- หน้าแรก
- ทนายสายดาร์กกับระบบพิพากษา
- บทที่ 80 - ประธานหวง คนของคุณผมขอฉกไปแล้วกัน!
บทที่ 80 - ประธานหวง คนของคุณผมขอฉกไปแล้วกัน!
บทที่ 80 - ประธานหวง คนของคุณผมขอฉกไปแล้วกัน!
บทที่ 80 - ประธานหวง คนของคุณผมขอฉกไปแล้วกัน!
"ว่าไงครับ? สนใจไหม?" เจียงเฟิงรุกฆาต น้ำเสียงแฝงไปด้วยความมั่นใจที่ไม่อาจปฏิเสธได้
จางเม่าไฉตัวแข็งทื่อ สายตาสั่นไหวอย่างรุนแรง ในใจกำลังต่อสู้กันอย่างหนัก
เนิ่นนานผ่านไป เขาก็เหมือนลูกโป่งที่ถูกปล่อยลม ก้มหน้าลงอย่างหมดสภาพ น้ำเสียงแหบแห้ง: "ทนายเจียง ผม... ผมสนใจนะ แต่ว่า... ผม..."
ท้ายที่สุด เขาก็ไม่สามารถเอ่ยคำว่า "ตกลง" ออกมาได้ ถึงขั้นไม่กล้าสบตาเจียงเฟิงอีก ทำได้เพียงพึมพำคำขอโทษ แล้วก็วิ่งหนีไปอย่างลุกลี้ลุกลน
เขาเดินจากไปอย่างรวดเร็ว แผ่นหลังนั้นเต็มไปด้วยความลังเล การดิ้นรน และความเจ็บปวดจากการถูกล่ามด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น
เจียงเฟิงไม่ได้รั้งเขาไว้ เพียงแต่แววตาดูลึกล้ำขึ้น
หมอนี่ มีความจำเป็นที่บอกใครไม่ได้สินะ
และเหตุผลนั้น ก็มากพอที่จะทำให้เขายอมทิ้งโอกาสที่จะพลิกชีวิตนี้ไปเลย
เจียงเฟิงกลับมาที่สำนักงานที่เพิ่งปรับปรุงใหม่
รางวัลเกียรติยศและรูปถ่ายทั้งหมดในอดีตของสำนักงานทนายความอ้ายซิน ได้ถูกนำมาจัดวางไว้อย่างพิถีพิถันในห้องจัดแสดงของ "แผนกคดีเพื่อการกุศล" ที่เพิ่งเปิดใหม่ เพื่อเป็นรากฐานแรกของสำนักงานแห่งนี้
ชิวอิ่งเริ่มลงมือทำงานแล้ว ส่วนหลี่จิ้งกำลังยืดเส้นยืดสายรำมวยจีนอยู่กลางห้องโถงอย่างกระฉับกระเฉง เสียงหมัดแหวกอากาศดังฟุ่บฟั่บ
ยัยเด็กนี่ เหมือนจะเอามาตรากฎหมายเรื่องการป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมาย ไปหลอมรวมเข้ากับเพลงหมัดของตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบแล้วแฮะ
ทุกกระบวนท่า ทุกท่วงทำนอง ล้วนแฝงไปด้วยความเท่และความโหดเหี้ยมในแบบที่ว่า "หมัดนี้ของฉันต่อยลงไป แกอาจจะตายได้นะ แต่ฉันไม่ผิด"
เจียงเฟิงถึงกับสงสัย ว่ายัยนี่กำลังศึกษาหาวิธีต่อยคนให้ตายโดยที่ไม่ต้องรับผิดอยู่จริงๆ หรือเปล่า
"หลี่จิ้ง"
"ลูกพี่ มีอะไรเหรอ?" หลี่จิ้งเก็บท่ารำมวยทันที แล้ววิ่งมาหาอย่างร่าเริงเหมือนนกนางแอ่นตัวน้อย
"มีงานให้ทำ" เจียงเฟิงมองไปทางสำนักงานทนายความเฉียงเซิงที่อยู่ข้างๆ "ผู้ชายที่ชื่อ จางเม่าไฉ คนนั้น เธอไปลองตีสนิทดูหน่อยนะ"
"การที่หวงโปควบคุมเขาไว้ได้ แสดงว่าเขาต้องมีจุดอ่อนถึงตายซ่อนอยู่ ฉันอยากให้เธอไปขุดเอาลจุดอ่อนนั้นมาให้ฉัน" เจียงเฟิงพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่กลับแฝงไปด้วยพลังที่ห้ามโต้แย้ง
นี่เป็นทั้งภารกิจที่มอบหมายให้เธอ และเป็นการทดสอบความสามารถของเธอไปในตัว
"ลูกพี่ คุณนี่เหมือน NPC แจกเควสต์จริงๆ เลยนะ พอเข้าไปใกล้ เควสต์ก็เด้งขึ้นมาอัตโนมัติเลย" หลี่จิ้งบ่นอุบอิบ แต่แววตากลับเปล่งประกายเจิดจ้า
"แล้วสรุปจะรับไหมล่ะ?"
"รับสิ! ต้องรับอยู่แล้ว!" หลี่จิ้งตบหน้าอกตัวเอง เผยรอยยิ้มที่ดูเจ้าเล่ห์ออกมา "ดึงเขามาเข้าสำนักงานของเราเหรอ? เรื่องกล้วยๆ คอยดูฝีมือฉันได้เลย!"
"ถ้าเขามีเงื่อนไขอะไร ให้รีบรายงานฉันทันที"
"รับทราบ!" หลี่จิ้งรับคำสั่ง แล้วพุ่งตัวออกไปไวเป็นพายุ
ส่วนเจียงเฟิงก็นั่งลงที่โต๊ะของตัวเอง เปิดคอมพิวเตอร์ แล้วหันกลับมาโฟกัสที่คดีของเมืองเผิงเฉิงอีกครั้ง
การดึงตัวจางเม่าไฉมาเป็นการวางรากฐานสำหรับอนาคต แต่คดีฆาตกรรมที่อยู่ตรงหน้านี่สิ คือเรื่องเร่งด่วนที่สุด
เขาทำการคัดกรองและขุดค้นข้อมูลมหาศาล พยายามมองหาความจริงที่ถูกซุกซ่อนไว้ภายใต้กระแสข่าวที่ถูกทางการพยายามกดทับ
เมื่อราตรีมาเยือน ทั้งอาคารสำนักงานตกอยู่ในความเงียบสงัด
ในที่สุด ข้อมูลหนึ่งที่ถูกกลบฝังอยู่ในกระทู้นับไม่ถ้วน ก็ทำให้ม่านตาของเจียงเฟิงหดเกร็งขึ้นมาทันที
เหยื่อทั้งสามคน คุณปู่ขายผัก สองสามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันที่ขายเนื้อตุ๋น ชายวัยกลางคนเจ้าของร้านขายเนื้อหมู
จุดเชื่อมโยงเพียงหนึ่งเดียวของพวกเขา——ทั้งหมดมาจาก "ตลาดสดกลางซุ่นเฟิง" ของเมืองเผิงเฉิง!
นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน!
เจียงเฟิงรีบเสิร์ชคำว่า "ตลาดสดกลางซุ่นเฟิง" ทันที คำที่เชื่อมโยงกันเด้งขึ้นมา ซึ่งก็คือคำว่า "การเวนคืนที่ดิน"!
พื้นที่การเวนคืน ไม่ได้มีแค่ตลาดสดเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเขตที่พักอาศัยขนาดใหญ่บริเวณโดยรอบด้วย
และที่อยู่ของครอบครัวผู้เคราะห์ร้ายทั้งสามคนนี้ ล้วนอยู่ในเขตพื้นที่เวนคืนทั้งหมด ไม่มีข้อยกเว้น!
ความหนาวเหน็บสายหนึ่งแล่นขึ้นมาจากก้นบึ้งหัวใจของเจียงเฟิง
เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของแผนการร้ายอย่างเฉียบขาด เขาขุดคุ้ยต่อไป แต่กลับพบว่าข้อมูลแง่ลบเกี่ยวกับการเวนคืนที่ดินครั้งนี้ บนอินเทอร์เน็ตถูกลบทำความสะอาดจนไม่เหลือซาก
ด้วยความซับซ้อนของเรื่องการเวนคืนที่ดิน มันผิดปกติเกินไปแล้ว
ในที่สุด เขาก็ไปเจอคอมเมนต์หนึ่งที่ถูกโพสต์ไว้เมื่อหลายเดือนก่อน ตรงมุมเล็กๆ ของเว็บบอร์ดท้องถิ่นเมืองเผิงเฉิง: "นโยบายเวนคืนที่ดินแถวตลาดซุ่นเฟิงนี่มันปล้นกันชัดๆ เงินชดเชยต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ชาวบ้านเขาจะลุกฮือกันอยู่แล้ว!"
มีความขัดแย้ง แต่กลับไม่มีข่าวรายงานออกมา
ข้อมูลถูกลบเลือนไปอย่างแม่นยำ
เจียงเฟิงหยิบปากกาขึ้นมา วาดเครื่องหมายคำถามตัวเบ้อเริ่มลงบนกระดาษ ข้อสันนิษฐานที่กล้าหาญข้อหนึ่งเริ่มก่อตัวขึ้นในหัวของเขา
คดีนี้ เกรงว่าคงไม่ใช่แค่การก่อเหตุรุนแรงแบบสุ่มของผู้ป่วยจิตเวชธรรมดาๆ ซะแล้ว
ในตอนนั้นเอง โทรศัพท์ก็สั่นขึ้นมา
เป็นข้อความที่หลี่จิ้งส่งมา
"ลูกพี่! เรียบร้อยแล้ว! พ่อแม่ของจางเม่าไฉป่วยหนัก กำลังรอเงินไปรักษาชีวิต! ไอ้หน้าเลือดหวงโป แกล้งทำเป็นคนดีบอกจะให้ยืมเงิน แต่มีข้อแม้ว่าต้องเซ็นสัญญาขายตัวให้มันสิบปี ดอกเบี้ยก็โหดจนน่าขนลุก! เขาก็เลยถูกเรื่องนี้ผูกมัดไว้นี่แหละ!"
เป็นอย่างนี้นี่เอง
ประกายความเย็นชาพาดผ่านดวงตาของเจียงเฟิง
สิ่งที่หวงโปทำ นี่ไม่ใช่การกดขี่แล้ว แต่นี่มันคือการสูบเลือดสูบเนื้อคนชัดๆ
"เธอไปทำของใส่เขารึไง? ถึงได้หลอกถามมาได้เร็วขนาดนี้?" เจียงเฟิงอดถามไม่ได้
"ลูกพี่พูดอะไรเนี่ย วิชาเต๋ามันไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องพวกนี้หรอกนะ" เสียงที่ส่งมาของหลี่จิ้งแฝงไปด้วยความภูมิใจ "ฉันก็แค่เล่าเรื่องของฉันให้เขาฟัง เล่าให้ฟังว่าฉันกลับมามีชีวิตใหม่ได้ยังไงตอนที่มาเจอลูกพี่ แล้วก็ดื่มเป็นเพื่อนเขานิดหน่อย ด่าไอ้หวงโปไปสองสามประโยค เขาก็ยอมเล่าออกมาหมดเปลือกเลย"
ยัยเด็กนี่ พูดซะเหมือนเป็นเรื่องง่ายๆ
แต่เจียงเฟิงรู้ดีว่า การจะทำให้คนที่กลัวการเข้าสังคมและขาดความมั่นใจเข้ากระดูกดำอย่างจางเม่าไฉยอมเปิดใจเล่าความลับออกมาให้ฟังได้นั้น ไม่ใช่แค่ดื่มเหล้าไม่กี่แก้วแล้วจะทำได้หรอก
"ส่งโลเคชันมา ฉันจะไปเดี๋ยวนี้"
บรรยากาศที่ร้านอาหารรอบดึกคึกคักจอแจ
เจียงเฟิงมองแวบเดียวก็เห็นร่างที่กำลังนั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่ตรงมุมร้านได้ทันที
จางเม่าไฉกำลังกรอกเบียร์เข้าปากแก้วแล้วแก้วเล่า ดวงตาแดงก่ำ ปากก็พึมพำด่าทออะไรบางอย่างที่ฟังไม่ค่อยถนัด ปลดปล่อยความอัดอั้นและความขี้ขลาดที่เก็บกดไว้มาตลอดในวันธรรมดา ออกมาพร้อมกับกลิ่นเหล้าที่คละคลุ้ง
หลี่จิ้งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเขา กำลังกระดกเหล้าอึกใหญ่เช่นกัน มือก็ตบไหล่เขาเป็นพักๆ พลางด่าผสมโรงไปด้วย ดูเผินๆ เหมือนพี่น้องที่ตกอับมาด้วยกันนานหลายปียังไงอย่างงั้น
เจียงเฟิงเดินเข้าไปนั่งลง
หลี่จิ้งเห็นเขาปุ๊บ ก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นคนที่จริงใจสุดๆ ทันที แล้วพูดเสียงดัง: "พี่จาง ฉันจะบอกพี่ให้นะ ถ้าตอนนั้นทนายเจียงไม่ดึงฉันขึ้นมาจากหลุมหลบภัย ฉันคงหิวตายข้างถนนไปตั้งนานแล้ว! ได้ตามลูกพี่ฉัน ชีวิตถึงจะมีความหวังนะ!"
จางเม่าไฉเงยหน้าที่มีแต่เส้นเลือดแดงก่ำขึ้นมา เห็นเจียงเฟิง: "ท... ทนายเจียง คุณมาแล้วเหรอ"
"พี่จาง ไม่ต้องพูดอะไรให้มากความ" เจียงเฟิงจ้องมองเขาด้วยสายตาตรงไปตรงมา น้ำเสียงชัดเจนและหนักแน่น
"มาอยู่สำนักงานผม ค่ารักษาพยาบาลพ่อแม่พี่ ผมจะเบิกจ่ายล่วงหน้าให้ ส่วนเรื่องสัญญาขายตัวของหวงโปนั่น ผมจะจัดการให้เอง"
ไม่มีการพูดอ้อมค้อมจอมปลอม มีเพียงการโจมตีจุดตายโดยตรงเท่านั้น
"ทนายเจียง..."
วินาทีนี้ เลนส์แว่นตาที่หนาเตอะของจางเม่าไฉก็ไม่อาจกั้นน้ำตาที่ไหลทะลักออกมาดั่งเขื่อนแตกได้อีกต่อไป
เขาลุกพรวดขึ้นมา แล้วโค้งตัวคำนับให้เจียงเฟิงอย่างสุดซึ้ง
"ผมไปครับ! ต่อให้ไม่ให้เบิกเงินเดือนล่วงหน้า ผมก็จะไป!"
เจียงเฟิงพยุงเขาไว้ ปรายตามองหลี่จิ้งที่กำลังยิ้มแป้นอยู่ข้างๆ ในใจประเมินความสามารถของยัยเด็กนี่ใหม่หมด
เมื่อตกลงกันได้แล้ว จางเม่าไฉก็เดินจากไปด้วยความตื่นเต้น บอกว่าพรุ่งนี้จะไปทำเรื่องลาออก
เจียงเฟิงถึงได้หันกลับมามองหลี่จิ้ง ด้วยสายตาจับผิดนิดๆ: "สรุปเธอทำยังไงกันแน่เนี่ย?"
"ก็แค่... ขายฝันไง" หลี่จิ้งเกาหัว พูดอย่างสบายๆ "ทำความเข้าใจความเจ็บปวดของเขา แล้วก็วาดภาพอนาคตที่สดใสให้เขาดู บอกเขาว่าสำนักงานของเราทำให้เป็นจริงได้ แค่นี้ก็สำเร็จแล้วไม่ใช่เหรอ?"
เจียงเฟิงมองรอยยิ้มที่ดูไร้เดียงสานั้น แล้วรู้สึกว่าเรื่องมันต้องไม่ใช่ง่ายๆ แค่นี้แน่
นิสัยอย่างจางเม่าไฉ ไม่มีทางถูกใครมา "ขายฝัน" ให้ง่ายๆ แน่นอน
เขาแอบเรียกใช้งานระบบอย่างเงียบๆ
【ติ๊ง! ต้องการใช้การประเมินศักยภาพทนายความกับเป้าหมายนี้หรือไม่?】
【ต้องการ】
สายตาของเจียงเฟิง จับจ้องไปที่หลี่จิ้งที่กำลังแทะปีกไก่อย่างอารมณ์ดีอยู่ตรงหน้า
【ติ๊ง! กำลังทำการประเมิน...】
【กรุณาเลือกหัวข้อที่ต้องการประเมิน: 1. ความสามารถในการว่าความคดี 2. ความสามารถทางกฎหมายนอกเหนือจากการว่าความ 3. ศักยภาพในอนาคต】
【ศักยภาพในอนาคต】
【ติ๊ง ใช้ 10 คะแนนสะสม ตารางประเมินศักยภาพในอนาคตของเป้าหมายถูกสร้างเรียบร้อยแล้ว】
【ชื่อ: หลี่จิ้ง】
【อาชีพ: ผู้ช่วยทนายความ, ระดับตำแหน่ง: ไม่มี】
【หน้าที่รับผิดชอบ: บอดี้การ์ด, สร้างความหวาดกลัว】
【เงินเดือนพื้นฐานปัจจุบัน: 5,000】
【นิสัย: เกลียดความชั่วร้ายดั่งศัตรูคู่อาฆาต, เรียนรู้เก่ง, หุนหันพลันแล่น (ลดลงแล้ว) การคิดวิเคราะห์อย่างใจเย็น (กำลังพัฒนา)】
【ศักยภาพในอนาคต: ความสามารถด้านสายลับ (ระดับ A+) ความสามารถในการปั่นหัว (ระดับ A+) การปั่นประสาท (ระดับ A+) ศิลปะการต่อสู้ (ระดับ SSS!)】
เชี่ย?
พอเห็นข้อมูลที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอประเมิน เจียงเฟิงถึงกับหยุดหายใจไปชั่วขณะ
ให้ตายเถอะ ศักยภาพในอนาคตพวกนี้มันคือบ้าอะไรวะเนี่ย?
สายลับ, ปั่นหัว, ปั่นประสาท?
ระดับ A+ ถึงสามอัน!
แถมศิลปะการต่อสู้ยัง... ระดับ SSS!
เปลือกตาเจียงเฟิงกระตุกรัวๆ
นี่ตัวเอง... สุ่มได้ตัวละครระดับ SSS มางั้นเหรอ?
เขามองดูหลี่จิ้งที่กำลังนั่งยิ้มโง่ๆ อยู่ข้างๆ ความคิดบ้าๆ อย่างหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัว
ทำไปทำมา ที่แท้ หลี่จิ้งนี่แหละคือโปรแกรมโกงตัวจริงของเขางั้นเหรอ?!
(จบแล้ว)