- หน้าแรก
- บอสสาวคนสวยสะท้านยุคดวงดาว
- บทที่ 30 ซาลาเปาหายไป
บทที่ 30 ซาลาเปาหายไป
บทที่ 30 ซาลาเปาหายไป
บทที่ 30 ซาลาเปาหายไป
เจียงจื่อเหยียนมองไปรอบๆ แต่ก็หาซาลาเปาไม่พบ วันที่หลี่เป่ยหนิงเข้าไปในแคปซูลรักษา ซาลาเปานอนหมอบอยู่ข้างผนังกระจกด้านนอกโซนพยาบาล ตอนที่เจียงจื่อเหยียนออกไป เขาอยากจะพาซาลาเปาไปด้วย แต่พยายามอยู่นานก็จับเจ้าตัวเล็กไม่ได้ แถมยังเกือบจะโดนกัดเอาเสียอีก ท้ายที่สุด เขาจึงให้หุ่นยนต์ในโซนพยาบาลป้อนสารอาหารเหลวให้มัน จากนั้นก็ปล่อยให้มันรอหลี่เป่ยหนิงอยู่ตรงประตูโซนพยาบาล
"ซาลาเปา? ซาลาเปาคือใคร?" กู้เสียนฉือมองหลี่เป่ยหนิงด้วยความงุนงง
"ซาลาเปาคือหมาของฉัน เอ๊ะ ไม่สิ มันอาจจะเป็นหมาป่า หรือไม่ก็สุนัขจิ้งจอก ตัวสีขาวปลอด ขนาดแค่ฝ่ามือ หูเป็นรูปสามเหลี่ยมตั้งชัน มีตาสีอำพันที่ส่องประกายเหมือนดวงดาวในตอนกลางคืน มันดุนะแต่น่ารักมาก นายเห็นมันบ้างไหม?"
"อ้อ ลูกหมาป่าตัวนั้นน่ะเหรอ..." กู้เสียนฉือพูดพลางมองไปทางประตู "แปลกจัง ก่อนที่เธอจะตื่นฉันยังเห็นมันหมอบอยู่ตรงนั้นเลย"
"ซาลาเปา... ซาลาเปา... ซาลาเปา แกอยู่ไหนน่ะ?" หลี่เป่ยหนิงเดินไปตรงจุดที่ซาลาเปามักจะอยู่บริเวณนอกประตูแล้วตะโกนเรียกอยู่สองสามครั้ง แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ
"ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวฉันเช็กกล้องวงจรปิดของโซนพยาบาลให้" กู้เสียนฉือบอก ก่อนจะหันไปกดอุปกรณ์บางอย่าง ไม่นานหน้าจอโฮโลแกรมก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าพวกเขา
ในภาพบนหน้าจอ ซาลาเปานอนนิ่งอยู่ข้างผนังกระจกหน้าประตู สายตาจดจ่ออยู่ที่แคปซูลรักษา ผ่านไปครู่หนึ่ง เมื่อแน่ใจแล้วว่าหลี่เป่ยหนิงปลอดภัย มันก็หันหลังเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ
จากนั้นภาพบนหน้าจอก็หยุดนิ่ง
"เช็กกล้องด้านนอกสิ! ดูหน่อยว่าซาลาเปาไปไหน?" หลี่เป่ยหนิงเร่งเร้าด้วยความร้อนใจ
"สิทธิ์ของฉันไม่สามารถเข้าถึงภาพจากหุ่นยนต์ลาดตระเวนทางอากาศได้ เลยดูได้แค่นี้แหละ" กู้เสียนฉือโบกมือเป็นเชิงบอกว่าจนปัญญา
"ใช้บัญชีของฉันค้นหา" เจียงจื่อเหยียนเชื่อมต่อสมองกลอัจฉริยะของตนเข้ากับหุ่นยนต์ลาดตระเวนทางอากาศของกองพลที่เจ็ด และตรวจสอบภาพวงจรปิดในช่วงเวลาที่ซาลาเปาเดินออกไป ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจก็คือ บันทึกวิดีโอทั้งหมดตอนที่หลี่เป่ยหนิงสังหารราชันเผ่าแมลงเมื่อสามวันก่อนถูกล็อกและไม่สามารถเข้าถึงได้ เขาคิดว่าเป็นปัญหาขัดข้องของการสื่อสารบนเครือข่ายดวงดาว แต่พอเขาย้อนกลับไปหน้าก่อนหน้าและพยายามจะกดดูอีกครั้ง วิดีโอเหล่านั้นกลับถูกลบไปจนหมดสิ้น
เนื่องจากระดับสิทธิ์การเข้าชมของเจียงจื่อเหยียนสูงเกินไป ภาพจึงไม่ได้ถูกฉายขึ้นบนหน้าจอโฮโลแกรม หลี่เป่ยหนิงที่ไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น ยิ่งเวลาผ่านไปเธอก็ยิ่งร้อนรน ภายในเวลาไม่กี่นาที เธอจินตนาการเป็นตุเป็นตะไปไกลถึงไหนต่อไหน ซาลาเปาจากไปโดยไม่บอกกล่าว หมาตัวเล็กๆ ไร้ทางสู้ทิ้งค่ายพักแรมไปโดยไม่มีทั้งน้ำและอาหาร แถมยังต้องคอยหลบหลีกกุ้งเครย์ฟิชที่ตัวใหญ่กว่ามันเกือบร้อยเท่า ถ้ามันไปเจอพวกเผ่าแมลงเข้า มันต้องโดนกินแน่ๆ! ไม่ได้การแล้ว! เธอต้องรีบออกไปตามหาซาลาเปาเดี๋ยวนี้!
"เป็นยังไงบ้าง?"
เจียงจื่อเหยียนฉายคลิปวิดีโอของซาลาเปาที่เขาหาเจอในสมองกลขึ้นบนหน้าจอ ก้อนขนสีขาวเดินเตาะแตะออกจากประตูไป ระหว่างทางตอนที่แสงแดดส่องกระทบตัว มันยังบิดขี้เกียจด้วยซ้ำ จากนั้นก็มีขบวนรถพลังงานแล่นมาบังร่างของซาลาเปาเอาไว้ และเมื่อขบวนรถแล่นผ่านไป ซาลาเปาก็หายตัวไปจากค่ายพักแรมแล้ว
หัวใจของหลี่เป่ยหนิงบีบรัด นี่เธอจะต้องสูญเสียซาลาเปาไปเหมือนตอนที่เสียเสี่ยวป๋ายไปอย่างนั้นเหรอ? "ฉันจะออกไปตามหามัน!" หลี่เป่ยหนิงบอกและทำท่าจะพุ่งตัวออกไป
เจียงจื่อเหยียนก้าวออกมาขวางทางเธอไว้ "เธอพักผ่อนก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันไปเอง"
"ฉันไม่เป็นไร ไม่ต้องห่วงค่ะ นายพลเจียง คุณช่วยใช้สมองกลส่งข้อความกระจายเสียงในค่ายให้หน่อยได้ไหม ถามว่ามีใครเห็นซาลาเปาบ้างหรือเปล่า ถ้าใครเจอมัน รบกวนแจ้งฉันที!"
"เจ้านายครับ ท่านจอมพลขอให้คุณไปรวมตัวที่ทางเข้าค่ายเดี๋ยวนี้ครับ มีการค้นพบรังตัวอ่อนเผ่าแมลงที่แดนเหนือสุด" เสียงอิเล็กทรอนิกส์ของเควินดังขึ้นมาในเวลาที่ไม่เหมาะเจาะเอาเสียเลย
"แดนเหนือสุดเหรอ? ใช่ตรงที่เราไปกินปลาย่างกันหรือเปล่า?"
เจียงจื่อเหยียนพยักหน้า "ฉันส่งประกาศตามหาซาลาเปาไปยังสมองกลของทหารกองพลที่เจ็ดทุกคนแล้ว พวกเขาจะช่วยเป็นหูเป็นตาให้ ฉันต้องไปแล้วนะ ถ้าเธอรู้สึกไม่ค่อยดีก็มาหากู้เสียนฉือล่ะ"
กู้เสียนฉือยืดตัวตรงทันทีที่ได้ยินเจียงจื่อเหยียนเอ่ยชื่อตน สีหน้าบ่งบอกว่า "ไม่มีปัญหา ไปได้เลย!" ปลาย่าง? ปลาย่างอะไรกัน? กู้เสียนฉือเคยได้ยินแต่เรื่องที่หลี่เป่ยหนิงเอาเนื้อเผ่าแมลงกับผลเล่อปามาทำอาหาร ไม่เห็นเคยได้ยินเรื่องปลาย่างเลย ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนหน้านี้เผ่าแมลงแพร่กระจายไปเกือบทั่วทั้งดาวอีเลีย แต่ไม่ยักกะมีที่แดนเหนือสุด จู่ๆ เขาก็เลิกคิ้วขึ้น เหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง อื้ม ดูเหมือนจะมีลับลมคมในอะไรบางอย่างซ่อนอยู่นะเนี่ย!
ไม่นานนัก ประกาศตามหาสุนัขหายก็ไปปรากฏอยู่บนหน้าจอสมองกลของทุกคนในกองพลที่เจ็ด พร้อมกับรูปถ่ายของลูกสุนัขตัวหนึ่งแนบอยู่ด้านล่าง พอทุกคนเห็นว่าผู้ส่งคือเจียงจื่อเหยียน พวกเขาก็ถึงกับขยี้ตาตัวเอง สงสัยว่าตาฝาดไปหรือเปล่า ปกติแล้วถ้าไม่ใช่เรื่องฉุกเฉินคอขาดบาดตาย ข้อความของนายพลเจียงมักจะถูกส่งโดยเควินนี่นา!
แม้แต่เจียงโจวอีก็ยังได้รับประกาศตามหาสุนัขหายนี้ เขานั่งอยู่ในรถพลังงาน มองดูลูกชายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามแล้วเอ่ยยิ้มๆ "ลูกชาย หมาน้อยตัวนี้เป็นสัตว์เลี้ยงของลูกสะใภ้พ่อใช่ไหม?"
เจียงจื่อเหยียนนั่งตัวตรง สีหน้าจริงจัง "อย่าพูดจาเหลวไหลสิครับ ผมกับเธอมีความสัมพันธ์ฉันเพื่อนต่างเพศธรรมดาทั่วไป"
"ฮ่าๆ พ่อเป็นคนอาบน้ำร้อนมาก่อน พ่อเข้าใจๆ ถ้าลูกอยากจะพัฒนาความสัมพันธ์ให้คืบหน้าไปอีกขั้นก็ไม่เห็นเป็นไร ในเมื่อมีความสัมพันธ์แบบหญิงชายกันแล้ว จะมามัวเขินอายอะไรอีกล่ะ? พ่อสืบมาหมดแล้วนะ หลี่เป่ยหนิงคือลูกสาวของหลี่อี้อัน คณบดีคณะชีววิทยา ถึงแม้ชื่อเสียงของเธอที่ดาวเมืองหลวงจะไม่ค่อยดีนักแถมยังไร้พลังดวงดาว และแม่ของลูกก็หวังมาตลอดว่าลูกจะแต่งงานกับคุณหนูตระกูลผู้ดี แต่ขอแค่ลูกชอบเธอ พ่อจะจัดการเรื่องแม่ให้เอง พอกลับไปถึงดาวเมืองหลวงเมื่อไหร่ พ่อจะพาลูกไปสู่ขอที่ตระกูลหลี่เลย!" ความปรารถนาที่จะได้อุ้มหลานของเจียงโจวอีนั้นแรงกล้าเป็นอย่างยิ่ง
เจียงจื่อเหยียนถึงกับปวดขมับ ดูเหมือนพ่อของเขาจะยังไม่ได้ดูวิดีโอบันทึกภาพตอนที่หลี่เป่ยหนิงสังหารราชันเผ่าแมลง และก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอคือสิ่งมีชีวิตพลังงานเหนือธรรมชาติ
"พ่อครับ เธอคือสิ่งมีชีวิตพลังงานเหนือธรรมชาติที่ปรากฏบนเครื่องตรวจจับของกองทัพนะ และเธอก็ทำอาหารเก่งมากด้วย แม่เคยดูวิดีโอตอนที่เธอทำกุ้งเครย์ฟิชบนเครือข่ายดวงดาวแล้วด้วย มีทหารจากกองพลที่สองเป็นคนอัปโหลดลงไป เธอใจกว้างมากถึงขั้นประกาศสูตรอาหารออกไปตรงๆ ไม่เหมือนพวกคนจากสมาคมอาหารแห่งดาวเมืองหลวงหรอก แม่ยังบอกเลยว่าชอบเธอมาก"
"นี่ยังกล้าบอกว่าไม่มีอะไรกันอีกเหรอ? ลูกได้ไฟเขียวจากแม่เขาไปล่วงหน้าแล้วเนี่ยนะ?! แล้วกุ้งเครย์ฟิชนี่มันคือของอร่อยอะไรกัน?" เจียงโจวอีมักจะตกเป็นหนูทดลองให้ไป๋ขุยผู้เป็นภรรยาอยู่บ่อยๆ ได้ลิ้มรสอาหารเลิศรสมาก็สารพัด เขาเลยอดสงสัยไม่ได้เมื่อได้ยินชื่อของกินที่ไม่เคยลิ้มลองมาก่อน
"...พ่อครับ ประเด็นสำคัญในสิ่งที่ผมเพิ่งพูดไปมันควรจะเป็นคำว่า 'สิ่งมีชีวิตพลังงานเหนือธรรมชาติ' ไม่ใช่เหรอครับ?" เจียงจื่อเหยียนไม่รู้จริงๆ ว่าเขาควรจะดีใจหรือกังวลดี
"ไม่มีทางน่า? เธอเนี่ยนะคือสิ่งมีชีวิตพลังงานเหนือธรรมชาติ? ดูท่าทางอ่อนแอจะตายไป"
เควินกะพริบตาดิจิตอลสีทองของมัน รู้สึกคุ้นๆ กับประโยคนี้พิลึก อ้อ! เจ้านายของมันก็เคยพูดแบบนี้เหมือนกันนี่นา!
"กุ้งเครย์ฟิชก็คืออสูรหญ้ามรณะน่ะครับ พอเอามาทำอาหารแล้วรสชาติดีมาก แถมยังช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนสารอาหารเหลวในช่วงนี้ได้ด้วย"
"จริงดิ?! พอกลับไปแล้ว ต้องให้ลูกสะใภ้ทำกุ้งเครย์ฟิชให้พ่อกินบ้างแล้วล่ะ!"
"...ถ้าเธอไม่ได้สังหารราชันเผ่าแมลง พ่ออาจจะได้มาเก็บศพผมตอนมาถึงดาวอีเลียแล้วก็ได้นะ"
"อะไรนะ? เธอเป็นคนฆ่าราชันเผ่าแมลงงั้นเรอะ?!"
ในเวลาเดียวกัน หลี่เป่ยหนิงที่กำลังพลิกแผ่นดินตามหาซาลาเปาไปทั่วค่าย จู่ๆ ก็จามออกมาติดๆ กันหลายครั้ง
วันนั้นหลี่เป่ยหนิงแทบจะพลิกค่ายพักแรมเพื่อตามหา ยกเว้นแต่เขตเหมืองแร่พลังงานที่ถูกทหารห้ามเข้า เธอค้นหาแทบทุกซอกทุกมุมที่สามารถไปได้ ส่วนที่ที่เข้าไปไม่ได้ เธอก็ยืนอยู่ห่างๆ แล้วใช้ค่ายกลวิญญาณเพื่อเพ่งเล็งสายตา แต่ก็ไม่พบซาลาเปาเลย ซาลาเปาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย... เธอถึงขั้นออกไปค้นหาไกลออกไปนอกค่ายหลายพันเมตร แต่ก็ไม่พบอะไรนอกจากผืนทรายสีเหลือง... ความอ้างว้างของแผ่นฟ้า ความว่างเปล่าของดาวอีเลียหลังจากถูกเผ่าแมลงกัดกิน ริ้วทรายและโขดหินนับไม่ถ้วนที่ดูราวกับเกลียวคลื่นที่ถูกแช่แข็ง หลี่เป่ยหนิงเดินกลับมาด้วยฝีก้าวที่หดหู่และสิ้นหวัง
ในฤดูกาลแห่งดวงดาว ภายใต้ท้องฟ้าสีเขียวอมทองแดง เย่ถูหนานนั่งอยู่ในยานรบที่เปิดโหมดล่องหนของตน ทอดสายตามองลงไปยังพื้นเบื้องล่าง เขาจ้องมองร่างบอบบางและดูอ่อนแอของหลี่เป่ยหนิง ราวกับได้ย้อนกลับไปในวันแรกที่พวกเขาพบกัน
"ผู้บัญชาการครับ เราควรกลับกันได้หรือยังครับ?"