมาให้เลือกตั้งสามข้อไม่ใช่หรือไง!

ตอนนั้นเขาเลือกข้อแรกเพื่อรับของฟรี เลื่อนระดับไอเทมภารกิจจากระดับอีปิกให้กลายเป็นระดับตำนาน

ถ้างั้นตัวเลือกที่สองก็คงเป็นระดับสูงสุดที่ระบบยอมรับได้ นั่นก็คือระดับเทวตำนาน

แล้วตัวเลือกที่สามล่ะ?

ไอเทมที่เหนือกว่าระดับเทวตำนาน?

มันคือระดับอะไรกันแน่?

ทำไมอุปกรณ์สวมใส่ถึงสามารถก้าวข้ามระดับเทวตำนานไปได้ แต่สกิลกลับถูกล็อกเป้าไว้แค่ระดับ SSS ล่ะ?

"หรือความจริงแล้วระดับของสกิล SSS มันสูงส่งกว่าระดับเทวตำนานไปอีกขั้นหนึ่งกันนะ?"

ความคิดมากมายตีกันยุ่งเหยิงอยู่ในหัว ซูมู่ไป๋ในตอนนี้ทำได้แค่ปะติดปะต่อเรื่องราวเอาเองคร่าวๆ เท่านั้น

แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมา ในเมื่อบทสรุปคือสกิลระดับ SSS ได้แตะเพดานสูงสุดไปแล้วชั่วคราว

เมื่อหมดสิทธิ์รับของฟรี ซูมู่ไป๋ก็จำต้องปล่อยวาง

แต่ถึงอย่างนั้น ด้วยผลพวงจากพรสวรรค์สายอาชีพสุดวิปริต ต่อให้เป็นสกิลระดับ SSS เหมือนชาวบ้านเขา แต่อานุภาพที่เขาใช้มันก็แรงทะลุหลอดกว่าคนอื่นถึงสองเท่าตัวอยู่ดี

การอัปเลเวลจากเก้ามาสิบ แม้จะเป็นเพียงแค่ก้าวเดียว แต่ความแข็งแกร่งของซูมู่ไป๋กลับพลิกโฉมไปอย่างมหาศาล

เมื่อค่าวิญญาณผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ ชายหนุ่มก็รีบงัดเอาเสื้อคลุมผู้พร่ำเพ้อแห่งความตายมาสวมทับร่างทันที

เสื้อคลุมสีดำสนิทราวกับรัตติกาลทิ้งตัวลงปกคลุมเรือนร่างของเขา ลวดลายอักขระสีเทาอ่อนที่สลักอยู่บนเนื้อผ้าช่วยเสริมความลึกลับให้ซูมู่ไป๋ดูน่าเกรงขามยิ่งขึ้น

กลิ่นอายแห่งความตายจางๆ แผ่ซ่านออกมารอบตัว ให้ความรู้สึกเย็นเยียบจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้

ซูมู่ไป๋กดเปิดหน้าต่างสถานะขึ้นมาเพื่อเช็กความเปลี่ยนแปลงอันน่าสะพรึงกลัวของตัวเอง

[หน้าต่างสถานะ]

[ผู้เล่น: ไป๋เยี่ย]

[เลเวล: 10 (0%)]

[อาชีพ: จ้าวแห่งความตาย] (อาชีพซ่อนเร้นเฉพาะตัว)

[อาชีพรอง: นักตรวจสอบขั้นกลาง]

[วิญญาณ: 490]

[ความคล่องตัว: 286]

[ร่างกาย: 261]

[พละกำลัง: 211]

[พลังชีวิต: 1/1] (ไม่ทราบสาเหตุ ขีดจำกัดสูงสุดไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้ถาวร)

[แชร์พลังชีวิต: 100 ล้าน / 100 ล้าน] (ตัวเลขที่แท้จริงคือ 100584000 เกิดจากการนำพลังชีวิตของโครงกระดูกทั้งหมดมารวมกันแล้วคูณสอง)

[มานา: 30290/30290] (1 แต้มวิญญาณ = 60 แต้มมานา)

[พลังเวทมนตร์: 2497] (1 แต้มวิญญาณ = 3 แต้มพลังเวทมนตร์)

[อัตราคริติคอลเวท: 35%]

[ความเสียหายคริติคอล: 250%]

[พลังป้องกันกายภาพ: 467]

[พลังป้องกันเวทมนตร์: 1825]

[ต้านทานธาตุ: ทุกธาตุ 10%]

[พรสวรรค์เฉพาะ: หายนะ (ระดับต้องห้าม มีเพียงหนึ่งเดียว)]

[สกิลอาชีพ: แผดเผา (E) อัญเชิญโครงกระดูกขั้นสูง (B) ขยายมิติอัญเชิญ (B) ออร่าผู้วายชนม์ขั้นสูง (A) แชร์พลังชีวิต (S) เกณฑ์มรณะ (SS) ดูดซับสะท้อนมรณะ (SS) จ้องมองมรณะ (SSS)]

[มิติอัญเชิญ: 340/340]

[อุปกรณ์สวมใส่: (ละไว้)]

[ไอเทมเฉพาะอาชีพ: คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์แห่งความตาย Lv10]

[อายุขัย: ไม่ถึงสามปี]

ซูมู่ไป๋มือไม้สั่นขณะกดปิดหน้าต่างสถานะ ตัวเขาเองยังช็อกกับความโอเวอร์ของสเตตัสตัวเองจนพูดไม่ออก

"เกมหมื่นภพมันเป็นโลกแบบไหนกันแน่เนี่ย?"

"ไอ้หน้าต่างสถานะบ้าบอนี่มันใช่สเตตัสของคนเลเวลสิบจริงๆ เหรอวะ?!"

ขนาดเขายังใส่อุปกรณ์ไม่ครบทุกช่องเลยนะ!

แค่ลำพังคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์แห่งความตายกับไอเทมระดับตำนานอีกสองชิ้น ก็บวกค่าสถานะทุกสายให้เขาไปตั้งสองร้อยแต้มแล้ว

ไอ้ค่าพละกำลังที่เริ่มต้นมาแค่แต้มเดียวและไม่เคยกดอัปเลยนอกจากโบนัสตอนเลเวลอัป ตอนนี้มันยังพุ่งไปแตะสองร้อยสิบเอ็ดแต้มได้หน้าตาเฉย

พลังเวทมนตร์ก็ทะลุสองพันห้า มานาก็เหยียบสามหมื่นไปแบบงงๆ

แต่ของพวกนี้กลายเป็นขี้ปะติ๋วไปเลยเมื่อเอาไปเทียบกับตัวเลขหลักร้อยล้านบนหลอดแชร์พลังชีวิต!

ไอ้ตัวเลขมหาศาลนั่นมันตามมาหลอกหลอนซูมู่ไป๋จนสลัดไม่หลุด

การเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพและปริมาณที่ซ้อนทับกันอย่างบ้าคลั่ง ท้ายที่สุดมันก็ให้กำเนิดตัวตนระดับบัคของเกมขึ้นมาจนได้

ทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนเป็นอานิสงส์จากสองเอฟเฟกต์สุดวิปริตของสายอาชีพหายนะทั้งสิ้น

เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับสกิลอื่นๆ ในเกมหมื่นภพแล้ว พรสวรรค์สายหายนะมันก็คือโปรแกรมโกงดีๆ นี่เอง!

เขาแอบคิดเล่นๆ ว่าต่อให้มีบอสระดับเทวตำนานเลเวลสิบโผล่มา หลอดเลือดมันจะยาวสู้เขาได้หรือเปล่าก็ไม่รู้?

"ขืนยังปล่อยให้ฉันเก่งวิปริตแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ฉันจะไม่โดนเกมหมื่นภพแบนไอดีทิ้งจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย?"

ทันทีที่ความคิดนี้ผุดขึ้นมาในหัว รูม่านตาของซูมู่ไป๋ก็หดเกร็งวูบ

แสงสีขาวสว่างจ้าขึ้นเบื้องหน้า ก่อนที่เงาร่างของใครบางคนจะก้าวเดินออกมาจากแสงนั้น

"ไม่คิดเลยว่าในหมู่ผู้จุติจะมีคนที่ปลุกพลังแบบนี้ขึ้นมาได้ด้วย"

"ไอ้หนู นายโชคดีมาก แล้วก็โชคร้ายมากเหมือนกัน"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 40 - ขืนยังโกงวิปริตแบบนี้ต่อไป จะโดนแบนไอดีไหมเนี่ย?

คัดลอกลิงก์แล้ว