- หน้าแรก
- ระบบวันสิ้นโลกติดบั๊ก ทำข้ากลายเป็นเทพทรูในโลกเซียน
- บทที่ 290 - เอามะพร้าวห้าวมาขายสวนพิษ!
บทที่ 290 - เอามะพร้าวห้าวมาขายสวนพิษ!
บทที่ 290 - เอามะพร้าวห้าวมาขายสวนพิษ!
บทที่ 290 - เอามะพร้าวห้าวมาขายสวนพิษ!
เมื่อหลินรั่วเซียนได้ยินชื่อตัวเองถูกประกาศ ใบหน้าเล็กๆ ของนางก็เต็มไปด้วยความประหม่าทันที
เมื่อก่อนตอนที่นางอยู่ในเผ่าวิญญาณโอสถ นางก็ทำเป็นแต่รักษาโรคและช่วยชีวิตคนเท่านั้น
ช่วงที่ผ่านมาแม้นางจะเคยประลองฝีมือกับอวิ๋นชีชีอยู่บ้าง แต่ก็เป็นแค่การซ้อมแบบพอหอมปากหอมคอ
การต้องมาต่อสู้ชี้เป็นชี้ตายกับคนนอกแบบนี้ นี่ถือเป็นครั้งแรกในชีวิตของนางเลย
นางกำหมัดน้อยๆ แน่น พยายามสูดลมหายใจและให้กำลังใจตัวเองอยู่ในใจ
"เพื่อที่จะฟื้นคืนชีพให้ทุกคนในเผ่า นี่คือบททดสอบที่ข้าต้องผ่านมันไปให้ได้ ข้าต้องทำได้แน่!"
จางหยวนตบหัวนางเบาๆ พลางเอ่ยว่า "ไปเถอะ เชื่อมั่นในตัวเองเข้าไว้!"
หลินรั่วเซียนถูกเทเลพอร์ตเข้าไปในลานประลองหมายเลขสิบเก้า
เมื่อผู้ชมเห็นรูปลักษณ์และเผ่าพันธุ์ของนาง ก็พากันเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ
"หืม ถึงกับเป็นคนเผ่าวิญญาณโอสถเชียวรึ! เผ่านี้มันขึ้นชื่อเรื่องพลังการต่อสู้ที่กากที่สุดเลยไม่ใช่รึไง! พรสวรรค์ทั้งหมดก็มีแต่เรื่องรักษากับซัพพอร์ต ดินแดนศักดิ์สิทธิ์จันทราคิดยังไงถึงส่งนางมาลงแข่งเนี่ย"
"ยอดฝีมือเผ่าวิญญาณโอสถที่มีพลังสูงสุด เท่าที่จำได้ก็ไม่เคยมีใครบรรลุเกินระดับเซียนลี้ลับเลยนะ การที่นางเลื่อนระดับมาถึงเซียนทองคำต้าหลัวได้ คงต้องมีอะไรพิเศษแน่ๆ"
"ต่อให้พิเศษยังไงก็เป็นแค่เผ่าวิญญาณโอสถอยู่ดี จะไปทำอะไรใครได้ หรือจะฮีลศัตรูให้เลือดล้นจนตายรึไง"
ทางฝั่งของตู๋หมิงจากเผ่ามังกรพิษ เมื่อเห็นว่าคู่ต่อสู้ของตัวเองเป็นแค่ก้อนมันฝรั่งน้อย ใบหน้าของเขาก็เผยให้เห็นความปีติยินดีทันที
เผ่ามังกรพิษก็ถือเป็นเผ่ามังกรเทียมสาขาหนึ่ง แถมยังเป็นเผ่าที่คอยรับใช้เผ่ามังกรโบราณไท่ซวีมาตลอดด้วย
ถ้าเขาสามารถอัดผู้เข้าแข่งขันจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์จันทราให้ยับเยินได้ล่ะก็ เขาจะต้องได้รับรางวัลชิ้นโตจากเผ่ามังกรโบราณไท่ซวีอย่างแน่นอน!
และสถานะของเขาในเผ่ามังกรพิษก็จะพุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย
ตู๋หมิงเดินเข้าไปในลานประลองหมายเลขสิบเก้าพร้อมกับรอยยิ้มกระหายเลือด
หลินรั่วเซียนที่เพิ่งจะรวบรวมความกล้าได้ เมื่อต้องมาเจอกับหน้าตาอันดุร้ายของตู๋หมิง ความกล้าของนางก็ราวกับลูกโป่งที่ถูกปล่อยลมจนฟีบในพริบตา
รูปร่างหน้าตาของเผ่ามังกรพิษแต่เดิมก็ดูน่าเกลียดน่ากลัวอยู่แล้ว
และตู๋หมิงผู้นี้ก็ยิ่งโดดเด่นในเรื่องความอัปลักษณ์ ชนิดที่ว่าเอาหน้าไปหลอกเด็ก เด็กยังร้องไห้จ้าเลยทีเดียว
ร่างเล็กๆ ของหลินรั่วเซียนสั่นสะท้าน นางอดไม่ได้ที่จะถอยกรูดไปหลายก้าวด้วยความหวาดกลัว
ผู้ชมที่เห็นฉากนี้ต่างก็มีสีหน้าแปลกๆ
"นี่แหละตรงตามภาพจำที่ข้ามีต่อเผ่าวิญญาณโอสถเป๊ะเลย! ยังไม่ทันจะได้เริ่มสู้ ก็สติแตกกลัวจนลนลานแบบนี้แล้ว นางบำเพ็ญเพียรจนมาถึงระดับเซียนทองคำต้าหลัวได้ยังไงเนี่ย"
"เผ่าวิญญาณโอสถก็เป็นได้แค่สายซัพพอร์ตเท่านั้นแหละ เอาไว้คอยรักษาอยู่แนวหลังน่ะดีแล้ว พลังรบกับความกล้าน่ะไม่มีหรอก!"
"ดูท่าการเปิดตัวนัดแรกของดินแดนศักดิ์สิทธิ์จันทรา คงต้องจบลงด้วยความพ่ายแพ้อย่างย่อยยับซะแล้วสิ!"
เมื่อตู๋หมิงเห็นความหวาดกลัวของหลินรั่วเซียน เขาก็แลบลิ้นยาวๆ ออกมาเลียริมฝีปาก ก่อนจะแสยะยิ้มชั่วร้ายพร้อมหัวเราะเสียงดัง
"หึหึหึหึ... ถ้าเป็นคนอื่น ข้าก็อาจจะเห็นใจแล้วยอมออมมือให้บ้าง แต่เผ่ามังกรพิษของข้าขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมอำมหิตอยู่แล้ว! ข้าจะจัดหนักจัดเต็มให้เจ้า จนเจ้าต้องหวาดผวาและมีเงาของข้าหลอกหลอนไปตลอดชีวิตเลยล่ะ!"
โฮก!
เสียงคำรามของมังกรดังสนั่น
ตู๋หมิงกลายร่างกลับไปเป็นมังกรพิษขนาดยักษ์ที่ยาวหลายหมื่นจั้ง
หมอกพิษอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านออกมาจากร่างของเขา
แม้ผู้ชมจะอยู่ข้างนอกม่านพลังของลานประลอง แต่ก็ยังรู้สึกเหมือนได้กลิ่นคาวเลือดเหม็นคลุ้งลอยมาแตะจมูก
หลินรั่วเซียนสะดุ้งสุดตัวและสั่นเทิ้มอย่างรุนแรง
ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความหวาดผวา ภาพหลอนของฝันร้ายในอดีตตอนที่ถูกพวกศัตรูตามล่าผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้ง
สายตาที่พวกนักฆ่าเคยมองมาที่นางตอนนั้น มันช่างเหมือนกับสายตาของไอ้มังกรพิษตรงหน้านี้ไม่มีผิด
อวิ๋นชีชีที่อายุและรูปร่างพอๆ กับหลินรั่วเซียน แถมยังสนิทกันจนกลายเป็นเพื่อนซี้ไปแล้ว
เมื่อเห็นหลินรั่วเซียนตกใจจนยืนทื่อแบบนั้น นางก็อดไม่ได้ที่จะเป็นห่วง
"เสี่ยวเซียนจะรับมือไหวไหมเนี่ย"
อวิ๋นโยวถงพูดปลอบใจ "ไม่ต้องห่วงไปหรอก ในเมื่อนางกล้าเดินขึ้นไปบนลานประลอง นางก็ต้องเอาชนะความกลัวในใจได้แน่! อีกอย่าง การมาใช้พิษต่อหน้านางเนี่ย มันไม่ต่างอะไรกับการเอามะพร้าวห้าวมาขายสวนพิษเลยนะ!"
...
"หึหึหึหึ... ข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความหวาดกลัวของเจ้าแล้ว! ไม่ต้องห่วง ข้าจะไม่ฆ่าเจ้าในทีเดียวหรอก ข้าจะค่อยๆ ปล่อยให้เจ้าดิ้นรนอยู่ในความเจ็บปวด และปล่อยให้เจ้ามองดูร่างกายตัวเองถูกพิษกัดกร่อนละลายหายไปทีละนิด..."
ตู๋หมิงยังคงหัวเราะเสียงดังกึกก้อง พร้อมกับพ่นลมหายใจมังกรพิษอันเป็นเอกลักษณ์ของเผ่ามังกรพิษออกมา
ชั่วพริบตาเดียว พื้นที่ทั้งหมดในลานประลองก็ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกพิษที่หนาทึบและไร้ขอบเขต
ร่างเล็กๆ ของหลินรั่วเซียนถูกกลืนหายเข้าไปในดงหมอกพิษอย่างสมบูรณ์
ตู๋หมิงหลับตาลง เตรียมตัวรับฟังเสียงกรีดร้องโหยหวนของหลินรั่วเซียนอย่างมีความสุข
แต่รอแล้วรอเล่า เขากลับไม่ได้ยินเสียงอะไรเล็ดลอดออกมาเลยสักนิด
เขาลืมตาขึ้นด้วยความประหลาดใจ และมองทะลุผ่านลมหายใจมังกรพิษเข้าไป ก็พบว่าหลินรั่วเซียนไม่ได้มีอาการเหมือนคนถูกพิษเลยแม้แต่น้อย
"หืม เกิดอะไรขึ้นกัน"
ดวงตาของตู๋หมิงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
เขาคือยอดฝีมือระดับเซียนทองคำต้าหลัวขั้นสูงสุดเชียวนะ
แค่พ่นหมอกพิษออกมานิดเดียว ก็มากพอที่จะทำให้พวกเซียนทองคำต้าหลัวขั้นต้นดิ้นทุรนทุรายเจียนตายได้แล้ว
แต่ยัยเด็กเมื่อวานซืนตรงหน้านี้ กลับไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด
ทางฝั่งของหลินรั่วเซียนที่เอาแต่ยืนตัวสั่น ในที่สุดนางก็เริ่มรู้สึกตัวแล้วว่าศัตรูที่อยู่ตรงหน้านี้ ดูเหมือนจะไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดไว้เลย
และนั่นก็ทำให้ความกลัวในใจของนางค่อยๆ จางหายไปกว่าครึ่ง
ตู๋หมิงขมวดคิ้วแน่น ก่อนจะเรียกสายฝนพิษสาดซัดลงมาอย่างเกรี้ยวกราด
"ฝนพิษหลอมซาก!"
หยาดฝนที่เต็มไปด้วยพิษร้ายแรงกระหน่ำเทลงมาอย่างหนักหน่วง
แม้แต่พื้นของลานประลองที่ถูกสร้างมาเป็นพิเศษ ก็ยังถูกฝนพิษกัดกร่อนจนเกิดเป็นควันสีดำลอยคลุ้ง
ผู้ชมหลายคนใจสั่นระรัว
"ตู๋หมิงเอาจริงแล้ว ฝนพิษหลอมซากนี่คือวิชาพิษไม้ตายของเผ่ามังกรพิษราชันเลยนะ! ต่อให้เป็นยอดฝีมือเซียนทองคำต้าหลัวขั้นสูงสุดด้วยกัน ก็ยังต้องหลบหลีกไม่กล้าปะทะตรงๆ!"
"ยัยเด็กนั่นยืนบื้อเหมือนคนสติหลุดไปแล้ว ขนาดหลบยังหลบไม่เป็นเลย นางเสร็จแน่!"
แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องอ้าปากค้างก็คือ
หลินรั่วเซียนที่ยืนตากฝนพิษหลอมซากอยู่นั้น กลับไร้รอยขีดข่วนใดๆ ทั้งสิ้น!
"เป็นไปได้ยังไง! ถึงเผ่าวิญญาณโอสถจะเก่งเรื่องถอนพิษ แต่มันก็ต้องใช้ควบคู่กับพวกยาสมุนไพรหรือหญ้าเซียนนี่นา แต่นางดันใช้แค่ร่างกายเนื้อๆ ยืนรับพิษหน้าตาเฉยเลยเนี่ยนะ!"
"ยอดฝีมือต้าหลัวขั้นสูงสุดปล่อยพิษร้ายแรงออกมา ขนาดต้าหลัวขั้นห้ายังตายได้ในพริบตา แต่นางเพิ่งจะอยู่แค่ต้าหลัวขั้นหนึ่ง จะไปทนรับไหวได้ยังไง!"
"เผ่าวิญญาณโอสถไปเอาความต้านทานพิษระดับนี้มาจากไหนกันเนี่ย!"
ตู๋หมิงเริ่มใจคอไม่ดี และตระหนักได้ว่าสถานการณ์มันชักจะไม่ชอบมาพากลซะแล้ว
เขาส่งเสียงคำรามลั่น
"มาดูกันอีกทีสิ! ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าจะรอดไปได้! หมื่นพิษกลืนสุริยัน!"
เสียงคำรามของมังกรดังกึกก้องไปทั่วฟ้า
ร่างเงาของมังกรพิษนับหมื่นตัวปรากฏขึ้น และพุ่งเข้ากะซวกร่างของหลินรั่วเซียนอย่างพร้อมเพรียง
ร่างเงาของมังกรพิษทั้งหมื่นตัวนี้ ล้วนก่อตัวขึ้นมาจากพิษร้ายแรงขั้นสุด
ขอเพียงโดนกัดเข้าแค่คำเดียว ต่อให้เป็นเซียนทองคำต้าหลัวขั้นสูงสุดก็ต้องลงไปคุยกับรากมะม่วงภายในไม่กี่ลมหายใจ
หลินรั่วเซียนเบิกตากลมโตสีดำขลับของนาง แต่กลับไม่รู้สึกถึงอันตรายใดๆ เลยแม้แต่น้อย
มังกรพิษนับหมื่นตัวพุ่งเข้ากัดที่ร่างของนาง ก่อนจะส่งเสียงร้องครางหงิงๆ ออกมา
จากนั้นร่างเงาของมังกรพิษเหล่านั้น ก็ราวกับถูกพลังงานที่น่าสะพรึงกลัวกว่ากัดกร่อน จนสลายหายไปกลายเป็นความว่างเปล่าจนหมดสิ้น
"เป็นไปได้ยังไง!"
ตู๋หมิงร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ
หมื่นพิษกลืนสุริยันถือเป็นหนึ่งในท่าโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาแล้ว
แต่ใครจะไปคิดว่ามันจะใช้จัดการกับยัยเปี๊ยกเผ่าวิญญาณโอสถคนนี้ไม่ได้เลย
หลินรั่วเซียนในตอนนี้ มั่นใจเต็มร้อยแล้วว่าศัตรูตรงหน้านี้เป็นแค่พวกดีแต่เปลือกเท่านั้น
ภายนอกดูโหดร้ายดุดัน แต่พลังการต่อสู้กลับห่วยแตกยิ่งกว่าหมาข้างถนนเสียอีก
ความกลัวในใจของนางหายวับไปหมดสิ้น แววตาเปลี่ยนเป็นแน่วแน่เด็ดเดี่ยว
"ข้าอุตส่าห์กลัวศัตรูพรรค์นี้ไปได้ยังไงเนี่ย ช่างน่าอายและเสียชื่อดินแดนศักดิ์สิทธิ์จันทราที่อุตส่าห์สั่งสอนข้ามาซะจริงๆ!"
พลังบนร่างของนางระเบิดออก กายาพิษสวรรค์เก้าหยินถูกเร่งเร้าจนถึงขีดสุด
หมอกพิษอันไร้ขอบเขตพุ่งทะยานกวาดล้างไปทั่วลานประลอง
ตู๋หมิงแห่งเผ่ามังกรพิษที่มีความต้านทานพิษสูงสุดๆ กลับถูกหมอกพิษของนางหลอมละลายกลายเป็นแอ่งเลือดภายในชั่วพริบตาเดียว
[จบแล้ว]