- หน้าแรก
- ระบบวันสิ้นโลกติดบั๊ก ทำข้ากลายเป็นเทพทรูในโลกเซียน
- บทที่ 220 - ป๋าเปย์มาเยือนรึเนี่ย?
บทที่ 220 - ป๋าเปย์มาเยือนรึเนี่ย?
บทที่ 220 - ป๋าเปย์มาเยือนรึเนี่ย?
บทที่ 220 - ป๋าเปย์มาเยือนรึเนี่ย?
จากคำบอกเล่าของพวกขุนพลเซียน ของวิเศษและยันต์ระดับขุนพลเซียนถือเป็นของหายากแบบสุดๆ ในแดนเซียน
ต่อให้มีเงินก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้ง่ายๆ
ส่วนวัตถุดิบในการสร้าง ไม่ต้องไปล่าสัตว์อสูรระดับขุนพลเซียน ก็ต้องงมหาของวิเศษระดับขุนพลเซียนให้เจอ นี่แหละคือสาเหตุที่ทำไมของพวกนี้ถึงได้มีน้อยนัก
จางหยวนแอบเสียดายอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเลิกคิดมาก
จากการต่อสู้เมื่อครู่ก็เห็นได้ชัดว่า ต่อให้เขามียันต์ขุนพลเซียนเป็นตั้งๆ พวกขุนพลเซียนก็ยังมีโอกาสรอดหนีไปได้อยู่ดี
ในแดนเซียนเนี่ย ช่องว่างของระดับพลังที่ห่างกันเกินไป มันยากที่จะใช้อุปกรณ์ภายนอกมาอุดช่องโหว่ได้
ดังนั้นต่อให้ได้ของวิเศษระดับราชันเซียนมา พลังต่อสู้ของเขาก็คงไม่ได้เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดหรอก เอาของกึ่งขุนพลเซียนมาอัปเกรดเป็นกึ่งราชันเซียนก็ถือว่าพอถูไถไปได้แล้ว
จางหยวนรื้อหาวัตถุดิบสร้างหุ่นเชิดในแหวนมิติต่อ
ค้นไปค้นมาก็ได้มาอีกหลายชิ้น แต่ถ้าจะให้ถึงขั้นผลิตหุ่นเชิดเซียนทองคำต้าหลัวแบบอินฟินิตี้ ก็ยังขาดวัตถุดิบหลักอยู่อีกสามชิ้น
หลังจากก๊อบปี้ของทั้งหมดเสร็จ จางหยวนก็โยนแหวนมิติคืนให้พวกขุนพลเซียน
"ข้ามีรายการของให้พวกเจ้า กลับไปก็เบิกตาหาให้ดีๆ ถ้าหามาได้ครบรับรองว่ามีรางวัลชิ้นโตแน่"
เหล่าขุนพลเซียนรีบพยักหน้ารับคำรัวๆ นี่คืองานจากเจ้านายเชียวนะ ต้องทุ่มสุดตัวทำให้สำเร็จ
"ตอนนี้ก็แยกย้ายกันไป ลองดูซิว่าในเหมืองโบราณต้นกำเนิดนี้ยังมีของวิเศษอะไรตกหล่นอยู่อีกไหม"
จางหยวนแจกเครื่องสแกนหาทรัพยากรให้คนละเครื่อง แล้วปล่อยให้แยกย้ายกันไปหาของ
พอลูกน้องตัวใหม่หายวับไปหมด เฟิ่งจิ่วหวงก็เอ่ยขึ้น "การหล่อหลอมกายเนื้อใหม่เนี่ย ครรภ์เต๋าต้นกำเนิดเสวียนหวงเป็นแค่วัตถุดิบหลักนะ ยังต้องหาวัตถุดิบเสริมอีกหลายอย่าง บางทีอาจจะให้พวกนั้นช่วยหาด้วยก็ได้"
ด้วยเส้นสายและช่องทางของระดับขุนพลเซียน น่าจะสืบหาเบาะแสของวัตถุดิบพวกนั้นได้ไม่ยาก
จางหยวนพยักหน้าเห็นด้วย นี่มันเรื่องใหญ่ระดับหลอมรวมคนกับกระบี่ให้ประสานเป็นหนึ่งเชียวนะ ต้องยกให้เป็นวาระแห่งชาติเลย
หลังจากพวกขุนพลเซียนควานหาอยู่พักใหญ่ ก็เจอของวิเศษที่ซ่อนอยู่อีกเพียบ
และตอนนี้เวลาที่พายุต้นกำเนิดจะกลับมาโหมกระหน่ำอีกครั้ง ก็เหลือไม่มากแล้ว
จางหยวนสั่งเสีย... เอ้ย สั่งกำชับพวกขุนพลเซียนถึงรายละเอียดต่างๆ เพิ่มเติม รวมถึงเรื่องหาวัตถุดิบหล่อหลอมกายเนื้อด้วย
เขายังแจกจุดอ้างอิงเทเลพอร์ตให้ไปอีกกำปั้น บอกให้พวกมันเอาไปปักไว้ตามทางที่ผ่านตอนขากลับ
แบบนี้เวลาคนของดินแดนศักดิ์สิทธิ์จันทราจะออกไปเที่ยวเล่นไกลๆ จะได้สะดวกโยธิน
นอกจากนี้ เพื่อให้กว้านซื้อวัตถุดิบได้ไวที่สุด จางหยวนยังเปย์เงินทุนไปให้อีกก้อนโตเอาไว้ใช้แลกเปลี่ยน
เหล่าขุนพลเซียนจดจำคำสั่งไว้ขึ้นใจ
หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จสรรพ พวกจางหยวนก็วาร์ปผ่านจุดอ้างอิงเทเลพอร์ตกลับมาโผล่ที่ปากทางเข้าเหมืองโบราณต้นกำเนิด
เท้าเพิ่งจะแตะพื้นยังไม่ทันได้ยืนให้มั่น กลิ่นอายของขุนพลเซียนสองสายก็กวาดพุ่งเข้ามาทันที
จางหยวนเลิกคิ้วเล็กน้อย สัมผัสจากความกดดันแล้ว ไอ้สองตัวนี้น่าจะเก่งกว่าแร้งซากศพหกปีกที่อยู่ขั้นสองไปอีกสเตป
อย่างต่ำๆ ก็น่าจะขุนพลเซียนขั้นสามขึ้นไป
ขุนพลเซียนในทีมสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายนี้ ก็พากันหันขวับไปมอง
พอเห็นหน้าชัดๆ สีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เพราะสองคนนี้แผ่กลิ่นอายคล้ายกับนายน้อยเผ่าผีเสื้อมายาฉีกสวรรค์เป๊ะเลย
ไม่ต้องใช้สมองคิดก็เดาได้ พอไอ้นายน้อยนั่นตายปุ๊บ เผ่าผีเสื้อมายาฉีกสวรรค์ก็คงรีบส่งยอดฝีมือมาสืบหาสาเหตุการตายปั๊บแน่ๆ
จางหยวนเปิดดวงตาสัจธรรม สแกนข้อมูลของไอ้สองตัวนี้เข้าสมองทันที
"ขุนพลเซียนขั้นสี่ทั้งคู่เลยแฮะ พกของวิเศษกับยันต์ระดับขุนพลเซียนมาด้วยสินะ"
งานนี้จางหยวนถึงกับต้องร้องอุทาน ป๋าเปย์ระดับท็อปอุตส่าห์เดลิเวอรีตัวเองมาเสิร์ฟถึงที่เลยรึเนี่ย
ขุนพลเซียนเผ่าผีเสื้อมายาฉีกสวรรค์ทั้งสอง กวาดตามองพวกจางหยวนทีละคน
ชายวัยกลางคนไว้หนวดเคราครึ้มเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดัน "หลานชายของข้า นายน้อยเผ่าผีเสื้อมายาฉีกสวรรค์ถูกฆ่าตายที่นี่ พวกท่านพอจะมีเบาะแสของฆาตกรบ้างหรือไม่ หากใครยอมชี้ตัว เผ่าของข้าจะมีรางวัลให้อย่างงาม"
ชายวัยกลางคนไว้เคราแพะเสริมต่อ "ถึงหลานข้ามันจะนิสัยเสียไปบ้าง แต่มันก็คือว่าที่ผู้นำเผ่าผีเสื้อมายาฉีกสวรรค์ของข้า"
"ตอนนี้มันตายอย่างปริศนา เผ่าของข้าต้องเอาเรื่องให้ถึงที่สุด พวกท่านรู้อะไรก็พูดมาได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ"
เหล่าขุนพลเซียนลูกน้องจางหยวนได้แต่มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ถึงจะรู้เต็มอกว่าใครเป็นคนฆ่า แต่นั่นมันเจ้านายกูนี่หว่า ใครจะไปกล้าปริปากบอก
ไอ้หน้าหนวดมองวนไปรอบๆ สุดท้ายสายตาก็มาหยุดอยู่ที่จางหยวน
ท่ามกลางดงขุนพลเซียน มีไอ้พวกระดับเซียนทองคำกระจอกๆ ยืนหัวโด่อยู่ จะไม่ให้สะดุดตาได้ไง
ด้วยคติที่ว่าลูกพลับต้องเลือกบีบลูกนิ่ม ไอ้หน้าหนวดเลยพุ่งเป้าไปถามจางหยวน "ไอ้หนู เจ้ามีเบาะแสอะไรบ้างไหม"
ระหว่างที่พูด มันก็แอบปล่อยแรงกดดันวิญญาณระดับขุนพลเซียนออกมากดทับด้วย ถ้าเป็นเซียนทองคำทั่วไปโดนเข้าไปล่ะก็ คงได้สารภาพหมดเปลือกยันเรื่องฉี่รดที่นอนตอนกี่ขวบแน่ๆ
น่าเสียดายที่จางหยวนมีกระดูกเซียนโกลาหล เรื่องแรงกดดันแค่นี้บอกเลยว่าชิลๆ
เขาขยิบตาให้พวกหลิวรั่วเยียนทีหนึ่ง ก่อนจะตอบกลับไปหน้าตาเฉย "ถามถูกคนแล้วล่ะ ไอ้สวะเผ่าผีเสื้อมายาฉีกสวรรค์ของพวกเจ้าน่ะ ข้านี่แหละเป็นคนส่งมันลงนรกเอง"
พูดจบก็ยังอุตส่าห์ควักแหวนมิติของนายน้อยเผ่าผีเสื้อมายาฉีกสวรรค์ขึ้นมาแกว่งโชว์ตรงหน้าขุนพลเซียนทั้งสองอีกต่างหาก
ขุนพลเซียนเผ่าผีเสื้อมายาฉีกสวรรค์ทั้งสองตาเบิกโพลง ความโกรธเกรี้ยวพุ่งปรี๊ดขึ้นสมองแทบจะทะลุหลอด
ไอ้สวะเซียนทองคำกระจอกๆ ดันกล้ามาประกาศศักดาฉีกหน้าพวกเขากลางแสกหน้าเนี่ยนะ
ถึงจะแอบงงว่าระดับเซียนทองคำมันไปฆ่าเซียนทองคำไท่อี้ได้ยังไง แต่แหวนมิติวงนั้นมันของหลานชายพวกเขาล้านเปอร์เซ็นต์
"ไอ้เด็กเมื่อวานซืน บังอาจนัก" พวกเขากำลังเตรียมจะพุ่งเข้าใส่
แต่ขุนพลเซียนทั้งสิบห้าคน กลับพร้อมใจกันพุ่งพรวดมายืนเรียงหน้ากระดานเป็นโล่กะบังให้จางหยวนทันที
ส่วนเจี้ยนอวิ๋นเกอกับหลิวรั่วเยียนยิ่งเด็ดขาดกว่า สะบัดมือปุ๊บ กางค่ายกลปิดตายพื้นที่ปั๊บ
กระบี่ยาวกึ่งราชันเซียนหลายพันเล่มพุ่งทะยานขึ้นฟ้า ก่อตัวเป็นค่ายกลกระบี่เสร็จสรรพในพริบตา
สองขุนพลเซียนเผ่าผีเสื้อมายาฉีกสวรรค์เห็นภาพนี้เข้า ก็ถึงกับผงะตกใจสุดขีด
มีขุนพลเซียนตั้งสิบห้าคนคอยคุ้มกัน แถมผู้หญิงสองคนนั่นยังเสกกระบี่กึ่งราชันเซียนออกมาเป็นพันๆ เล่มได้อีก
ทุกสิ่งทุกอย่างมันดูพิลึกพิลั่นไปหมด ต่อให้เป็นขุนพลเซียนขั้นสี่ที่ผ่านโลกมาเยอะ ก็ยังช็อกจนสมองประมวลผลตามไม่ทัน
ไอ้เคราแพะร้องถามด้วยความตกใจปนโกรธ "พวกแกเป็นใครกันแน่"
จางหยวนหัวเราะเบาๆ "เคยได้ยินชื่อเสียงอันเกรียงไกรของดินแดนศักดิ์สิทธิ์จันทราบ้างไหมล่ะ"
สองขุนพลเซียนเผ่าผีเสื้อมายาฉีกสวรรค์ใจสั่นระรัว "ดินแดนศักดิ์สิทธิ์จันทรา ที่เขาลือกันว่ามีกระดูกเซียนโกลาหลกันทุกคนนั่นน่ะนะ"
จางหยวนยิ้มกริ่ม "ดูท่าพวกเจ้าจะเคยฟังนิทานของดินแดนศักดิ์สิทธิ์จันทรามาบ้าง แบบนี้ก็คุยง่ายหน่อย ตอนลงไปยมโลกจะได้ตอบถูกว่าใครส่งมา"
สองขุนพลเซียนหน้าเดี๋ยวซีดเดี๋ยวคล้ำ
แค่ขุนพลเซียนสิบห้าคนที่ยืนหัวโด่อยู่นี่รุมกระทืบ พวกเขาก็เสียเปรียบย่อยยับแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงผู้หญิงสองคนที่คุมอาวุธกึ่งราชันเซียนนั่นอีก