- หน้าแรก
- ระบบอัปแต้มไร้ขีดจำกัด วิวัฒนาการสู่จุดสูงสุดในวันสิ้นโลก
- บทที่ 8 ทะลวงขีดจำกัด!
บทที่ 8 ทะลวงขีดจำกัด!
บทที่ 8 ทะลวงขีดจำกัด!
บทที่ 8 ทะลวงขีดจำกัด!
นับถอยหลังอีกครึ่งเดือนก่อนถึงการสอบจบการศึกษา
นักเรียนรุ่นที่ 101 ที่ผ่านการทดสอบรวมครั้งที่สองและยังคงอยู่รอดมาได้ ต่างก็ก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาของการฮึดสู้โค้งสุดท้าย
หวังเย่รู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่คล้ายคลึงกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยอย่างน่าประหลาด
ทำให้นึกไปถึงตอนที่ผลสอบเข้ามหาวิทยาลัยในชาติก่อนประกาศออกมา มีเพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งของเขารีบวิ่งกลับไปหาครูประจำชั้นเป็นคนแรก แล้วชี้หน้าด่าว่า "ตอนนั้นครูบอกว่าผมไม่ใช่คนที่มีหัวคิดเรื่องเรียนใช่ไหมครับ"
เมื่อเห็นสีหน้ากระอักกระอ่วนของครู เพื่อนคนนั้นก็พูดด้วยความคับแค้นใจว่า "ครูนี่มองคนขาดจริงๆ นะครับ!"
หลังจากนั้นเพื่อนคนนี้ก็กลายมาเป็นเน็ตไอดอลชื่อดังและกอบโกยเงินทองไปได้อย่างมหาศาล
ในโลกชาติก่อน ต่อให้สอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ ก็ยังมีโอกาสอีกนับไม่ถ้วนรอคอยคนธรรมดาอยู่
แต่ในโลกใบนี้ หากไม่สามารถเรียนจบจากค่ายวิวัฒนาการได้ เกรงว่าชาตินี้คงยากที่จะได้เป็นผู้วิวัฒนาการอีกแล้ว
สามวันต่อมา ที่ลานฝึกซ้อม
[เพลงดาบขั้นต้นเก้ากระบวนท่า ขั้นบรรลุ -> ขั้นสมบูรณ์แบบ]
หวังเย่ฝึกฝนเพลงดาบจนถึงขีดสุด เผลอๆ อาจจะเหนือกว่าครูฝึกบางคนในโรงฝึกดาบเสียด้วยซ้ำ
การร่ายรำดาบในห้วงมิติแห่งจิตสำนึกนับล้านๆ ครั้ง ทำให้เพลงดาบทุกกระบวนท่าสลักลึกเข้าไปในความทรงจำของกล้ามเนื้อ และไหลเวียนอยู่ในสายเลือด ราวกับปรมาจารย์ดาบที่ผ่านการหล่อหลอมมาอย่างโชกโชน
"ในที่สุดก็สำเร็จสักที" ความเข้าใจในเพลงดาบของหวังเย่ยกระดับขึ้นไปอีกขั้นแล้ว
ตอนนี้หากเขาจะไปฝึกฝนเพลงดาบขั้นต้นที่เป็นชุดกระบวนท่า ก็จะใช้ความพยายามเพียงครึ่งเดียวแต่ได้ผลลัพธ์เป็นสองเท่า สามารถเรียนรู้ได้อย่างง่ายดาย
นักเรียนส่วนใหญ่มักจะเริ่มฝึกฝนเพลงดาบที่เป็นชุดกระบวนท่า ก็ต่อเมื่อฝึกฝนเพลงดาบพื้นฐานจนถึงขั้นชำนาญแล้ว
เหตุผลแรกคือ เพลงดาบที่เป็นชุดกระบวนท่านั้นเหมาะกับการต่อสู้จริงมากกว่าและมีอานุภาพที่ร้ายกาจกว่า
ส่วนอีกเหตุผลหนึ่งก็คือ ในระหว่างที่ฝึกฝนเพลงดาบที่เป็นชุดกระบวนท่า เพลงดาบพื้นฐานก็จะได้รับการพัฒนาตามไปด้วย
แต่เขาไม่ได้ทำแบบนั้น
เพราะทักษะพื้นฐานคือสิ่งที่สำคัญที่สุด!
อืม... ไม่เกี่ยวหรอกว่าการจะบรรลุเพลงดาบที่เป็นชุดกระบวนท่ามันต้องใช้เวลามากเกินไป
เมื่อร่ายรำเพลงดาบขั้นต้นเก้ากระบวนท่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า หวังเย่ก็ทำได้อย่างคล่องแคล่วและเป็นธรรมชาติ
แม้จะไม่มีกระบวนท่าที่เชื่อมต่อกันอย่างตายตัว แต่การไร้กระบวนท่าก็ย่อมเหนือกว่าการมีกระบวนท่า เพลงดาบขั้นต้นเก้ากระบวนท่า ขั้นสมบูรณ์แบบ สามารถบดขยี้เพลงดาบขั้นต้นที่เป็นชุดกระบวนท่าในระดับเริ่มต้นหรือระดับเชี่ยวชาญได้อย่างราบคาบแน่นอน
เคร้ง!
หวังเย่เก็บดาบเข้าฝัก แล้วเพ่งสมาธิไปที่หน้าต่างสถานะส่วนตัวอีกครั้ง
และก็เป็นไปตามคาด เช่นเดียวกับเคล็ดวิชาวิวัฒนาการชีวิต ด้านหลังเพลงดาบขั้นต้นเก้ากระบวนท่า ขั้นสมบูรณ์แบบ ก็มีเครื่องหมายบวกปรากฏอยู่เช่นกัน
ยังสามารถอัปเลเวลได้อีกงั้นเหรอ!
[ต้องการใช้แต้มศักยภาพ 15 แต้ม เพื่อทะลวงขีดจำกัดเพลงดาบขั้นต้นเก้ากระบวนท่าหรือไม่]
ยืนยัน!
แต้มศักยภาพไม่เพียงพอ
'ทะลวงขีดจำกัดงั้นเหรอ ทะลวงขีดจำกัดสูงสุดงั้นสินะ'
หวังเย่ครุ่นคิด มันแตกต่างไปจากที่เขาคาดการณ์ไว้เล็กน้อย
แม้จะเป็นเครื่องหมายบวกเหมือนกัน แต่เครื่องหมายบวกของเคล็ดวิชาวิวัฒนาการชีวิตนั้นเป็นตัวหนา และคำเตือนก็คือ 'เลื่อนระดับขั้น' ไม่ใช่ 'ทะลวงขีดจำกัด'
และที่สำคัญที่สุดคือ จำนวนแต้มศักยภาพที่ต้องใช้นั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
วิชาหนึ่งใช้ 50 แต้ม ส่วนอีกวิชาใช้แค่ 15 แต้ม
ซึ่งก่อนหน้านี้ในตอนที่เลื่อนระดับ ทั้งสองวิชาก็ใช้แต้มศักยภาพในจำนวนที่เท่ากันมาโดยตลอด
'นั่นก็หมายความว่า การเลื่อนระดับขั้นนั้นทำได้ยากกว่าและมีความสำคัญมากกว่าการทะลวงขีดจำกัด' หวังเย่ลองร่ายรำเพลงดาบขั้นต้นเก้ากระบวนท่า ขั้นสมบูรณ์แบบ ต่ออีกหลายรอบ จนกระทั่งร่างกายคุ้นชินและจับจังหวะได้อย่างสมบูรณ์แบบ เขาถึงได้เดินออกจากลานฝึกซ้อมไป
บริเวณด้านนอกลานฝึกซ้อม ครูฝึกระดับกลางคนหนึ่งที่มีแขนเสื้อข้างซ้ายว่างเปล่า กำลังพึมพำกับตัวเองเบาๆ "เพลงดาบขั้นสมบูรณ์แบบ..."
"เป็นอะไรไป เหล่าเซียว" ครูฝึกรูปร่างสูงโย่งคนหนึ่งเดินเข้ามาตบไหล่เขาเบาๆ
ครูฝึกเซียวสะดุ้งตื่นจากภวังค์ หันกลับมาด้วยสีหน้าตื่นตะลึง "เมื่อกี้ฉันเพิ่งจะเห็นนักเรียนคนหนึ่งในลานฝึกซ้อม ร่ายรำเพลงดาบขั้นต้นเก้ากระบวนท่า ขั้นสมบูรณ์แบบ ออกมาได้!"
ครูฝึกร่างสูงหัวเราะลั่น "นายตาฝาดไปเองหรือเปล่า เหล่าเซียว ที่นี่มันไม่ใช่ลานฝึกซ้อมของห้องหัวกะทินะ ห้องธรรมดาจะมีนักเรียนที่มีพรสวรรค์ระดับนั้นได้ยังไง"
ครูฝึกเซียวพยักหน้า "ก็อาจจะจริงนะ แต่ยังไงก็น่าจะถึงขั้นบรรลุแล้วล่ะมั้ง คงจะเข้าสู้สภาวะที่เหมาะสมในระหว่างการฝึกฝนพอดี ก็เลยแสดงออกมาได้ถึงขั้นสมบูรณ์แบบ"
ครูฝึกร่างสูงเอ่ยชมเชย "มีเพลงดาบพื้นฐานระดับบรรลุก็ถือว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว รู้จักปูพื้นฐานให้แน่นแบบนี้ ถือว่าเป็นเด็กปั้นชั้นดีเลยล่ะ"
ครูฝึกเซียวครางตอบรับเบาๆ "ตั้งตารอดูผลงานในการสอบภาคปฏิบัติของเขาเลยล่ะ"
...
เหลือเวลาอีกแค่สิบวันก่อนจะถึงการสอบจบการศึกษา!
นักเรียนทุกคนต่างก็ทุ่มเทกันอย่างสุดกำลัง
หวังเย่เองก็เช่นกัน
หลังจากกลับมาจากการตรวจร่างกายกับคุณหมอ เขาก็กลับมาฝึกฝนเคล็ดวิชาวิวัฒนาการชีวิตที่ห้องพัก
ตอนนี้กิจวัตรประจำวันของเขาเป็นระเบียบมาก เมื่อสมรรถภาพร่างกายพัฒนาขึ้น ทุกๆ วันเขาก็รู้สึกเหมือนมีพละกำลังเหลือเฟือใช้อย่างไรก็ไม่มีวันหมด
ออกเดินทางไปเขตป่าตอนหกโมงเช้า กลับมาตอนหกโมงเย็น แวะไปหาคุณหมอบ้างเป็นบางครั้ง แล้วก็กลับมาฝึกฝนเคล็ดวิชาวิวัฒนาการชีวิตยาวไปจนถึงตีสาม
จากนั้นก็นอนพักสามชั่วโมง ก่อนจะออกไปหาแต้มศักยภาพต่อ
เวลาล่วงเลยผ่านไปอีกหกวัน
ระยะการล่าสัตว์ของหวังเย่ค่อยๆ ขยับขยายจากรัศมีห้าถึงหกกิโลเมตรนับจากค่ายวิวัฒนาการ เพิ่มเป็นเจ็ดถึงแปดกิโลเมตร และตอนนี้ก็มาถึงเก้าถึงสิบกิโลเมตรแล้ว
พื้นที่ตั้งแต่สิบถึงยี่สิบกิโลเมตรคือเขตฝึกฝนของนักเรียนห้องหัวกะทิ จำนวนสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์ก็อาจจะเบาบางลงไปบ้าง
ความแข็งแกร่งที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้หวังเย่มีความมั่นใจมากขึ้น ได้รับบาดเจ็บน้อยลง และกอบโกยแต้มศักยภาพได้เป็นกอบเป็นกำ
"โฮก!" สัตว์ประหลาดกลายพันธุ์ร่างสูงครึ่งคนพุ่งกระโจนเข้าใส่อย่างดุร้ายบ้าคลั่ง
หวังเย่เบี่ยงตัวหลบอย่างคล่องแคล่ว ประกายดาบเย็นเยียบสว่างวาบขึ้นในมือ ฟาดฟันลงมาอย่างไร้ความปรานีราวกับเพชฌฆาต
ขาดสะบั้นเป็นสองท่อนในดาบเดียว!
กระดูกที่แข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า มิอาจต้านทานการฟันดาบอันเรียบง่ายธรรมดาๆ นี้ได้เลย
[สังหารสัตว์ป่ากลายพันธุ์]
[แต้มศักยภาพ: 9 -> 0]
แสงสว่างวาบขึ้นมาตรงหน้า
หวังเย่เก็บดาบเข้าฝัก
เขาไม่จำเป็นต้องใช้ผ้าพันแผลพันมือขวาและด้ามดาบเข้าด้วยกันอีกต่อไปแล้ว
จากการฝึกฝนเคล็ดวิชาวิวัฒนาการชีวิต ขั้นสมบูรณ์แบบ อย่างต่อเนื่อง ตอนนี้พละกำลังของเขาแข็งแกร่งมาก
แม้ว่าพละกำลังจะไม่ใช่จุดเด่นของเขา แต่เขาก็สามารถกวัดแกว่งดาบหนัก 15 ชั่งได้อย่างสบายๆ
หากต้องเผชิญหน้ากับพวกซุนหยางทั้งสี่คนอีกครั้ง ต่อให้ต้องสู้กันซึ่งๆ หน้า เขาก็สามารถจัดการพวกมันได้อย่างหมดจดและง่ายดายในดาบเดียว
"น่าเสียดายจริงๆ"
หวังเย่รู้สึกเสียดายแทนอวี๋ไห่เทา
อีกฝ่ายพลาดโอกาสที่ดีที่สุดในการฆ่าเขาไปเสียแล้ว
แม้จะเหลือเวลาอีกหกวันก่อนจะถึงการสอบจบการศึกษา แต่หวังเย่ก็รู้ดีว่าสมรรถภาพทางร่างกายของเขาในตอนนี้ เหนือกว่าอวี๋ไห่เทาที่เป็นที่หนึ่งของห้อง 23 ไปแล้ว และน่าจะอยู่ในระดับมาตรฐานขั้นต่ำของนักเรียนห้องหัวกะทิแล้วด้วยซ้ำ
เคล็ดวิชาวิวัฒนาการชีวิต ขั้นสมบูรณ์แบบ ไม่มีคอขวดมากีดขวาง ความเร็วในการฝึกฝนมันพุ่งกระฉูดจนน่าตกใจจริงๆ
เพียงแค่คิด หน้าต่างสถานะก็ปรากฏขึ้นมา
หวังเย่เพ่งสมาธิไปที่เครื่องหมายบวก ทุ่มเทแต้มศักยภาพทั้งหมดที่หามาได้ตลอดหกวันลงไปในคราวเดียว
ทะลวงขีดจำกัด!
แสงสว่างวาบขึ้นในส่วนลึกของสมอง และสาดส่องลงมาคลุมร่างของเขา
แม้ว่าเวลาในห้วงมิติแห่งจิตสำนึกจะผ่านไปอย่างยาวนาน แต่ในความเป็นจริงมันเป็นเพียงแค่ชั่วพริบตาเดียว ดังนั้นจึงแทบจะไม่มีอันตรายใดๆ เลย
ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยประสาทสัมผัสทั้งหกที่เฉียบคมของเขาในตอนนี้ การที่สัตว์ประหลาดกลายพันธุ์จะลอบเข้ามาใกล้เขาอย่างเงียบเชียบนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
ในห้วงมิติแห่งจิตสำนึก เขาได้ฝึกฝนเพลงดาบอย่างไม่ย่อท้อนับพันนับหมื่นครั้ง
การตวัดดาบนับสิบล้านครั้ง ทำให้ความเชี่ยวชาญในเพลงดาบของเขาก้าวข้ามขั้นสมบูรณ์แบบ และบรรลุถึงขั้นไร้ร่องรอย
เพลงดาบถูกร่ายรำอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย หลอมรวมเพลงดาบพื้นฐานทั้งเก้ากระบวนท่าเข้าเป็นหนึ่งเดียว จนตกผลึกกลายเป็นเพลงดาบอันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง
[บรรลุวิชาทะลวงขีดจำกัด: สี่เหลี่ยมวงกลม]
กระบวนท่าดาบก่อเกิดเป็นสี่เหลี่ยมและวงกลม รวบรวมความลึกล้ำของเพลงดาบพื้นฐานทั้งเก้ากระบวนท่าเอาไว้เป็นหนึ่งเดียว
รุกคือสี่เหลี่ยม รับคือวงกลม ครอบคลุมรอบด้าน
แม้จะไม่ได้โดดเด่นไปในด้านใดด้านหนึ่ง แต่ก็นำไปประยุกต์ใช้ได้กว้างขวาง และแทบจะเข้ากันได้กับเพลงดาบขั้นต้นที่เป็นชุดกระบวนท่าทุกชุด
'ทักษะพื้นฐานอันยอดเยี่ยม'
หวังเย่ร่ายรำวิชาสี่เหลี่ยมวงกลมออกมาได้อย่างเชี่ยวชาญและทะลุปรุโปร่ง
เรื่องการโจมตีเอาไว้ทีหลังเถอะ ยังไงซะเมื่อร่างกายแข็งแกร่งขึ้น การโจมตีธรรมดาก็มีอานุภาพเหลือเฟืออยู่แล้ว
การปรากฏขึ้นของวิชาสี่เหลี่ยมวงกลม ได้มอบกระบวนท่าดาบสำหรับตั้งรับที่เขาต้องการอย่างเร่งด่วนที่สุดให้กับเขา
เมื่อเทียบกับเพลงกระบี่แล้ว เพลงดาบจะเน้นไปที่การปะทะและเข้าห้ำหั่นกันมากกว่า การตั้งรับจึงเป็นจุดอ่อนมาตั้งแต่แรกแล้ว
เพลงดาบแบบเป็นชุดกระบวนท่าต่างๆ ล้วนแต่เน้นไปที่การโจมตี ซึ่งสำหรับผู้วิวัฒนาการที่ต้องต่อสู้กับสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์อยู่เป็นประจำ นั่นย่อมหมายถึงโอกาสที่จะได้รับบาดเจ็บก็มีมากขึ้นตามไปด้วย
'สำหรับการสอบภาคปฏิบัติ ในที่สุดฉันก็มีไม้ตายก้นหีบเอาไว้โชว์แล้ว'
หวังเย่พึงพอใจกับวิชาทะลวงขีดจำกัดสี่เหลี่ยมวงกลมมาก
เขาเพ่งสมาธิไปที่หน้าต่างสถานะ เครื่องหมายบวกด้านหลังเพลงดาบขั้นต้นเก้ากระบวนท่าได้หายไปแล้ว ถือว่ามาถึงจุดสูงสุดแล้ว
เหลือเพียงเครื่องหมายบวกด้านหลังเคล็ดวิชาวิวัฒนาการชีวิตเท่านั้น ที่ยังคงโดดเด่นเตะตาอยู่
'วิชาดาบทะลวงขีดจำกัดที่ใช้ 15 แต้มศักยภาพ ถือว่าคุ้มค่าเกินราคาจริงๆ'
'แล้วการเลื่อนระดับขั้นเคล็ดวิชาวิวัฒนาการที่ต้องใช้ 50 แต้มศักยภาพล่ะ จะเป็นยังไงนะ'
—------------------------------------------------------------
วันที่ 15 ธันวาคม เวลา 00.00 น. ปิดฉากการฝึกฝน!
ภารกิจฝึกฝนในเขตป่าของนักเรียนรุ่นที่ 101 ได้สิ้นสุดลงชั่วคราว และหลักสูตรการเรียนการสอนทั้งหมดก็จบลงแล้วเช่นกัน
เพื่อให้สามารถรับมือกับการสอบจบการศึกษาได้อย่างเต็มที่ และเพื่อให้การตรวจร่างกายอย่างละเอียดและการฉีดยาวิวัฒนาการเป็นไปอย่างแม่นยำไร้ข้อผิดพลาด นักเรียนจึงมีเวลาพักผ่อนและเตรียมตัวอย่างเต็มที่ถึงสามวัน
หอพักหญิง
จ้าวเสี่ยวอวี่กำลังมองดูโทรศัพท์มือถือด้วยความเหม่อลอย
มีข้อความที่เธอส่งหาหวังเย่เมื่อสองชั่วโมงที่แล้วแสดงอยู่ แต่ยังไม่มีการตอบกลับใดๆ
เมื่อก่อน หวังเย่มักจะตอบข้อความของเธอแทบจะในทันทีเสมอ
"เสี่ยวอวี่เอ๊ย เขามีดีอะไรนักหนา เธอถึงได้ลืมเขาไม่ลงแบบนี้" หวงจวี๋เห็นท่าทางเหม่อลอยของจ้าวเสี่ยวอวี่ ก็ทำท่าจะแย่งโทรศัพท์มือถือของเธอมา "มา ฉันจะลบเบอร์มันทิ้งให้เอง เลิกกันแล้วจะมาทำตัวเป็นเพื่อนกันทำไม!"
"มะ ไม่เอานะ!" จ้าวเสี่ยวอวี่รีบเก็บโทรศัพท์มือถือตามสัญชาตญาณ "ฉันกับเขาไม่ได้มีอะไรกันสักหน่อย เมื่อกี้ฉันก็แค่กำลังคิดเรื่องการสอบจบการศึกษาอยู่ต่างหาก"
"จริงเหรอเนี่ย" หวงจวี๋มองด้วยสายตาจับผิด
"อืม" จ้าวเสี่ยวอวี่เม้มริมฝีปากแน่น "พรุ่งนี้ก็ต้องสอบจบการศึกษาแล้ว มันตัดสินเลยนะว่าจะได้เป็นผู้วิวัฒนาการหรือเปล่า ฉันก็เลยตื่นเต้นและกังวลนิดหน่อยน่ะ"
"เธอจะไปกังวลทำไมล่ะ ในบรรดาผู้หญิงในห้อง จะมีใครเทียบเธอได้อีก" หวงจวี๋มองดูสีหน้าของจ้าวเสี่ยวอวี่ แล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ "นี่ เธอจะลองเปิดใจให้อวี๋ไห่เทาดูหน่อยไหม เลิกทำตัวเป็นพวกยึดติดได้แล้ว เขาดีจะตายไป เพียบพร้อมไปซะทุกอย่างเลยนะ"
"ตอนนี้ฉันยังไม่อยากมีแฟนน่ะ" จ้าวเสี่ยวอวี่ส่ายหน้า
"ทำไมล่ะ เขามีตรงไหนที่สู้หวังเย่ไม่ได้" หวงจวี๋ถอนหายใจด้วยความเสียดายและไม่เข้าใจ "อวี๋ไห่เทาคือที่หนึ่งของห้องเราเลยนะ โอกาสได้เป็นผู้วิวัฒนาการนี่แทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ ส่วนหวังเย่ก็เป็นแค่ที่ 38 จะได้สิทธิ์ฉีดยาวิวัฒนาการหรือเปล่าก็ยังไม่รู้เลย"
"แต่ว่า... เขาหน้าตาไม่หล่อนี่นา" จ้าวเสี่ยวอวี่ตอบเสียงอ่อย
...
หอพักห้องพยาบาล
"ฮัลโหลแม่ อืม พรุ่งนี้ก็จะสอบจบการศึกษาแล้วครับ"
"ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เดือนหน้าหลังจากผ่านการทดสอบมือใหม่แล้ว ผมก็จะได้กลับไปหาแม่แล้วนะ ไม่ต้องเป็นห่วงครับ"
"ผมแวะมาตรวจร่างกายกับคุณหมอเป็นประจำ สุขภาพแข็งแรงดีครับ"
หวังเย่เงยหน้าขึ้นมองดูหมอซูที่พันผ้าเช็ดตัวและกำลังเช็ดผมที่เปียกหมาดๆ เดินออกมาจากห้องน้ำ เขาส่งยิ้มบางๆ แล้วพยักหน้าให้เธอ "แค่นี้ก่อนนะครับแม่ รอฟังข่าวดีจากผมได้เลย"
"ถ้าฉันได้เจอแม่ของคุณ ฉันจะฟ้องแน่ว่าคุณน่ะไม่รู้จักดูแลรักษาร่างกายของตัวเองเลย เอาแต่ปล่อยให้ตัวเองบาดเจ็บอยู่เรื่อย" ซูเมิ่งโอวค้อนขวับ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง กลิ่นหอมอ่อนๆ ของครีมอาบน้ำโชยเตะจมูก
"ก็เพราะมีคุณอยู่ไง" หวังเย่ดึงตัวซูเมิ่งโอวเข้ามากอด เอวคอดกิ่วของเธอช่างบอบบางน่าทะนุถนอม เขาซบหน้าลงบนไหล่ของเธอเบาๆ "ช่วงนี้ต้องรบกวนคุณมาตลอดเลย"
"อืม" ซูเมิ่งโอวครางรับเบาๆ บรรยากาศภายในห้องอบอวลไปด้วยความอบอุ่น
"อย่าซนสิ"
ซูเมิ่งโอวตีมือที่กำลังลูบไล้เลื้อยขึ้นมาอย่างเนียนๆ ของเขาเบาๆ
แต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งอะไรได้เลย
"วันนี้ไม่ได้นะ อื้อออ"
[จบตอน]