เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 130 - แม่นปืนระดับชำนาญทั้งกองร้อย! ท้าชนทหารเก่าเจ็ดกองร้อย?

บทที่ 130 - แม่นปืนระดับชำนาญทั้งกองร้อย! ท้าชนทหารเก่าเจ็ดกองร้อย?

บทที่ 130 - แม่นปืนระดับชำนาญทั้งกองร้อย! ท้าชนทหารเก่าเจ็ดกองร้อย?


บทที่ 130 - แม่นปืนระดับชำนาญทั้งกองร้อย! ท้าชนทหารเก่าเจ็ดกองร้อย?

เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ฉินเยวียนตาเป็นประกายทันที! ในแววตาเต็มไปด้วยความตกตะลึงอย่างหนัก

เกิดอะไรขึ้นกันแน่!!!

ก่อนหน้านี้ ระบบไม่ได้บอกหรอกเหรอว่าถ้าทำสัปดาห์นรกสำเร็จ จะได้รางวัลทักษะระดับเทพแค่ 3 อย่าง? แต่ทำไมตอนนี้ถึงได้มีการเพิ่มคุณสมบัติทหารทั้งกองร้อยระดับชำนาญแถมมาให้อีกอย่างล่ะ?

“แถมยังเลือกได้ด้วย?” ฉินเยวียนกะพริบตาปริบๆ ด้วยความประหลาดใจอย่างที่สุด ช่วยไม่ได้นี่นา มันเหนือความคาดหมายจริงๆ!

“สมรรถภาพทางกาย ปฏิกิริยาตอบสนอง การต่อสู้ การยิงปืน? สี่ทักษะใหญ่นี้ ถ้าฉันเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง พวกเขาก็จะสามารถเลื่อนระดับขึ้นไปได้ทันทีเลยเหรอ?” ฉินเยวียนรู้สึกไม่อยากจะเชื่อ

คำว่าระดับชำนาญของระบบน่ะมันหมายถึงอะไร? มันคือตัวตนที่น่ากลัวและทรงพลังมากนะ! ยกตัวอย่างเช่นทักษะการยิงปืนระดับชำนาญ ถ้าเอาไปเทียบกับทั้งกองทัพ ก็นับว่าเป็นมือพระกาฬหรือพลแม่นปืนตัวจริงเสียงจริงแล้ว ต่อให้เทียบกับระดับสากล ก็ยังถือว่าเป็นระดับท็อปของโลกเลยทีเดียว

“ทักษะทางการทหารที่สำคัญที่สุดในการเป็นทหารคืออะไร? ก็คือการยิงปืนไงล่ะ!” แววตาของฉินเยวียนพลันเฉียบคมขึ้นมาทันที “และการฝึกยิงปืนน่ะ มันต้องอาศัยพรสวรรค์ด้วย! ถ้าไม่มีพรสวรรค์ที่เพียงพอ ต่อให้ยิงลูกกระสุนทิ้งไปมากแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์!”

“แต่สมรรถภาพทางกายหรือการต่อสู้ สามารถค่อยๆ พัฒนาขึ้นได้จากการฝึกที่เพิ่มขึ้น” ฉินเยวียนครุ่นคิดเพียงครู่เดียวและตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว “ระบบ ฉันเลือกข้อ 4!”

(ติ๊ง! ยินดีด้วยที่โฮสต์เลือกสำเร็จ ทักษะการยิงปืนของทหารทุกคนถูกยกระดับขึ้นเป็นระดับชำนาญทันที!)

(ติ๊ง! การยกระดับสำเร็จ!)

(ยินดีด้วยที่โฮสต์ได้รับกองร้อยทหารใหม่พลแม่นปืน!)

เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นทันควัน ฉินเยวียนดีใจจนเนื้อเต้น

สำเร็จเร็วขนาดนี้เลยเหรอ?

“สงสัยพวกทหารแสบกลุ่มนี้คงยังไม่รู้ตัวล่ะมั้งว่าทักษะการยิงปืนของตัวเองน่ะก้าวกระโดดขึ้นมาขนาดไหนแล้ว?” ฉินเยวียนยิ้มกว้างออกมาอย่างสดใส “พอถึงเวลาที่ต้องกลับไปทดสอบยิงปืนในสนามฝึก เจ้าพวกนี้ต้องตกใจกันแน่ๆ!” ฉินเยวียนถึงกับนึกภาพความตื่นเต้นของทหารแสบเหล่านั้นออกเลยทีเดียว

“ให้ตายเถอะเจ้าระบบนี่มันสุดยอดจริงๆ!”

“ฉันว่าแล้วเชียว ถ้ามัวแต่ฝึกตามขั้นตอนปกติล่ะก็ การจะปั้นกองร้อยทหารใหม่ที่ดื้อรั้นกลุ่มนี้ให้กลายเป็นหน่วยรบที่ไร้พ่ายน่ะมันเป็นไปไม่ได้หรอก!”

“ที่แท้ระบบก็วางแผนไว้หมดแล้ว!”

“ด้วยการฝึกที่หนักหน่วงประสานกับการยกระดับจากระบบ!”

“กองร้อยทหารใหม่นี้พอนานวันเข้า คงจะกลายเป็นกองร้อยทหารใหม่ที่เจ๋งที่สุดในโลกเลยล่ะมั้ง!”

“ฮ่าฮ่าฮ่า...”

ฉินเยวียนถึงกับกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ พริบตานั้นเขารู้สึกฮึกเหิมและเลือดลมสูบฉีดอย่างมาก! เมื่อได้รับรางวัลจากระบบจนทำให้ทักษะการยิงปืนของเหล่าทหารแสบพุ่งขึ้นเป็นระดับชำนาญ ฉินเยวียนก็อารมณ์ดีสุดๆ เขารู้สึกโล่งอกและมองดูพวกทหารแสบด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป

เพราะก่อนหน้านี้ ฉินเยวียนมีความกังวลอยู่ทุกวัน เขาเฝ้าคิดอยู่ตลอดเวลาว่าจะฝึกทหารใหม่ยังไงให้พวกเขาก้าวหน้าได้เร็วที่สุด แต่ตอนนี้เมื่อมีระบบช่วยเหลือ ภาระหนักอึ้งในการฝึกก็ผ่อนคลายลงทันที ในสายตาของฉินเยวียน ทหารใหม่กลุ่มนี้ได้กลายเป็นหน่วยรบที่ไร้พ่ายไปเรียบร้อยแล้ว

เขาหยุดครู่หนึ่งเพื่อระงับความตื่นเต้นในใจ จากนั้นจึงเริ่มตรวจสอบทักษะระดับเทพใหม่สามอย่างที่เขาได้รับ

“ทักษะการต่อสู้ระดับเทพ ก่อนหน้านี้ฉันเคยได้รับระดับยอดเขามาแล้ว ตอนนี้พอได้ระดับเทพ ฝีมือการต่อสู้ของฉันก็ก้าวไปอีกขั้นจนเกือบจะสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ทักษะการต่อสู้พัฒนาขึ้นไปอีก!”

“ทักษะการขับเครื่องบินรบระดับเทพ? ทักษะนี้ดูเหมือนจะไม่ได้ใช้หรือเปล่า? ตอนนี้ฉันเป็นแค่ทหารบก แถมยังไม่ใช่ระดับนายทหารที่เป็นทางการด้วยซ้ำ! จะไปมีโอกาสได้ขับเครื่องบินรบได้ยังไง?”

ฉินเยวียนสัมผัสถึงความรู้เรื่องการขับเครื่องบินรบที่ละเอียดและแม่นยำในหัวอย่างถี่ถ้วน เขาก็อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ “มิน่าล่ะ รัฐบาลถึงต้องใช้ต้นทุนสูงขนาดนั้นในการปั้นนักบินสักคน! ทฤษฎีและความรู้เรื่องการขับจริงๆ พวกนี้ ถ้าจะจำให้ได้หมดแถมยังต้องใช้ได้อย่างชำนาญโดยไม่มีความผิดพลาดแม้แต่นิดเดียวเนี่ย มันยากจริงๆ!”

“แต่ตอนนี้ฉันมีทักษะการขับเครื่องบินรบระดับเทพแล้ว เครื่องบินรบทุกลำที่มีอยู่ในตลาดตอนนี้ ฉันสามารถขับมันได้อย่างสมบูรณ์แบบ! และยังสามารถรีดแสนยานุภาพในการรบออกมาได้ถึงขีดจำกัดสูงสุดตามทฤษฎีอีกด้วย!”

“ตอนนี้ถ้ามองไปทั่วโลก คงไม่มีนักบินคนไหนที่สามารถแสดงสมรรถภาพของเครื่องบินรบออกมาได้ถึงขีดจำกัดสูงสุดเหมือนฉันล่ะมั้ง?” เมื่อนึกถึงตรงนี้ ฉินเยวียนก็ยิ้มออกมาบางๆ มันเป็นรอยยิ้มของคนที่มีความมั่นใจเต็มเปี่ยม! ใช่แล้ว มั่นใจและแข็งแกร่งขนาดนั้นแหละ!

“ทักษะการควบคุมเรือรบระดับเทพ! ทักษะนี้ก็ไม่ธรรมดาเหมือนกันนะเนี่ย!” ฉินเยวียนขยับความคิดเพื่อสัมผัสถึงทักษะระดับเทพสุดท้ายที่เขาควบคุมได้อย่างสมบูรณ์แบบในหัว เขาก็อดทึ่งไม่ได้ ตอนแรกเขานึกว่าการขับเรือรบไม่น่าจะยากอะไร แค่เรียนรู้วิธีบังคับพวงมาลัยก็พอ แต่ไม่คิดเลยว่าการขับเรือรบจะมีความยากมหาศาลขนาดนี้

หากปราศจากความรู้ทางทฤษฎีที่ลึกซึ้งและประสบการณ์การเดินเรือที่โชกโชน การจะขับเคลื่อนเรือรบสักลำนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย และถ้าอยากจะควบคุมเรือรบให้สมบูรณ์แบบจนก้าวขึ้นเป็นกัปตันเรือได้นั้น กระบวนการมันช่างยากลำบากเหลือเกิน และไม่รู้ว่าต้องผ่านการฝึกฝนมามากแค่ไหน

“ทุกสาขาอาชีพล้วนมียอดฝีมือ แต่ทุกอาชีพก็ไม่มีคำว่าง่าย!”

“ถ้าอยากจะยืนอยู่บนจุดสูงสุดของแต่ละวงการโดยไม่ทุ่มเทพลังงานให้เพียงพอและไม่มีพรสวรรค์ที่มากพอ มันเป็นไปไม่ได้จริงๆ” ฉินเยวียนอดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ

เมื่อได้รับทักษะใหม่สามอย่างแถมยังช่วยให้การยิงปืนของทหารแสบพัฒนาขึ้นระดับชำนาญ ฉินเยวียนก็รู้สึกตื่นเต้นไปทั้งตัว แต่เขาหารู้ไม่ว่า อานิสงส์จากการฝึกกองร้อยทหารใหม่ครั้งนี้ ทำให้ทักษะการยิงปืนของจ้าวรุ่ยเซวียนและพวกอีกสองคนถูกยกระดับขึ้นเป็นระดับชำนาญไปด้วย ทั้งสามคนคงฝันไม่ถึงแน่ๆ ว่าตอนนี้ตัวเองได้กลายเป็นพลแม่นปืนที่เคยฝันอยากจะเป็นมาตลอด!

ฉินเยวียนเรียกขบวนรถทหารมาตั้งแต่เช้าตรู่และเร่งให้พวกทหารแสบขึ้นรถทันที อยากพักงั้นเหรอ? กลับไปนอนสิ!

สองชั่วโมงกว่าต่อมา พวกทหารแสบในที่สุดก็ได้กลับมาถึงค่ายทหารที่โหยหา

“แง... ในที่สุดก็ได้กลับมาแล้ว!”

“สัปดาห์ฝึกนรกนี่ถึงจะแค่ห้าวัน แต่ผมรู้สึกเหมือนผ่านมาห้าสิบปีเลยครับ!”

“รอดตายกลับมาได้นี่ไม่ง่ายเลยจริงๆ!”

พวกทหารแสบต่างพากันซาบซึ้งใจ เมื่อพวกเขาอาบน้ำชำระร่างกายเสร็จและได้ปีนขึ้นไปบนเตียงนอนแข็งๆ ทันใดนั้นทุกคนต่างก็เผยรอยยิ้มที่แสดงความปลาบปลื้มใจออกมา

“แง... ผมจะร้องไห้แล้วครับ เตียงนี่มันโคตรจะสบายเลย!”

“เมื่อก่อนผมชอบบ่นว่าเตียงในหอพักนี่มันแข็ง สู้เตียงนุ่มๆ ที่บ้านไม่ได้เลย แต่ตอนนี้ผมว่านี่คือเตียงที่สบายที่สุดในโลกแล้วครับ”

“เมื่อเทียบกับการนอนกลางป่า เตียงนี่มันคือสวรรค์ชัดๆ!”

“ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว รีบนอนเถอะ! พรุ่งนี้วันเสาร์ ผมจะนอนให้เต็มอิ่มเลย!”

“ฉันจะนอนรวดเดียวไปจนถึงเที่ยงวัน!”

“ส่วนฉันจะนอนไปจนถึงสองทุ่มพรุ่งนี้เลย!”

ทหารแสบแต่ละคนซึ้งจนแทบน้ำตาไหล หลายคนเข้าสู่ห้วงนิทราและหลับไปอย่างรวดเร็ว ชนิดที่ว่าหัวถึงหมอนก็หลับทันที

“ฟางเทียน นานๆ ทีจะได้กลับมา นายจะไม่จัดรายการอะไรให้พวกเราหน่อยเหรอ? ไม่ได้ฟังมุกของนายตั้งหลายวัน ฉันคิดถึงจะแย่แล้ว” ห่าวเหลียนเสี่ยวเยว่ยิ้มชวน

“ไปไกลๆ เลย ตอนนี้ฉันง่วงจะตายอยู่แล้ว อยากนอนอย่างเดียว” ฟางเทียนไม่มีอารมณ์เลยสักนิด

“อย่าสิฟางเทียน ฉันอยากเรียนขับรถ อย่าเพิ่งนอนเลย ลุกมาคึกกันหน่อย!” เจ้าอ้วนตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ พยายามส่งเสียงเร่งเร้า

“ฟางเทียน อย่าขัดศรัทธาทุกคนสิ มีคนรออยู่นะ ถ้าแกไม่สอนพวกเราขับรถ พวกเราก็ไม่ให้นอน” ทหารแสบอีกคนยิ้มพูด

“ความปรารถนาที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตของฉันคือการเรียนขับรถ และกลายเป็นนักขับที่ไร้พ่ายแห่งเขาอากินะ ฟางเทียน นายอย่ามาทำลายความฝันของฉันนะ” ซูเสี่ยวอวี๋ยิ้มพูด

“พวกเจ้านี่มันสัตว์ป่าจริงๆ” ฟางเทียนจำใจเอ่ยออกมาอย่างเซ็งๆ “งั้นฉันพูดล่ะนะ”

“ถอดรองเท้าแล้ววิ่งระยะไกลได้ คนคนนั้นต้องเป็นนักวิ่งมาราธอนแน่นอน” ฟางเทียนหาวหวอดหนึ่งที พอกล่าวจบก็มุดผ้าห่มหลับไปทันที

“เชี่ย ฟางเทียน แกมันไม่มีน้ำใจเลย ให้สอนขับรถแต่ดันมาพูดเรื่องมารา... เชี่ย ยอดเยี่ยม!”

“ไอ้คนนี้มันเทพจริงๆ!”

“สุดยอด! เอาไปเลยสิบเต็มสิบ! รู้สึกว่าทักษะการขับรถของฉันพัฒนาขึ้นอีกขั้นเลยนะเนี่ย!”

“ฮ่าฮ่าฮ่า ฟางเทียนนี่มันอัจฉริยะจริงๆ!”

“ฟางเทียน อย่าเพิ่งหลับสิ ฉันอยากถามเรื่องรองเท้าที่ยืดหยุ่นสูงน่ะ นายเคยใส่ไหม?”

“เฮ้อ พูดตามตรงนะ ฉันยังไม่ค่อยชอบใส่รองเท้าเท่าไหร่ ใส่แล้วมันเสียความรู้สึกที่มือน่ะ”

“ขอเตือนทุกคนหน่อยนะ ทางที่ไม่คุ้นเคย ใส่รองเท้าไว้หน่อยจะดีกว่า เดี๋ยวจะโดนตำเอา”

“ทำไมตอนฉันวิ่งเท้าเปล่าถึงวิ่งได้นานกว่า แต่พอใส่รองเท้าแล้ววิ่งได้แค่สิบห้านาทีล่ะ?”

“นายน่าจะใส่กลับด้านล่ะมั้ง ตะปูอยู่ข้างในน่ะ”

“พวกเจ้านี่มันโคตรจะยอดเยี่ยมเลย!”

พวกทหารแสบได้รับความพึงพอใจและหลับสนิทไปทีละคน

เมื่อตื่นขึ้นมา ท้องฟ้าก็สว่างจ้าไปนานแล้ว ที่น่าแปลกคือวันนี้กลับไม่มีเสียงแตรปลุกทหาร

“เชี่ย! ฉันตื่นสายหรือเปล่าวะ?” ซูเสี่ยวอวี๋สะดุ้งตื่นขึ้นมาบนเตียง พริบตานั้นทหารแสบอีกหลายคนก็ตื่นขึ้นมาเพราะเสียงของเขา

“เชี่ยเอ๊ย ตกใจหมดเลย นึกว่าต้องฝึกต่อซะแล้ว” ซูเสี่ยวอวี๋บิดขี้เกียจ รู้สึกสบายตัวไปหมดทั้งร่าง! หลังจากได้พักผ่อนมาทั้งคืน สมรรถภาพร่างกายของเขาก็กลับคืนมาเกือบหมดแล้ว จะมีเพียงแค่ขาทั้งสองข้างและร่างกายบางส่วนที่ยังรู้สึกปวดเมื่อยอยู่บ้างเล็กน้อย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

“ฝึกกับผีน่ะสิ! วันนี้อุตส่าห์ได้พักผ่อนทั้งที” ฟางเทียนพลิกตัวนอนต่อ

“แง... มาอยู่ในค่ายทหารตั้งนาน ไม่เคยอยากนอนกินบ้านกินเมืองขนาดนี้เลย วันนี้ยังไงก็ไม่อยากลุกจากเตียงแล้ว” เจ้าอ้วนสัมผัสเตียงนุ่มๆ ด้วยความพอใจ

“ฮ่าฮ่าฮ่า ฉันก็เหมือนกัน! วันนี้ฉันจะนอนให้โลกแตกไปเลย ต่อให้เทพเจ้ามาเรียกก็ไม่ลุก! ต้องนอนให้เต็มอิ่ม!” ฉินหยางยิ้มพูด

“ปรี๊ด!” แต่ในตอนนั้นเอง เสียงนกหวีดที่แหลมคมก็ดังขึ้น

“รวมพลฉุกเฉิน!” เสียงตะโกนของฉินเยวียนดังมาจากชั้นล่าง

“เชี่ย! เรื่องอะไรอีกล่ะเนี่ย? รวมพลอีกแล้วเหรอ?”

“เร็ว ลุกเร็ว ไฟรนก้นแล้ว!”

“เชี่ย นี่มันสิบโมงเช้าแล้วเหรอ? ฉันจำได้ว่าหลังจากเข้าห้องน้ำเสร็จก็แค่หลับไปงีบเดียวเองนะ นี่ผ่านไปตั้งสองชั่วโมงกว่าแล้วเหรอ?”

“เร็วๆ ลุกเร็ว! ช้าไปผู้กองอัดเราแน่!”

พวกทหารแสบเมื่อได้ยินเสียงตะโกนของฉินเยวียนก็ไม่กล้าลังเล การเคลื่อนไหวนั้นรวดเร็วปานกามนิต! สามนาทีต่อมา ทหารแสบทุกคนก็เข้าแถวเรียงหนึ่งอย่างเป็นระเบียบต่อหน้าฉินเยวียน

ฉินเยวียนแกล้งทำหน้าขรึม ตะโกนดุว่า “ดูพวกนายสิ! ยังมีสภาพเป็นทหารอยู่ไหม! วันนี้วันหยุด พวแกไม่คิดจะตื่นเช้ามาวิ่งแบกน้ำหนัก 10 กิโลเมตรกันหน่อยหรือไง?”

“ดูความไม่ได้เรื่องของพวกนายสิ!”

“พอกลับมาค่ายทหารก็เอาแต่นอน!”

เขาหยุดครู่หนึ่งแล้วมองไปยังทุกคนพลางตะโกนเสียงเข้มว่า “เป้าหมาย สนามฝึก!”

“ภารกิจ จัดการทหารเก่าเจ็ดกองร้อย!”

“มีความมั่นใจไหม?”

“รับรองว่าจะปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จครับ!”

พวกทหารแสบตอบกลับเสียงดังสนั่นโดยไม่ต้องคิด แต่พอตอบเสร็จ ทหารแสบทุกคนก็งงกริบ!

“เรื่องอะไรครับผู้กอง? พวกเราไม่ได้ไปฝึก แต่ไปจัดการทหารเก่าเจ็ดกองร้อยเนี่ยนะ?”

“นั่นสิครับผู้กอง ถึงทักษะการต่อสู้ของพวกเราจะพัฒนาขึ้นมามาก แต่ก็ไม่มีทางจัดการทหารเก่าตั้งเจ็ดกองร้อยได้หรอกครับ?”

“นี่มันเรื่องอะไรกันแน่ครับผู้กอง?”

เมื่อได้ยินว่าเป้าหมายคือทหารเก่าเจ็ดกองร้อย กองร้อยทหารใหม่ก็ตกใจกันแทบแย่ ก็ช่วยไม่ได้นี่นา เรื่องนี้มันฟังดูน่ากลัวเกินไป! แมแต่ตัวพวกเขาเองยังตกใจเลย

ต้องรู้ก่อนนะว่า คราวก่อนที่จัดการไปสี่กองร้อย พวกเขาก็ต้องใช้พลังงานไปมหาศาลแล้ว ตอนนี้ต้องไปสู้กับเจ็ดกองร้อย? นี่มันเรื่องตลกสากลอะไรกัน! ต่อให้ทักษะการต่อสู้จะพัฒนาขึ้นมาก แต่ก็ไม่ได้อยากจะสู้แบบหนึ่งต่อเจ็ดหรอกนะ

ฉินเยวียนขมวดคิ้วพลางดุว่า “ทำไม หรือว่าพวกนายไม่มีความมั่นใจ? วิชาการต่อสู้ที่ฉันสอนไปน่ะ เอาไปให้หมากินหมดแล้วหรือไง?”

“การต่อสู้ครั้งนี้ พวกนายอยากสู้ก็ต้องสู้ ไม่อยากสู้ก็ต้องสู้!”

“เมื่อเช้าตรู่นี้ ผู้กองของทหารเก่าทั้งเจ็ดกองร้อยมาที่ห้องทำงานของฉัน บอกว่ายังไงก็ต้องให้พวกนายสู้กับพวกเขาให้ได้”

“พวกเขาก็แค่อยากจะกู้หน้าคืนมาเท่านั้นแหละ ถ้าสู้ไม่ได้จริงๆ ก็ไม่ถือว่าเสียหน้า!”

“แต่ถ้าชนะได้ ยิ่งดี!”

“เข้าใจกันหมดไหม?”

ฉินเยวียนพูดอย่างถ่อมตัว การที่ได้สู้กับทหารเก่าตั้งเจ็ดกองร้อยเนี่ย ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งและเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจมาก! เพราะนี่คือการสู้แบบหนึ่งต่อเจ็ดไงล่ะ! ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ กองร้อยทหารใหม่ก็มีหน้ามีตาอยู่แล้ว และแน่นอนถ้าชนะได้ยิ่งดีเข้าไปใหญ่

“ผู้กองครับ ความหมายของท่านก็คือให้พวกเราวิ่งไปให้ทหารเก่าเจ็ดกองร้อยนั่นอัดเพื่อระบายอารมณ์งั้นสิครับ?”

“สี่กองร้อยสู้พวกเราไม่ได้ คราวนี้เลยขนกันมาเจ็ดกองร้อยเพื่อจะกู้หน้าคืนจากการพ่ายแพ้คราวก่อน?”

“ไอ้พวกบ้านั่น คิดบัญชีเก่งจริงๆ นะ! แต่น่าเสียดายที่พวกเขาคิดผิด! พวกเราคือทหารใหม่ที่ไร้เทียมทานที่สุด!”

“พี่น้องครับ ศัตรูอยากจะอัดเรา จะทำยังไง?”

“ก็อัดมันคืนดิ!”

“อัดมันกลับไปให้ยับเลย!”

“พูดถูก! ต้องอัดกลับไปให้ยับ!”

“แค่หนึ่งต่อเจ็ดเองไม่ใช่เหรอ? ตอนนี้พวกเราเรียนรู้วิชาการต่อสู้ฉบับปรับปรุงมาแล้ว พลังการต่อสู้ของทุกคนเพิ่มขึ้นตั้งเยอะ ไม่แน่ว่าเราอาจจะชนะพวกเขาก็ได้!”

“เล่นให้เต็มที่ก็พอ! ถึงตอนนั้นล้มได้สี่คนก็เท่าทุน ล้มได้ห้าคนคือกำไร!”

“ฉันจะอัดสักสิบคน!”

“ฉันจะจัดยี่สิบคนเลย!”

“แม่งเอ๊ย ลุยมันเลย!”

“ลุยให้จบๆ ไป!”

พวกทหารแสบปรึกษากันเพียงไม่กี่คำ ก็เข้าใจความหมายของฉินเยวียนได้ทันที! หลังจากตกลงกันเสร็จ ทหารแสบก็มีความเห็นเป็นเอกฉันท์! ลุยให้จบๆ ไป!

“ดีมาก! ฉันชอบความไม่เกรงกลัวต่อความท้าทายและความไม่ยอมแพ้ของพวกนายแบบนี้แหละ!” ฉินเยวียนเห็นดังนั้นก็เผยรอยยิ้มออกมา สำหรับทหารแล้ว อะไรสำคัญที่สุด? ขวัญกำลังใจสำคัญที่สุด! ต่อให้ต้องพ่ายแพ้ยับเยิน ก็ห้ามเสียขวัญกำลังใจเด็ดขาด!

“ตอนนี้ ออกเดินทางได้!”

“ครับ ผู้กอง!”

“ฆ่ามัน!” “ลุย!”

“ล้มกองร้อยทหารเก่า สร้างเกียรติยศให้ทหารใหม่!”

“ทหารใหม่เจ๋งที่สุด! ทหารใหม่ไร้เทียมทาน!”

สิ้นเสียงคำสั่ง ทหารแสบทุกคนก็คำรามลั่นและพุ่งตัวไปยังสนามฝึกทหารเก่าอย่างตื่นเต้น

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 130 - แม่นปืนระดับชำนาญทั้งกองร้อย! ท้าชนทหารเก่าเจ็ดกองร้อย?

คัดลอกลิงก์แล้ว