- หน้าแรก
- ระบบอัปแต้มไร้ขีดจำกัด วิวัฒนาการสู่จุดสูงสุดในวันสิ้นโลก
- บทที่ 20 ล้วนเป็นของปลอมทั้งนั้น!
บทที่ 20 ล้วนเป็นของปลอมทั้งนั้น!
บทที่ 20 ล้วนเป็นของปลอมทั้งนั้น!
บทที่ 20 ล้วนเป็นของปลอมทั้งนั้น!
"ไอ้หมอนี่ยังจับคู่อยู่กับหลู่หย่งแฮะ"
อวี๋ไห่เทามีสายสืบกระจายตัวอยู่ทั่วนักเรียนห้อง 23 ทำให้เขารู้ความเคลื่อนไหวของหวังเย่อย่างทะลุปรุโปร่ง
"ดูไม่เหมือนว่าจะมีแผนการอะไรซ่อนอยู่เลย"
หลังจากอดทนรอมาเกือบเจ็ดชั่วโมง อวี๋ไห่เทาก็ยิ่งมั่นใจในความคิดของตัวเองมากขึ้น
ก็แค่เดินฟาร์มพวกสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์ตามหมู่บ้านแบบนั้น มันจะมีประโยชน์อะไรวะ
ฆ่าให้ตายเป็นเบือ ก็ยังสู้ฆ่าสัตว์ประหลาดระดับดุร้ายแค่ตัวเดียวไม่ได้หรอก!
อวี๋ไห่เทารู้กฎการคิดคะแนนของการทดสอบมือใหม่เป็นอย่างดี
"รอให้ฟ้ามืดก่อนค่อยลงมือ" อวี๋ไห่เทาวางแผนทุกอย่างเอาไว้หมดแล้ว
ที่นี่ไม่ใช่จุดตั้งมั่นหมายเลข 3 ทันทีที่ฟ้ามืดลง แสงสว่างเดียวที่มีก็คือแสงจันทร์สลัวๆ เท่านั้น
ประกอบกับตอนกลางคืนจะมีสัตว์ประหลาดระดับดุร้ายโผล่ออกมาเพียบ สถานการณ์จะต้องวุ่นวายสุดๆ แน่นอน
และตอนนั้นแหละ คือจังหวะที่ดีที่สุดในการลงมือ!
หวังเย่ยังอยู่กับหลู่หย่งงั้นเหรอ
งั้นก็เชือดทิ้งไปพร้อมกันเลยก็แล้วกัน
...
หมู่บ้านร้าง บนระเบียงชั้นสองที่เปิดโล่ง
หวังเย่นั่งถือดาบ มองทอดสายตาออกไปไกลๆ ด้วยท่าทีสงบนิ่ง
ข้างกายเขามีหลู่หย่งที่เอาแต่มองซ้ายมองขวาด้วยความหวาดระแวงอยู่ตลอดเวลา กลัวว่าจะมีสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์โผล่มาจ๊ะเอ๋เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
เมื่อเทียบกับตอนแรกที่เอาแต่อกสั่นขวัญแขวน ตอนนี้หลู่หย่งก็เริ่มจะเบาใจลงมาบ้างแล้ว
หวังเย่โคตรเทพเลย!
เขาเกาะต้นขาถูกคนแล้ว!
ถึงแม้ว่าการวิวัฒนาการของหวังเย่จะดูไม่ค่อยราบรื่นนัก แต่เสือผอมก็ยังตึงกว่าหมาอ้วนอยู่ดี
ด้วยคะแนนการสอบภาคปฏิบัติระดับ S ต่อให้ร่างกายจะไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก แต่การจะไล่ฟาดพวกสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์ธรรมดาๆ นี่มันขนมกรุบชัดๆ
ตลอดทั้งวันที่ผ่านมาเนี่ย ฆ่าไปตั้งเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้
เอาเป็นว่า สัตว์ประหลาดกลายพันธุ์ในละแวกหมู่บ้านนี้ แทบจะโดนหวังเย่ล้างบางไปจนหมดแล้วล่ะ
ขอแค่ไม่ไปเจอแจ็กพอตสัตว์ประหลาดระดับดุร้ายเข้าล่ะก็ พวกเขาก็ปลอดภัยหายห่วง
"พี่เย่ พวกเราคงไม่ต้องนั่งแกร่วอยู่ตรงนี้จนจบการทดสอบหรอกมั้ง" หลู่หย่งถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ
"นายคงอยากจะทำแบบนั้นล่ะสิ" หวังเย่หัวเราะเบาๆ "แต่ฉันกลัวว่าพวกสัตว์ประหลาดระดับดุร้ายมันจะไม่ยอมน่ะสิ"
"หา?" หลู่หย่งเริ่มหน้าเสียอีกแล้ว
"ได้เวลาพอดี"
หวังเย่ก้มดูนาฬิกาข้อมือ แล้วลุกขึ้นยืน
ได้พักมาตั้งสองชั่วโมง พลังลมปราณและเรี่ยวแรงก็ฟื้นฟูจนเต็มเปี่ยม พร้อมรับมือกับการต่อสู้อันดุเดือดในค่ำคืนนี้แล้ว
คะแนนการทดสอบไม่ได้เลยสักแต้มงั้นเหรอ
เขาไม่แคร์หรอก
เพราะเขาฟาร์มแต้มศักยภาพมาได้ตั้ง 20 กว่าแต้มแล้วนี่นา
แต่เดิมเขาก็ไม่ได้ตั้งใจจะมาแข่งทำอันดับอยู่แล้ว เพราะมันจะทำให้แผนการฆ่าอวี๋ไห่เทาของเขารวนเปล่าๆ
ขอแค่ทำตามแผนสำเร็จ มีความสามารถในการปกป้องตัวเอง และเอาชีวิตรอดปลอดภัยกลับไปได้ ส่วนเรื่องอันดับจะได้ที่เท่าไหร่ก็ช่างมันเถอะ
"เราแยกกันตรงนี้แหละ" หวังเย่หันไปบอกหลู่หย่งที่ทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก "รีบไปหาที่ซ่อนแถวๆ กำแพงไม้ก่อนที่ฟ้าจะมืดเถอะ คืนนี้ในหมู่บ้านจะอันตรายมาก ฉันอาจจะดูแลนายไม่ไหวหรอกนะ"
"ฉะ ฉันก็ต่อสู้เก่งเหมือนกันนะ..." เสียงของหลู่หย่งสั่นเครือจนฟังดูไม่น่าเชื่อถือเอาซะเลย
"ถ้านายไม่ได้หวังจะเอาอันดับสูงๆ ล่ะก็ จากผลงานของนายตอนกลางวัน อย่างน้อยๆ ก็คงไม่โดนจับไปทำงานนั่งโต๊ะหรอกน่า" หวังเย่มองหน้าหลู่หย่ง "เผลอๆ อาจจะได้ไปเป็นเจ้าหน้าที่จัดเก็บซากในศูนย์วิจัยพันธุกรรมก็ได้นะ ตำแหน่งนี้ทั้งสวัสดิการดีและมีหน้ามีตาในฐานที่มั่นเลยล่ะ พอให้นายใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบายไร้กังวลเลยแหละ"
นิสัยและขีดจำกัดของหลู่หย่งน่ะ มองปราดเดียวก็รู้แล้ว
"หรือว่า... นายต่อสู้เก่งจริงๆ" หวังเย่กะพริบตาปริบๆ
"เก่ง... เก่งในเรื่องการ... ถอยร่นอย่างมีชั้นเชิงไงล่ะ!" หลู่หย่งหัวเราะแห้งๆ แก้เกี้ยว ก่อนจะรีบยอมแพ้อย่างไว "งั้นฉันไปจริงๆ นะ"
"ไปเถอะ"
"ระวังตัวด้วยนะ พี่เย่!"
เสียงตะโกนไล่หลังมา แต่ร่างของหลู่หย่งก็หายวับไปจากระเบียงชั้นสองแล้ว
หวังเย่ขยับเนื้อขยับตัวเพื่อยืดเส้นยืดสาย พลางแกว่งดาบในมือไปมา
ในดวงตาของเขาประกายรังสีอำมหิตวาบผ่าน
การต่อสู้ที่แท้จริง กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว
—------------------------------------------------
ความมืดมิดมาเยือน
การเข่นฆ่าสังหารเริ่มปะทุขึ้นตามจุดต่างๆ
การต่อสู้อันดุเดือดเกิดขึ้นตามเทือกเขาหลายแห่ง
เหล่านักเรียนที่เพิ่งจะผ่านการต่อสู้มาตลอดทั้งวัน จู่ๆ ก็ต้องมาเผชิญหน้ากับฝูงสัตว์ประหลาดระดับดุร้ายที่โผล่ออกมาตามภูเขาเป็นดอกเห็ด
หวังเย่ลัดเลาะไปตามความมืด
เขารู้ตัวดีว่ากำลังถูกสะกดรอยตาม
แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นอวี๋ไห่เทา หรือแค่พวกสายสืบของมันกันแน่
ไม่ต้องรีบร้อน
ในเมื่อตอนนี้เขารับบทเป็นเหยื่อ
ก็แค่ทำหน้าที่เหยื่อให้เนียนที่สุดก็พอ
หวังเย่พุ่งตัวเข้าไปในบ้านพักชาวนาที่ผุพังอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกระโดดข้ามกำแพงออกไปอีกฝั่ง
"พี่เทา มันหายไปแล้วครับ มันน่าจะรู้ตัวแล้วว่าผมตามมา!"
"เข้าใจแล้ว ส่งโลเคชันมาให้ฉันที"
อวี๋ไห่เทากดตัดสาย
พิกัดตำแหน่งปรากฏขึ้นบนแผนที่ในนาฬิกาข้อมือ เขาเร่งฝีเท้าพุ่งตรงไปที่นั่นทันที
"หนีไม่พ้นหรอกน่า!" หลังจากทนรอมาเกือบสิบสองชั่วโมง อวี๋ไห่เทาก็ทนเก็บกดความอยากฆ่าเอาไว้ไม่ไหวอีกต่อไป
นี่แหละคือโอกาสทอง!
หายไปไหนแล้ววะ
หวังเย่เองก็แปลกใจเหมือนกัน
ฝีมือการสะกดรอยตามนี่มันห่วยแตกชะมัด ไม่เคยดูหนังสายลับหรือไงวะ
นี่เขาต้องเดินย้อนกลับไปทำตัวลับๆ ล่อๆ ให้มันเห็นอีกรอบไหมเนี่ย
มันจะดูจงใจเกินไปหน่อยหรือเปล่าวะ
"งั้นก็หาพวกสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์มาเชือดโชว์สักสองสามตัวดีกว่า ใช้เสียงต่อสู้ล่อพวกมันมานี่แหละ" หวังเย่คิดแผนออกอย่างรวดเร็ว
...
อวี๋ไห่เทาที่กำลังตามหาตัวหวังเย่อย่างร้อนรน เริ่มกระวนกระวายใจ
ทันใดนั้น เขาก็ได้ยินเสียงการต่อสู้ดังก้องมาแต่ไกล ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นด้วยความยินดี เขารีบกระโดดขึ้นไปบนกำแพงทันที
เมื่อมองทอดยาวออกไป ความดีใจก็แล่นพล่านไปทั่วหัวใจ อวี๋ไห่เทาค่อยๆ ลัดเลาะไปตามแนวขอบกำแพงอย่างเงียบกริบ มือขวากระชับกระบี่รุ้งพาดผ่านแน่น รังสีอำมหิตแผ่ซ่าน
เจอตัวแล้ว!
ต่อให้หวังเย่จะระวังตัวแค่ไหนก็เปล่าประโยชน์
เพราะที่นี่คือสนามทดสอบมือใหม่ มีมอนสเตอร์เดินเพ่นพ่านเต็มไปหมด แค่ขยับตัวสู้ปุ๊บก็ต้องเกิดเสียงดังปั๊บอยู่แล้ว!
มันหนีไม่พ้นหรอก!
อวี๋ไห่เทาเร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ
แผ่นหลังที่คุ้นเคยและน่ารังเกียจปรากฏขึ้นให้เห็นอยู่ไกลๆ ตอนนี้กำลังพัวพันอยู่กับการต่อสู้กับสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์
อวี๋ไห่เทาค่อยๆ ชะลอฝีเท้าลง แล้วย่องเข้าไปทางด้านหลังของหวังเย่อย่างเงียบเชียบ
แม้เขาจะมั่นใจว่าฝีมือของตัวเองบดขยี้หวังเย่ได้สบายๆ แต่ถ้ามีวิธีที่ง่ายและประหยัดแรงกว่า ทำไมเขาจะไม่เลือกใช้ล่ะ
"หึ เพลงดาบกระจอกๆ" อวี๋ไห่เทามองดูหวังเย่ฟาดฟันกับสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์ พลางค่อยๆ ซ่อนตัวอยู่หลังกำแพงหิน เตรียมจะลงมือปลิดชีพหวังเย่ในจังหวะที่อีกฝ่ายเผลอตัวที่สุดตอนที่ฆ่าสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์สำเร็จ
จู่ๆ หวังเย่ก็ตวัดดาบพลาดเป้าไปเฉยเลย
อวี๋ไห่เทา: ?
ดูเหมือนสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์เองก็คาดไม่ถึงเหมือนกัน มันเลยเบรกแรงกระโจนเอาไว้ไม่อยู่
หวังเย่ตวัดดาบกลับหลัง ฟันเข้าที่สีข้างของมัน สัตว์ประหลาดกลายพันธุ์แผดเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะเสียหลักพุ่งชนเข้ากับกำแพงหินตรงที่อวี๋ไห่เทาซ่อนตัวอยู่พอดิบพอดี
"เวรเอ๊ย!" อวี๋ไห่เทาสบถออกมาดังลั่น รีบกระโดดถอยหลังหลบแทบไม่ทัน
ร่างอันกำยำของสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์พุ่งชนกำแพงหินจนพังทลายลงมา ตามมาด้วยคมดาบของหวังเย่ที่ฟาดฟันตามมาติดๆ
พลาดเป้าอีกแล้วงั้นเหรอ
เปล่าเลย
เป้าหมายของหวังเย่คืออวี๋ไห่เทาต่างหากล่ะ
อวี๋ไห่เทาที่กำลังเสียศูนย์ รีบยกกระบี่ขึ้นมากันอย่างทุลักทุเล
เขาต้านรับแรงกระแทกอันมหาศาลที่กดทับลงมาบนข้อมือราวกับขุนเขาทั้งลูก แขนทั้งท่อนชาหนึบไปในพริบตา
เมื่อสองขาไม่อาจรับน้ำหนักไหว ร่างของอวี๋ไห่เทาที่เสียหลักอยู่แล้วก็ถูกดาบนั้นฟาดจนกระเด็นหงายหลังล้มตึงลงไปกองกับพื้นอย่างแรง
มันจงใจนี่หว่า!
มันรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าฉันซ่อนอยู่ตรงนั้น!
ความคิดมากมายแล่นปรู๊ดเข้ามาในหัวของอวี๋ไห่เทา สีหน้าของเขาซีดเผือดลงทันตา
แต่เขาไม่มีเวลาให้ลังเลอีกแล้ว
เพราะหวังเย่พุ่งเข้ามาประชิดตัวอีกครั้ง ดาบสุริยันชาดในมือราวกับลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิง ฟาดฟันลงมาอย่างดุดัน
อวี๋ไห่เทาเพิ่งจะยันตัวลุกขึ้นมาได้ครึ่งทาง ก็ต้องรีบยกกระบี่ขึ้นมากันสุดชีวิต แต่พลังอันน่าสะพรึงกลัวก็ปะทะเข้าใส่อีกครั้ง เขาสู้แรงไม่ไหวจริงๆ ดาบนั้นฟันลงมาจนกระบี่แทบจะหลุดจากมือ ร่างของเขาถูกกระแทกล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้นอีกรอบ
ทักษะพื้นฐานอันยอดเยี่ยม
นี่แหละคือ 'เพลงดาบกระจอกๆ' ที่อวี๋ไห่เทาเคยดูถูกนักดูถูกหนา
ฉัวะ!
ประกายดาบแลบปลาบดุจสายฟ้า ฟาดฟันลงบนขาทั้งสองข้างของอวี๋ไห่เทาอย่างไร้ความปรานี
แม้ว่าชุดรบเมฆาไหลจะมีความยืดหยุ่นสูงและป้องกันการถูกฟันได้ดีเยี่ยม แต่ก็ไม่อาจต้านทานแรงกระแทกทั้งหมดได้
เสียงกระดูกแตกหักดังลั่น ตามมาด้วยเลือดที่สาดกระเซ็น
"ม่ายยย!" เสียงกรีดร้องโหยหวนของอวี๋ไห่เทาดังก้องกังวาน เขามองหวังเย่ที่ยืนอยู่ตรงหน้าราวกับกำลังมองดูปีศาจร้ายในยามค่ำคืน
มาถึงตอนนี้ เขาก็รู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น
เขาฝึกฝน 'เคล็ดวิชาวิวัฒนาการเกราะคนเถื่อน' ที่เน้นเพิ่มพละกำลังเป็นหลัก แถมยังฝึกจนถึงขั้นเชี่ยวชาญแล้วด้วย
แต่พละกำลังของหวังเย่กลับเหนือกว่าเขาทุกอย่าง!
ของปลอม!
ล้วนเป็นของปลอมทั้งนั้น!
ไอ้เรื่องที่มันจับคู่กับหลู่หย่งก็ของปลอม!
ระดับการวิวัฒนาการของร่างกายมันก็ของปลอมเหมือนกัน!
มันต้องมีความแข็งแกร่งระดับนักรบยีนขั้นหนึ่งเป็นอย่างต่ำแน่ๆ!
ไม่สิ มันแข็งแกร่งกว่านั้นอีก!
มันน่ากลัวเกินไปแล้ว!
ในใจของอวี๋ไห่เทาตอนนี้เหลือเพียงความหวาดผวาและความเสียใจสุดซึ้ง ใบหน้าของเขาซีดเผือดไร้สีเลือด
"ปล่อยฉันไปเถอะ! ได้โปรดปล่อย—" อวี๋ไห่เทาตัวสั่นเทาเป็นเจ้าเข้า นัยน์ตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
แต่สิ่งที่รอเขาอยู่ คือประกายดาบอันเย็นเยียบ ที่ฟาดฟันลงบนลำคออันเปราะบางของเขาอย่างไร้ความปรานี
ฉัวะ!
คอขาดกระเด็นในดาบเดียว อวี๋ไห่เทาล้มลงไปนอนจมกองเลือด
ตายคาที่!
[จบตอน]