เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 230 - ไอ้เด็กนี่เก็บไว้ไม่ได้เด็ดขาด

บทที่ 230 - ไอ้เด็กนี่เก็บไว้ไม่ได้เด็ดขาด

บทที่ 230 - ไอ้เด็กนี่เก็บไว้ไม่ได้เด็ดขาด


บทที่ 230 - ไอ้เด็กนี่เก็บไว้ไม่ได้เด็ดขาด

ด้วยการพึ่งพาระบบนำทางสุดกวน จางหยวนจึงสามารถเดินตามเส้นทางที่ถูกต้องและสั้นที่สุดได้เป๊ะๆ

เพียงไม่นาน ทางออกของค่ายกลป่าท้อก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา

"คนอ่อนแอมัวแต่หาวิธีแก้ค่ายกล ส่วนคนเก่งเขาใช้ระบบนำทางเปิดโปรแกรมโกงกันไปถึงไหนแล้วโว้ย"

"วูบ"

จางหยวนถูกเทเลพอร์ตออกมาจากโลกในกระจก

กระจกบานแรกรี่แสงลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นสัญญาณว่าเขาผ่านด่านแรกมาได้แล้ว

ภายนอกระเบียงเงียบงันนิรันดร์ บรรดาไทยมุงที่เฝ้าจับตาดูอยู่ต่างก็อ้าปากค้างกันเป็นแถว

โดยเฉพาะพวกปรมาจารย์ค่ายกลทั้งหลาย

"เป็นไปได้ยังไงกัน ทำไมเขาถึงออกมาเร็วจนาดนี้"

"เวลาในโลกของกระจกเดินเร็วกว่าโลกภายนอกถึงหนึ่งพันเท่านะ เขาใช้เวลาอยู่ข้างนอกแค่ไม่ถึงครึ่งลมหายใจ แสดงว่าเขาอยู่ในนั้นแค่ไม่ถึงห้าร้อยลมหายใจเองนะ"

"ไม่ถึงห้าร้อยลมหายใจก็เดินออกจากค่ายกลเขาวงกตได้แล้วเนี่ยนะ นี่แน่ใจนะว่าคนที่ไม่เคยศึกษาเรื่องค่ายกลจะทำได้"

"ขนาดข้าตอนเข้าไปด่านแรกครั้งแรก ยังต้องใช้เวลาในโลกกระจกตั้งสองชั่วยามครึ่งเลยนะ"

ตอนแรกพวกเขาคิดว่าจางหยวนจะติดแหง็กอยู่ที่ด่านแรกด้วยซ้ำ แต่จางหยวนกลับเดินทะลุค่ายกลออกมาด้วยความเร็วที่เหนือจินตนาการ

จีเชียนเม่ยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

ภาพเหตุการณ์อันคุ้นเคยนี้ ทำเอาหัวใจของเธอกระตุกวูบ

เกรงว่าค่ายกลเขาวงกตด่านต่อๆ ไป หมอนี่ก็คงจะผ่านด้วยเวลาเท่าเดิมเป๊ะๆ แน่

และก็เป็นไปตามคาด

หลังจากนั้นไม่นาน ในโลกกระจกบานต่อๆ มา จางหยวนก็ใช้เวลาเพียงแค่ครึ่งลมหายใจแล้วก็พุ่งพรวดออกมาทันที

ฝูงชนที่เคยตั้งข้อสงสัยในตอนแรก ตอนนี้เริ่มรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ แล้วสิ

"เชี่ยเอ๊ย อาการแบบนี้มันเหมือนตอนที่เคลียร์แท่นหยั่งรู้ดาราร่วงหล่นเป๊ะเลย อย่าบอกนะว่าระเบียงเงียบงันนิรันดร์นี่ก็จะโดนเขาเคลียร์ด่านจนผ่านหมดจริงๆ น่ะ"

"คงไม่หรอกมั้ง บางทีค่ายกลแรกๆ อาจจะง่ายไปหน่อย เขาเลยผ่านได้เร็ว เดี๋ยวพอด่านหลังๆ ก็ต้องช้าลงเองแหละน่า"

"ขนาดปรมาจารย์ค่ายกลระดับจักรพรรดิเซียนยังผ่านไปได้แค่หมื่นแปดพันด่านเลย เขาจะไปเคลียร์หมดได้ยังไง"

ถึงปากจะบอกว่าเป็นไปไม่ได้ แต่หนังตาที่กระตุกยิกๆ ของพวกเขาก็บ่งบอกถึงความกระวนกระวายใจอยู่ลึกๆ

จางหยวนยังคงเดินตามระบบนำทางต่อไปเรื่อยๆ

ค่ายกลเขาวงกตในระเบียงเงียบงันนิรันดร์มีหลากหลายรูปแบบ

ค่ายกลแต่ละด่านล้วนถูกจัดวางด้วยรูปแบบที่แตกต่างกัน

ทั้งค่ายกลวายุเพลิง ค่ายกลดารา ค่ายกลเก้ามายาเร้นรอย และอื่นๆ อีกมากมาย

ยิ่งด่านลึกเข้าไปเท่าไหร่ ความซับซ้อนก็ยิ่งเพิ่มขึ้น และความยากในการแก้ไขก็ยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย

แต่ใครจะไปสนล่ะ ในเมื่อจางหยวนมีโปรแกรมโกง

ไม่ว่าจะเป็นค่ายกลแบบไหน ระบบนำทางก็สามารถชี้เส้นทางที่ถูกต้องที่สุดให้ได้เสมอ

เพียงพริบตาเดียว เขาก็เดินผ่านค่ายกลเขาวงกตไปได้ถึงหนึ่งพันกว่าด่านแล้ว

บรรดาไทยมุงต่างอ้าปากค้าง

ขนาดจีเชียนเม่ยที่เป็นถึงจักรพรรดิเซียนขั้นสูงสุด ยังเดินไปได้แค่ราวๆ สี่พันด่านเท่านั้น

ดังนั้นด่านที่หนึ่งพัน จึงถือเป็นกำแพงที่หยุดยั้งยอดฝีมือระดับขุนพลเซียนและราชันเซียนได้เกือบทั้งหมด

แต่จนถึงตอนนี้ ความเร็วของจางหยวนก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลงเลยแม้แต่น้อย

ปรมาจารย์ค่ายกลคนหนึ่งร้องลั่น "เขาไม่มีทางเป็นมือใหม่เรื่องค่ายกลแน่นอน"

"การจะแก้ค่ายกลเป็นพันๆ ด่านได้ ถ้าไม่มีสายตาที่เฉียบคมระดับราชันเซียน ก็ต้องมีประสบการณ์การศึกษาค่ายกลมานับพันๆ ปี"

"แต่ไม่ว่าจะเป็นอายุหรือระดับพลัง เขาก็ไม่เข้าข่ายเลยสักนิด ตกลงเขาทำได้ยังไงกันแน่ หรือว่าเขาจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่กลับชาติมาเกิด แถมยังมีความทรงจำในชาติก่อนติดตัวมาด้วย"

คิดไปคิดมา ก็มีแต่การกลับชาติมาเกิดพร้อมความทรงจำนี่แหละ ที่พอจะฟังดูสมเหตุสมผลที่สุด

จีเชียนเม่ยแววตาเป็นประกาย

"กลับชาติมาเกิดงั้นรึ ดูไม่น่าจะใช่นะ"

ด้วยสายตาของเธอ เธอสามารถตัดสินนิสัยใจคอของคนจากคำพูดและการกระทำได้สบายๆ

อย่างเช่นหลิวรั่วเยียนและเจี้ยนอวิ๋นเกอ เธอก็มองออกตั้งแต่แวบแรกแล้วว่าเคยเป็นจักรพรรดิเซียนมาก่อน

แต่สำหรับจางหยวน ไม่ว่าจะมองยังไง เขาก็มีนิสัยและความคิดแบบวัยรุ่นอายุยี่สิบกว่าปีชัดๆ

จีเชียนเม่ยจึงมั่นใจมาก ว่าจางหยวนไม่มีทางเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่กลับชาติมาเกิดพร้อมความทรงจำแน่นอน

ท่ามกลางการคาดเดาและความตกตะลึงของฝูงชน

จางหยวนก็เดินทะลุผ่านด่านที่สี่พันกว่าไปได้อย่างง่ายดาย

สถิติสูงสุดของจีเชียนเม่ยถูกเขาตีเสมอเรียบร้อยแล้ว

ในภวังค์นั้น จีเชียนเม่ยคล้ายกับเห็นภาพจางหยวนส่งยิ้มกวนๆ มาให้เธอ พร้อมกับขยับปากพูดว่า "กากก็ไปฝึกมาใหม่"

และด่านที่สี่พันกว่า ก็เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น

จางหยวนยังคงรักษาความเร็วที่ครึ่งลมหายใจต่อหนึ่งด่าน แล้วพุ่งทะยานต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง

เมื่อเขาทะลวงผ่านค่ายกลที่หนึ่งหมื่น ยอดฝีมือทุกคนในลานต่างก็เริ่มนั่งไม่ติดแล้ว

โดยเฉพาะบรรดาปรมาจารย์ค่ายกลทั้งหลาย

หลายคนในกลุ่มนั้น สถิติสูงสุดก็เพิ่งจะอยู่แค่ระดับแปดเก้าพันด่านเท่านั้นเอง

แต่จางหยวนกลับเดินแซงหน้าพวกเขาไปด้วยความเร็วที่ทิ้งห่างแบบไม่เห็นฝุ่น

ใบหน้าของบรรดาปรมาจารย์ค่ายกลต่างแดงก่ำด้วยความอับอาย

นี่มันเสียหน้าสุดๆ

ก่อนหน้านี้พวกเขายังไปพูดจาเยาะเย้ยจางหยวนอยู่เลย

ใครจะไปคิดว่ากรรมจะตามสนองไวขนาดนี้

จางหยวนกำลังเอาศักดิ์ศรีของพวกเขามาเหยียบย่ำลงกับพื้นอย่างเลือดเย็น

"ข้าอุตส่าห์ศึกษาค่ายกลมาตั้งหลายปี กลับสู้เด็กเมื่อวานซืนไม่ได้เลยงั้นรึ"

"ช่างเป็นคนที่มองข้ามไม่ได้จริงๆ ทะเลไม่อาจใช้ถ้วยตวงได้ สหายตัวน้อยคนนี้ให้บทเรียนราคาแพงแก่ข้าซะแล้ว"

"อายุแค่นี้ยังมีฝีมือด้านค่ายกลระดับนี้ อนาคตจะไปได้ไกลขนาดไหนเนี่ย"

เมื่อจางหยวนมาถึงด่านที่หนึ่งหมื่นสามพัน

บรรดาปรมาจารย์ค่ายกล รวมถึงปรมาจารย์อู๋เหวย ต่างก็หน้าถอดสีกันเป็นแถว

ในบรรดาคนทั้งหมดที่อยู่ที่นี่ ปรมาจารย์อู๋เหวยคือคนที่ผ่านด่านได้เยอะที่สุด

แต่สถิติสูงสุดของเขาก็หยุดอยู่แค่หนึ่งหมื่นสามพันกว่าด่านเท่านั้น

แถมเวลาที่เขาใช้นั้น ก็ยาวนานกว่าจางหยวนแบบเทียบไม่ติด

เวลาในโลกแห่งความเป็นจริงที่เขาใช้ ยังนานกว่าเวลาทั้งหมดที่จางหยวนใช้ในโลกกระจกซะอีก

ใบหน้าของปรมาจารย์อู๋เหวยเต็มไปด้วยความอับอาย

"ต่อหน้าสหายตัวน้อย... ไม่สิ ต่อหน้าปรมาจารย์ท่านนี้ ข้ามันก็แค่เด็กอนุบาลชัดๆ ข้าดันไปทำตัวอวดดีต่อหน้าปรมาจารย์ระดับนี้เนี่ยนะ ช่างน่าละอายจริงๆ"

ปรมาจารย์ค่ายกลคนอื่นๆ ก็หมดสิ้นความหยิ่งผยองที่เคยมี ตอนนี้แต่ละคนดูซึมกระทือเหมือนมะเขือโดนน้ำค้างแข็ง

ตรงข้ามกับความสิ้นหวังของพวกเขา บรรดาไทยมุงคนอื่นๆ กลับเริ่มตื่นเต้นจนหัวใจเต้นระรัว

"ผ่านไปหนึ่งหมื่นสามพันกว่าด่านแล้ว ความเร็วของเขาก็ยังไม่ตกลงเลยสักนิด ดูท่าการทำลายสถิติหนึ่งหมื่นแปดพันด่านคงจะชัวร์ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วล่ะ"

"อย่าว่าแต่หมื่นแปดเลย เผ่าๆ เขาอาจจะท้าประลองสถิติเคลียร์ด่านสามหมื่นสามพันด่านรวดเดียวเลยก็ได้"

"ตอนแรกข้าก็นึกว่าเขาแค่ขี้โม้ ที่ไหนได้เขาเก่งจริงนี่หว่า ซื้อเนื้อวัวสิบกิโล เป็นความเทพทรูไปซะเก้ากิโลเก้าขีด"

ทุกคนหายใจหอบถี่ จ้องมองเงาร่างของจางหยวนที่เข้าๆ ออกๆ โลกกระจกอย่างไม่คลาดสายตา

จางหยวนเข้าใกล้สถิติสูงสุดตลอดกาลเข้าไปทุกที

และในที่สุด เขาก็เดินข้ามผ่านสถิติหนึ่งหมื่นแปดพันกว่าด่านที่ปรมาจารย์ค่ายกลระดับจักรพรรดิเซียนคนหนึ่งเคยทำไว้ไปได้อย่างสวยงาม

"สถิติใหม่ถือกำเนิดขึ้นแล้ว"

"จนถึงป่านนี้ ความเร็วของเขาก็ยังไม่ตกลงเลย นี่มันจะวิปริตเกินไปแล้ว"

"ทั้งความเร็วในการฝึกบำเพ็ญเพียร พรสวรรค์ในการหยั่งรู้ พลังการต่อสู้ ความอึดทนนาน แล้วตอนนี้ก็ยังมาเรื่องค่ายกลอีก ตกลงมีอะไรที่เขาไม่ถนัดบ้างไหมเนี่ย"

"ไม่เกินหมื่นปี เผ่ามนุษย์จะต้องมีจักรพรรดิเซียนผู้ยิ่งใหญ่ไร้เทียมทานโผล่มาอีกคนแน่ๆ"

บรรดาไทยมุงต่างร้องอุทานด้วยความตื่นเต้น บรรยากาศรอบๆ ลานประลองเดือดพล่านสุดๆ

ในขณะที่เผ่าอสุรา เผ่ายักษา และเผ่าอื่นๆ ที่มีความแค้นกับเผ่ามนุษย์ กลับมีสีหน้ามืดครึ้มอย่างเห็นได้ชัด

"ไอ้เด็กนี่เก็บไว้ไม่ได้เด็ดขาด ขอแค่โผล่หัวออกมาในโลกแห่งความเป็นจริงเมื่อไหร่ ต่อให้ต้องทุ่มสุดตัวพวกข้าก็จะฆ่ามันให้ได้ เผ่ามนุษย์จะไม่มีวันได้กลับไปยืนบนจุดสูงสุดของหมื่นเผ่าพันธุ์อีกเป็นอันขาด"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 230 - ไอ้เด็กนี่เก็บไว้ไม่ได้เด็ดขาด

คัดลอกลิงก์แล้ว