เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 520 ตัวร้ายมีแค่ข้าคนเดียวหรือ?

บทที่ 520 ตัวร้ายมีแค่ข้าคนเดียวหรือ?

บทที่ 520 ตัวร้ายมีแค่ข้าคนเดียวหรือ?


บทที่ 520 ตัวร้ายมีแค่ข้าคนเดียวหรือ?

เมื่องูเขียวเห็นสายตาแปลกประหลาดที่ทุกคนมองมา มันก็อดไม่ได้ที่จะแผดเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว "พวกมนุษย์ต่ำต้อย ห้ามมองข้าด้วยสายตาแบบนี้นะ"

แม้มันจะไม่เข้าใจความหมายที่แฝงอยู่ในสายตาเหล่านั้น แต่สัญชาตญาณลึกๆ บอกมันว่ากำลังถูกดูถูกเหยียดหยาม

ช่างน่าหงุดหงิดเสียจริง

งูเขียวสะบัดมือวูบหนึ่ง ตรีศูลเล่มหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในมือ ในหมู่เผ่าสัตว์อสูร สัตว์อสูรบางสายพันธุ์ที่มีสายเลือดอ่อนแอ ไม่มีพรสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์หรือร่างกายที่แข็งแกร่ง พวกมันก็จะเลือกใช้อาวุธเพื่อเพิ่มพลังการต่อสู้ให้กับตนเองเหมือนกับผู้ฝึกตนเผ่ามนุษย์

"ไปตายซะ!"

งูเขียวควงตรีศูลในมือพุ่งทะยานเข้าใส่ มวลน้ำมหาศาลปรากฏขึ้นกลางอากาศ ก่อตัวเป็นคลื่นยักษ์ถาโถมเข้าใส่ผู้คนเบื้องหน้า ราวกับหมายจะบดขยี้ทุกคนให้แหลกสลาย

หลัวอวี๋แค่นเสียงเย็นชา กลิ่นอายพลังอันน่าเกรงขามที่ไม่ด้อยไปกว่างูเขียวแผ่ซ่านออกมาจากร่าง เขาชกหมัดสวนกลับไป พลังอันน่าสะพรึงกลัวทะลวงผ่านเกลียวคลื่นพุ่งกระแทกเข้าใส่ร่างของงูเขียวอย่างจัง

รอยแผลปริแตกปรากฏขึ้นที่บริเวณหน้าท้องของงูเขียวในทันที

"เจ้าเป็นผู้ฝึกตนระดับเซียนลึกลับขั้นที่ห้า!"

สีหน้าของงูเขียวเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด มันเตรียมจะหันหลังวิ่งหนีทันที ทว่าหลัวอวี๋มีหรือจะยอมปล่อยโอกาสให้หลุดลอย เขาพุ่งตัวไล่ตามไปติดๆ

แต่ในเสี้ยววินาทีที่หลัวอวี๋พุ่งตัวออกห่างจากกลุ่มของซุนเฉียน งูเขียวก็หันขวับกลับมาแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม

"ฮ่าๆๆ ไอ้พวกมนุษย์หน้าโง่ พวกเจ้าหลงกลข้าแล้ว"

สีหน้าของหลัวอวี๋พลันเปลี่ยนไป มิติรอบตัวกลุ่มของซุนเฉียนเปิดออก คนสามคนปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศอย่างกะทันหัน กลิ่นอายพลังที่แผ่ออกมาจากร่างของพวกเขาลดหลั่นกันไปแต่ล้วนเป็นยอดฝีมือระดับเซียนลึกลับที่แข็งแกร่ง

แต่ละคนล้วนมีพลังเหนือกว่าหลัวอวี๋อยู่ขั้นหนึ่ง

แถมทุกคนยังเป็นผู้ฝึกตนเผ่ามนุษย์!

แย่แล้ว!

ซุนเฉียนหน้าถอดสี เขาย่อมรู้ดีว่าสถานการณ์ตรงหน้าหมายความว่าอย่างไร ต้องเป็นกลุ่มทหารรับจ้างอีกสองกลุ่มที่ส่งคนมาสังหารพวกเขาแน่

แต่ตลอดทางพวกเขาระมัดระวังตัวกันอย่างมาก เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกค้นพบถึงขนาดยอมอ้อมใช้เส้นทางที่ไกลกว่า

คนที่รู้เส้นทางการเดินทางของพวกเขา นอกจากผู้ติดตามทั้งห้าคนนี้แล้ว ก็มีเพียงหัวหน้าและรองหัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างเท่านั้น ทว่าหัวหน้ากลุ่มคือบิดาของเขาจึงไม่มีทางทำเรื่องแบบนี้ ส่วนรองหัวหน้าก็เป็นขุนพลเก่าแก่ที่ติดตามบิดาของเขามาเนิ่นนาน อยู่ร่วมก่อตั้งกลุ่มทหารรับจ้างหมาป่าทรายมาตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน

นั่นหมายความว่าโอกาสที่เกลือเป็นหนอนจะอยู่ในกลุ่มคนพวกนี้มีความเป็นไปได้สูงมาก

สีหน้าของซุนเฉียนย่ำแย่ถึงขีดสุด คนพวกนี้คือคนที่เขาค่อนข้างไว้ใจ แถมก่อนเดินทางเขายังทดสอบมาหลายวิธี เมื่อมั่นใจว่าไม่มีปัญหาถึงได้พามาด้วย

คิดไม่ถึงเลยว่าจะมาเจอคนทรยศจนได้

"บัดซบ เป็นใครกัน!"

ซุนเฉียนนัยน์ตาแดงก่ำกวาดสายตามองไปที่คนอื่นๆ ทุกคนที่ถูกมองต่างก็มีสีหน้างุนงง พวกเขาย่อมรู้ดีว่าการที่คนพวกนี้ตามมาเจอได้เป็นเพราะสาเหตุใด ทุกคนต่างรู้ดีว่าเกิดความร้าวฉานขึ้นภายในกลุ่ม

แม้ซุนเฉียนจะโกรธจัด แต่เขาก็รีบบีบทำลายยันต์เคลื่อนย้ายที่เตรียมไว้ล่วงหน้าจนแหลกละเอียด ร่างของเขาพลันเลือนรางหายไปจากจุดเดิม สิ่งที่เขาต้องทำตอนนี้คือรีบหนีเอาตัวรอด

การโจมตีอันน่าสะพรึงกลัวของชายชุดดำทั้งสามสังหารคนในขบวนรถม้าไปสองคนทันที เหลือเพียงสองคนและจ้าวเปิ่นหลี่ที่วิ่งหนีไปคนละทิศคนละทาง

"ไอ้เด็กเจ้าเล่ห์"

ชายชุดดำผู้เป็นหัวหน้าปรายตามอง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดันแฝงจิตสังหาร "วันนี้พวกเจ้าไม่มีใครหนีรอดไปได้หรอก!"

"กางค่ายกล!"

พื้นที่รัศมีสิบลี้โดยรอบถูกค่ายกลปกคลุมในพริบตา คนพวกนี้เตรียมการมาอย่างดี ดักซุ่มอยู่ที่นี่มาเนิ่นนานก็เพื่อรอให้พวกเขาเดินเข้ามาติดกับ

ตอนนี้ปลาฮุบเหยื่อแล้ว พวกเขาจะปล่อยให้คนพวกนี้หนีไปได้อย่างไร

"ฆ่าพวกมันให้หมด อย่าให้ใครรอดกลับไปได้แม้แต่คนเดียว"

ตอนนี้ยังไม่แน่ชัดว่าทรัพยากรอยู่ในมือใครกันแน่ ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดก็คือการฆ่าล้างบางให้หมด

ยอดฝีมือระดับเซียนลึกลับทั้งสามคน รวมกับงูเขียวที่เป็นเซียนลึกลับอีกหนึ่ง การจะจัดการกับกลุ่มทหารรับจ้างหมาป่าทรายที่มีเพียงหลัวอวี๋เป็นเซียนลึกลับแค่คนเดียวนั้น ถือว่าไร้ปัญหาอย่างสิ้นเชิง

ในกลุ่มคนเหล่านี้ มีเพียงหลัวอวี๋คนเดียวที่เป็นเซียนลึกลับ จะเอาอะไรมาต้านทานพวกมันได้?

อีกสามคนที่ตอนแรกเตรียมจะหนีเอาตัวรอด เมื่อเห็นค่ายกลครอบคลุมพื้นที่ พวกเขาก็ต้องกลับมารวมกลุ่มกันอีกครั้ง พวกเขายืนขวางอยู่หน้าซุนเฉียน จ้องมองชายชุดดำและงูเขียวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

แต่กระนั้นพวกเขาก็ยังเว้นระยะห่างระหว่างกันเอาไว้

เพราะการที่คนพวกนี้แกะรอยตามหาพวกเขาจนเจอ ย่อมหมายความว่าภายในกลุ่มมีคนทรยศ และตอนนี้มันก็ยังคงมีชีวิตอยู่

หลัวอวี๋และจ้าวเปิ่นหลี่มีความเป็นไปได้น้อยมาก เพราะทั้งคู่ถือเป็นผู้อาวุโสของกลุ่ม เช่นนั้นก็เหลือเพียงสองคนที่เหลือ

ซุนเฉียนปรายตามองคนทั้งสองแวบหนึ่ง แต่เขาไม่ได้พูดอะไรออกมา หากด่วนสงสัยกันเองในตอนนี้จะยิ่งเป็นผลเสียต่อพวกเขา อย่างน้อยก็ต้องรอให้เรื่องจบลงเสียก่อนค่อยจัดการ

ในกลุ่มชายชุดดำ ร่างสูงใหญ่ที่เป็นหัวหน้าแสยะยิ้มเย็นชา ก่อนจะกระชากชุดคลุมสีดำออก

"นี่ไม่ใช่ซุนเฉียนผู้ได้ฉายาว่าเป็นมันสมองแห่งเมืองต้วนเทียนหรอกหรือ ไม่ทราบว่าเรื่องราวในวันนี้เจ้าได้คาดการณ์เอาไว้บ้างหรือไม่?"

วินาทีที่เห็นใบหน้าของคนผู้นี้ ซุนเฉียนและคนอื่นๆ ต่างก็หน้าถอดสี

หัวหน้าหน่วยที่สี่แห่งกลุ่มทหารรับจ้างเสือม่วง หวังเฝย ผู้ฝึกตนระดับเซียนลึกลับขั้นที่เจ็ด

ชายชุดดำอีกสองคนก็กระชากผ้าคลุมออกเช่นกัน ทั้งคู่มาจากกลุ่มทหารรับจ้างขุนพล เพียงแต่ระดับพลังด้อยกว่าหวังเฝยเล็กน้อย เป็นเพียงระดับเซียนลึกลับขั้นที่หก

ซุนเฉียนเอ่ยถามเสียงเย็น "ใครเป็นคนบอกข่าวพวกเจ้า?"

หวังเฝยหัวเราะเยาะ "คำถามไร้เดียงสาแบบนี้อย่าถามเลยดีกว่า ข้าไม่มีทางบอกเจ้าหรอก"

แม้ซุนเฉียนจะมีพลังแค่ระดับเซียนสวรรค์ แต่เขาก็ฉลาดหลักแหลมยิ่งนัก เขาได้แสดงมันสมองอันน่าสะพรึงกลัวให้เป็นที่ประจักษ์ในเมืองต้วนเทียน หวังเฝยย่อมไม่รู้ว่าซุนเฉียนมีไพ่ตายอะไรซ่อนอยู่อีก จึงไม่มีทางประมาทในเวลาแบบนี้

"เอาล่ะ เลิกพูดพร่ำทำเพลงได้แล้ว ทุกท่านรีบลงมือตัดรากถอนโคนเถอะ"

พูดจบ กลิ่นอายพลังในร่างของพวกเขาก็แผ่ซ่าน พุ่งเข้าใส่กลุ่มของซุนเฉียนอีกครั้ง

พวกของหลัวอวี๋ไม่มีทางเลือกต้องสู้ถวายหัว แต่เพียงแค่ผู้ฝึกตนระดับเซียนลึกลับคนเดียวจะไปต้านทานยอดฝีมือระดับเซียนลึกลับถึงสี่คนได้อย่างไร เพียงแค่ปะทะกันครั้งเดียวพวกเขาก็ต้องถอยร่น หลัวอวี๋ถึงขั้นได้รับบาดเจ็บ

เมื่อเห็นสถานการณ์เป็นเช่นนี้ ซุนเฉียนจึงจำต้องหันไปมองซูเฉินที่อยู่ห่างออกไป เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเว้าวอน "สหายร่วมเดินทางมากับรถม้าของข้าหลายวัน หากท่านมีความสามารถ วันนี้ช่วยยื่นมือเข้าช่วยเหลือข้าสักครั้งได้หรือไม่?"

พวกของหวังเฝยสังเกตเห็นซูเฉินมาตั้งแต่แรกแล้ว เพียงแต่เขาอยู่แค่ระดับเซียนปฐพี และจากข่าวที่ได้มาคนผู้นี้เพิ่งจะเข้าร่วมขบวนกลางทาง ไม่ใช่คนของกลุ่มทหารรับจ้างหมาป่าทราย ดังนั้นตั้งแต่แรกจึงไม่มีใครสนใจซูเฉิน

หวังเฝยหันไปกล่าวกับซูเฉินเสียงดัง "สหายตัวน้อย หากเจ้าไม่สอดมือเข้ายุ่งเกี่ยว รอให้พวกข้าสังหารคนของกลุ่มทหารรับจ้างหมาป่าทรายเสร็จแล้ว ข้าจะปล่อยพวกเจ้าไป"

ซูเฉินไม่ได้ตอบคำถามนั้น เขาเพียงแค่มองซุนเฉียนด้วยรอยยิ้มแฝงความนัย "ในเมื่อคำนวณวางแผนมาถึงขั้นนี้แล้ว ไม่สู้เปิดไพ่ตายของเจ้าให้ข้าดูหน่อยจะเป็นไร?"

ซุนเฉียนชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะมองซูเฉินด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

มองออกแล้วหรือ?

ความจริงซูเฉินไม่ได้มองออกหรอก แต่เขาสัมผัสได้ว่าซุนเฉียนต้องมีแผนการบางอย่างซ่อนอยู่ และอาจจะรวมเขาเข้าไปเป็นหมากในแผนการนั้นด้วยซ้ำ

ส่วนเรื่องที่ว่ากำลังวางแผนอะไรนั้น ซูเฉินไม่รู้จริงๆ

ซุนเฉียนยิ้มเจื่อน เขายกมือประสานคารวะซูเฉิน "ผู้อาวุโสโปรดอย่าถือสา ข้าน้อยไหนเลยจะกล้าวางแผนใช้ท่านเป็นเครื่องมือ"

เขาไม่ได้คิดจะหลอกใช้ซูเฉินจริงๆ เพียงแต่ซุนเฉียนสัมผัสได้ว่าซูเฉินดูเหมือนจะสนใจในตัวเขา

แน่นอนว่าไม่ใช่ความสนใจแบบชายรักชาย

แต่เป็นความสนใจในด้านอื่น ดูเหมือนจะสนใจในตัวตนของเขามากกว่า

จากการสังเกตตลอดหลายวันที่ผ่านมา เขาก็พบว่าเบื้องหลังของซูเฉินนั้นไม่ธรรมดาเลย จากคำพูดและท่าทาง ซุนเฉียนคาดเดาเบื้องต้นว่าอีกฝ่ายต้องเป็นบุคคลที่น่าสะพรึงกลัวอย่างมาก ระดับพลังขั้นต่ำคงต้องเป็นราชันเซียนเป็นแน่

ในเมื่อซูเฉินสนใจในตัวเขา ซุนเฉียนจึงคิดจะเติมเชื้อไฟให้ลุกโชนยิ่งขึ้น ด้วยการแสดงความสามารถอันน่าทึ่งของตนเองให้ประจักษ์

ซุนเฉียนกระแอมไอสองสามครั้ง หันไปพูดกับหวังเฝยและว่านหมิงซาน "เอ่อคือว่า เหล่าว่านแล้วก็เหล่าหวัง ฆ่าเจ้านั่นทิ้งซะ"

ชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ข้างหวังเฝยและว่านหมิงซานหน้าถอดสีทันที เขามองทั้งสองคนด้วยความไม่อยากจะเชื่อ โดยเฉพาะตอนที่มองว่านหมิงซาน สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึง

สายตาที่ทั้งสองคนมองมาที่เขานั้นเย็นชาและไร้ความปรานี สันหลังของเขาเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นในพริบตา

หมายความว่ายังไง?

ตัวร้ายมีแค่ข้าคนเดียวงั้นหรือ?

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 520 ตัวร้ายมีแค่ข้าคนเดียวหรือ?

คัดลอกลิงก์แล้ว