- หน้าแรก
- ศิษย์น้องขยันแทบตาย ศิษย์พี่แค่นอนหายใจก็ไร้เทียมทาน
- บทที่ 520 - เจ้าไม่คู่ควร! ปะทะพระมาร!
บทที่ 520 - เจ้าไม่คู่ควร! ปะทะพระมาร!
บทที่ 520 - เจ้าไม่คู่ควร! ปะทะพระมาร!
บทที่ 520 - เจ้าไม่คู่ควร! ปะทะพระมาร!
หลังจากมอบแก่นแท้เพลิงวิศิษฏ์ให้เซียวจิ่นอวี้ไปหลอมรวมแล้ว หลี่เสวียนก็กล่าวลาบรรดาศิษย์น้องแล้วเดินจากไป
พอเขาคล้อยหลังไปเท่านั้น เซียวจิ่นอวี้ก็ถือแก่นแท้เพลิงวิศิษฏ์เดินไปเชิดหน้าชูตาอยู่ข้างๆ เฟิ่งจิ่วเกอและมู่หรงชิง พร้อมกับพูดเสียงดังว่า "แหม นี่มันแก่นแท้เพลิงวิศิษฏ์นี่นา ของชิ้นนี้มีประโยชน์กับข้ามากจริงๆ ศิษย์พี่ช่างดีกับข้าเหลือเกิน!"
เฟิ่งจิ่วเกอ มู่หรงชิง...
"ไม่นึกเลยนะว่าศิษย์พี่ไปไกลถึงเผ่าปี่อั้น ตอนกลับมาก็ยังไม่ลืมของฝากให้ข้า ช่างน่าประทับใจจริงๆ ข้าจะทำให้ศิษย์พี่ผิดหวังไม่ได้เด็ดขาด ข้าต้องตั้งใจหลอมรวมของชิ้นนี้ให้ดี ไม่แน่ว่าระดับพลังของข้าอาจจะพุ่งพรวดไปถึงระดับจอมราชันย์รวดเดียวเลยก็ได้!"
"อ้อ จริงสิ ศิษย์พี่ศิษย์น้องที่ไม่มีของขวัญ ก็พยายามเข้าล่ะ อย่าปล่อยให้ข้าทิ้งห่างไปไกลนักล่ะ"
เฟิ่งจิ่วเกอและมู่หรงชิงถึงกับกำหมัดแน่นทันที!
บัดซบ!
ทนไม่ไหวแล้วโว้ย!
"รอนเตะซะเถอะ!"
"หึ มีแก่นแท้เพลิงวิศิษฏ์แล้วเก่งนักเหรอ รับมือ!"
หญิงสาวทั้งสองกระโจนเข้าใส่และพัวพันนัวเนียตบตีกับเซียวจิ่นอวี้ทันที!
เคร้งคร้าง ตูมตาม โครมคราม!
ทั้งยอดเขาเทียนเสวียนถูกปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิงแห่งสงคราม
กระต่ายสองตัวถือแครอทแทะกินไปพลางนั่งดูดราม่าไปพลาง
"ช่างเป็นพวกผู้หญิงที่ทำตัวเป็นเด็กจริงๆ"
"หึหึ เป็นถึงระดับมหาจักรพรรดิแล้วยังทำตัวปัญญาอ่อน น่าขันสิ้นดี!"
…………
หลี่เสวียนเดินตามนักบวชชุดขาวมาจนถึงสถานที่ที่เคยเป็นทวีปดินแดนบริสุทธิ์ในอดีต
ที่นี่ยังคงเต็มไปด้วยสำนักพุทธศาสนามากมาย ทุกหนทุกแห่งอบอวลไปด้วยบรรยากาศอันเงียบสงบและร่มเย็น แต่ทว่าใจกลางของทวีปดินแดนบริสุทธิ์แห่งนี้กลับมีบรรยากาศที่แปลกประหลาดแตกต่างจากความสงบสุขเหล่านั้นอย่างสิ้นเชิง!
ท่ามกลางกลิ่นอายอันศักดิ์สิทธิ์ กลับมีกลิ่นคาวเลือดเจือปนอยู่บางเบา
หลี่เสวียนเดินเข้าไปดูใกล้ๆ
เขาก็พบกับกลุ่มพระสงฆ์ที่กำลังเดินสายเทศนาธรรมไปทั่ว แต่นั่นเป็นเพียงฉากหน้าเท่านั้น พวกเขาอาศัยการเทศนาธรรมเป็นข้ออ้างเพื่อกอบโกยเงินทอง ล่วงละเมิดสตรี สนองตัณหาความมักมากของตนเอง ภายนอกดูเมตตาปรานี แต่แท้จริงแล้วโสมมและสกปรกสิ้นดี
พระสงฆ์เหล่านี้สวมจีวรสีทอง บนจีวรมีลวดลายดอกบัวสีทองประทับอยู่ ซึ่งนั่นก็คือสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าพวกเขาคือคนของนิกายบัวทอง
"มักมากในกามารมณ์ขนาดนี้ ยังกล้าเรียกตัวเองว่าคนในพุทธศาสนาอีกหรือ?"
หลี่เสวียนแค่นเสียงเย็นชา เขารู้สึกรังเกียจพวกพระในนิกายบัวทองเหล่านี้ขึ้นมาจับใจ
นักบวชชุดขาวเองก็พนมมือขึ้นแล้วเอ่ยด้วยความเวทนา "อมิตาภพุทธ ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังไม่เบิกเนตร จึงไม่รู้ธาตุแท้ของนิกายบัวทองเหล่านี้ ทำให้ถูกหลอกลวง บางคนถึงกับยอมทุ่มสุดตัวเพื่อบริจาคเงินทอง บางคนก็ยอมเป็นสมุนรับใช้พวกมัน...
ถึงขั้นมีคนยอมขายลูกหลานเพื่อพวกมันด้วยซ้ำ ช่างน่าเวทนายิ่งนัก!"
หลี่เสวียนเอ่ยเสียงเรียบ "ให้ข้าลองหาดูหน่อยสิว่าเจ้าลัทธิบัวทองอยู่ที่ไหน ลากคอออกมาแล้วเชือดทิ้งซะก็สิ้นเรื่อง!"
เขากระตุ้นสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ให้แผ่ขยายออกไปกว้างใหญ่ไพศาลดั่งมหาสมุทร เพียงชั่วพริบตาก็ครอบคลุมไปทั่วทั้งทวีปดินแดนบริสุทธิ์เพื่อค้นหาตัวเจ้าลัทธิบัวทอง
ไม่นานนักเขาก็มองเห็นภาพภายในเมืองแห่งหนึ่ง มีพระสงฆ์นิกายบัวทองจำนวนมากมารวมตัวกัน และบนแท่นสูงใจกลางเมือง มีพระหนุ่มรูปหนึ่งในชุดจีวรสีทองกำลังนั่งเทศนาธรรมอยู่
มีผู้คนนับไม่ถ้วนกำลังนั่งฟังอยู่ด้านล่างอย่างตั้งใจ
พวกเขายึดถือทุกคำสอนของพระหนุ่มรูปนี้ราวกับเป็นสัจธรรม!
และหลี่เสวียนก็มองออกในทันทีว่า ระดับการบำเพ็ญเพียรของพระรูปนี้สูงส่งมาก ในบรรดาผู้ฝึกยุทธ์ทั้งหมดที่เขาเคยพบมา พระรูปนี้สามารถติดอันดับหนึ่งในสิบได้อย่างสบายๆ!
เพราะเขาคือ... จักรพรรดิสวรรค์ขั้นสมบูรณ์แบบ!
และดูเหมือนว่าเขาจะกำลังเทศนาธรรม แต่แท้จริงแล้วเขากำลังล้างสมองผู้คนอยู่
น้ำเสียงของเขามีพลังลี้ลับที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจ ยิ่งฟังเขาเทศนานานเท่าไหร่ จิตวิญญาณก็ยิ่งถูกครอบงำ หรือเรียกง่ายๆ ว่าถูกล้างสมองนั่นเอง
"มีพลังระดับนี้แถมยังมีลูกเล่นแบบนี้ เจ้านี่ร้อยทั้งร้อยต้องเป็นพระมาร หนึ่งในหกราชันย์ฝืนลิขิตฟ้าแน่ๆ" หลี่เสวียนพึมพำ
ร่างของเขากะพริบวูบ พาตัวเขากับนักบวชชุดขาวมาปรากฏตัวที่เมืองแห่งนั้นทันที
ทางด้านเจ้าลัทธินิกายบัวทองที่กำลังเทศนาธรรมอยู่ หรือก็คือพระมาร จู่ๆ เขาก็หรี่ตาลง สัมผัสได้ถึงบางอย่าง จึงหันไปมองทางประตูเมือง
"ท่านเจ้าลัทธิ ทำไมถึงหยุดล่ะครับ?"
ใครบางคนถามขึ้นด้วยความสงสัย
พอเห็นพระมารหยุดเทศนาธรรมกะทันหัน พวกเขาก็รู้สึกอึดอัดไปทั้งตัว
เริ่มมีอาการกระสับกระส่าย
ต้องได้ฟังพระมารเทศนาต่อเท่านั้น อาการเหล่านี้ถึงจะทุเลาลง
พระมารยิ้มบางๆ แล้วเอ่ยว่า "มีแขกคนสำคัญมาเยือนน่ะ"
"แขกคนสำคัญ?"
ผู้คนต่างงุนงง จากนั้นก็หันไปมองตามสายตาของพระมาร และได้เห็นหลี่เสวียนกับนักบวชชุดขาวกำลังเดินเข้ามาใกล้
แต่สายตาของทั้งสองคนดูไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย พวกเขามองพระมารด้วยจิตสังหารที่แผ่ซ่าน
เรื่องนี้ทำให้บรรดาสาวกเริ่มรู้ตัวแล้ว
ที่บอกว่าเป็นแขกคนสำคัญ แท้จริงแล้วก็คือคนมาหาเรื่องนี่เอง!
ตอนนี้พวกเขาเทิดทูนพระมารให้เป็นดั่งพระผู้เป็นเจ้าองค์เดียว เป็นความศรัทธาสูงสุดในชีวิตไปแล้ว พอเห็นมีคนมาหาเรื่อง จะให้พวกเขาทนดูเฉยๆ ได้ยังไง
พวกเขาพากันลุกฮือขึ้นมา ล้อมกรอบหลี่เสวียนและนักบวชชุดขาวเอาไว้แน่นหนา
"ท่านเจ้าลัทธิกำลังเทศนาธรรมอยู่ ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องห้ามเข้าใกล้!"
สาวกคนหนึ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา
หลี่เสวียนเอ่ยเสียงเรียบ "ถอยไป"
"ไม่ถอย"
สาวกคนนั้นตอบโต้เสียงแข็ง พลางปลดปล่อยกลิ่นอายระดับมหาจักรพรรดิออกมา!
ขนาดระดับมหาจักรพรรดิยังถูกล้างสมองได้ง่ายๆ คงไม่ต้องบอกก็รู้ว่าลูกเล่นของพระมารนั้นร้ายกาจแค่ไหน
หลี่เสวียนไม่คิดจะต่อล้อต่อเถียงให้เสียเวลาอีก
เขาปลดปล่อยกลิ่นอายระดับจักรพรรดิสวรรค์ออกมา แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวพัดโหมกระหน่ำ เพียงชั่วพริบตาก็กวาดบรรดาสาวกที่อยู่รอบๆ ให้ปลิวละลิ่วกระเด็นออกไป
ภายใต้แรงกดดันของเขา สาวกหลายคนถึงกับตัวสั่นเทา
พวกเขาล้มหมอบราบกับพื้น ขยับตัวไม่ได้แม้แต่นิ้วเดียว!
สายตาที่พวกเขามองหลี่เสวียนเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ความหวาดกลัวนี้มันรุนแรงเสียจนกดทับความศรัทธาที่พวกเขามีต่อพระมารไปจนหมดสิ้น
เมื่อพระมารเห็นเช่นนั้น เขาก็ยิ้มบางๆ แล้วเอ่ยว่า "ใช้ความหวาดกลัวมาสยบผู้คน มาบดขยี้ความศรัทธา หึหึ ท่านจักรพรรดิสวรรค์หลี่เสวียนผู้ยิ่งใหญ่ ทำเป็นแค่ใช้กำลังข่มเหงผู้อื่นแค่นี้เองหรือ?"
"หรือว่าเจ้าอยากจะให้ข้ามานั่งถกธรรมะกับเจ้าล่ะ?"
"ทำไม หรือว่าท่านไม่กล้า?"
พระมารยิ้มบางๆ หวังจะใช้แผนยั่วยุ
ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่เขาถนัดที่สุดก็คือการเทศนาถกธรรมะนี่แหละ เขามั่นใจว่าขอแค่หลี่เสวียนยอมมาถกธรรมะด้วย ยังไงหลี่เสวียนก็ต้องแพ้เขาแน่ๆ ถึงตอนนั้นเขาจะได้ฉวยโอกาสเหยียบย่ำชื่อเสียงของอีกฝ่ายในทวีปเทียนเสวียนให้จมดินไปเลย
หลี่เสวียนฟังแล้วก็ตอบกลับไปเพียงประโยคเดียว...
"เจ้าไม่คู่ควร"
พูดจบเขาก็ลงมือทันที
ฝ่ามือถูกซัดออกไป พลังปราณฝ่ามือรุนแรงราวกับจะบดขยี้ทางช้างเผือกให้แหลกสลาย
สีหน้าของพระมารเปลี่ยนไปเล็กน้อย ไม่คิดเลยว่าหลี่เสวียนจะตรงไปตรงมาขนาดนี้ คุยกันไม่กี่คำก็ลงมือเลย ไม่สิ อีกฝ่ายไม่ได้มีความคิดที่จะคุยกับเขาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เป้าหมายของอีกฝ่ายก็คือมาเพื่อเอาชีวิตเขาต่างหาก
สำหรับหลี่เสวียนแล้ว ถ้าฆ่าได้ก็ฆ่าเลย
จะมาเสียเวลาถกธรรมะเทศนาอะไรกันให้วุ่นวาย?
ฆ่าทิ้งซะก็จบเรื่อง!
พระมารสีหน้าเปลี่ยนสีอย่างรุนแรง เขารีบถอยร่นไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว พร้อมกับประสานมือทั้งสองข้างเข้าด้วยกัน ก่อตัวเป็นมุทราพุทธะขนาดยักษ์
ปะทะเข้ากับฝ่ามือของหลี่เสวียนอย่างจัง
แต่พลังอันสั่นสะเทือนฟ้าดินก็ยังกระแทกเขาจนปลิวละลิ่วกระเด็นออกไปอยู่ดี
"ไม่คิดเลยว่าท่านจักรพรรดิสวรรค์หลี่เสวียนจะเป็นคนป่าเถื่อนไร้อารยธรรมแบบนี้"
พระมารยังคงปากดีไม่เลิก
หลี่เสวียนไม่พูดพล่ามทำเพลง เพียงแค่ขยับดรรชนีกระบี่เบาๆ
อานุภาพของกายากระบี่อมตะแห่งความว่างเปล่าปะทุขึ้นฉับพลัน!
ปราณกระบี่พุ่งทะยานออกไป แหวกฟ้าทลายดิน!
หลังจากพระมารกระเด็นไป บนฝ่ามือของเขาก็ปรากฏรอยแผลกระบี่เลือดสาดขึ้นมาหนึ่งรอย
เมื่อหันไปมองหลี่เสวียน รอบกายของเขาก็มีปราณกระบี่นับหมื่นเล่มควบแน่นขึ้นมาแล้ว และปราณกระบี่ทุกเล่มก็มีอานุภาพร้ายแรงไม่แพ้กระบี่ที่ฝากแผลให้เขาเมื่อครู่นี้เลย
เมื่อเห็นคลื่นปราณกระบี่กำลังจะถาโถมเข้ามา สีหน้าของพระมารก็เคร่งเครียดขึ้น เขารีบนั่งขัดสมาธิกลางอากาศ พนมมือขึ้น แล้วเบื้องหลังของเขาก็ปรากฏธรรมกายพุทธะองค์สีทองอร่ามขนาดมหึมาขึ้นมา!
บรรดาสาวกต่างคุกเข่าหมอบกราบด้วยความศรัทธาอย่างเปี่ยมล้น
และบนร่างของพวกเขาก็แผ่ซ่านพลังลี้ลับบางอย่างออกมา หลอมรวมเข้าไปในร่างของพุทธะทองคำ นั่นก็คือพลังศรัทธาจากสรรพชีวิตนั่นเอง!
[จบแล้ว]