- หน้าแรก
- รหัสลับกองพันเงา เมื่อผมเลิกสวมหน้ากากคนธรรมดา
- บทที่ 240 - ฉินเยวียนผู้ลึกลับ!
บทที่ 240 - ฉินเยวียนผู้ลึกลับ!
บทที่ 240 - ฉินเยวียนผู้ลึกลับ!
บทที่ 240 - ฉินเยวียนผู้ลึกลับ!
"เกาะหูหลู่นอกจากจะเป็นที่กบดานของโจรสลัดแล้ว ยังมีสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับพวกอาชญากรในสามเหลี่ยมทองคำด้วย บนเกาะมีพวกอาชญากรติดอาวุธครบเครื่องอยู่กว่าสองร้อยคน แถมภูมิประเทศของเกาะยังยากต่อการบุกโจมตีมาก แม้แต่ประเทศเหลียนเองก็ยังจนปัญญาจะจัดการกับพวกมัน"
"ที่ฉันรู้ก็มีแค่นี้จริงๆ! ขอร้องล่ะ ให้ฉันได้ตายอย่างสงบเถอะ!" โจรสลัดบันน่าพูดด้วยความทุกข์ทรมาน ร่างกายยังคงกระตุกอย่างต่อเนื่อง
เมื่อมองดูโจรสลัดที่มีน้ำหูน้ำตาไหลนองและแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ฉินเยวียนก็รู้ว่าเขาคงไม่สามารถเค้นข้อมูลอะไรออกมาได้อีกแล้ว เขาจึงถอนทักษะภาพลวงตาระดับชำนาญออก และเดินออกจากห้องสอบสวนไปพร้อมกับปิดประตูกระจกเก็บเสียงลง
โจรสลัดบันน่ารู้สึกตัวเบาหวิว ความเจ็บปวดที่เคยทิ่มแทงถึงกระดูกหายไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับมันไม่เคยเกิดขึ้นจริง มันมองดูมือของตัวเองด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ก่อนจะสะดุ้งสุดตัวด้วยความหวาดกลัว และสายตาที่มองตามฉินเยวียนไปนั้นเต็มไปด้วยความยำเกรงขั้นสูงสุด
ที่หน้าห้องสอบสวน ทั้งสองคนจ้องมองฉินเยวียนด้วยความอยากรู้อยากเห็นอย่างมาก ในสายตาของพวกเขา ฉินเยวียนเพียงแค่ถือมีดทหารยืนนิ่งๆ ต่อหน้าโจรสลัดคนนั้น และไม่ได้ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่นิดเดียว
แต่ทว่า โจรสลัดกลับแสดงท่าทางเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ร้องโหยหวนจนเสียงหลงทำเอาคนฟังอย่างพวกเขายังรู้สึกขนลุก และสุดท้ายมันก็ยอมเปิดปากบอกข้อมูลทุกอย่างออกมาเอง
ฉินเยวียนยื่นมีดคืนให้ทหารยาม ก่อนจะหันไปหาพันโทจางแล้วถามว่า "ตอนนี้ได้ข้อมูลมาแล้ว ไม่ทราบว่าขั้นตอนต่อไปเราต้องทำยังไงครับ?"
แม้ฉินเยวียนจะสร้างชื่อเสียงโด่งดังและนำทัพสร้างเกียรติยศมามากมาย แต่เขาก็เป็นเพียงผู้บังคับหมู่... เอ๊ย ผู้บังคับกองร้อยเท่านั้น สำหรับเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแบบนี้ เขาจึงยังไม่รู้วิธีจัดการที่แน่นอน
พันโทจางข่มความสงสัยไว้ในใจ ครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วกระซิบตอบว่า "ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับประเทศเหลียนไม่ค่อยสู้ดีนัก พวกเขาคงไม่ยอมให้กองทัพจีนส่งกำลังเข้าไปในดินแดนของเขาแน่ ตอนนี้เราทำได้เพียงส่งข้อมูลนี้ให้ทางโน้น ส่วนพวกเขาจะลงมือจัดการหรือไม่นั้น ก็เป็นเรื่องที่พวกเราควบคุมไม่ได้!"
ฉินเยวียนพยักหน้าเข้าใจ แต่เขารู้ดีว่าเรื่องนี้คงไม่จบลงง่ายๆ แน่ เพราะข้อมูลที่ล้ำค่าเหล่านั้นยังอยู่ในมือของพวกโจรสลัด และท่านผู้บัญชาการสูงสุดย่อมไม่ยอมปล่อยมือไปง่ายๆ แน่นอน
"พวกเรากลับไปรายงานท่านผู้บัญชาการกันเถอะครับ!" พันโทจางมองฉินเยวียนพลางเอ่ยชวนด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึม ฉินเยวียนพยักหน้าตอบรับ ทั้งคู่ทำความเคารพกันก่อนจะมุ่งหน้าไปยังห้องทำงานมณฑลทหาร
ระหว่างทาง พันโทจางที่อั้นมานานก็อดไม่ได้ที่จะถามออกมาด้วยความมึนงง "ผู้กองฉินครับ... เมื่อกี้คุณทำยังไงให้ไอ้โจรสลัดนั่นเปิดปากออกมาได้ครับ? ก่อนหน้านี้ไม่ว่าเราจะใช้ไม้ไหน มันก็ไม่ยอมพูดสักคำ แถมยังทำท่าทางอวดดีมากด้วย"
ฉินเยวียนไม่ได้หยุดฝีเท้า เขาตอบกลับนิ่มๆ ว่า "สงสัยมันคงจะกลัวมีดน่ะครับ..."
พันโทจางหัวเราะออกมาอย่างขัดไม่ได้ แม้จะรู้ว่าฉินเยวียนไม่ได้พูดความจริงทั้งหมด แต่ในเมื่ออีกฝ่ายไม่อยากบอก เขาก็ไม่เซ้าซี้ เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือได้ข้อมูลมาแล้ว ส่วนกระบวนการจะเป็นยังไงนั้นก็ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ
"รายงาน!"
"เข้ามา!"
ภายในห้องทำงาน พันโทจางรายงานข้อมูลที่ฉินเยวียนเค้นออกมาได้ให้เฉินซิ่งจวินฟังอย่างละเอียด
หลังจากฟังจบ ผู้บัญชาการสูงสุดก็มองฉินเยวียนด้วยสายตาชื่นชม "ฮ่าๆๆ ผู้กองฉิน ผมรู้อยู่แล้วว่าคุณจะไม่ทำให้ผมผิดหวัง!"
สีหน้าของฉินเยวียนไม่มีการเปลี่ยนแปลง เขาพูดด้วยความหนักแน่นว่า "กองร้อยทหารใหม่คมมีด พร้อมออกปฏิบัติการทุกเมื่อครับ!"
ในเมื่อไม่สามารถส่งกองกำลังขนาดใหญ่ไปล้อมเกาะหูหลู่ได้ และข้อมูลเหล่านั้นก็ล้ำค่าเกินกว่าจะปล่อยไป การส่งหน่วยรบพิเศษขนาดเล็กเข้าไปจัดการจึงเป็นทางออกเดียว และนี่ก็เป็นโอกาสดีที่จะได้ฝึกทหารจริงในสนามรบ ฉินเยวียนจึงต้องการรับภารกิจนี้
"ดีมาก! สมกับที่เป็นหน่วยรบพิเศษที่เก่งที่สุดของมณฑลทหาร ผู้กองฉิน ผมขอมอบภารกิจนี้ให้คุณ คุณต้องการอาวุธหรืออุปกรณ์อะไรขอมาได้เลย ผมมีข้อกำหนดเพียงอย่างเดียว คือต้องนำข้อมูลชุดนั้นกลับมาให้ได้!"
เฉินซิ่งจวินตบโต๊ะดังปังด้วยความพึงพอใจ ยิ่งมองฉินเยวียนก็ยิ่งรู้สึกถูกชะตา
"เสี่ยวจาง ผู้กองฉินต้องการอะไร คุณจัดหาให้เขาอย่างเต็มที่เลยนะ!"
"รับทราบครับท่าน!" พันโทจางทำความเคารพรับคำสั่งอย่างเป็นทางการ
"รับรองว่าจะทำภารกิจให้สำเร็จครับ!" ฉินเยวียนตอบเสียงดังฟังชัด เมื่อเฉินซิ่งจวินส่งสัญญาณให้ไปได้ เขาก็เดินออกจากห้องไปทันที
เมื่อกลับมาถึงค่ายพักของกองร้อยทหารใหม่คมมีด เขามองดูเหล่าลูกน้องที่กำลังฝึกซ้อมยิงปืนภายใต้การนำของหัวหน้าหมู่ทั้งหลาย ฉินเยวียนจึงสั่งเสียงทุ้มว่า "รวมพล!"
โดยไม่มีความลังเลหรือความวุ่นวายแม้แต่นิดเดียว เงาร่างแต่ละร่างรีบวิ่งมาเข้าแถวตรงหน้าฉินเยวียนทันที รัศมีแห่งความแข็งแกร่งที่เพิ่งเริ่มก่อตัวดูราวกับจะพุ่งทะลุออกมา
"จางชง, จางซ่วย, หานเซียง, ฮั่วซานเค่อ, ห่าวเหลียนเสี่ยวเยว่, ฉินหยาง, ซูเสี่ยวอวี๋, สวีข่าย, เฉินชาง, ฟางเทียน, หลินต้ง, หลินเฟิง, วังเจ๋อจิ้ง, สวีเสี่ยวตง! ก้าวออกมา!"
"พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ!"
ทหารสิบห้าคนที่ถูกฉินเยวียนเรียกชื่อ ก้าวออกมาอย่างเป็นระเบียบ ยืนตัวตรงจ้องมองไปข้างหน้า มือกระชับปืนเหล็กกล้าไว้ที่อก ใบหน้าเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม
"ไปเตรียมอุปกรณ์ ให้เวลาสิบนาที รวมตัวกันที่ลานจอดเฮลิคอปเตอร์!"
"ครับ!" สิ้นเสียงตอบรับที่ดังสนั่น ทหารทั้งสิบกว่าคนก็วิ่งเหยาะๆ มุ่งหน้าไปทางโรงนอนทันที
ทหารคนอื่นๆ ที่เห็นเหตุการณ์ต่างมองตามด้วยสายตาอิจฉา:
"กองร้อยคมมีดจะได้ออกปฏิบัติภารกิจอีกแล้วเหรอเนี่ย น่าอิจฉาชะมัด ในขณะที่พวกเรายังต้องฝึกอยู่ที่นี่ทุกวัน เห็นแล้วมันน่าเจ็บใจจริงๆ!"
"ก็นั่นน่ะสิ ได้ยินมาว่าครั้งก่อนพวกเขาก็ได้รางวัลความดีความชอบระดับสองส่วนรวมมาด้วยนะ แถมผู้กองฉินยังได้ระดับสองส่วนบุคคลอีก ชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วทั้งมณฑลทหารเลยล่ะ"
"พอเถอะ ที่พวกเขาได้เหรียญมาน่ะเป็นเพราะฝีมือเขาเก่งจริง ไม่อย่างนั้นแกคิดว่ารางวัลระดับสองจะได้มาง่ายๆ เหรอ อย่างพวกเราเนี่ยน่ะ ถ้าออกภารกิจไปก็คงไม่ต่างจากเอาชีวิตไปทิ้งหรอก!"
"เฮ้อ! ได้ยินมาว่าพวกเขาก็เป็นแค่ทหารใหม่ธรรมดาๆ เองนะ แต่พอมาอยู่ภายใต้มือของผู้กองฉินไม่นาน ก็เก่งขึ้นจนเทียบเท่าหรืออาจจะเหนือกว่าหน่วยรบพิเศษระดับแนวหน้าของจีนไปแล้วล่ะ!"
"โธ่เอ๊ย! ทำไมฉันไม่เจอผู้กองแบบนี้บ้างนะ!"
"หึๆ ต่อให้แกได้ไปอยู่กับเขา ฉันพนันเลยว่าแกทนไม่ได้เกินสองวันหรอก แกไม่เคยเห็นเหรอว่าเขาฝึกกันหนักขนาดไหน ฉันล่ะคนหนึ่งที่ไม่กล้าแม้แต่จะแอบมองเลย มันน่าสยองเกินไปจริงๆ..."
"..."
ฉินเยวียนมองดูลูกน้องที่จัดแถวอย่างเรียบร้อยตรงหน้า แล้วพูดด้วยเสียงทุ้มว่า "เป้าหมายของเราคือข้อมูลชุดหนึ่ง"
"ภารกิจครั้งนี้อันตรายและลำพากมาก พวกเราอาจจะต้องสละชีพกันทั้งทีม ดังนั้น... ใครที่อยากถอนตัว ให้เดินออกไปตอนนี้ได้เลย ไม่มีใครตำหนิหรอก!"
"รับรองว่าจะทำภารกิจให้สำเร็จ!"
พวกตัวแสบทุกคนต่างมีแววตาที่แน่วแน่ เสียงตะโกนดั่งเสียงฟ้าฟาด รัศมีแห่งนักรบเหล็กกล้าแผ่ซ่านออกมาทันที
"ดีมาก! สมกับที่เป็นทหารที่ผมฝึกมา ขึ้นเครื่อง!"
"ครับ!"
สิ้นเสียงขานรับ ทุกคนต่างก็ทยอยขึ้นเฮลิคอปเตอร์อย่างเป็นระเบียบ ท่ามกลางเสียงใบพัดที่หมุนวนจนแสบแก้วหู เครื่องบินก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าและหายลับไป
ภายในเครื่องบิน ฉินเยวียนแจ้งข้อมูลและภารกิจให้ทุกคนทราบ ทุกคนต่างมีสีหน้าที่เคร่งขรึมขณะวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านั้น
"ผู้กองครับ ผมว่าเราน่าจะถล่มรังโจรสลัดนี่ให้ราบไปเลยนะ ได้ยินมาว่ายาเสพติดจำนวนมากในเมืองจีนน่ะมาจากสามเหลี่ยมทองคำนี่แหละ ในแต่ละปีมีตั้งกี่ครอบครัวที่ต้องพินาศเพราะมัน!"
จางชงพูดด้วยเสียงต่ำ แววตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น
"จางชง พวกมันมีคนตั้งห้าร้อยกว่าคนนะ แถมทุกคนก็มีปืนครบมือ ผู้กองก็บอกแล้วว่าพวกมันมีปืนใหญ่ด้วย พวกเรามีกันแค่สิบหกคน เอาข้อมูลกลับมาได้ก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ?" เจ้าอ้วนพูดเสียงอ่อย
สิ้นประโยคนี้ พวกตัวแสบคนอื่นๆ ต่างมองมาที่เขา จางชงแสยะยิ้มด้วยความดูแคลน "เจ้าอ้วน ถ้าแกกลัวก็ไม่ต้องไป เอาร่มชูชีพนี่ไปแล้วโดดลงไปเองเลยไป"
"ฉัน... ฉันไม่ได้กลัวนะ แต่นี่มันคือความจริงไม่ใช่เหรอ? โบราณว่าไว้สองหมัดยากจะต้านทานสี่มือ พวกเรามีกันแค่ไม่กี่คน กระสุนก็มีจำกัด แถมไม่มีอาวุธหนักเลย จะเอาอะไรไปแลกกับพวกมันล่ะ?"
เจ้าอ้วนยืดอกเถียง จ้องหน้าจางชงแบบไม่ยอมลดราวาศอก
"ฉันคิดว่า ด้วยฝีมือของพวกเราตอนนี้ แอบขึ้นเกาะไปเงียบๆ แล้วลอบจัดการพวกมันไปทีละนิดก็น่าจะไหวนะ?" ห่าวเหลียนเสี่ยวเยว่แสดงความเห็นแบบแบ่งรับแบ่งสู้
"พวกเราไม่รู้สถานการณ์บนเกาะเลยนะ แม้แต่แผนที่ที่ชัดเจนก็ไม่มี ถ้าเกิดพวกมันรวมตัวกันอยู่จุดเดียว จะลอบจัดการได้ยังไงกันล่ะ" ซูเสี่ยวอวี๋กอดปืนพิงผนังเครื่องบินแล้วพูดออกมาเนิบๆ ใบหน้าไม่มีท่าทางขี้เล่นเหมือนเก่า เห็นได้ชัดว่าเขารู้ว่าภารกิจครั้งนี้มันหนักหนาสาหัสแค่ไหน
ฉินเยวียนไม่ได้เปิดปากพูด แน่นอนว่าเขาก็อยากจะกวาดล้างรังยานรกนี่ให้สิ้นซากเหมือนกัน แต่ที่เจ้าอ้วนพูดมานั้นถูกต้องที่สุด พวกเขามากันแค่สิบหกคน การจะปลิดชีวิตพวกโจรสลัดและอาชญากรกว่าห้าร้อยคนนั้นเป็นเรื่องที่ยากลำบากและแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
เป้าหมายสูงสุดของการมาครั้งนี้คือการกู้คืนข้อมูลล้ำค่าชุดนั้น แต่ถ้ามีโอกาส เขาย่อมไม่รังเกียจที่จะถล่มเกาะหูหลู่ไปพร้อมกัน
ประมาณหนึ่งชั่วโมงต่อมา เฮลิคอปเตอร์ร่อนลงจอดที่ฐานลับริมชายหาดแห่งหนึ่ง หลังจากเตรียมอุปกรณ์ครบครัน ฉินเยวียนก็นำลูกทีมลงเรือลำเล็ก ท่ามกลางเสียงเครื่องยนต์ที่คำรามกึกก้อง เรือก็มุ่งหน้าเข้าสู่ท้องทะเลลึกอย่างรวดเร็ว
เวลาค่อยๆ ผ่านไป จนกระทั่งดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า เรือลำเล็กก็มาถึงจุดที่ห่างจากเกาะหูหลู่สิบกิโลเมตร ซึ่งถือเป็นขีดจำกัดแล้ว หากขยับเข้าไปใกล้กว่านี้อาจจะโดนเวรยามโจรสลัดตรวจพบได้ง่าย
ฉินเยวียนบังคับเรือไปที่เกาะร้างเล็กๆ แห่งหนึ่ง เกาะนี้มีพื้นที่ไม่มากนัก จึงเหมาะสำหรับใช้เป็นจุดพักชั่วคราวเท่านั้น
เขามองออกไปข้างหน้า ด้วยทักษะการมองเห็นระดับยอดเขา เขาสามารถเห็นแสงไฟรำไรบนเกาะที่อยู่ไกลออกไปได้อย่างชัดเจน เห็นได้ชัดว่านั่นคือเกาะหูหลู่ที่เป็นรังของพวกโจรสลัดและอาชญากร
"เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม พวกเราจะว่ายน้ำข้ามไป" พูดจบ ฉินเยวียนก็กระชับอุปกรณ์บนตัวให้แน่น แล้วพุ่งตัวลงน้ำนำหน้าว่ายตรงไปยังเกาะนั้นทันที
ภายในค่ายพักของกองร้อยทหารใหม่คมมีด หลินจื่ออวี๋หิ้วถุงผลไม้สดที่เพิ่งซื้อมาเดินเข้ามาด้วยท่าทางที่ดูขัดเขินเล็กน้อย ราวกับนึกถึงเรื่องอะไรบางอย่าง ใบหน้าอันงดงามจึงแดงระเรื่อขึ้นมา
แต่เมื่อเธอมองไปรอบๆ กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของฉินเยวียน เธอจึงเดินไปถามทหารที่ยืนเวรยามอยู่ "สวัสดีค่ะ ผู้กองของคุณไม่อยู่เหรอคะ?"
"ท่านผู้บัญชาการหญิง... เอ๊ย ท่านหมอสวัสดีครับ!" ทหารยามทำความเคารพก่อนจะตอบว่า "ผู้กองของเราออกไปทำภารกิจครับ ไม่รู้เหมือนกันว่าจะกลับมาเมื่อไหร่"
"งั้นเหรอคะ..." หลินจื่ออวี๋หมุนตัวกลับด้วยความผิดหวัง เธอตั้งใจจะหยิบมือถือขึ้นมาโทรหา แต่ก็เพิ่งนึกได้ว่าตัวเองยังไม่มีเบอร์โทรศัพท์ของตาไม้ท่อนนั้นเลย พอนึกถึงชายหนุ่มที่ไม่ค่อยจะรู้จักถนอมน้ำใจคน เธอก็หยิบแอปเปิลขึ้นมากัดคำโตด้วยความแค้น แล้วเดินกระทืบเท้ากลับหอพักไปอย่างขัดใจ
ที่เขตรอบนอกของเกาะหูหลู่
"เฮ้ย เพื่อน ลงมาดื่มเหล้ากันหน่อยสิ!"
ชายหนวดเครารุงรังท่าทางมอมแมมตะโกนเรียกคนที่อยู่บนหอคอยไม้ ชายคนนั้นกอดปืน AK47 นั่งสัปหงกอยู่ พอได้ยินเสียงเรียกก็ตื่นขึ้นมาด้วยความดีใจแล้วรีบปีนลงมาทันที
ทั้งคู่เปิดขวดเบียร์ยกดื่มอึกใหญ่ โจรสลัดที่เพิ่งลงมาบ่นพึมพำว่า "นี่ แกดูสิ รังของพวกเราน่ะซ่อนตัวดีขนาดนี้ พวกประเทศเหลียนบุกมาตั้งกี่ครั้งก็ทำอะไรไม่ได้ พวกที่จ้องจะฮุบถิ่นเราก็โดนจัดการเรียบ ตอนนี้ไม่มีใครกล้ามายุ่งกับเราแล้วล่ะ แต่ไม่รู้ทำไมลูกพี่ใหญ่ถึงยังสั่งให้พวกเรามาเดินตรวจเวรยามกันทุกวัน ฉันล่ะเซ็งจริงๆ!"
"เฮ้อ ช่วยไม่ได้หรอก ลูกพี่บอกว่าอย่าประมาท ทนไปเหอะเดือนเดียวเอง พอสลับเวรแล้วพวกเราก็ได้ออกไปปล้นสินค้าและฆ่าคนกับกองกำลังใหญ่แล้วล่ะ!"
ท่ามกลางความมืดมิดที่ห่างออกไป กลุ่มเงาร่างที่เหมือนภูตผีกำลังขยับเข้าใกล้มาอย่างเงียบเชียบโดยไม่ส่งเสียงใดๆ แม้แต่นิดเดียว
โจรสลัดอีกคนพูดอย่างอิจฉาว่า "เมื่อวานลูกพี่พาทีมไปปล้นเรือจีนมา ได้ข้อมูลล้ำค่ามาด้วยนะ เห็นว่ากำลังติดต่อหาคนซื้ออยู่ ยิ่งกว่านั้นได้ยินมาว่าราคาถล่มทลายเลยล่ะ! น่าเสียดายที่พวกเราไม่ได้ไปด้วย ไม่อย่างนั้นคงได้ส่วนแบ่งมาใช้สุขสำราญบ้าง..."
"กิ๊กๆๆ ครั้งหน้าถ้าพวกเราได้ออกไปพร้อมกัน แล้วบังเอิญเจอเหยื่อตัวอ้วนๆ พวกเราก็คงจะได้ลาภก้อนใหญ่ไปหาความสุขกันยาวๆ เลยล่ะ"
"นั่นสิ อาชีพโจรสลัดเนี่ยมันสุขสำราญจริงๆ นึกถึงตอนปล้นเรือสำราญครั้งก่อนสิ ผู้หญิงบนเรือนั่นน่ะ สุดยอดจริงๆ..."
โจรสลัดคนนี้ยังพูดไม่ทันจบ เงาร่างหนึ่งก็พุ่งออกมาจากเงามืดด้านหลัง แสงมีดวาววับปักเข้าที่หัวใจอย่างแม่นยำและรวดเร็วปานสายฟ้า พร้อมกับมือคู่หนึ่งที่อุดปากมันไว้แน่น
โจรสลัดที่นั่งอยู่ตรงข้ามหน้าถอดสี รีบจะคว้าปืนข้างกายขึ้นมายิงเตือนภัย แต่กลับรู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอก และมีฝามือที่ทรงพลังอุดปากมันไว้จนแน่น ก่อนที่โลกทั้งใบจะมืดดับลง
ฉินเยวียนวางศพโจรสลัดลงแล้วปีนขึ้นไปบนหอคอยไม้เพื่อมองสำรวจไปรอบๆ
จากข้อมูลที่ได้มา รอบเกาะหูหลู่จะมีเกาะเล็กเกาะน้อยล้อมรอบ ซึ่งแต่ละเกาะจะมีโจรสลัดประจำอยู่หลายสิบคนเพื่อทำหน้าที่เตือนภัยและถ่วงเวลาหากมีศัตรูบุกเข้ามา
ด้วยทักษะการมองเห็นระดับยอดเขา ฉินเยวียนมองเห็นว่าบนเกาะแห่งนี้มีหอสังเกตการณ์แบบนี้ทั้งหมดแปดแห่ง โดยมีคนเฝ้าอยู่ทุกจุด ส่วนโจรสลัดที่เหลือต่างก็พากันดื่มเหล้าและกินอาหารอยู่ในบ้านพักกลางเกาะ
เขาโดดลงจากหอคอย เรียกพวกตัวแสบมารวมตัวกัน และชี้พิกัดพร้อมผังของหอสังเกตการณ์อีกแปดแห่งให้ทุกคนทราบอย่างชัดเจน เมื่อเข้าใจแผนการแล้ว ทุกคนต่างก็แยกย้ายกันไป ภายใต้แว่นมองกลางคืนและความมืดเข้าช่วย พวกเขาจึงเข้าประชิดหอสังเกตการณ์ได้อย่างรวดเร็วราวกับมือสังหารจากนรก และปลิดชีพพวกโจรสลัดไปอย่างเงียบเชียบ
ประมาณห้าถึงหกนาทีต่อมา ในหูฟังของฉินเยวียนก็มีเสียงรายงานดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง "เรียบร้อย, เรียบร้อย, เรียบร้อย..."
เมื่อเวรยามบนหอสังเกตการณ์ทั้งหมดถูกกำจัดแล้ว ฉินเยวียนก็สั่งการด้วยเสียงเบา "พวกคุณค่อยๆ ขยับเข้ามา อย่าเพิ่งเปิดฉากยิงเพื่อไม่ให้โจรสลัดบนเกาะหูหลู่ไหวตัวทัน!"
(จบแล้ว)