- หน้าแรก
- ในยุคพลังวิญญาณฟื้นคืน สกิลระดับ ดี ของข้ากลับแข็งแกร่งกว่าพันล้านเท่า
- บทที่ 28 วิ่งแก้ผ้า
บทที่ 28 วิ่งแก้ผ้า
บทที่ 28 วิ่งแก้ผ้า
บทที่ 28 วิ่งแก้ผ้า
"หนิงหยวน ด้วยพรสวรรค์ระดับดีของนาย ฉันเกรงว่าแม้แต่การจะสอบเข้าวิทยาลัยอาชีวะก็ยังลำบากเลยนะ"
"เรียกฉันว่าป๊ะป๋าสิ แล้วฉันจะยอมรับนายเข้าทีมแบบฝืนใจหน่อยก็ได้" ซ่งจวินเอ่ยพลางสะบัดผมสุดเท่ของตนเอง
หนิงหยวนกลอกตาใส่เขา เขารู้ดีว่าซ่งจวินกำลังแสดงความห่วงใย เพียงแต่ลูกผู้ชายที่เป็นเพื่อนตายกันมักจะไม่เอ่ยความรู้สึกเหล่านั้นออกมาตรงๆ
ดังคำกล่าวที่ว่า มิตรภาพระหว่างพี่น้องนั้นสัมผัสได้ด้วยใจ
"ช่างเถอะ นายดูแลตัวเองให้ดีเถอะ คุณชายคนนี้กำลังจะกลายเป็นผู้ทำคะแนนสูงสุดของมณฑล เรียกฉันว่าพ่อทูนหัวสิ แล้วฉันจะแบกนายเข้าสู่ทำเนียบร้อยอันดับแรกของมณฑลเอง"
หนิงหยวนตบไหล่ซ่งจวินพลางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
"คะแนนสูงสุดงั้นหรือ นาย นี่มันขี้คุยชะมัด ถ้านายได้เป็นผู้ทำคะแนนสูงสุดจริง ฉันจะวิ่งแก้ผ้ารอบสนามโรงเรียนสองรอบเลยคอยดู"
"นายแน่ใจนะ"
"มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์" ซ่งจวินพยักหน้าอย่างหนักแน่น เพราะเขาปักใจเชื่อว่าหนิงหยวนไม่มีทางเป็นผู้ทำคะแนนสูงสุดไปได้
"การสอบเริ่มต้นขึ้นแล้ว ขอให้ผู้เข้าสอบทุกท่านเข้าสู่เขตลึกลับภายในสิบนาที หากใครไม่เข้าไปภายในเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์"
เสียงอันทรงพลังของฉินรุ่ยดังกังวานไปทั่วสนามโรงเรียน
ซ่งจวินรู้ดีว่าหนิงหยวนเป็นคนที่มีศักดิ์ศรีและคงไม่ยอมร่วมทีมกับเขา
"โชคดีนะเพื่อน"
ซ่งจวินมองหนิงหยวนด้วยสายตาจริงจัง ตบไหล่เขาหนึ่งครั้ง ก่อนจะหันหลังเดินเข้าสู่กงล้อแห่งมิติไป
หนิงหยวนไม่ลังเลและก้าวตามเข้าไปเช่นกัน
พริบตาเดียวสนามโรงเรียนก็กลับมาเงียบเหงา เหลือเพียงครูประจำชั้นสิบกว่าคนและเหล่าทหารในเครื่องแบบเท่านั้น
เทือกเขาอสูร ป่าอสูร และเมืองอสูร คือแผนที่สามแห่งที่มณฑลเจียงหนานออกแบบมาเพื่อการสอบเข้ามหาวิทยาลัยโดยเฉพาะ ผู้เข้าสอบจะถูกสุ่มเคลื่อนย้ายไปยังที่ใดที่หนึ่ง
แผนที่เหล่านี้ครอบคลุมพื้นที่กว้างขวาง และสัตว์อสูรภายในนั้นถูกจัดวางโดยคณะกรรมการคุมสอบก่อนเริ่มการทดสอบ
"โฮก"
ที่ฐานของเทือกเขาอสูร เสียงคำรามของสัตว์ร้ายสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วฟ้าดิน
ยอดเขาที่แหลมคมดูราวกับเขี้ยวที่หักบิ่นของสัตว์ยักษ์ ผนังหินสีม่วงเข้มถูกเคลือบด้วยเมือกเหนียวที่ดูสกปรก ส่งกลิ่นคาวเลือดที่หวานเลี่ยนจนน่าสะอิดสะเอียนโชยมาตามสายลมที่หวีดหวิว
"ทำไมกลิ่นมันเหม็นขนาดนี้เนี่ย"
"แหวะ"
ผู้เข้าสอบหลายคนที่เพิ่งถูกเคลื่อนย้ายเข้ามาได้สัมผัสกับกลิ่นคาวเลือดที่รุนแรงเช่นนี้เป็นครั้งแรก จนกระเพาะอาหารปั่นป่วนและอดไม่ได้ที่จะอาเจียนออกมา
หนิงหยวนนึกย้อนไปว่าตอนเขาไปที่เมืองชานเมืองทิศตะวันตกครั้งแรกก็เป็นแบบนี้ แต่ตอนนี้เขามีภูมิคุ้มกันต่อกลิ่นคาวเลือดอย่างสมบูรณ์แล้ว
หนิงหยวนเปิดนาฬิกาเพื่อตรวจสอบแผนที่ ฐานภูเขาคือพื้นที่รอบนอก ช่วงกลางเขาคือพื้นที่ส่วนกลาง และเส้นทางจากกลางเขาไปจนถึงยอดเขาคือพื้นที่ส่วนแกนกลาง
ยอดเขาถูกทำเครื่องหมายด้วยสีแดงเข้ม ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นเขตที่อันตรายที่สุด
"ยังเหลือระยะทางอีกพอสมควรเว่าถึงส่วนแกนกลาง ขี้เกียจปีนแฮะ บินขึ้นไปเลยละกัน"
หนิงหยวนเรียกโล่บินออกมาจากแหวนมิติและบินตรงไปยังยอดเขาในทันที
"เฮ้ย ดูนั่นสิ ทำไมมีคนบินอยู่บนฟ้าได้ล่ะ"
"บ้าไปแล้ว"
"นั่นมันหนิงหยวนไม่ใช่เหรอ ฉันตาฝาดไปหรือเปล่า"
ไช่คุนมองตามหนิงหยวนที่อยู่บนท้องฟ้าพลางขยี้ตาด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ
"เขามีพลังแค่ระดับดีไม่ใช่เหรอ"
"นี่ไม่ใช่ผลจากพลังของเขาหรอก ฉันเห็นข้อมูลของทุกคนในห้องเรามาหมดแล้ว"
"เขาต้องเป็นผู้ใช้พลังจิตแน่ๆ และพลังจิตของเขาก็ต้องอยู่ในระดับที่สูงมากแล้วด้วย"
"ดูจากทิศทางที่เขาบินไป เหมือนเขากำลังมุ่งหน้าไปที่ยอดเขานะ"
ดาวโรงเรียนซึ่งยืนอยู่ข้างๆ ก็ตกตะลึงไม่แพ้กันและเอ่ยขึ้นมา
"บนเขานั่นเต็มไปด้วยสัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นสูงเป็นอย่างน้อย ด้วยความแข็งแกร่งของเขา มันก็แค่การไปหาที่ตายชัดๆ" ไช่คุนเอ่ยอย่างเหยียดหยาม ในสายตาของเขา หนิงหยวนก็แค่คนโชคดีที่ได้เป็นผู้ใช้พลังจิตเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ด้วยภูมิหลังครอบครัวและความแข็งแกร่งของดาวโรงเรียน เธอจึงรู้ดีว่าผู้ใช้พลังจิตที่สามารถบินได้นั้นมีพลังที่น่าหวาดกลัว และไม่ควรต้องเกรงกลัวสัตว์อสูรระดับสองด้วยซ้ำ
ดาวโรงเรียนเคยเห็นข้อมูลของทุกคนในห้อง นอกจากพรสวรรค์ระดับเอของลู่หมิงแล้ว คนที่แข็งแกร่งที่สุดที่เหลืออยู่ก็คือซ่งจวิน
เธอเคยเข้าไปทาบทามซ่งจวิน แต่เขาไม่สนใจที่จะร่วมทีมด้วย เธอจึงทำได้เพียงดึงตัวไช่คุนจากห้องแปดมาร่วมทีม เธอไม่คาดคิดเลยว่าคนที่ซ่อนคมไว้มากที่สุดในห้องของเธอจะเป็นหนิงหยวน
ไช่คุนมีพรสวรรค์ระดับบีอย่างตราอัสนี ในฐานะพรสวรรค์ธาตุสายฟ้าที่เน้นการโจมตี พละกำลังของเขาย่อมไม่ธรรมดา
แต่เพื่อไม่ให้เป็นการทำลายความมั่นใจของเพื่อนร่วมทีม ดาวโรงเรียนจึงไม่ได้อธิบายแทนหนิงหยวน และพูดเพียงว่า
"ไม่ต้องไปสนใจเขาหรอก เราต้องรีบไปที่กลางเขา ที่นี่มีแต่พวกสัตว์อสูรระดับต่ำ มันจะได้คะแนนช้าเกินไป"
"จริงด้วย อีกเดี๋ยวเขาก็คงไปตายอยู่บนยอดเขานั่นแหละ" ไช่คุนอดไม่ได้ที่จะบ่นพึมพำ
ความสัมพันธ์ระหว่างไช่คุนและหนิงหยวนนั้นไม่ดีมาโดยตลอด สาเหตุหลักมาจากไช่คุนเคยตามจีบหลินลั่วซี แต่แม่เศรษฐีน้อยกลับไม่เคยชายตามองเขาเลย การที่เห็นหนิงหยวนและหลินลั่วซีอยู่ด้วยกันบ่อยๆ ย่อมทำให้ไช่คุนไม่พอใจและคอยหาเรื่องหนิงหยวนอยู่เสมอ
เมื่อเห็นว่าไม่มีหวังที่จะจีบหลินลั่วซีที่อยู่ห้องเดียวกัน ไช่คุนจึงเบนเป้าหมายมาที่ดาวโรงเรียนแทน
ที่สนามโรงเรียน แผ่นป้ายคะแนนเสมือนจริงถูกฉายขึ้นกลางอากาศ บันทึกคะแนนของผู้เข้าสอบแบบเรียลไทม์
อันดับ 1: ซ่งจวิน (ห้อง 10) : 23 คะแนน
อันดับ 2: หลินเทา (ห้อง 8) : 18 คะแนน
อันดับ 3: ไช่คุน (ห้อง 8) : 16 คะแนน
อันดับ 4: ดาวโรงเรียน (ห้อง 10) : 16 คะแนน
...
อันดับ 1060: หนิงหยวน : 0 คะแนน
ในตอนนั้นหนิงหยวนยังไม่ได้ฆ่าสัตว์อสูรแม้แต่ตัวเดียว แต่เขาก็มาถึงยอดเขาที่เป็นพื้นที่สีแดงบนนาฬิกาเรียบร้อยแล้ว
ทันทีที่เท้าแตะพื้น หนิงหยวนก็เห็นสัตว์อสูรระดับสองอย่างเสือดาวเนเธอร์กำลังจ้องมองเขาอย่างตะกละตะกลามอยู่ไม่ไกล น้ำลายไหลย้อยออกจากปากของมัน
หนิงหยวนไม่ได้ใช้พลังจิตของเขา แต่เขาต้องการใช้สัตว์อสูรบนยอดเขาแห่งนี้ในการขัดเกลาวิชาดาบ
เพราะวิชาดาบของเขาไม่ได้สัมผัสการต่อสู้จริงมานานแล้ว
หนิงหยวนชักดาบอัสนีออกจากแหวนมิติและพุ่งเข้าหาเสือดาวเนเธอร์ทันที
เสียงแจ้งเตือนจากนาฬิกาดังขึ้น:
สังหารสัตว์อสูรระดับสองขั้นต้น เสือดาวเนเธอร์: ได้รับ 30 คะแนน
เพียงการฟันธรรมดาเพียงครั้งเดียว ร่างของเสือดาวเนเธอร์ก็ถูกทะลวง
หลังจากนั้นทันที คะแนนบนนาฬิกาของหนิงหยวนก็กระโดดขึ้นไป 30 คะแนน
สำหรับสัตว์อสูรระดับสอง การฆ่าแต่ละครั้งจะมีค่าเท่ากับ 30 คะแนน ซึ่งมากกว่าสัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นสูงถึงสองเท่า
"สัตว์อสูรระดับสองขั้นต้นมันง่ายเกินไปสำหรับฉัน เข้าไปข้างในลึกกว่านี้ดูหน่อยว่าจะมีตัวที่แข็งแกร่งกว่านี้ไหม" หนิงหยวนมองดูดาบในมือแล้วเบนสายตาเข้าไปยังพื้นที่ส่วนลึก
ในระหว่างทางไปสู่พื้นที่ส่วนแกนกลางของยอดเขา หนิงหยวนยังคงสังหารสัตว์อสูรอย่างต่อเนื่อง
สังหารสัตว์อสูรระดับสองขั้นต้น สิงโตเพลิง: ได้รับ 30 คะแนน
สังหารสัตว์อสูรระดับสองขั้นต้น งูหลามวงทอง: ได้รับ 30 คะแนน
สังหารสัตว์อสูรระดับสองขั้นกลาง สัตว์อสูรคำรณอัสนี: ได้รับ 40 คะแนน
...
ในระหว่างการต่อสู้ หนิงหยวนใช้เพียงวิชาดาบเท่านั้น โดยไม่พึ่งพาพลังพิเศษหรือพลังจิตเลย
ด้านหนึ่งเขาต้องการขัดเกลาวิชาดาบ แต่อีกด้านหนึ่งเขาก็ต้องการสะสมประสบการณ์การต่อสู้ระยะประชิด
เพราะการใช้พลังจิตกับสัตว์อสูรระดับสองเหล่านี้นั้นไม่ต่างจากการขี่ช้างจับตั๊กแตน
จนถึงตอนนี้ คะแนนของหนิงหยวนพุ่งทะยานไปถึง 340 คะแนนแล้ว
ที่สนามโรงเรียน ทุกคนต่างตกตะลึงเมื่อเห็นชื่อของหนิงหยวนทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดของตารางอันดับอย่างกะทันหัน
อันดับ 1: หนิงหยวน: 340 คะแนน
อันดับ 2: ซ่งจวิน: 115 คะแนน
อันดับ 3: หลินเทา: 105 คะแนน
อันดับ 4: ไช่คุน: 86 คะแนน
...
"เฮ้ย เหล่าหลิว หนิงหยวนคนนี้มาจากห้องนายเหรอ แป๊บเดียวเอง คะแนนเขาพุ่งไปสูงขนาดนั้นเลย"
ชายวัยกลางคนศีรษะล้านที่อยู่ข้างๆ หลิวซันเพ่าเอ่ยขึ้นด้วยความตื่นเต้นขณะจ้องมองหน้าจอ
หลิวซันเพ่าเองก็ตกตะลึงเช่นกันและเอ่ยอย่างมึนงง "ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน เขามีพลังแค่ระดับดีเองนะ"
"ว่าไงนะ"
"บ้าไปแล้ว โลกนี้มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย"
"พลังระดับดีมันร้ายกาจขนาดนี้เลยเหรอ"
ชายศีรษะล้านสูดลมหายใจเข้าลึกและอดไม่ได้ที่จะสบถออกมา
ด้วยผลคะแนนของหนิงหยวน ถ้าเขาไปพูดจาดีๆ กับอาจารย์ใหญ่ ตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายของเขาก็คงจะนอนมาอย่างแน่นอน
ในขณะเดียวกัน หลิวซันเพ่าก็เต็มไปด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ในอดีตเขาไม่ได้ทำดีกับหนิงหยวนนักและมักจะคอยสร้างความลำบากให้อยู่บ่อยครั้ง ใครจะไปคาดคิดว่าหนิงหยวนจะเป็นผู้ที่ทำคะแนนได้สูงสุดของห้องจริงๆ
ขณะเดียวกัน คนสองคนที่นั่งอยู่บนที่นั่งรับรองข้างเวทีอย่างฉินรุ่ยและหลินลั่วซีต่างก็มีรอยยิ้มจางๆ ประดับบนใบหน้า
ทั้งสองรู้ซึ้งถึงความแข็งแกร่งของหนิงหยวนเป็นอย่างดี หากจางมู่ไม่ได้สั่งไว้ว่าไม่ให้เปิดเผยพรสวรรค์ของหนิงหยวนโดยง่าย ฉินรุ่ยก็คงให้เขาสอบผ่านโดยไม่ต้องเข้าสอบไปนานแล้ว
อย่างไรก็ตาม มนุษยชาตินั้นไม่ได้สามัคคีกันอย่างที่ใครหลายคนคิด มีบางฝ่ายที่จ้องจะกำจัดผู้ปลุกพลังชาวมนุษย์ที่มีพรสวรรค์สูงอยู่เสมอ