- หน้าแรก
- เมื่อโลกหยุดนิ่ง วันของผมจึงมี สี่สิบแปดชั่วโมง
- บทที่ 430 - ปะทะ
บทที่ 430 - ปะทะ
บทที่ 430 - ปะทะ
บทที่ 430 - ปะทะ
แขนซ้ายงั้นเหรอ? เฟยหงคาดเดาเป้าหมายของลูกศรดอกนี้ของจางเหิงได้อย่างรวดเร็ว จึงตั้งใจจะเอียงตัวหลบไปทางซ้าย ทว่าวินาทีต่อมาม่านตาของเธอก็ต้องหดเกร็งอย่างรุนแรง
จางเหิงปล่อยสายธนู "ลูกศรของปารีส" พุ่งทะยานแหวกว่ายไปในอากาศด้วยวิถีโค้งที่พิสดารขัดต่อหลักการเคลื่อนที่ทางกลศาสตร์ ตรงดิ่งเข้ากลางหว่างคิ้วของเฟยหง การเปลี่ยนแปลงกะทันหันนี้ทำให้เฟยหงตั้งตัวไม่ทัน ประกอบกับลูกศรปกติสามดอกก่อนหน้านี้ได้รบกวนการตัดสินใจของเธอไปในระดับหนึ่ง ในที่สุดจางเหิงก็เผยเขี้ยวเล็บออกมาในวินาทีนี้
นี่คือลูกศรชี้ชะตาแพ้ชนะ!
ทว่าวินาทีต่อมาคนที่ต้องตกใจกลับกลายเป็นจางเหิงเสียเอง ดาบซามูไรของผู้หญิงชุดแดงฝั่งตรงข้ามวาดเป็นเส้นโค้ง และเลื่อนมาบังหน้าไว้ได้อย่างหวุดหวิดในเสี้ยววินาทีสุดท้าย ปัดหัวลูกศรออกไปได้ทันท่วงที "ลูกศรของปารีส" พุ่งเฉียดแก้มของเธอไป ทิ้งรอยแผลเป็นทางยาวเอาไว้ ในขณะเดียวกันระบบปรับทิศทางอันทรงพลังก็ทำให้ "ลูกศรของปารีส" หักเลี้ยวกลางอากาศ แล้วพุ่งเข้าใส่ท้ายทอยของเฟยหงอีกครั้ง
แต่หลังจากนั้น ลูกศรที่สูญเสียพลังงานจลน์ไปเกือบหมดก็ถูกมือข้างหนึ่งคว้าเอาไว้ได้อย่างแน่นหนา
เฟยหงยังไม่ทันได้ถอนหายใจ มีดพกที่ส่องประกายเย็นเยียบก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเธออีกครั้ง
การกล่าวทักทายก่อนลงมือไม่เคยเป็นสไตล์การต่อสู้ของจางเหิง ยิ่งไปกว่านั้น การที่ผู้หญิงชุดแดงพยายามจะฆ่าเอ็ดเวิร์ดเมื่อครู่นี้ก็เป็นการบ่งบอกจุดยืนของเธออย่างชัดเจนแล้ว
บนชั้นสองของลานจอดรถ ร่างสองร่างกำลังกระโดดไปมาบนพื้นคอนกรีต
เฟยหงหอบหายใจอย่างหนักหน่วง เหงื่อกระเด็นเข้าตาจนทำให้เธอรู้สึกแสบๆ คันๆ แต่สิ่งที่ทำให้เธออึดอัดยิ่งกว่าก็คือการโจมตีอันน่าสะพรึงกลัวดั่งพายุบุหงำของอีกฝ่าย ตั้งแต่ได้ดาบมิคาซึกิ มุเนจิกะมา เธอก็มุ่งเน้นไปที่การฝึกฝนวิชาดาบ การต่อสู้ระยะประชิดจึงกลายเป็นจุดแข็งของเธอ
ผู้เล่นที่ต้องมาจบชีวิตลงภายใต้คมดาบเล่มนี้มีมากกว่าสิบคนแล้ว ชื่อเสียงของเฟยหงก็เริ่มเป็นที่เลื่องลือในหมู่ผู้เล่นเช่นกัน
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้พบกับคู่ต่อสู้ที่รับมือยากขนาดนี้ ยิ่งไปกว่านั้นอีกฝ่ายยังใช้วิชาดาบเหมือนกับเธอ แต่วิชาดาบของเขากลับดูเฉียบขาดและชำนาญกว่าเธอมาก ซ้ำยังแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายของความดุดันและทรงพลัง
นี่ไม่ใช่วิชาดาบฉบับเร่งรัดที่ฝึกฝนมาเพียงไม่กี่ปีอย่างแน่นอน มันไม่มีท่วงท่าที่สวยงาม มีแต่กระบวนท่าสังหารที่เน้นความเรียบง่ายและประสิทธิภาพสูงสุด หากไม่ใช่เพราะมีดาบมิคาซึกิ มุเนจิกะอยู่ในมือ ตอนนี้เธอคงพ่ายแพ้ไปแล้ว
ความจริงแล้วเฟยหงรู้ดีว่า ขอเพียงอีกฝ่ายถือดาบปกติ ไม่ใช่มีดพก เธอก็ไม่มีโอกาสชนะเลยแม้แต่น้อย
ไม่สิ ต้องบอกว่าต่อให้เป็นมีดพก เธอก็ถูกต้อนให้จนมุมจนแทบจะพ่ายแพ้เกือบหมดรูปแล้วต่างหาก
ทว่าวินาทีต่อมา จางเหิงกลับหยุดมือลงกะทันหัน
ไม่ใช่เพราะเกิดความสงสาร แต่เขารู้ดีว่ามีดพกในมือใกล้จะถึงขีดจำกัดแล้ว หลังจากปะทะกันนับสิบครั้ง บนใบมีดก็เต็มไปด้วยรอยบิ่นและรอยร้าวหนาแน่นไปหมด
ในทางกลับกัน ดาบซามูไรในมือของผู้หญิงชุดแดงกลับแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เลย
นี่แหละคือความแตกต่างด้านคุณภาพระหว่างของโหลกับผลงานของช่างตีดาบเลื่องชื่อ
จากการประมือกันในช่วงเวลาที่ผ่านมา จางเหิงก็ค่อนข้างมั่นใจแล้วว่าดาบซามูไรในมือของผู้หญิงชุดแดงเป็นไอเทมในเกม การที่อีกฝ่ายสามารถปัด "ลูกศรของปารีส" กระเด็นออกไปได้ก่อนหน้านี้ไม่ใช่เพราะดวงดีสุดๆ แต่เป็นเพราะประสิทธิภาพของไอเทมต่างหาก เพราะในการต่อสู้ที่ตามมา แม้วิชาดาบของผู้หญิงชุดแดงจะถูกเขากดข่มไว้จนมิด แต่เธอก็มักจะมีประกายสว่างวาบขึ้นมาในยามคับขัน และปัดป้องกระบวนท่าสังหารของเขาไปได้เสมอ นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้เธอสามารถยืนหยัดมาได้จนถึงตอนนี้
ส่วนฮาล์ฟไพรม์และเอ็ดเวิร์ดที่อยู่อีกด้านหนึ่งนั้นถึงกับอ้าปากค้าง พวกเขาไม่เคยจินตนาการมาก่อนเลยว่าจะมีคนต่อสู้กันแบบนี้ได้
จนกระทั่งจางเหิงเอ่ยปากว่า “พวกนายไปก่อนเลย ไม่ต้องรอฉัน” ทั้งสองคนถึงได้สติกลับมาเหมือนเพิ่งตื่นจากความฝัน
เอ็ดเวิร์ดคลานออกมาจากรถดาเซีย ซานเดโร แล้วขึ้นไปบนรถของฮาล์ฟไพรม์ เมื่อเห็นดังนั้นเฟยหงก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไร เธอรู้ดีว่าในเมื่อมีจางเหิงอยู่ เธอคงไม่มีทางรั้งรถคันนั้นและคนที่อยู่บนรถไว้ได้หรอก
เธอเพียงแค่พูดใส่หูฟังว่า “ฉันต้องการกำลังเสริม” พูดจบเธอก็ปิดช่องทางการสื่อสาร ตั้งสมาธิอย่างแน่วแน่ ถอยหลังไปครึ่งก้าว สองมือจับดาบขวางไว้ระดับอก ในท่าเตรียมพร้อมรับมือกับศัตรูตัวฉกาจ
เฟยหงรู้ดีว่าขอเพียงเธอถ่วงเวลาจนกว่ากำลังเสริมจะมาถึง ชัยชนะก็จะเป็นของเธอ
แม้เธอจะไม่ค่อยชอบสไตล์การทำงานของชายผู้คลั่งไคล้กาแฟนัก เพราะอีกฝ่ายเห็นว่าผู้เล่นฝ่ายเดียวกันอีกสามคนเกะกะก็เลยจัดการฆ่าทิ้งรวดเดียวหมด ทำให้ตอนนี้ฝ่ายพวกเขาเหลือผู้เล่นแค่สองคน แต่เธอก็ต้องยอมรับว่าหมอนั่นฝีมือฉกาจเอาการ แถมยังพูดภาษาฝรั่งเศสได้ด้วย นี่คือเหตุผลที่เฟยหงยอมสละตำแหน่งผู้บัญชาการให้
หมอนี่ที่อยู่ตรงหน้าคือศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอมา แต่ถ้าเธอร่วมมือกับชายผู้คลั่งไคล้กาแฟ ประกอบกับการสนับสนุนจากองค์กรเฮยเฉา เธอก็มั่นใจอย่างมากว่าจะสามารถกำจัดเสี้ยนหนามนี้ไปได้
แน่นอนว่าจางเหิงก็รู้ดีว่าผู้หญิงตรงหน้ากำลังคิดอะไรอยู่
สระว่ายน้ำที่เอ็ดเวิร์ดซ่อนตัวอยู่ไม่ได้อยู่ไกลจากที่นี่มากนัก ขับรถไม่ถึงสิบนาทีก็ถึง จางเหิงไม่รู้ว่าตอนนี้ชายผู้คลั่งไคล้กาแฟกำลังง่วนอยู่กับการจับหนอนบ่อนไส้ในทีม โดยปกติแล้วในเมื่อผู้หญิงชุดแดงมาถึงที่นี่ก่อนแล้ว เพื่อนร่วมทีมของเธอก็คงอยู่ไม่ไกลนักหรอก
นี่ก็คือเหตุผลที่ว่าทำไมจางเหิงถึงให้ฮาล์ฟไพรม์กับเอ็ดเวิร์ดไปก่อน เพราะเวลาของเขาเหลือไม่มากแล้ว หากอีกฝ่ายตั้งใจจะตั้งรับและถ่วงเวลาเขาไว้จริงๆ ประกอบกับความเสียเปรียบด้านอาวุธ การที่เขาจะเปลี่ยนความได้เปรียบทางวิชาดาบให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม และปิดฉากการต่อสู้ในเวลาอันสั้นนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
ดังนั้นวินาทีต่อมา จางเหิงจึงปามีดพกในมือออกไปทันที
ฉวยจังหวะที่เฟยหงเอียงหัวหลบมีดพก จางเหิงก็กลิ้งกลับไปหลบหลังรถดาเซีย ซานเดโรที่จอดอยู่ก่อนหน้านี้
เฟยหงมือหนึ่งถือดาบซามูไร อีกมือชักปืนพกสำหรับผู้หญิงที่ต้นขาออกมา เล็งไปยังที่ซ่อนของจางเหิงอย่างระมัดระวัง ทว่าเพราะเกรงกลัวฝีมือยิงธนูอันน่าสะพรึงกลัวของจางเหิง เฟยหงจึงไม่ได้บีบเข้าไปใกล้มากนัก
“นาย... ต้องการความช่วยเหลือจากพวกเราไหม?” เสียงของลิตเติลบอยดังมาจากเครื่องมือสื่อสาร ซึ่งแฝงไว้ด้วยความกังวลอย่างที่ไม่ค่อยจะได้ยินบ่อยนัก เธอมองไม่เห็นสถานการณ์ในลานจอดรถ แต่ได้ยินจางเหิงบอกให้เอ็ดเวิร์ดกับฮาล์ฟไพรม์ล่วงหน้าไปก่อน ประกอบกับการที่จางเหิงยังไม่ออกจากลานจอดรถสักที ย่อมทำให้คนเป็นห่วงเป็นธรรมดา
“ไม่ต้อง ไปเจอกันที่จุดนัดพบเดิมก็พอ เดี๋ยวฉันจะไปหาพวกนาย”
จางเหิงพูดพลางลากถุงใบใหญ่ออกมาจากใต้เบาะหลัง ของที่อยู่ข้างในคือสิ่งที่เขาเพิ่งใช้เวลาประกอบกว่า 20 นาทีเมื่อคืนนี้
จางเหิงเสียบบล็อกตัวต่ออินฟินิตี้เข้าที่ส่วนปลาย จากนั้นก็ยกเครื่องยิงจรวดอาร์พีจีที่เพิ่งประกอบเสร็จหมาดๆ ขึ้นมา
ในเวลาเดียวกัน ความรู้สึกไม่สบายใจก็ผุดขึ้นในใจของเฟยหง จางเหิงหลบอยู่หลังรถนานเกินไปแล้ว หากลองเอาใจเขามาใส่ใจเรา ถ้าเป็นเธอที่ต้องเจอกับสถานการณ์แบบนี้ ก็คงอยากจะรีบหนีออกจากลานจอดรถให้เร็วที่สุด การหลบอยู่หลังรถอาจจะช่วยให้ปลอดภัยได้ชั่วคราว แต่ก็เป็นการเปิดโอกาสให้เธอได้พักหายใจ และควบคุมสถานการณ์ไว้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ ทันทีที่จางเหิงโผล่หัวออกมา เธอก็สามารถลั่นไกปืนได้ทันที
สำหรับยอดฝีมือระดับนี้แล้ว ไม่น่าจะทำเรื่องผิดพลาดโง่ๆ แบบนี้หรอก
ด้านหลังรถ จางเหิงปรับองศาของเครื่องยิงจรวดเล็กน้อย แน่นอนว่าเขาจะไม่โผล่หัวออกไป เพราะความเร็วในการยิงของเครื่องยิงจรวดไม่มีทางเทียบกับปืนพกได้เลย จางเหิงกลั้นหายใจ กะตำแหน่งที่ผู้หญิงชุดแดงยืนอยู่จากเสียงฝีเท้า จากนั้นก็เล็งไปที่เพดานบริเวณนั้น แล้วลั่นไก
[จบแล้ว]