- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นหนอนหนังสือผู้ร่ำรวย
- บทที่ 3020 - การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากแบตเตอรี่ลิเธียม
บทที่ 3020 - การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากแบตเตอรี่ลิเธียม
บทที่ 3020 - การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากแบตเตอรี่ลิเธียม
บทที่ 3020 - การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากแบตเตอรี่ลิเธียม
มื้อเที่ยง ห้องรับรองของกรมที่เก้า
ที่โต๊ะกลม ท่านผู้เฒ่าเฉินนั่งอยู่ที่ตำแหน่งประธาน โดยมีหยางเสี่ยวเทาและหลี่หงเฟิงนั่งร่วมโต๊ะด้วย นอกจากนี้ยังมีหยางโย่วหนิง เฉินกง หวังโกรั๋วดง และเลขานุการกัวร่วมอยู่ด้วย
ส่วนคนอื่นๆ ต่างก็ติดภารกิจ จึงไม่ได้มาร่วมโต๊ะ
อาหารบนโต๊ะเป็นอาหารที่เรียบง่ายแต่ประณีต ไม่มีเนื้อหนังมังสาชิ้นใหญ่ สะท้อนถึงความประหยัดมัธยัสถ์
แน่นอนว่าส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับรสนิยมของทุกคนด้วย
ทุกคนเป็นคนคุ้นเคยกันดี ท่านผู้เฒ่าเฉินจึงไม่ได้วางท่าทางอะไร ท่านเริ่มลงมือทานอาหารเหมือนการทานข้าวในครอบครัวทันที
หากท่านผู้เฒ่าเฉินไม่อยู่ที่นี่ พวกเขาคงหาโอกาสจิบเหล้ากันสักหน่อย
แต่ในเมื่อท่านผู้เฒ่าเฉินอยู่ที่นี่ และยังเป็นเวลางาน ทางที่ดีคืออย่าดื่มเลยจะดีที่สุด
"จะไปซีชางเมื่อไหร่?"
ท่านผู้เฒ่าเฉินทานไปเพียงไม่กี่คำก็รู้สึกอิ่ม ท่านมองดูหยางเสี่ยวเทาที่กำลังทานอย่างเอร็ดอร่อย ก่อนจะหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบเซเลอรี่เข้าปาก และไม่ลืมที่จะเอ่ยถาม
หยางเสี่ยวเทากลืนหมั่นโถวลงคอแล้วตอบว่า "เดิมทีมีกำหนดจะไปในสัปดาห์หน้าครับ แต่เมื่อสองวันที่แล้วงานวิจัยแบตเตอรี่ลิเธียมประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ แบตเตอรี่ชนิดนี้มีน้ำหนักเบากว่าแบตเตอรี่สะสมพลังงานที่พวกเราใช้กันอยู่ในปัจจุบันมาก และมีความสามารถในการเก็บประจุไฟฟ้าที่แข็งแกร่งกว่าครับ"
"ในช่วงนี้กำลังเตรียมการตรวจสอบและประเมินผลอยู่ครับ หากผ่านเกณฑ์พวกเราตั้งใจจะเปลี่ยนมาใช้แบตเตอรี่รุ่นใหม่นี้แทนครับ ดังนั้นคาดว่าคงต้องรอถึงปลายเดือนนี้ครับ"
เมื่อหยางเสี่ยวเทาพูดจบ ท่านผู้เฒ่าเฉินก็วางตะเกียบลง "เพิ่งจะวิจัยสำเร็จก็นำมาใช้งานทันที จะไม่เกิดปัญหาเหรอ?"
"หากเทคโนโลยีเดิมมีความเสถียรอยู่แล้ว ทางที่ดีคือควรใช้เทคโนโลยีเดิมไปก่อนครับ"
"วิธีนี้จะช่วยเลี่ยงความเสี่ยงและลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้ครับ"
ท่านผู้เฒ่าเฉินพูดแนะนำ หยางเสี่ยวเทาก็วางตะเกียบลงเช่นกัน "ใช่ครับ ผมเองก็มีความคิดเห็นเช่นนั้นครับ"
"แต่ทว่าบรรดาสหายในสถาบันวิจัยมีความเห็นว่า แบตเตอรี่ลิเธียมนี้มีข้อได้เปรียบมหาศาล และในอนาคตพวกเราก็ต้องก้าวเข้าสู่จุดนี้อยู่ดีครับ"
"แทนที่จะรอให้ถึงวันหน้า สู้คว้าโอกาสในวันนี้ไว้เลยดีกว่าครับ"
"ปัจจุบัน ดาวเทียมของต่างประเทศส่วนใหญ่ใช้โซลาร์เซลล์เป็นหลัก และใช้แบตเตอรี่นิกเกิล-แคดเมียม หรือแบตเตอรี่นิกเกิล-เมทัลไฮไดรด์ในการสะสมพลังงานครับ"
"แบตเตอรี่ประเภทนี้เมื่อเทียบกับแบตเตอรี่ลิเธียมแล้ว มีน้ำหนักมากแต่เก็บประจุไฟฟ้าได้น้อย ซึ่งส่งผลกระทบต่อดาวเทียมอย่างมากครับ"
"เพราะดาวเทียมที่มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเพียงหนึ่งจิน ก็ต้องการเชื้อเพลิงจรวดเพิ่มขึ้นมหาศาล และต้องใช้เทคโนโลยีที่สูงขึ้นตามไปด้วยครับ"
"ดังนั้น บรรดาสหายจึงให้การสนับสนุนการใช้แบตเตอรี่ลิเธียมมากกว่าครับ!"
หยางเสี่ยวเทาอธิบายจบ ท่านผู้เฒ่าเฉินก็พยักหน้า "ยังคงเป็นคำเดิม ในเรื่องพวกนี้ควรฟังความเห็นของผู้เชี่ยวชาญให้มากครับ"
"พวกเรามีเพียงประสบการณ์ แต่บางครั้งประสบการณ์นั่นแหละที่เป็นโซ่ตรวนพันธนาการพวกเราไว้ เรื่องขอบเขตความเหมาะสม เธอต้องพิจารณาและควบคุมให้ดีด้วยตัวเองนะ"
หยางเสี่ยวเทาพยักหน้าตอบรับอีกครั้ง "ตอนนี้ผมเองก็กำลังเรียนรู้และหาความรู้อย่างต่อเนื่องครับ เพื่อพยายามทำตัวเองให้พร้อมที่สุดครับ"
"อืม ดีมาก แบบนี้แหละดีแล้ว"
คนอื่นๆ บนโต๊ะอาหารนั่งฟังทั้งคู่สนทนากันอย่างเงียบเชียบ
แน่นอนว่าไม่มีใครสงสัยในคำพูดของหยางเสี่ยวเทา
เพราะการที่ชายคนนี้มีผลงานที่โดดเด่นในวันนี้ และสามารถยืนหยัดอยู่ในทุกสาขาวิชาได้ ความสามารถในการเรียนรู้ของเขาคือปัจจัยสำคัญที่สุด
ยิ่งไปกว่านั้น ชายคนนี้ยังเป็นคนค้นพบปัญหาใน "หนังสือในห้องสมุด" ด้วยตัวเองอีกต่างหาก
พรสวรรค์ในการเรียนรู้ระดับนี้ ใครบ้างที่จะไม่ยอมสยบ?
ทั้งคู่คุยกันเรื่องโทรศัพท์ดาวเทียมอีกครู่หนึ่ง หยางเสี่ยวเทาก็ได้แจ้งแผนการดำเนินงานด้วย
เมื่อดาวเทียมสื่อสารดวงแรกทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า นั่นจะเป็นเวลาที่โทรศัพท์ดาวเทียมรุ่นที่สองเริ่มเปิดใช้งานจริง
"คราวก่อนที่พวกเราส่งดาวเทียมสื่อสารให้ทางฝั่งนั้น ครั้งนี้พวกเขาส่งข่าวมาว่า ช่องสัญญาณหนึ่งหมื่นช่องดูเหมือนจะไม่เพียงพอต่อความต้องการครับ"
ท่านผู้เฒ่าเฉินมองมาที่หยางเสี่ยวเทาพลางยิ้มบอก "พวกเธอคิดยังไง จะส่งให้พวกเขาเพิ่มอีกสักดวงไหม?"
หยางเสี่ยวเทาส่ายหน้า "ช่องสัญญาณหนึ่งหมื่นช่องของพวกเขาน่ะเพียงพอแล้วครับ นอกเสียจากว่าพวกเขาจะใช้งานพร้อมกันทุกคน ซึ่งมันเหมือนกับการเข้าห้องน้ำนั่นแหละครับ ถ้าทุกคนเข้าคิวกันมา ห้องน้ำไม่กี่ห้องก็พอครับ"
"แต่ถ้าทุกคนท้องเสียพร้อมกันล่ะก็ พังแน่นอนครับ"
พรวด!
หลิวลิ่วเสวี่ยหลุดขำออกมา ก่อนจะรีบก้มหน้าใช้ผ้าเช็ดหน้าซับที่มุมปาก
"ระวังหน่อยสิ ยังทานข้าวกันอยู่นะ"
หยางโย่วหนิงเอ่ยหยอกยิ้มๆ หยางเสี่ยวเทายักไหล่แล้วพูดต่อว่า "ถ้าพวกเขาจ่ายเงิน พวกเราก็ไม่รังเกียจที่จะช่วยจัดการให้ครับ"
ท่านผู้เฒ่าเฉินพยักหน้า "ฉันรอคำนี้อยู่พอดี"
"พวกเขามีเจตนารมณ์นั้นอยู่แล้วครับ รอให้พวกเธอส่งดาวเทียมครั้งนี้สำเร็จ คาดว่าคงจะมีคนเดินทางมาเจรจาแน่นอนครับ"
"จริงด้วย โมซิดอฟเองก็กำลังถามเรื่องดาวเทียมและโทรศัพท์อยู่เหมือนกัน ครั้งนี้คาดว่าคงจะเลี่ยงไม่ได้แล้วล่ะ"
หยางเสี่ยวเทาวางตะเกียบลง แล้วยกแก้วน้ำขึ้นจิบ
"ทางฝั่งโมซิดอฟพวกเราได้รับปากไปแล้วครับ สามารถจัดลำดับความสำคัญในดาวเทียมดวงต่อไปให้ได้ครับ ถึงตอนนั้นทีมงานที่ฐานทัพในทะเลทรายก็น่าจะทำงานเสร็จพอดี ก็ให้โอนย้ายไปที่เปอร์เซียต่อได้เลยครับ ยังไงพวกเขาก็มีประสบการณ์อยู่แล้ว"
เมื่อหยางเสี่ยวเทาพูดถึงตรงนี้ หลิวลิ่วเสวี่ยก็หลุดขำออกมาอีกรอบ เมื่อทุกคนหันมามองเธอก็รีบก้มหน้าลงทันที
แต่ทุกคนต่างก็รู้ดีว่ามันเกิดอะไรขึ้น
เพราะคนเหล่านั้นไม่ใช่คนของกรมที่เก้าเลยแม้แต่คนเดียว แต่เป็นคนของกรมเครื่องจักรที่ 7 ต่างหาก
นี่มันคือการใช้คนของกรมที่ 7 มาทำงานให้ชัดๆ
หากเรื่องนี้ไปเข้าหูท่านผู้เฒ่าหวังล่ะก็ คาดว่าคงต้องรีบวิ่งมาหาเรื่องถึงที่แน่นอน
"พวกเธอจัดการตามความเหมาะสมแล้วกัน"
ในเรื่องระหว่างกรมที่ 7 และกรมที่เก้า ท่านผู้เฒ่าเฉินมักจะวางตัวเป็นกลางเสมอ
เพียงแต่ในชามของกรมที่เก้ามักจะมีน้ำมากกว่านิดหน่อย ก็แค่นั้นเอง
แต่ทว่าท่านผู้เฒ่าเฉินก็ยังคงมีความคาดหวัง ว่าในปีนี้กรมที่เก้าจะส่งมอบผลงานแบบไหนออกมาให้ชมกัน
เมื่อเห็นหยางเสี่ยวเทาทานเสร็จแล้ว ท่านผู้เฒ่าเฉินก็เตรียมตัวจะขอตัวลา
หยางโย่วหนิงรีบร้อนขึ้นมาทันที หากไม่พูดตอนนี้คาดว่าคงไม่มีโอกาสอีกแล้ว
เขาจึงส่งยิ้มให้แล้วพูดว่า "ท่านผู้นำครับ คือผมมีบางเรื่องอยากจะรายงานท่านสักหน่อยครับ"
เมื่อเห็นหยางโย่วหนิงเอ่ยปาก ท่านผู้เฒ่าเฉินชำเลืองมองหยางเสี่ยวเทาเห็นอีกฝ่ายไม่มีท่าทีคัดค้านจึงยิ้มบอกว่า "สหายหยางโย่วหนิง เป็นสหายเก่าแก่กันแล้ว มีเรื่องอะไรก็พูดมาเถอะ"
ยังไงหยางเสี่ยวเทาและหลี่หงเฟิงก็อยู่ที่นี่ มีเรื่องอะไรก็ไม่ต้องแอบซ่อนใครอยู่แล้ว
หยางโย่วหนิงรีบพูดว่า "ท่านผู้นำครับ เรื่องมันเป็นอย่างนี้ครับ"
"การที่เครื่องบันทึกเสียงโด่งดังขึ้นมา ได้ช่วยปลุกเร้าความกระตือรือร้นของประชาชนอย่างมากไม่ใช่เหรอครับ?"
"พวกเราเลยคิดว่า งานของคณะศิลป์จะล้าหลังไม่ได้ ต้องก้าวให้ทันและไม่ตัดขาดจากมวลชนครับ..."
มองดูหยางโย่วหนิงที่ยิ่งพูดก็ยิ่งมีพลัง หยางเสี่ยวเทาก็เริ่มเข้าใจเจตนาของหยางโย่วหนิงเสียที จากนั้นเขาก็ชำเลืองมองเฉินกง แปดเก้าส่วนต้องเป็นเจ้าคนนี้แน่นอนที่ออกไอเดียให้
แต่สิ่งที่หยางโย่วหนิงพูดมาก็มีเหตุผล
ในทิศทางหลัก ฐานที่มั่นแห่งการปฏิวัติต้องถูกยึดครองไว้ จะปล่อยให้ศัตรูแย่งไปไม่ได้
และในวงการปฏิวัติ กรมที่เก้าเองก็ต้องยืนหยัดในพื้นที่ของตนเองให้มั่นคงด้วย
อย่างน้อยที่สุดต้องไม่ถูกคนอื่นมาควบคุมจมูกเอาได้
ก่อนหน้านี้ที่หยางเสี่ยวเทาคัดค้านหยางโย่วหนิงเรื่องตั้งบริษัทหงซิงเอ็นเตอร์เทนเมนท์ ก็เพราะกังวลว่าจะทำตัวโดดเด่นเกินไปจนตกเป็นเป้าโจมตี
แต่ในตอนนี้ เมื่อสวมเสื้อคลุมของคณะศิลป์บังหน้าไว้ มันก็น่าลองดูสักตั้ง
เมื่อคิดได้ดังนั้น หยางเสี่ยวเทาจึงไม่ได้ขัดจังหวะ แต่ออกจะตั้งใจฟังหยางโย่วหนิงอธิบายสถานการณ์จนจบ
"ดังนั้น พวกเราเลยอยากจะจัดตั้งกลุ่มโครงการขึ้นมาเพื่อบริการประชาชนโดยเฉพาะ เพื่อเพิ่มพูนกิจกรรมนันทนาการให้กับมวลชนครับ..."
"กลุ่มโครงการนี้จะประกอบด้วยฝ่ายขับร้องและฝ่ายการแสดง พวกเราจะดึงตัวบุคลากรจากคณะศิลป์มาร่วมด้วย และจะรับสมัครบรรดาสหายที่มีอุดมการณ์เดียวกันเข้ามาร่วมงานครับ..."
"ท่านผู้นำคิดว่ายังไงครับ?"
เมื่อหยางโย่วหนิงพูดจบ ท่านผู้เฒ่าเฉินก็พยักหน้าเห็นด้วยทันที
ไม่มีเหตุผลอื่นเลย เพราะหยางเสี่ยวเทาและหลี่หงเฟิงไม่ได้คัดค้าน ซึ่งนั่นเป็นการแสดงท่าทีที่ชัดเจนแล้ว
"แต่เธอต้องระวังไว้ด้วยนะ"
ท่านผู้เฒ่าเฉินยังไม่วายกำชับหยางโย่วหนิงไว้ชั้นหนึ่ง "บทเพลง ภาพยนตร์ รวมถึงรายการบันเทิงทุกอย่าง ต้องผ่านการตรวจสอบอย่างละเอียด ห้ามให้เกิดความผิดพลาดเด็ดขาด"
หยางโย่วหนิงนึกว่าจะเป็นเรื่องอะไร พอได้ยินดังนั้นจึงรีบพยักหน้าตอบรับ "ท่านผู้นำวางใจได้เลยครับ พวกเราไม่มีทางทำเรื่องที่ล้ำเส้นเด็ดขาดครับ"
ท่านผู้เฒ่าเฉินได้ยินดังนั้นจึงพยักหน้าพอใจ
และเมื่อได้รับการอนุมัติจากท่านผู้เฒ่าเฉิน โดยมีหยางเสี่ยวเทาและคนอื่นๆ ไม่ขัดค้าน การปรับโครงสร้างคณะศิลป์ในครั้งนี้จึงถือว่าได้ข้อสรุปที่แน่นอนแล้ว ณ ที่แห่งนี้
ลำดับต่อไป ก็ขึ้นอยู่กับว่าคณะศิลป์จะทำผลงานได้น่าประทับใจแค่ไหน และจะสามารถอาศัย "ลมตะวันออก" จากเครื่องบันทึกเสียงทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าได้หรือไม่
หลังจากส่งท่านผู้เฒ่าเฉินกลับไปแล้ว หยางเสี่ยวเทาก็ถูกหยางโย่วหนิงรั้งตัวไว้ โดยมีเฉินกง หลี่หงเฟิง และหวังโกรั๋วดงยืนดูสถานการณ์อยู่ที่หน้าประตู
"เหล่าหยาง ท่านทำแบบนี้มันไม่น่ารักเลยนะ"
"คราวก่อนเรื่องสามเพลงนั่นก็ตกลงกันไปแล้ว ท่านจะมาพูดคำไหนไม่เป็นคำได้ยังไงกัน?"
หยางเสี่ยวเทาย่อมรู้เจตนาของหยางโย่วหนิงดี แต่เขาได้ประกาศเจตนารมณ์ไปแล้วว่าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับงานแต่งเพลงอีก พูดแล้วก็คือพูดคำไหนคำนั้น
หยางโย่วหนิงยังคงตื๊อไม่เลิก "เพลงสุดท้าย เพลงสุดท้ายจริงๆ ครับ"
"ขอเพียงมีเพลงที่โด่งดังเป็นพลุแตกสักเพลงหนึ่ง เมื่อนำมาประกอบกับเพลงอื่นๆ รับรองว่าต้องขายดิบขายดีแน่นอนครับ"
"แบบนั้นพวกเราจะได้ทำกำไรเพิ่มได้อีกไม่ใช่เหรอครับ"
หยางโย่วหนิงแทบจะเข้าไปดึงแขนเสื้อหยางเสี่ยวเทาอยู่แล้ว
"รัฐมนตรีหยาง ผมว่าเหล่าหยางพูดถูกนะครับ ถ้ามันสามารถขายได้ราคาดี มันก็เป็นผลดีกับพวกเราด้วยไม่ใช่เหรอครับ"
เฉินกงช่วยพูดเสริมให้หยางโย่วหนิง เมื่อเห็นเช่นนั้นหลี่หงเฟิงจึงเอ่ยขึ้นมาบ้าง "ถ้ามองในด้านผลประโยชน์แล้ว เพลงๆ เดียวที่สามารถทำเงินได้มากมายขนาดนั้น ก็นับว่าคุ้มค่าครับ"
หยางเสี่ยวเทาเห็นทั้งสามคนต่างช่วยกันเกลี้ยกล่อม ต่อให้ใจแข็งแค่ไหนเขาก็ต้องเห็นแก่หน้าทุกคนบ้าง
ยิ่งกว่านั้น รายได้จากการจำหน่ายอัลบั้มมันก็ไม่ใช่น้อยๆ เลยจริงๆ
และนี่ไม่ใช่การค้าขายเพียงครั้งเดียวจบ กระแสของบทเพลงในอนาคต โดยเฉพาะเพลงระดับคลาสสิก มันจะยิ่งเพิ่มพูนมูลค่าขึ้นเรื่อยๆ รายได้ก็จะไหลมาเทมาเหมือนสายน้ำที่ไม่เคยหยุดนิ่ง
"ตกลงครับ เพลงสุดท้าย"
หยางโย่วหนิงเผยรอยยิ้มออกมาทันที
"แต่ไม่ใช่ตอนนี้ ผมต้องการเวลาทำอารมณ์สักหน่อยครับ"
หยางเสี่ยวเทาหาข้ออ้างที่ฟังดูขึ้น ซึ่งในสายตาของทุกคน เหตุผลนี้ถือว่าสมเหตุสมผลที่สุดแล้ว
"ได้ครับ พอดีในช่วงนี้พวกเรากำลังจะปรับเปลี่ยนโครงสร้างคณะศิลป์ เวลาจึงน่าจะพอดีกันครับ"
หยางโย่วหนิงยังคงยิ้มอย่างอารมณ์ดี จากนั้นทุกคนจึงเดินล้อมหน้าล้อมหลังหยางเสี่ยวเทากลับไปที่ห้องทำงาน
เมื่อกลับถึงห้องทำงาน หยางเสี่ยวเทารีบยกหูโทรศัพท์โทรหาท่านผู้เฒ่าเฉียนจากกรมเครื่องจักรที่ 7 ทันที
"อาจารย์ครับ ผมเองครับ"
ปลายสาย ท่านผู้เฒ่าเฉียนวางดินสอลงแล้วเอ่ยถามอย่างเป็นกันเอง "ทำไมจู่ๆ ถึงมีเวลาโทรมาหาล่ะ?"
ในขณะที่พูด ท่านก็ปรายตามองไปที่ท่านผู้เฒ่าหวังที่กำลังนั่งแคะเล็บอยู่ฝั่งตรงข้าม
"อาจารย์ครับ ผมโทรมาหยั่งเชิงดูสถานการณ์ก่อนน่ะครับ"
"จริงด้วย สหายเหล่าหวังไม่ได้โกรธผมใช่ไหมครับ?"
ท่านผู้เฒ่าเฉียนได้ยินหยางเสี่ยวเทาพูดเช่นนั้น ก็ชำเลืองมองท่านผู้เฒ่าหวังอีกรอบ
เสียงโทรศัพท์ไม่ได้ดังนัก ท่านผู้เฒ่าหวังจึงไม่ได้ยินคำพูดของหยางเสี่ยวเทา แต่เขาก็สัมผัสได้ว่าคนที่โทรมาน่าจะเป็นหยางเสี่ยวเทา
"เจ้าเด็กนั่นเหรอ?"
ท่านผู้เฒ่าหวังถามเสียงเบา ท่านผู้เฒ่าเฉียนพยักหน้า
จากนั้นท่านผู้เฒ่าหวังก็แค่นเสียงเย็นชาพลางเบือนหน้าหนี "บอกเขาไปเลยว่าฉันโกรธมาก"
"คนและเครื่องมืออุปกรณ์ส่งไปถึงที่โน่นหมดแล้ว จู่ๆ มาบอกว่าการส่งดาวเทียมต้องเลื่อนออกไป มันหมายความว่ายังไงกัน"
ท่านผู้เฒ่าเฉียนดึงสายตากลับมาฟังหยางเสี่ยวเทาพูดจนจบ ก่อนจะเอ่ยถามว่า "โครงการแบตเตอรี่ลิเธียมของพวกเธอมั่นใจแค่ไหน?"
"หากไม่มีความมั่นใจ อย่าได้ไปเสี่ยงเลยจะดีกว่านะ"
ความหมายของท่านผู้เฒ่าเฉียนก็เหมือนกับท่านผู้เฒ่าเฉิน เพียงแต่ท่านมองจากมุมมองด้านความปลอดภัย
เพราะสิ่งที่ส่งขึ้นสู่ท้องฟ้าไปแล้ว ทุกอย่างย่อมอยู่นอกเหนือการควบคุม
"เรื่องนี้ผมต้องไปถามบรรดาสหายในสถาบันวิจัยดูครับ ถ้าพวกเขายืนกราน ผมคิดว่าน่าจะลองดูสักตั้งครับ"
"ต่อให้ล้มเหลว ก็ถือเป็นการจ่ายค่าครูไปแล้วกันครับ"
เมื่อได้ยินหยางเสี่ยวเทาพูดเช่นนั้น ท่านผู้เฒ่าเฉียนก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ เพราะหากแบตเตอรี่ลิเธียมวิจัยสำเร็จ มันย่อมเป็นการสนับสนุนที่ยิ่งใหญ่ต่อขีปนาวุธและจรวดของกรมที่ 7 ของพวกเขาด้วย
ในตอนนี้ท่านเริ่มมองออกแล้วว่า งานวิจัยของกรมที่เก้านั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใหญ่หรือเรื่องเล็ก ขอเพียงวิจัยสำเร็จย่อมนำพาไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว
เมื่อคิดได้ดังนั้น ท่านก็เริ่มมีความคาดหวังขึ้นมาบ้างแล้ว
"อาจารย์ครับ อย่างเร็วที่สุดในอีกสองสัปดาห์น่าจะได้ข้อสรุปที่แน่นอนครับ"
"ถ้างานยุ่งก็น่าจะไปถึงช่วงเดือนเมษายนครับ แต่คาดว่าปลายนมีนาคมน่าจะส่งขึ้นไปได้ครับ"
"อาจารย์ช่วยบอกท่านผู้เฒ่าหวังด้วยนะครับ ให้บรรดาสหายที่นั่นคอยอีกสักพักครับ"
"แน่นอนครับ ค่าใช้จ่ายในช่วงนี้ให้ลงบัญชีของกรมที่เก้าเราได้เลยครับ เรื่องนี้ท่านต้องอธิบายให้ท่านผู้เฒ่าหวังฟังให้ชัดเจนนะครับ ไม่อย่างนั้นคราวหน้าที่เจอกันท่านคงจะยกเรื่องนี้ขึ้นมาบ่นอีกแน่ๆ ครับ"
หยางเสี่ยวเทาร่ายยาวไปชุดใหญ่ ท่านผู้เฒ่าเฉียนคอยปรายตามองท่านผู้เฒ่าหวังเป็นระยะๆ ซึ่งฝ่ายหลังก็มองกลับมาด้วยความสงสัย
"ตกลง ฉันรู้แล้ว พวกเธอรีบกำหนดวันเวลาที่แน่นอนให้เร็วที่สุดแล้วกัน"
ท่านผู้เฒ่าเฉียนพูดจบก็วางสายไป
ท่านผู้เฒ่าหวังอดไม่ได้ที่จะถามว่า "เจ้าเด็กนั่นโทรมามีแผนการอะไรอีก?"
"จะพูดเรื่องอะไรได้ล่ะ ก็มาอธิบายสาเหตุที่ต้องเลื่อนการส่งดาวเทียมน่ะสิ"
ท่านผู้เฒ่าเฉียนยิ้มพลางลุกขึ้นถือกระติกน้ำร้อนเดินไปรินน้ำใส่แก้ว ก่อนจะหันมามองท่านผู้เฒ่าหวัง "งานวิจัยแบตเตอรี่ลิเธียมของพวกเขามีความคืบหน้าสำคัญครับ"
"เขาเลยอยากจะนำผลงานนี้มาใช้กับดาวเทียม ผมคิดว่าเป็นความพยายามที่น่าสนใจทีเดียวครับ"
"แบตเตอรี่ลิเธียมมันเก่งขนาดนั้นเลยเหรอ?"
ท่านผู้เฒ่าหวังย่อมทราบดีถึงสาเหตุที่ต้องเลื่อนการส่งดาวเทียม และได้ยินมาว่าแบตเตอรี่ลิเธียมคือ "ตัวการหลัก" แต่ในตอนนี้เมื่อฟังน้ำเสียงชื่นชมจากท่านผู้เฒ่าเฉียน เขาก็เริ่มรู้สึกสนใจขึ้นมาทันที
"จะบอกว่าเก่งก็ไม่เชิงครับ แต่ควรบอกว่ามันคือการเปิดเส้นทางสายใหม่ขึ้นมามากกว่าครับ"
ท่านผู้เฒ่าเฉียนถือแก้วน้ำเดินมาหยุดข้างๆ ท่านผู้เฒ่าหวัง แล้ววางแก้วลงตรงหน้าอีกฝ่าย "ในมุมมองส่วนตัวของผม อย่างน้อยที่สุดมันก็คือเส้นทางที่มีอนาคตสดใสกว่าเส้นทางในปัจจุบันมากครับ"
ท่านผู้เฒ่าหวังยกแก้วน้ำขึ้นจิบ ไม่นึกเลยว่าท่านผู้เฒ่าเฉียนจะให้คะแนนสูงขนาดนี้ จากนั้นก็ได้ยินท่านผู้เฒ่าเฉียนอธิบายต่อว่า "ท่านไม่อยากจะสร้างขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงที่เร็วกว่าเครื่องบินรบเหรอครับ?"
"ท่านไม่อยากจะเอาชนะเครื่องบินไป๋จวี เพื่อกู้หน้าคืนมาเหรอครับ?"
ท่านผู้เฒ่าเฉียนถามติดตลก ท่านผู้เฒ่าหวังพยักหน้าทันทีโดยไม่ต้องคิด
ประโยคที่ว่า "ขีปนาวุธไล่ตามหลังผมไม่ทันหรอก" ในอดีตได้ช่วยส่งเสริมความเร็วของเครื่องบินไป๋จวี แต่กลับทำให้ขีปนาวุธผีลี่ของกรมที่ 7 กลายเป็นเรื่องตลกไปเสียอย่างนั้น
ตลอดหลายปีมานี้ กรมที่ 7 ต่างก็อัดอั้นตันใจมาตลอด พวกเขาต้องการทำให้ขีปนาวุธบินได้เร็วขึ้นอีก เพื่อที่ดาวเทียมไป๋จวีจะได้ไม่มีทางหนีพ้น
แต่ทว่าในช่วงหลายปีมานี้ งานวิจัยขีปนาวุธความเร็วสูงพิเศษยังคงติดขัดและไม่มีความคืบหน้า ทำให้ความอัดอั้นตันใจนี้ยังคงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน
"เหล่าเฉียน ท่านมีความคิดอะไรดีๆ หรือเปล่า?"
ท่านผู้เฒ่าหวังได้ยินเช่นนั้นก็เริ่มมีความหวังขึ้นมา ท่านผู้เฒ่าเฉียนจึงลุกขึ้นไปหยิบแบบแปลนการออกแบบที่ท่านเพิ่งจะร่างไว้ออกมาจากโต๊ะ
"นี่คือแบบแปลนขีปนาวุธที่ผมออกแบบโดยใช้เครื่องยนต์เทอร์โบแฟนของกรมที่เก้าครับ"
"เครื่องยนต์ชนิดนี้มีอัตราส่วนการบายพาสที่ค่อนข้างสูง มีประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงดีเยี่ยม เหมาะสำหรับการบินลาดตระเวนที่ความเร็วต่ำกว่าเสียง หากนำมาใช้กับขีปนาวุธมันอาจช่วยเพิ่มพิสัยการโจมตีให้ไกลขึ้นได้ครับ และยังสามารถนำมาผสมผสานกับเครื่องยนต์จรวดของพวกเราได้ด้วย เมื่อเริ่มทำการโจมตีก็แค่สลัดเครื่องยนต์เทอร์โบแฟนทิ้งเพื่อให้ได้ความเร็วที่สูงขึ้น..."
ท่านผู้เฒ่าเฉียนอธิบายความคิดของท่านออกมา ท่านผู้เฒ่าหวังได้แต่มองดูแบบแปลนและพยักหน้าตามไปเรื่อยๆ
เนิ่นนานหลังจากนั้น เขาจึงเอ่ยถามว่า "ไม่ใช่สิ แล้วเรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับแบตเตอรี่ลิเธียมล่ะ?"
"เกี่ยวแน่นอนครับ!"
ท่านผู้เฒ่าเฉียนตอบอย่างมั่นใจ ก่อนจะอธิบายให้ท่านผู้เฒ่าหวังฟังว่า "ท่านลืมเรื่องแหล่งพลังงานแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งของขีปนาวุธไปแล้วเหรอครับ?"
ท่านผู้เฒ่าหวังชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตบหน้าผากตัวเองแรงๆ "พับผ่าสิ ฉันลืมเรื่องนี้ไปได้ยังไงกันนะ"
ท่านผู้เฒ่าเฉียนยิ้ม "การยิงขีปนาวุธต้องการแหล่งพลังงานที่สามารถจ่ายพลังงานมหาศาลได้ในชั่วพริบตา แบตเตอรี่ลิเธียมที่มีความหนาแน่นของพลังงานสูงและมีคุณสมบัติการคายประจุที่รวดเร็วนี่แหละ คือสิ่งที่เหมาะสมที่สุดในเวลานี้ครับ"
"นอกจากนี้ แบตเตอรี่ลิเธียมยังสามารถจ่ายพลังงานให้กับระบบนำวิถีได้อีกด้วยครับ"
"สำหรับพวกเราแล้ว นี่คือเรื่องที่ดีและมีประโยชน์อย่างยิ่งโดยไม่มีข้อเสียเลยครับ"
เมื่อท่านผู้เฒ่าเฉียนวิเคราะห์ให้ฟังเช่นนี้ ท่านผู้เฒ่าหวังก็เข้าใจความหมายของแบตเตอรี่ลิเธียมในทันที
เขาจึงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตบขาฉาดลุกขึ้นยืนเดินไปมาในห้องทำงาน รอยยิ้มบนใบหน้าดูสดใสอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "เหล่าเฉียน ท่านว่าถ้าหยางเสี่ยวเทาเจ้าเด็กนั่นรู้ว่าพวกเราเอาของที่เขาสร้างขึ้นมา ไปทำลายเครื่องบินที่เขาสร้างขึ้นมา เขาจะคิดยังไงนะ?"
"เขาจะรู้สึก... มากๆ ไหมนะ?"
"รู้สึก..."
"เหล่าเฉียน ท่านอ่านหนังสือมาเยอะ ช่วยหาคำที่เหมาะสมมาเปรียบเทียบหน่อยสิ เร็วเข้า!"
ท่านผู้เฒ่าหวังตื่นเต้นอย่างที่สุด แต่ท่านผู้เฒ่าเฉียนกลับส่ายหน้าอย่างสงบนิ่ง "เหล่าหวัง ท่านควรจะมองในอีกมุมหนึ่งนะครับ"
"มุมไหนเหรอ?"
ท่านผู้เฒ่าหวังถูกถามจนนิ่งไป
"ท่านควรจะคิดแบบนี้ครับ พวกเขาเดินนำหน้าพวกเราอยู่ก้าวหนึ่งเสมอ และพวกเขาก็จะสร้างสิ่งที่ดีกว่าและเหมาะสมกว่าออกมาเสมอครับ"
"ส่วนพวกเรา ก็ทำได้เพียงวิ่งตามหลังเขาไปเรื่อยๆ ครับ"
ไม่รอให้ท่านผู้เฒ่าหวังได้เอ่ยปาก ท่านผู้เฒ่าเฉียนก็สูดลมหายใจเข้าลึกแล้วพูดต่อว่า "บางที ในตอนที่พวกเราคิดว่าไล่ตามเขาทันแล้ว ฝ่ายนั้นอาจจะกระโดดไปวิ่งในเส้นทางสายอื่นแล้วก็ได้นะครับ?"
เมื่อคำพูดนี้จบลง ท่านผู้เฒ่าหวังถึงกับยืนอึ้งอยู่กับที่ และตกอยู่ในความเงียบงันเนิ่นนาน!
(จบแล้ว)