เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 41 ภารกิจค้นหาและกู้ภัยระดับบีทู

บทที่ 41 ภารกิจค้นหาและกู้ภัยระดับบีทู

บทที่ 41 ภารกิจค้นหาและกู้ภัยระดับบีทู


บทที่ 41 ภารกิจค้นหาและกู้ภัยระดับบีทู

วันที่ 15 มกราคม

วันที่สามของการเข้ามาอยู่ในหน่วยกู้ภัยของหวังเย่

"การฝึกอบรมพื้นฐานสำหรับเจ้าหน้าที่กู้ภัย จบลงเพียงเท่านี้" หลังจากจบคาบเรียนสุดท้ายของช่วงบ่าย ถงอู่ก็หันมามองพวกเขาทั้งสี่คนด้วยสีหน้าเรียบเฉย "กลับไปเตรียมตัวให้พร้อม พรุ่งนี้เช้าหกโมงตรง เจอกันที่ทางออกโซนป้องกันภัย"

สิ้นคำประกาศ ซ่งซู่อี๋ก็ทิ้งตัวลงไปนอนแผ่หลาอยู่บนพื้นด้วยความเหนื่อยล้า

การต้องมาเรียนร่วมกับพวกหัวกะทิสามคนนี้ มันช่างยากเย็นแสนเข็ญสำหรับเธอเหลือเกิน...

"พรุ่งนี้เราจะไปทำภารกิจที่ไหนเหรอครับ หัวหน้าถง" หวงจื่อรุ่ยเอ่ยถาม

"อำเภออู๋อี้" ถงอู่ตอบ

"เป็นภารกิจค้นหาและกู้ภัย หรือว่าภารกิจกวาดล้างครับ" ดวงตาของหวงจื่อรุ่ยเป็นประกายขึ้นมา

"ภารกิจค้นหาและกู้ภัยระดับบีทู หน่วยกู้ภัยทั่วไปอย่างพวกนายยังไม่มีคุณสมบัติพอที่จะทำภารกิจกวาดล้างหรอก ต่อให้เป็นภารกิจร่วมก็เถอะ" ถงอู่พูดเสียงเรียบ "เมื่อสิบวันก่อน หน่วยกู้ภัยระดับหัวกะทิหมายเลข 3 ของค่ายตะวันออก ได้เข้าไปกวาดล้างพื้นที่นั้นมาแล้วรอบนึง"

หวังเย่จดข้อมูลลงในสมุดบันทึกอย่างรวดเร็ว

ระดับบี หมายความว่าในพื้นที่มีสัตว์ประหลาดระดับฝันร้ายอาศัยอยู่

ตลอดสามวันที่ผ่านมา หัวหน้าถงเน้นฝึกซ้อมการต่อสู้ประสานงานเป็นทีมให้กับพวกเขามาตลอด

งานหลักๆ ของหน่วยกู้ภัยจะแบ่งออกเป็นสามประเภท คือ ภารกิจล่ามนุษย์มาร ภารกิจกวาดล้างมอนสเตอร์ และภารกิจค้นหาและกู้ภัย

โดยภารกิจค้นหาและกู้ภัย ถือเป็นงานหลักที่สำคัญที่สุดของหน่วยกู้ภัย นั่นคือการเข้าไปค้นหาและช่วยเหลือผู้ลี้ภัยที่อาจจะยังมีชีวิตรอด ตามซากปรักหักพังของเมืองและหมู่บ้านต่างๆ ที่ถูกมอนสเตอร์ถล่มจนราบเป็นหน้ากลอง

"ได้ออกภาคสนามของจริงสักที" หวังเย่รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมานิดๆ

เขายังจำประสบการณ์สุดระทึกตอนทดสอบมือใหม่ที่ภูเขาฝังกระดูกได้ดี ที่นั่นมีมอนสเตอร์โผล่มาให้เชือดไม่ขาดสาย

ถึงจะเหนื่อยสายตัวแทบขาด แต่ผลตอบแทนที่ได้ก็คุ้มค่าสุดๆ

ในเขตป่าลึกที่อยู่ห่างไกลจากฐานที่มั่น ย่อมเต็มไปด้วยฝูงมอนสเตอร์ที่อาศัยอยู่อย่างหนาแน่น

ต่อให้พื้นที่นั้นจะถูกกวาดล้างมาแล้วรอบนึง แต่ก็ยังคงมีมอนสเตอร์หลงเหลืออยู่อีกนับไม่ถ้วนอย่างแน่นอน

หลังจบภารกิจนี้ ไม่ต้องพูดถึงหรอกว่าจะได้แต้มความดีความชอบเท่าไหร่ หรือจะช่วยชีวิตผู้ลี้ภัยได้กี่คน

แต่ที่แน่ๆ แต้มศักยภาพของเขาจะต้องพุ่งกระฉูดทะลุปรอทแน่นอน!

"ชิน ไปห้องสมุดหาข้อมูลกันเถอะ" หวังเย่เก็บสมุดบันทึก แล้วหันไปชวนอวี๋สุ่ยชิน

"อื้อ เอาสิ" อวี๋สุ่ยชินคลี่ยิ้มหวานตอบรับ

"ฉันไปด้วยคนสิ" หวงจื่อรุ่ยพูดแทรกขึ้นมาพร้อมรอยยิ้ม

"แค่พวกเราสองคนก็พอแล้วล่ะ ว่าที่หัวหน้า เดี๋ยวพวกเราหาข้อมูลเสร็จแล้วจะส่งไปให้นายก็แล้วกันนะ" หวังเย่ชี้นิ้วไปทางด้านหน้า "นายไปช่วยติวให้ซ่งซู่อี๋หน่อยสิ ยัยนั่นพื้นฐานอ่อนยวบยาบไปหมดทุกวิชาเลย"

พูดจบ เขาก็เดินออกไปพร้อมกับอวี๋สุ่ยชินทันที

"...ก็ได้" หวงจื่อรุ่ยได้แต่มองตามแผ่นหลังของทั้งสองคนที่เดินคุยกันกระหนุงกระหนิงจากไป พลางลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ

เวลาอยู่ต่อหน้าหวังเย่ เขามักจะรู้สึกเหมือนตัวเองตกเป็นรองและทำอะไรไม่ถูกอยู่เสมอ

...

ห้องค้นคว้าข้อมูล

"เมืองตงถิง อำเภออู๋อี้"

"อยู่ห่างจากฐานที่มั่นฝั่งตะวันออก 185 กิโลเมตร"

"แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 4 แขวง 8 ตำบล และ 7 หมู่บ้าน มีพื้นที่รวมทั้งหมด 1,157 ตารางกิโลเมตร..."

หวังเย่กับอวี๋สุ่ยชินแบ่งหน้าที่กันทำงาน คนนึงหาข้อมูล อีกคนนึงจดบันทึก

การเตรียมตัวให้พร้อมก่อนลงสนามจริง คือสิ่งที่ขาดไม่ได้

"พื้นที่กว้างจังเลยนะ" อวี๋สุ่ยชินพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ก่อนจะหันไปถามหวังเย่ว่า "ภารกิจร่วมคราวนี้ต้องใช้เวลาประมาณกี่วันเหรอ"

"ก็น่าจะสักอาทิตย์นึงล่ะมั้ง"

หวังเย่ลองคำนวณดูคร่าวๆ "แบ่งพื้นที่ให้ทั้งสี่ค่ายรับผิดชอบ แต่ละหน่วยก็คงรับผิดชอบพื้นที่ประมาณ 300 ตารางกิโลเมตร ทำไมล่ะ กลัวจะไม่ได้อาบน้ำเหรอ"

ก็แหม ตัวอวี๋สุ่ยชินหอมฉุยอยู่ตลอดเวลาขนาดนี้ ทำเอาเขาอยากจะขยับเข้าไปดอมดมใกล้ๆ ให้ชื่นใจอยู่เรื่อยเลย...

"อืม" อวี๋สุ่ยชินตอบรับเสียงเบาหวิวราวกับยุงบิน

"เดี๋ยวก็หาทางแก้ปัญหาได้เองแหละน่า" หวังเย่เปลี่ยนเรื่องคุยอย่างแนบเนียน ความสัมพันธ์ของเขากับเธอยังไม่ได้สนิทสนมกันถึงขั้นที่จะมาคุยเรื่องใต้สะดือแบบนี้ได้ ต้องรักษาระยะห่างเอาไว้หน่อย

ถึงแม้ลึกๆ แล้ว เขาจะอยากอาสาไปช่วยถูหลังให้เธอใจจะขาดก็ตามทีเถอะ

"ตรงลำธารฉินอิ่น แล้วก็ช่วงครึ่งล่างของแม่น้ำซู่เจียง ถือเป็นจุดอันตรายระดับสูงเลยนะ แล้วก็พวกเทือกเขาตามตำบลต่างๆ ด้วย โดยเฉพาะภูเขาลูกใหญ่ๆ พวกนั้น อาจจะมีพวกสัตว์ประหลาดระดับฝันร้ายที่หลุดรอดจากการกวาดล้างซ่อนตัวอยู่ก็ได้"

"อืม หวังเย่ นายคิดว่าพวกเราจะเจออันตรายอะไรไหม"

"ต่อให้ฟ้าถล่มลงมา ก็ยังมีหัวหน้าถงคอยค้ำไว้อยู่น่า เออใช่ พรุ่งนี้อาจจะต้องแบ่งกลุ่มออกเป็นสองทีม พวกเราสองคนอยู่ทีมเดียวกันนะ"

"อื้อ ตกลง"

—----------------------------------------------------------------

เช้าตรู่

หวังเย่สิ้นสุดการฝึกฝนที่กินเวลายาวนานตลอดทั้งคืน

นักรบยีนขั้นสอง 56%!

ผู้ใช้พลังพิเศษขั้นหนึ่ง 61%!

ระดับพลังของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง

ถ้าเทียบกันแค่เรื่องสมรรถภาพร่างกายของนักรบยีนเพียงอย่างเดียว ตอนนี้เขายังเป็นรองหวงจื่อรุ่ยอยู่นิดหน่อย

ถึงแม้จะไม่เคยประลองกันแบบจริงๆ จังๆ แต่เขาก็พอจะเดาออกจากการให้ความสำคัญของหัวหน้าถง

ตอนที่ซ้อมรบแบบ 4 รุม 1 หัวหน้าถงมักจะพุ่งเป้าโจมตีไปที่หวงจื่อรุ่ยเป็นหลัก

ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะหวงจื่อรุ่ยมีความสามารถในการต่อสู้ที่สมดุลทั้งรุกและรับ แถมยังมีชุดเกราะระดับท็อปอีกต่างหาก

ได้ยินจากชินมาว่า หมอนั่นลงทุนซื้อยาบำรุงเคสามสอง ซึ่งเป็นยาที่ดีที่สุดในตอนนี้มาใช้ด้วย

ราคาก็ไม่เท่าไหร่หรอก แค่หลอดละ 10 ล้านหยวนเอง

พลังรบที่แท้จริงของหวงจื่อรุ่ย น่าจะสูสีกับนักฆ่าระดับนักรบยีนขั้นสามที่อวี๋หานเฉาส่งมาลอบสังหารเขาเมื่อสามวันก่อนนั่นแหละ

แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังสู้ชินไม่ได้อยู่ดี

ในช่วงเริ่มต้นแบบนี้ ผู้ใช้พลังพิเศษคือลูกรักของพระเจ้าอย่างแท้จริง

ถ้าให้หวงจื่อรุ่ยสู้ตัวต่อตัวกับอวี๋สุ่ยชินล่ะก็ หมอนั่นคงไม่มีปัญญาแม้แต่จะเข้าใกล้ตัวเธอด้วยซ้ำ

แต่แน่นอนว่า ข้อเสียของผู้ใช้พลังพิเศษก็มีให้เห็นอย่างชัดเจนเหมือนกัน

นั่นก็คือ พลังพิเศษมีจำกัด

หลังจากเก็บข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็น และเตรียมเสื้อผ้าสำรองไปอีกชุด หวังเย่ก็แวะไปกินมื้อเช้าที่โรงอาหารของโซนป้องกันภัย

ติ๊ง

แอนนาเบลล่า: "กำลังจะออกเดินทางแล้วเหรอ"

หวังเย่: "อืม เดี๋ยวขากลับจะซื้อของฝากไปให้นะ"

แอนนาเบลล่า: "จริงเหรอ ดีใจจังเลย! (ส่งสติกเกอร์ยิ้มกว้าง)"

หวังเย่: "หนังงูระดับฝันร้ายน่ะ เอาไหม (ส่งสติกเกอร์รูปหัวหมา)"

...

แอนนาเบลล่า: "ระวังตัวด้วยล่ะ! ถ้ากลับมาอย่างปลอดภัย เดี๋ยวฉันจะมีรางวัลพิเศษเป็นเดตเล็กๆ สองต่อสองให้ เพื่อเป็นการฉลองความสำเร็จในภารกิจแรกของนายไง (ส่งสติกเกอร์หน้าแดงขวยเขิน)"

หวังเย่: "ฝันไปเถอะ"

...

หลังจากแชตคุยกันได้สักพัก หวังเย่ก็เตรียมตัวไปรวมพล

เขาไม่ได้หลงตัวเองคิดว่าแอนนาเบลล่าจะมาตกหลุมรักเขาง่ายๆ หรอกนะ

ระดับซูเปอร์สตาร์อย่างเธอ ก็แค่มาหาที่พึ่งพิงเพื่อความปลอดภัยของตัวเองเท่านั้นแหละ

"ฮัลโหล อรุณสวัสดิ์ครับพี่ซุน" หวังเย่กดรับสายเบอร์ที่คุ้นเคย พร้อมกับกรอกเสียงทักทายด้วยรอยยิ้ม

หัวหน้าครูฝึกซุนโทรมาแจ้งข่าวความคืบหน้านั่นเอง

"ครับ รับทราบครับ"

"เข้าใจแล้วครับ ขอบพระคุณพี่ซุนมากนะครับ"

บทสนทนาจบลงอย่างรวดเร็วและกระชับ

หัวหน้าครูฝึกซุนโทรมาแจ้งผลการสอบสวนของทางค่ายวิวัฒนาการให้เขาทราบ

ซึ่งผลก็คือ เขาพ้นข้อกล่าวหาทั้งหมด

และตอนนี้ทางกองกำลังป้องกันฐานที่มั่น ก็กำลังเร่งตรวจสอบประวัติของอวี๋หานเฉาอยู่ เชื่อว่าอีกไม่นานคงจะรู้ผล

"คนเจ้าเล่ห์อย่างอวี๋หานเฉา ไม่มีทางปล่อยให้เรื่องมือปืนหรือเรื่องมนุษย์มารมามัดตัวมันได้ง่ายๆ หรอก" หวังเย่รู้ไส้รู้พุงมันดี

การจะใช้ข้อหาลอยๆ ไปเล่นงานมันให้ถึงตาย คงไม่ใช่เรื่องง่าย

แต่ด้วยนิสัยการทำงานของมัน ที่ชอบทำเรื่องผิดกฎหมายและทุจริตอยู่บ่อยๆ ยังไงก็ต้องมีเบาะแสหรือหลักฐานหลุดรอดออกมาบ้างแหละน่า

อย่างเบาก็แค่ถูกสั่งพักงานเพื่อรอการสอบสวน หมดสิทธิ์เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานไปตลอดชีวิต

แต่ถ้าโดนหนักหน่อย ก็อาจจะถึงขั้นถูกไล่ออกเลยทีเดียว!

แค่นี้ก็เกินพอแล้ว

ส่วนบัญชีแค้นที่เหลือ รอให้เขาบรรลุเป็นผู้วิวัฒนาการระดับกลางเมื่อไหร่ ค่อยกลับไปคิดบัญชีกับมันรวบยอดทีเดียวก็ยังไม่สาย!

...

จุดรวมพล ทางออกโซนป้องกันภัย!

รถหุ้มเกราะขนาดใหญ่สามคันจอดเรียงรายรออยู่

ประกอบไปด้วยรถออฟโรดของหน่วยกู้ภัยหนึ่งคัน รถพยาบาลหนึ่งคัน และรถบรรทุกเสบียงอีกหนึ่งคัน

นี่คือพาหนะมาตรฐานสำหรับภารกิจค้นหาและกู้ภัย

ถงอู่ หัวหน้าทีมชั่วคราวในชุดเกราะเขาวัวอันเป็นเอกลักษณ์ ยืนกอดอกมองดูนาฬิกาข้อมือด้วยสีหน้าเคร่งขรึมอยู่หน้ารถ

พวกหวังเย่ทั้งสามคนทยอยเดินมารวมตัวกัน

ผิดคาดแฮะ อวี๋สุ่ยชินสะพายแค่เป้ใบเดียวมาเท่านั้น แถมยังแต่งหน้ามาซะอ่อนบาง

ราวกับดอกบัวขาวที่เพิ่งโผล่พ้นน้ำ ผิวพรรณของเธอขาวเนียนละเอียดราวกับจะคั้นน้ำออกมาได้เลย

พอเห็นเขา เธอก็ส่งยิ้มหวานพร้อมกับโบกมือทักทาย

"นี่เธอเล่นอาบน้ำตุนไว้ล่วงหน้าเจ็ดวันเลยหรือไงเนี่ย" หวังเย่เอ่ยแซว

"บ้าเหรอ ฉันพกสเปรย์อาบน้ำแห้งมาด้วยต่างหากล่ะ" อวี๋สุ่ยชินตอบ

สเปรย์อาบน้ำแห้งมันคืออะไรวะเนี่ย?

แล้วมันต้องมีคนช่วยถูหลังให้ด้วยไหมอ่ะ?

"อะแฮ่ม" หวงจื่อรุ่ยที่ยืนอยู่ข้างๆ กระแอมขัดจังหวะบทสนทนาที่ชักจะเริ่มทะแม่งๆ ของทั้งคู่ "พวกนายอ่านข้อมูลที่หามาเมื่อวานกันถึงไหนแล้ว"

"ชินส่งเข้าไปในกลุ่มแชตตั้งแต่เมื่อวานแล้วไม่ใช่เหรอ" หวังเย่หันไปมองอวี๋สุ่ยชิน

อวี๋สุ่ยชินพูดด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิดว่า "พอกลับไปถึงห้อง ฉันก็เอาข้อมูลมาจัดหน้ากระดาษและเรียบเรียงใหม่นิดหน่อยน่ะ ก็เลยส่งเข้าไปในกลุ่มดึกไปหน่อย"

ขยันจริงๆ เลยแม่คุณ แต่ไม่เห็นจะจำเป็นเลย

ยังไงซ่งซู่อี๋ก็คงอ่านไม่รู้เรื่องอยู่ดีนั่นแหละ... หวังเย่ลอบคิดในใจ

ส่วนหวงจื่อรุ่ยน่ะเหรอ หมอนี่คงไปแอบหาข้อมูลมาเองเรียบร้อยแล้วล่ะมั้ง

05.58 น.

"ถึงเวลาแล้ว ขึ้นรถ" ถงอู่เปิดประตูรถ พร้อมกับออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด

"อ้าว แต่ซ่งซู่อี๋ยังไม่มาเลยนะคะ" อวี๋สุ่ยชินร้องเตือนเสียงหลง

"หน่วยกู้ภัยไม่เคยรอใคร ไม่ต้องโทรตามแล้ว" ถงอู่ตีหน้ายักษ์ โบกมือเป็นสัญญาณ "ออกเดินทาง!"

หวงจื่อรุ่ยที่เพิ่งจะกดโทรออกไป รีบซ่อนโทรศัพท์มือถือไว้ข้างหลังอย่างเก้อเขิน

เสียงตะโกนเจื้อยแจ้วดังลอดออกมาจากปลายสาย "มาแล้วค่าาา กำลังวิ่งหน้าตั้งไปเลยค่า พี่รุ่ย!"

ขนาดไม่ได้เปิดลำโพง เสียงยังดังทะลุออกมาซะชัดแจ๋วเลย

"มานู่นแล้ว" หวังเย่มองเห็นซ่งซู่อี๋ในชุดรบสีเขียวปี๋กำลังวิ่งกระหืดกระหอบมาแต่ไกล เป้สะพายหลังของเธอกระดอนขึ้นลงตามจังหวะการวิ่ง

มือข้างนึงลากกระเป๋าเดินทางใบเขื่อง ส่วนอีกข้างก็หิ้วถุงพะรุงพะรัง หูหนีบโทรศัพท์มือถือไว้ พร้อมกับแหกปากตะโกนลั่นมาตลอดทาง วิ่งฝุ่นตลบมาเลยทีเดียว

นี่เจ๊แกกะจะย้ายบ้านหรือกำลังจะไปขึ้นรถไฟความเร็วสูงกันแน่เนี่ย...

[จบตอน]

จบบทที่ บทที่ 41 ภารกิจค้นหาและกู้ภัยระดับบีทู

คัดลอกลิงก์แล้ว