- หน้าแรก
- ระบบอัปแต้มไร้ขีดจำกัด วิวัฒนาการสู่จุดสูงสุดในวันสิ้นโลก
- บทที่ 37 ต่างคนต่างความคิด จะไปกะเกณฑ์อะไรได้
บทที่ 37 ต่างคนต่างความคิด จะไปกะเกณฑ์อะไรได้
บทที่ 37 ต่างคนต่างความคิด จะไปกะเกณฑ์อะไรได้
บทที่ 37 ต่างคนต่างความคิด จะไปกะเกณฑ์อะไรได้
หวังเย่วิ่งฝ่าสายฝนไปตามถนนเพียงลำพัง
ในวันที่ฝนสีเลือดตกแบบนี้ รถราและระบบขนส่งมวลชนแทบจะหยุดให้บริการกันหมด เพราะมันเสี่ยงอันตรายเกินไป
ตลอดทาง เขาเดินสวนกับเจ้าหน้าที่หน่วยลาดตระเวนภายในที่ออกมาเดินตรวจตราความเรียบร้อยอยู่หลายนาย
วันแบบนี้นี่แหละ คือวันที่พวกเขาต้องทำงานหนักที่สุด
หวังเย่วิ่งเลียบไปตามทางเท้าฝั่งขวาที่ขนาบข้างด้วยตึกสูง สีหน้าของเขาเรียบเฉย ประสาทสัมผัสทั้งหกเปิดรับข้อมูลอย่างเต็มที่
ไม่ว่าลมจะพัด หญ้าจะไหว หรือมีความเคลื่อนไหวใดๆ เกิดขึ้นรอบตัว เขาก็รับรู้ได้อย่างชัดเจนและแม่นยำ
เพราะเขาคือผู้ใช้พลังพิเศษ
ซึ่งมีสัมผัสการรับรู้ที่เหนือชั้นกว่าพวกนักรบยีนหลายขุมนัก
"ยังไม่มาอีกเหรอ ชักช้าจริงแฮะ" หวังเย่แอบบ่นในใจ พลางรวบรวมสมาธิจดจ่อกับสิ่งรอบตัว
อวี๋หานเฉามีวิธีฆ่าเขาอยู่สองวิธี
ไม่ใช้มือปืน ก็ต้องส่งผู้วิวัฒนาการมาจัดการ
แต่ความเป็นไปได้น่าจะหนักไปทางวิธีแรกมากกว่า
เพราะคงไม่มีผู้วิวัฒนาการคนไหนอยากจะเอาหน้าที่การงานและชีวิตมาเสี่ยงทำเรื่องพรรค์นี้หรอก
ทันใดนั้น ก็เกิดเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากถนนฝั่งตรงข้าม
เสียงทุบทำลาย เสียงกระจกแตกกระจาย ดังปะปนมากับเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวของผู้หญิง
นัยน์ตาของหวังเย่หรี่แคบลงเล็กน้อย เขาเร่งฝีเท้าพุ่งตรงไปยังทิศทางนั้นทันที
ตึง! ตึง! ตึง!!
ภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตา คือชายร่างบึกบึนที่มีดวงตาแดงก่ำและใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความบ้าคลั่ง
ท่อนแขนทั้งสองข้างของมันปูดโปนและแข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า มันกำลังคลุ้มคลั่งทุบทำลายรถยนต์ที่จอดอยู่ริมถนน และกระหน่ำทุบกระจกหน้าร้านกาแฟอย่างเอาเป็นเอาตาย
พนักงานสาวในร้านกาแฟที่ปิดประตูล็อกแน่นหนา ถึงกับเข่าทรุด ทรุดตัวลงไปกองกับพื้นด้วยความหวาดผวา เธอเอาแต่กรีดร้องอย่างเสียสติ
มนุษย์กลายพันธุ์!
ในจังหวะนั้นเอง—
"ปัง!"
เสียงปืนดังกึกก้องมาจากดาดฟ้าของตึกสูงที่อยู่ห่างออกไป
หวังเย่เบี่ยงตัวหลบกระสุนได้อย่างฉิวเฉียด พร้อมกับพุ่งทะยานตัวออกไปราวกับลูกธนูที่ถูกปล่อยออกจากแล่ง
ด้วยสมาธิที่จดจ่อถึงขีดสุด เขาจับทิศทางและระบุตำแหน่งของมือปืนได้อย่างแม่นยำ
เสียงปืนนัดที่สองและสามดังตามมาติดๆ แต่ด้วยความเร็วในการเคลื่อนที่ของหวังเย่ที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด กระสุนเหล่านั้นก็ไม่อาจระคายผิวเขาได้เลย
เพียงพริบตาเดียว ร่างของเขาก็หายวับไปจากสายตา
"เป็นไปได้ยังไงวะ!" มือปืนถึงกับช็อกตาตั้ง
เขาผ่านงานลอบสังหารมานับครั้งไม่ถ้วน และไม่เคยพลาดเป้าเลยสักครั้ง
คนบ้าอะไรจะหลบกระสุนปืนได้วะ!
ต่อให้เป็นผู้วิวัฒนาการก็เถอะ เขาก็เคยส่องร่วงมาแล้วคนนึงนี่หว่า ไม่เห็นจะเท่าไหร่เลย
"ไอ้นี่มันปีศาจชัดๆ" มือปืนรีบเก็บปืนไรเฟิลใส่กระเป๋าอย่างลนลาน
ภารกิจล้มเหลว
งานนี้เจอของแข็งเข้าให้แล้ว
เขาต้องรีบเผ่นให้ไวที่สุด
ขืนอยู่ต่อล่ะก็...
"ปัง!"
ประตูดาดฟ้าถูกถีบจนพังโครมลงมา ปรากฏร่างของชายหนุ่มรูปหล่อที่มีใบหน้าหล่อเหลา แต่กลับแผ่ซ่านรังสีอำมหิตจนมือปืนถึงกับขนหัวลุก
มะ มาเร็วเกินไปแล้วเว้ย!
"จะรีบไปไหนล่ะ" หวังเย่ฉีกยิ้มเย็นเยียบ
ปัง ปัง ปัง!
มือปืนชักปืนพกคู่กายออกมากระหน่ำยิงอย่างรวดเร็ว
แต่ความเร็วในการเหนี่ยวไกของเขามันช้าเกินไป
กระสุนทุกนัดพลาดเป้าไปหมด
ทันใดนั้น เงาดำสายหนึ่งก็พุ่งเข้ามาประชิดตัวเขาจากด้านหลัง สันมืออันแข็งแกร่งฟาดเข้าที่ท้ายทอยของเขาอย่างจัง จนเขาสลบเหมือดไปในทันที
หวังเย่หิ้วคอเสื้อของมือปืนที่หมดสติด้วยมือเพียงข้างเดียว แล้วกระโดดลงมาจากดาดฟ้าอย่างรวดเร็ว
บนถนนยังมีมนุษย์กลายพันธุ์อีกตัวที่ต้องจัดการ
"ตุบ" หวังเย่โยนร่างของมือปืนทิ้งไว้ริมถนน ก่อนจะวิ่งข้ามถนนที่ไร้ผู้คน พุ่งตรงไปยังอีกฝั่งหนึ่ง
เมื่อไปถึง มนุษย์กลายพันธุ์ร่างบึกบึนก็นอนจมกองเลือดสิ้นใจไปแล้ว
พนักงานสาวในร้านกาแฟที่ยังคงตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว กำลังก้มหัวขอบคุณเจ้าหน้าที่หน่วยลาดตระเวนภายในในชุดเครื่องแบบปะหลับปะเหลือก
"ไม่เป็นไรครับ มันเป็นหน้าที่ของเราอยู่แล้ว" เจ้าหน้าที่หนุ่มตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
ดูเหมือนเขาจะสัมผัสได้ถึงการมาเยือนของใครบางคน จึงหันมามองหวังเย่ แล้วพยักหน้าทักทาย
หวังเย่ก็ส่งยิ้มตอบกลับไปบางๆ
แต่วินาทีต่อมา นัยน์ตาของเขากลับวาวโรจน์ขึ้น เคล็ดวิชาเสริมพลังถูกกระตุ้นการทำงานในทันที
กล้ามเนื้อทั่วร่างเปล่งประกายพลังงานออกมา หวังเย่ชักดาบสุริยันชาด รุ่นทู ออกมา แล้วฟาดฟันเข้าใส่เจ้าหน้าที่หนุ่มอย่างไม่ลังเล
สีหน้าของเจ้าหน้าที่หนุ่มเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เขารีบกระโดดถอยหลังหลบ
เขาชักอาวุธออกมาไม่ทัน จึงทำได้เพียงยกท่อนแขนซ้ายขึ้นมาตั้งการ์ดรับเอาไว้
กร๊อบ!
ปลอกแขนป้องกันแตกกระจาย แรงกระแทกจากคมดาบทำให้กระดูกแขนของเขาแตกราว
ถ้าเมื่อกี้เขาเบี่ยงแขนหลบแรงปะทะไม่ทัน แขนซ้ายของเขาคงขาดกระเด็นไปแล้ว
เคร้ง เคร้ง เคร้ง!
เจ้าหน้าที่หนุ่มชักดาบเหยี่ยวเมฆา รุ่นวัน ออกมาปัดป้องการโจมตีอย่างทุลักทุเล
เพลงดาบของเขาพลิ้วไหวและคล่องแคล่ว ช่วยให้เขาสามารถรักษาระยะห่างจากหวังเย่เอาไว้ได้ ดูเหมือนวิชาดาบของเขาจะอยู่ในระดับชำนาญแล้ว
"แกรู้ได้ยังไง!" เจ้าหน้าที่หนุ่มจ้องมองหวังเย่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวงและไม่เข้าใจ
"ก็แกมันทิ้งพิรุธไว้บานเบอะเลยน่ะสิ" หวังเย่ลอบใช้เคล็ดวิชาเสริมพลัง บัฟพลังเข้าไปในดาบสุริยันชาด รุ่นทู "แกเป็นถึงนักรบยีนขั้นสาม ก็ต้องเป็นเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนระดับกลางสิ แต่ดันใส่ชุดเครื่องแบบของเจ้าหน้าที่ระดับล่างมาซะงั้น"
"แถมหน้าที่เดินลาดตระเวนมันก็เป็นงานของพวกเจ้าหน้าที่ทั่วไปกับเจ้าหน้าที่ระดับล่าง เจ้าหน้าที่ระดับกลางอย่างแกน่ะ จะออกโรงก็ต่อเมื่อเจอพวกมนุษย์กลายพันธุ์ที่รับมือยากๆ เท่านั้นแหละ"
ก็แหงล่ะ เขาอุตส่าห์แอดเฟรนด์คุยกับเจ้าหน้าที่สาวๆ มาตั้งเยอะ ก็เลยได้ข้อมูลวงในมาเพียบ
สีหน้าของเจ้าหน้าที่หนุ่ม หรือก็คือนักฆ่า เปลี่ยนเป็นดำคล้ำ
เขาไม่เข้าใจเลยว่า หวังเย่รู้ได้ยังไงว่าเขาเป็นนักรบยีนขั้นสาม
"อย่าโกรธแค้นกันเลยนะ ฉันก็แค่ทำตามคำสั่ง" นักฆ่ากระชับด้ามดาบแน่น แววตาเหี้ยมเกรียมขึ้น
"ต่างคนต่างความคิด จะไปกะเกณฑ์อะไรได้ล่ะ" ในดวงตาของหวังเย่ไม่มีวี่แววของความเห็นใจเลยแม้แต่น้อย
เขารู้ดีว่าทำไมไอ้นักฆ่าในคราบเจ้าหน้าที่คนนี้ ถึงได้เอ่ยปากขอโทษ
ก็เพราะมันมั่นใจในฝีมือตัวเองในฐานะนักรบยีนขั้นสามไงล่ะ ต่อให้โดนลอบโจมตีจนแขนซ้ายเจ็บ แต่มันก็ยังคิดว่าสามารถเอาชนะเขาได้อยู่ดี
แต่มันประเมินสถานการณ์พลาดไปข้อหนึ่ง
ในเมื่อเขามองทะลุแผนการของมันตั้งแต่แรก ถ้าไม่มีความมั่นใจเต็มร้อย เขาจะยอมโผล่หัวออกมาให้มันฆ่าทำไม
ความโง่นี่มันไม่มีทางรักษาหายจริงๆ
อาทิตย์อุทัย!
กระบวนท่าเริ่มต้นที่เรียบง่ายและรวดเร็ว หวังเย่พุ่งทะยานเข้าใส่อย่างปราดเปรียว
ดาบสุริยันชาด รุ่นทู ที่ได้รับการบัฟพลัง เปล่งประกายเจิดจรัสราวกับอาวุธเทพ
นักฆ่ารีบใช้เพลงดาบเหยี่ยวเมฆา ปัดป้องและหลบหลีกอย่างพลิ้วไหว
แต่เพียงชั่วอึดใจ สีหน้าของมันก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
ดาบนี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว!
ไม่สิ ไม่ใช่แค่ดาบเท่านั้น!
ทั้งพลังโจมตี ความเร็ว และปฏิกิริยาตอบสนองของเป้าหมาย ล้วนเหนือกว่าข้อมูลที่ได้รับมา และเหนือกว่าที่มันคาดการณ์ไว้มาก!
ตอนที่โดนลอบโจมตีเมื่อกี้ มันยังไม่ทันสังเกต
แต่พอได้ปะทะกันซึ่งๆ หน้า มันก็รู้ได้ทันทีว่าใครเหนือกว่าใคร!
"แกเป็นนักรบยีนขั้นสามนี่หว่า!" รูม่านตาของนักฆ่าเบิกกว้าง ความมั่นใจที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น มันถูกไล่ต้อนจนต้องถอยร่นไม่เป็นท่า
อวี๋หานเฉาหลอกมันนี่หว่า!
ไหนบอกว่าเป็นแค่นักรบยีนขั้นสองไงล่ะ!
ไหนบอกว่าเป็นแค่มือใหม่ที่เพิ่งเรียนจบไง!
พลังรบของไอ้หมอนี่มันเถื่อนเกินไปแล้ว!
ถ้านักรบยีนขั้นสามสู้กับนักรบยีนขั้นสอง มันก็ต้องชนะขาดลอยอยู่แล้ว
แต่ถ้านักรบยีนขั้นสามมาสู้กันเองล่ะก็... คู่ต่อสู้ของมันเหนือกว่าทั้งเรื่องอาวุธและเพลงดาบเลยนี่หว่า
แล้วมันจะเอาอะไรไปสู้ฟะ!
สู้ไม่ได้เลยโว้ย!
แถมมันยังบาดเจ็บอยู่อีก!
อายุแค่นี้ แต่เสือกเจ้าเล่ห์และเหลี่ยมจัดกว่ามันซะอีก!
ฉัวะ!
การโจมตีของหวังเย่ดุดันและเฉียบขาด
อานุภาพของดาบสุริยันชาด รุ่นทู ที่ได้รับการบัฟพลังนั้น น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าดาบรุ่นทรีเสียอีก!
พลังโจมตีที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ทำเอานักฆ่าตั้งรับแทบไม่ทัน
เคล็ดวิชาเสริมพลังขั้นชำนาญ ถูกรีดเร้นออกมาจนถึงขีดสุด!
ทั้งอาวุธและร่างกาย ได้รับการเสริมพลังพร้อมๆ กัน!
หวังเย่อยู่ในสภาพที่ฟิตเต็มร้อย!
ในเวลานี้ เขาก้าวข้ามขีดจำกัดจนมีพลังเทียบเท่านักรบยีนขั้นสามอย่างแท้จริงแล้ว
ถ้าเป็นเขาในตอนที่ยังไม่ได้ฝึกเคล็ดวิชาเสริมพลัง ป่านนี้คงได้แต่ตั้งรับและตกเป็นรองไปแล้ว แต่ตอนนี้...
ตู้ม!
ปราณดาบร้อนแรงดั่งเปลวไฟ ฟาดฟันลงมาด้วยน้ำหนักอันมหาศาล
เชื่อมต่อด้วยกระบวนท่าแสงแรกแย้มอย่างสมบูรณ์แบบ พลังทำลายล้างระเบิดออกอย่างรุนแรง!
หวังเย่บุกตะลุยอย่างบ้าคลั่ง ไล่ต้อนศัตรูอย่างไม่ลดละ โดยไม่สนว่าเพลงดาบของอีกฝ่ายจะพลิ้วไหวแค่ไหน
เขาไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ทุกอย่างล้วนอยู่ในการควบคุมของเขา
นี่แหละคือการเอาชนะด้วยพลังที่เหนือกว่าอย่างแท้จริง!
นักฆ่าทำได้เพียงกระโดดหลบซ้ายขวาอย่างทุลักทุเล กว่าจะหาช่องว่างสวนกลับไปได้สักดาบ ดาบเหยี่ยวเมฆาของมันก็ฟันฉับเข้าที่ชุดรบของหวังเย่จนเกิดเสียงดังบาดหู
ไม่เข้า!?
นี่มันชุดรบบ้าอะไรกันวะเนี่ย!
นักฆ่าถึงกับอึ้งกิมกี่ไปเลย
ชุดรบระดับซีสาม ซึ่งเป็นระดับท็อปสุดของผู้วิวัฒนาการระดับต้นงั้นเหรอ!
ไอ้อวี๋หานเฉามันบ้าไปแล้วหรือไง ถึงได้ส่งให้เขามาลอบสังหารเป้าหมายที่มีพลังรบรวมสุดยอดขนาดนี้!
ฉัวะ!
กระบวนท่าแสงทองสาดส่อง!
ประกายดาบสว่างวาบฟาดฟันลงมาเป็นสาย หวังเย่ต้องการเผด็จศึกให้เร็วที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้มีตัวแปรอื่นแทรกซ้อน
การโจมตีแต่ละดาบรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ!
ตอนนี้เขาไม่จำเป็นต้องห่วงเรื่องการป้องกันอีกต่อไป แค่ระวังอย่าให้โดนจุดตายก็พอ
นักฆ่าถูกต้อนจนมุมจนถอยไปไหนไม่ได้อีก มันรู้สึกเย็นยะเยือกไปถึงขั้วหัวใจ
เคร้ง! เสียงดาบปะทะกันอย่างรุนแรง ข้อมือของนักฆ่าเจ็บแปลบจนแทบจะปล่อยดาบเหยี่ยวเมฆาหลุดจากมือ มันกัดฟันฝืนต้านทานเอาไว้ แต่สถานการณ์ก็ยิ่งเลวร้ายลงเรื่อยๆ
หวังเย่ฟาดดาบลงมาอย่างสุดแรง พลังโจมตีพุ่งถึงขีดสุด แรงปะทะอันมหาศาลซัดร่างของนักฆ่ากระเด็นไปอัดก๊อปปี้กับกำแพงอย่างจัง
โครม!
นักฆ่ารู้สึกจุกเสียดไปถึงเครื่องใน กำแพงแตกร้าวและพังทลายลงมา
ทันใดนั้น ร่างของหวังเย่ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า พร้อมกับจิตสังหารอันรุนแรง ประกายดาบเย็นเยียบฟาดฟันลงมา
"ไม่นะ!!!"
เคร้ง!
นักฆ่ากัดฟันกรอด พยายามยกดาบขึ้นมาต้านทานอย่างสุดชีวิต
แต่ดาบเหยี่ยวเมฆา รุ่นวัน ของมันกลับถูกฟันจนแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ร่างของมันถูกกระแทกจนล้มตึงลงไปกองกับพื้น
ดาบปลิดชีพฟาดฟันลงมาตรงหน้า
ฉึก!
เลือดสดๆ สาดกระเซ็นไปทั่ว
นักฆ่าเบิกตาโพลง ล้มลงไปนอนจมกองเลือด สิ้นใจไปพร้อมกับความแค้นที่ไม่อาจชำระ
(หมายเหตุ: ตอนนี้เป็นตอนพิเศษ อัปเดตฉลองวันชาติจีนครับ)
[จบตอน]