เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 330 - ใครมันแกล้งทำผีหลอกวิญญาณกันแน่

บทที่ 330 - ใครมันแกล้งทำผีหลอกวิญญาณกันแน่

บทที่ 330 - ใครมันแกล้งทำผีหลอกวิญญาณกันแน่


บทที่ 330 - ใครมันแกล้งทำผีหลอกวิญญาณกันแน่

ดาวหลักของตระกูลหลิ่ว วันนี้ตระกูลหลิ่วครึกครื้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เสียงผู้คนเซ็งแซ่ เสียงปี่กลองดังกึกก้อง พรมแดงอันศักดิ์สิทธิ์และเคร่งขรึม ถูกปูทอดยาวจากตำหนักใหญ่ตระกูลหลิ่ว ขึ้นไปบนท้องฟ้าสีคราม

บนท้องฟ้าสีคราม มีสองเงาร่างในชุดเต็มยศกำลังเดินเคียงคู่กันมาอย่างช้าๆ พวกเขาคือเริ่นเทียนหยาและเซี่ยอวิ้นนั่นเอง

หลินหมิงพาเริ่นเทียนหยามาที่ตระกูลหลิ่วและได้พบกับเซี่ยอวิ้น หลังจากที่ทั้งสองไม่ได้พบกันมานาน ได้พร่ำพรรณนาความในใจกันอย่างดูดดื่มไปพักใหญ่ ก็ตัดสินใจว่า จะถือฤกษ์สะดวก จัดงานแต่งงานกันที่ตระกูลหลิ่วในวันนี้ซะเลย

...

ณ มุมเล็กๆ ที่ไม่มีใครสนใจบนดาวหลักตระกูลหลิ่ว หลินหมิงยืนอยู่ท่ามกลางป่าเขา เอนหลังพิงต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขา ปรายตามองพรมแดงที่อยู่ไกลออกไปแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปมองท้องฟ้าอันกว้างใหญ่

เริ่นเทียนหยาได้รับการช่วยเหลือกลับมาอย่างปลอดภัยแล้ว ส่วนพวกสิ่งมีชีวิตโกลาหลกับเผ่าดวงดาวก็สูญเสียอย่างหนัก พลังต้นกำเนิดของจักรวาล ก็น่าจะไม่มีความเสี่ยงที่จะเหือดแห้งอีกต่อไป

บนโลกใบนี้ ดูเหมือนจะไม่มีเรื่องอะไรที่เขาจำเป็นต้องทำอีกแล้ว

ไม่กี่วันต่อมา หลินหมิงก็บอกลาเริ่นเทียนหยาอย่างเป็นทางการ

ชายฉกรรจ์ที่เพิ่งจะเข้าพิธีแต่งงานหมาดๆ มองดูหลินหมิง พลางถอนหายใจออกมาเบาๆ "ไอเด็กเวร ตอนนั้นข้าก็คิดไว้แล้วล่ะ ว่าเจ้าจะต้องผงาดขึ้นฟ้า ยืนอยู่เหนือสรรพสัตว์ทั้งปวงได้อย่างแน่นอน แต่ก็คิดไม่ถึงเลยว่า วันนั้น มันจะมาถึงเร็วขนาดนี้ หลังจากนี้ เจ้าจะไปไหนต่อล่ะ"

หลินหมิงตอบ "คงกลับไปดูที่สำนักเทียนเสวียนอีกสักรอบ จากนั้น ก็น่าจะออกเดินทางร่อนเร่พเนจรไปเรื่อยๆ ล่ะมั้ง"

"ร่อนเร่พเนจรไปเรื่อยๆ งั้นเหรอ" เริ่นเทียนหยาได้ยินดังนั้น ก็หัวเราะลั่น "ปล่อยชีวิตให้เป็นไปตามบุญตามกรรม ที่ไหนๆ ก็คือบ้าน ตอนที่ข้ายังหนุ่มๆ ก็เคยฝันอยากจะร่อนเร่พเนจรไปทั่วเหมือนกัน น่าเสียดายที่ในใจมันมีเรื่องยึดติดที่ปล่อยวางไม่ได้ เจ้าเนี่ยใช้ชีวิตได้อิสระเสรีกว่าข้าเยอะเลย"

หลินหมิงยิ้มบางๆ แล้วพูดว่า "ถ้ามีวาสนาคงได้พบกันใหม่ ฉันไปก่อนล่ะ"

เริ่นเทียนหยาก็หัวเราะร่วนตาม "ไปเถอะ"

การจากลาไม่ได้มีความรู้สึกเศร้าโศกเสียใจอะไรมากมาย หลินหมิงจากไปอย่างตรงไปตรงมาและเด็ดเดี่ยว ในตระกูลหลิ่ว ก็ไม่มีใครออกปากรั้งเอาไว้ ต่อให้เป็นหลิ่วหนาอวิ๋น ก็แค่ยกจอกเหล้าคารวะจากที่ไกลๆ จากนั้นก็โบกมือลา แล้วเดินกลับเข้ากระท่อมฟางของตัวเองไปด้วยความรู้สึกใจหายเล็กน้อย

หลังจากออกจากตระกูลหลิ่ว หลินหมิงก็เอาแผนที่ซางอวิ๋นออกมา ยื่นส่งให้ชิงโยว คนของพันธมิตรดาราเดินทางกลับไปตั้งนานแล้ว มีแค่ชิงโยวที่ยังคอยตามติดเขาอยู่

ชิงโยวรับแผนที่ซางอวิ๋นมา แต่ก็ไม่ได้จากไป กลับพูดขึ้นว่า "พันธมิตรดาราไม่มีศัตรูแล้ว ข้าจะไปเฝ้าอยู่ที่นั่น มันก็ไม่มีความหมายอะไร สู้ตามท่านไปดีกว่า"

"ตามฉันไปทำไม" หลินหมิงถาม

ชิงโยวทำหน้าตาจริงจังราวกับเป็นเรื่องสมควรแล้ว "ก็ไปเที่ยวชมภูเขาสายน้ำไง อีกอย่าง ข้าก็แอบสนใจโลกแห่งการสรรค์สร้างที่ท่านเติบโตมาอยู่เหมือนกันนะ ได้ยินมาว่า มันไม่เหมือนกับโลกแห่งการสรรค์สร้างทั่วไปนี่นา"

หลินหมิงตอบ "ก็มีส่วนที่ต่างกันอยู่บ้างจริงๆ แต่ฉันก็เคยเห็นโลกแห่งการสรรค์สร้างมาไม่กี่แห่งเอง เลยไม่รู้ว่านี่มันเป็นกรณีพิเศษหรือเปล่า"

"เฮอะ" ชิงโยวเหมือนจะหาข้ออ้างสร้างคุณค่าให้ตัวเองได้แล้ว จึงพูดขึ้น "นี่ไงล่ะ ท่านเคยเห็นโลกแห่งการสรรค์สร้างมาน้อย แต่ข้าน่ะเห็นมาเยอะนะ ก็แหม เคล็ดวิชาสรรค์สร้างเนี่ย มันเป็นวิชาที่คิดค้นโดยอาจารย์ของข้านี่นา ท่านยิ่งต้องพาข้าไปดูเลยล่ะ"

หลินหมิงไม่มีความเห็นขัดแย้ง จึงตอบกลับไป "ก็ได้" สิ้นคำพูด มิติเบื้องหน้าก็แหวกออก หลินหมิงและชิงโยวพริบตาเดียวก็ข้ามมิติไปไกลแสนไกล

...

โลกแห่งการสรรค์สร้างที่หลินหมิงเคยอยู่มาโดยตลอดนั้น มักจะหลบซ่อนตัวอยู่ในความว่างเปล่า ต่อให้แข็งแกร่งระดับผู้คุมกฎ ก็ยังไม่สามารถหาร่องรอยพบเลยแม้แต่น้อย

แต่วันนี้ โลกแห่งการสรรค์สร้างที่ถูกซุกซ่อนมาตลอดแห่งนี้ กลับฉีกมิติออกมา และปรากฏตัวขึ้นกลางจักรวาลอย่างเป็นทางการ

การปรากฏตัวของมัน เมื่อเทียบกับจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาลแล้ว ก็ไม่นับว่าเป็นเรื่องสลักสำคัญอะไรนัก และไม่ได้ทำให้เกิดความโกลาหลอะไรมากมายด้วย

มีเพียงดวงดาวแห่งชีวิตที่อยู่ใกล้ๆ บางดวง ที่มียอดฝีมือบางคน เดินเข้าไปสำรวจด้วยความอยากรู้อยากเห็น

และเรื่องประหลาด ก็เกิดขึ้นหลังจากนั้น ผู้ฝึกตนเหล่านั้น พอเดินเข้าไปในโลกแห่งการสรรค์สร้าง ไฟวิญญาณของพวกเขาก็ดับวูบลงทันที

ป้ายประจำตัวที่พวกเขาทิ้งไว้ในสำนัก ก็พากันแตกละเอียด ผู้ฝึกตนเหล่านี้ สังกัดอยู่ในขุมกำลังต่างๆ ซึ่งพากันสังเกตเห็นความผิดปกติได้ในเวลาอันรวดเร็ว

หลังจากทำการสืบสวนอย่างคร่าวๆ แล้ว ทุกขุมกำลัง ก็พากันเพ่งเล็งไปที่จุดเดียวกัน นั่นก็คือโลกแห่งการสรรค์สร้างแห่งนั้น

วันนี้ ที่ด้านนอกของโลกแห่งการสรรค์สร้าง มีผู้ฝึกตนปรากฏตัวขึ้นหลายสิบคน พวกเขามาจากดวงดาวแห่งชีวิตหลายดวง และสังกัดอยู่ต่างขุมกำลังกัน

ชายชราที่ไว้หนวดขาวเคราขาวเฟิ้มจนถึงเอว พอได้เห็นภาพนี้ ก็หันไปถามหญิงสาวที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ด้วยความสงสัย "สำนักของพวกเจ้า ก็มีคนหายตัวไปที่นี่เหมือนกันเหรอ"

"หายตัวงั้นเหรอ ตายก็คือตายสิ จะมาบอกว่าหายตัวทำไม" หญิงสาวคนนั้นอารมณ์ดูไม่ค่อยดีนัก นางตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา

"ใช่ น่าจะตายไปแล้วล่ะ" ชายชราหนวดขาวถอนหายใจเฮือกใหญ่ "ดินแดนลับแห่งนี้ ทำให้ข้ามีความรู้สึกแปลกๆ ข้างในนั้น ไม่ได้มีกลิ่นอายของยอดฝีมือคนไหนเลย แต่ลูกศิษย์ของข้าคนนั้น ไม่ใช่คนที่ใครหน้าไหนจะฆ่าได้ง่ายๆ หรอกนะ"

หญิงสาวขี้เกียจจะตอบโต้ นางเอาแต่จ้องเขม็งไปที่โลกแห่งการสรรค์สร้างที่เพิ่งจะโผล่มาเมื่อไม่นานนี้ เมื่อเทียบกับคนอื่นๆ แล้ว นางดูจะระแวดระวังตัวมากกว่า

ก่อนหน้านี้ หลังจากที่ผู้อาวุโสคนหนึ่งของสำนักนาง บุกรุกเข้าไปในโลกแห่งการสรรค์สร้างและตายอย่างปริศนา นางก็ส่งยอดฝีมือเข้าไปอีกถึงสิบแปดคน ภารกิจที่สั่งการไป ไม่ใช่การไปสืบหาสาเหตุการตายของผู้อาวุโสคนนั้น แต่เป็นการให้พวกเขารายงานความปลอดภัยกลับมาให้นางทันที ที่เข้าไปในโลกแห่งการสรรค์สร้าง

แต่ว่า ทั้งสิบแปดคนนั้น กลับไม่มีใครส่งข่าวอะไรกลับมาเลย แล้วก็พากันตายเรียบหมด นี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว

นางยืนอยู่ด้านนอกของโลกแห่งการสรรค์สร้าง แม้จะอยากรู้จนแทบคลั่ง ว่าข้างในมันเป็นยังไงกันแน่ แต่ก็ไม่มีความกล้าพอที่จะก้าวเข้าไปสักที

ระหว่างที่นางกำลังรออยู่นั้น จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงชายฉกรรจ์ที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ตะโกนลั่น "พวกแกมันไอพวกขี้ขลาด ไม่ใช่อยากรู้หรือไง ว่าข้างในนี้มีอะไร แล้วจะมัวยืนบื้ออยู่ทำไมล่ะ"

เขาส่งสายตาหยิ่งยโสกวาดมองคนอื่นๆ ก่อนจะก้าวฉับๆ เข้าไปในโลกแห่งการสรรค์สร้าง "ข้าอยากจะรู้หนักหนา ว่าไอหมาตัวไหนมันแกล้งทำผีหลอกวิญญาณกันแน่"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 330 - ใครมันแกล้งทำผีหลอกวิญญาณกันแน่

คัดลอกลิงก์แล้ว