- หน้าแรก
- ศิษย์น้องขยันแทบตาย ศิษย์พี่แค่นอนหายใจก็ไร้เทียมทาน
- บทที่ 500 - แผ่นดินปี่อั้น และแผ่นดินจันทร์ทมิฬ!
บทที่ 500 - แผ่นดินปี่อั้น และแผ่นดินจันทร์ทมิฬ!
บทที่ 500 - แผ่นดินปี่อั้น และแผ่นดินจันทร์ทมิฬ!
บทที่ 500 - แผ่นดินปี่อั้น และแผ่นดินจันทร์ทมิฬ!
ในงานเลี้ยง ทุกคนมารวมตัวกัน บรรยากาศชื่นมื่นสนุกสนาน
สุราวายุจันทราถูกเปิดออกไหแล้วไหเล่า กลิ่นสุราหอมฟุ้งลอยตลบอบอวลไปทั่วยอดเขาเทียนเสวียน
กระต่ายสองตัวกำลังกอดไหสุรา เล่นทายหมัดกันอย่างเมามัน
ศิษย์น้องทั้งสามคนก็กำลังดวลสุรากัน โดยตกลงกันว่าห้ามใช้พลังบำเพ็ญเพียรเข้าช่วย แต่มู่หรงฉิงคออ่อนกว่าเพื่อน ดื่มไปได้แค่ไม่กี่จอก หน้าก็แดงก่ำไปหมดแล้ว
ฮวาอวิ้นกำลังง่วนอยู่กับการทำกับข้าวในห้องครัวที่อยู่ไม่ไกล
โดยมีเจี้ยนเพียวเหมี่ยวและเหลียนเยวี่ยคอยเป็นลูกมือช่วยหยิบจับนั่นนี่
ผู้นำสำนักสู่เซียนรวมถึงผู้อาวุโสอีกหลายคน นั่งดื่มสุราทานอาหารไปพลาง พูดคุยถึงทิศทางการพัฒนาสำนักสู่เซียนในอนาคตไปพลาง และบางครั้งก็หันมาถามความเห็นจากหลี่เสวียน
หลี่เสวียนมองดูทุกคนดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน บนใบหน้าก็ปรากฏรอยยิ้มผ่อนคลาย
"ต่อให้สงครามทวนวิถีสวรรค์จะมาถึง ข้าก็จะขอ... พลิกฟ้าด้วยมือเดียว!"
"ไม่ใช่เพื่ออะไรอื่น! ก็เพื่อปกป้องทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้านี้!"
หลี่เสวียนคิดในใจอย่างแน่วแน่
และในขณะที่งานเลี้ยงกำลังดำเนินไปอย่างครึกครื้น เขาก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่ง จึงหันไปมองยังสุดขอบของแผ่นดินเทียนเสวียน!
ที่ตรงนั้น กำลังมีแผ่นดินใหม่สองแห่งเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้!
แถม...
รากฐานของแผ่นดินทั้งสองแห่งนี้ดูท่าทางจะไม่ธรรมดาเสียด้วย
หลี่เสวียนอดไม่ได้ที่จะหรี่ตาลงเล็กน้อย "น่าสนใจ!"
ชีพจรมังกรได้ยกระดับกลายเป็นชีพจรมังกรขั้นสุดยอดแล้ว พลังอันมหาศาลนี้ แผ่นดินธรรมดาไม่อาจจะรองรับได้ไหว ด้วยเหตุนี้ ชีพจรมังกรจึงแผ่แรงดึงดูดอันมหาศาลออกไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อดึงดูดแผ่นดินอื่นๆ ให้เข้ามาร่วมรองรับพลังของชีพจรมังกรด้วยกัน
นอกจากนี้
ก็ยังมีแผ่นดินบางแห่งที่หมายปองพลังของชีพจรมังกร ทยอยเดินทางเข้ามาสมทบด้วยเช่นกัน
สถานการณ์ของแผ่นดินเทียนเสวียน ยังคงตกอยู่ในช่วงแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
แน่นอนว่า
ชื่อเสียงของจักรพรรดิสวรรค์หลี่เสวียน ได้ดังกระฉ่อนไปทั่วทั้งฟ้าดินและแผ่นดินต่างๆ นานแล้ว แผ่นดินหน้าใหม่ที่เพิ่งมาถึงเหล่านี้ ย่อมไม่กล้าทำตัวกำเริบเสิบสานมากนัก
ทว่าแผ่นดินที่มาถึงในครั้งนี้...
ดูเหมือนจะแตกต่างออกไปเล็กน้อย
หลี่เสวียนสังเกตเห็นว่า รากฐานของแผ่นดินทั้งสองแห่งนี้ไม่ธรรมดาเลย
โดยเฉพาะแผ่นดินแห่งหนึ่ง ที่แผ่ซ่านไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายอย่างหนาแน่น ราวกับเป็นดินแดนแห่งคนตาย ซึ่งนั่นไม่ใช่กลิ่นอายความตายแบบธรรมดา
แต่มันคือ... พลังปี่อั้น!
ส่วนแผ่นดินอีกแห่งแม้จะดูด้อยกว่าเล็กน้อย แต่ก็มีพลังแห่งความมืดมิดอันน่าทึ่งแฝงตัวอยู่ ราวกับเป็นดินแดนที่เน้นบำเพ็ญเพียรพลังแห่งความมืดโดยเฉพาะ
แต่หากเทียบกับพลังแห่งความมืดทั่วไป พลังขุมนี้กลับมีความเยือกเย็นเจือปนอยู่ด้วย ซึ่งเป็นพลังที่หลี่เสวียนรู้สึกคุ้นเคย
นั่นคือ พลังจันทร์ทมิฬที่เกิดจากการหลอมรวมระหว่างพลังแห่งความมืดและพลังแสงจันทร์!
"แผ่นดินปี่อั้น แผ่นดินจันทร์ทมิฬ..."
หลี่เสวียนพึมพำ เขารู้ถึงที่มาของแผ่นดินทั้งสองแห่งนี้แล้ว
ทางด้านฮวาอวิ้นที่กำลังทำอาหารอยู่ในครัวก็อยู่ไม่ติดแล้ว นางเองก็สัมผัสได้ถึงพลังปี่อั้น จึงหันมามองหลี่เสวียน "จักรพรรดิสวรรค์หลี่เสวียน แผ่นดินปี่อั้นมาถึงแล้ว ท่านว่าท่านอาจารย์จะกลับมาด้วยหรือเปล่าเจ้าคะ?"
ฮวามั่น อาจารย์ของฮวาอวิ้น ได้เดินทางไปที่แผ่นดินปี่อั้นเมื่อช่วงก่อนหน้านี้
เพื่อเตรียมตัวจะไปแสดงฝีมือ และขึ้นเป็นผู้นำของแผ่นดินปี่อั้น
จากนั้นก็จะชักนำให้เผ่าปี่อั้นไม่มาเป็นศัตรูกับสำนักสู่เซียน
แต่หลังจากจากไป ก็ไม่มีข่าวคราวส่งกลับมาเลย ไม่รู้ว่าตอนนี้งานไปถึงไหนแล้ว หากไม่ใช่เพราะหลี่เสวียนแอบฝังเศษเสี้ยวจิตสำนึกไว้ในตัวนาง และรู้ว่านางยังปลอดภัยดี เขาคงต้องลงมือเดินทางไปที่แผ่นดินปี่อั้นด้วยตัวเองแล้ว
หลี่เสวียนพยักหน้าเล็กน้อย "เดี๋ยวข้าจะไปดูให้เอง"
ในเมื่อแผ่นดินปี่อั้นมาถึงที่นี่แล้ว เขาก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ไปดู
นอกจากฮวาอวิ้นที่สัมผัสได้ถึงความผิดปกติแล้ว
หนานกงอิ๋งอิ๋งก็สังเกตเห็นเช่นกัน นางเอ่ยขึ้น "หลี่เสวียน จักรพรรดิสวรรค์จันทร์ทมิฬในตัวข้าบอกว่า แผ่นดินจันทร์ทมิฬมาถึงแล้ว นางเคยเป็นผู้ปกครองของราชวงศ์จันทร์ทมิฬมาก่อน จึงอยากจะกลับไปดูสักหน่อย
ข้าคิดว่า ข้าก็น่าจะลองไปที่นั่นดูเหมือนกัน
บางทีอาจจะสามารถเข้าควบคุมราชวงศ์จันทร์ทมิฬได้อีกครั้ง ในเมื่อสงครามทวนวิถีสวรรค์อาจจะปะทุขึ้นในอนาคต การมีกองกำลังเพิ่มขึ้นในตอนนี้ ก็ถือเป็นการเพิ่มหลักประกันให้พวกเราด้วย"
หลี่เสวียนพยักหน้ารับ "ตกลง"
ขณะที่เขากำลังครุ่นคิดว่าจะไปที่แผ่นดินจันทร์ทมิฬ หรือแผ่นดินปี่อั้นก่อนดี ก็เห็นว่าบนแผ่นดินปี่อั้น มีกลิ่นอายแห่งความตายม้วนตัวเข้าหากัน เพียงพริบตาก็ก่อตัวเป็นม่านพลังที่สร้างจากพลังปี่อั้น!
ม่านพลังนี้ ปกคลุมไปทั่วทั้งแผ่นดิน!
ราวกับไม่อยากให้คนนอกเข้าไปวุ่นวาย
เมื่อเห็นดังนั้น หลี่เสวียนก็ตัดสินใจได้ว่าจะเดินทางไปที่แผ่นดินจันทร์ทมิฬก่อน
"ดูเหมือนว่าแผ่นดินปี่อั้นเพิ่งจะมาถึง เลยตั้งใจจะปิดประเทศชั่วคราวเพื่อป้องกันการแทรกแซงจากแผ่นดินเทียนเสวียน และค่อยๆ ศึกษาลู่ทางไปก่อน..."
หลี่เสวียนคิดวิเคราะห์อยู่ในใจ
หลังจากงานเลี้ยงจบลง
เขากับหนานกงอิ๋งอิ๋งก็เตรียมตัวจะออกเดินทางไปแผ่นดินจันทร์ทมิฬทันที
ส่วนเซียวจิ่นอวี้และศิษย์น้องอีกสองคนก็ตั้งใจจะตามไปด้วย
"ศิษย์พี่ ตอนนี้พวกเราก็เป็นมหาจักรพรรดิแล้ว มีคุณสมบัติพอจะช่วยเหลือท่านได้แล้ว ให้พวกเราตามท่านไปด้วยเถอะนะ" เซียวจิ่นอวี้อ้อนวอน
หลี่เสวียนลูบหัวพวกนางเบาๆ พลางยิ้ม "ไม่ว่าพวกเจ้าจะเป็นมหาจักรพรรดิหรือไม่ ไม่ว่าพวกเจ้าจะช่วยข้าได้หรือเปล่า สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เหตุผลที่ข้าไม่ให้พวกเจ้าตามไปหรอกนะ ตราบใดที่มีข้าอยู่ ไม่ว่าพวกเจ้าจะมีระดับพลังเท่าไหร่ ข้าก็จะไม่มีวันยอมให้ใครมาทำร้ายพวกเจ้าได้"
สาวๆ ทั้งสามรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ
หนานกงอิ๋งอิ๋งที่ยืนดูอยู่ข้างๆ รู้สึกอิจฉาขึ้นมาตงิดๆ
นางจ้องมองมือของหลี่เสวียนตาไม่กะพริบ
มันเป็นแค่มือที่ไม่ได้ดูใหญ่โตอะไร แต่นิ้วมือเรียวยาว ขาวผ่องและดูมีพลัง
หลี่เสวียนเห็นนางจ้องมือของตัวเองไม่วางตาก็รู้สึกแปลกใจ
"สหาย มีอะไรหรือเปล่า?"
"เปล่าหรอก หลี่เสวียน เจ้าช่วยลูบหัวข้าบ้างได้ไหม"
เมื่อหลี่เสวียนได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับชะงักไป
หมายความว่ายังไง?
เจ้าก็มีความชอบอะไรแบบนี้ด้วยหรือ?!
ศิษย์น้องทั้งหลายที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ชะงักไปเหมือนกัน
นี่แม่นาง เจ้าจะคลั่งรักขนาดนี้เลยหรือ?
ส่วนหลี่เสวียนเมื่อเห็นสายตาคาดหวังของหนานกงอิ๋งอิ๋ง เขาก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นมือออกไปลูบหัวนางเบาๆ
เส้นผมของนางนุ่มสลวย สัมผัสดีไม่เลวเลย
แต่เขากลับรู้สึกแปลกๆ พิกล
เวลาเขาลูบหัวพวกศิษย์น้อง มันเป็นการแสดงความเอ็นดู
ทำในฐานะศิษย์พี่ศิษย์น้อง มันก็ดูลื่นไหลไม่ขัดเขินอะไร
แต่พอลูบหัวหนานกงอิ๋งอิ๋ง...
มันรู้สึกทะแม่งๆ ยังไงชอบกล
นี่สรุปว่ามีคนชอบโดนลูบหัวจริงๆ หรือเนี่ย?
หรือว่าสหายคนนี้จะเกิดปีเถาะ?
กระต่ายสองตัวที่บ้านของเขาก็ชอบให้เขาลูบหัวเหมือนกัน
ในขณะที่หลี่เสวียนกำลังลูบหัวอยู่นั้น บนใบหน้าของหนานกงอิ๋งอิ๋งก็ปรากฏรอยยิ้มปลาบปลื้ม แต่ยังไม่ทันที่นางจะได้ดื่มด่ำกับความสุขจนเต็มอิ่ม จู่ๆ ก็มีมือหลายข้างกดลงมาบนหัวของนาง แล้วขยี้อย่างแรง ขยี้จนนางรู้สึกเหมือนผมจะหลุดติดมือพวกนางไปเลย
"แม่นางหนานกง เจ้าชอบโดนลูบหัวใช่ไหมล่ะ งั้นข้าจะจัดให้หนักๆ เลย!"
"ข้าเป็นคนชอบช่วยเหลือผู้อื่นอยู่แล้ว"
เป็นฝีมือของเซียวจิ่นอวี้และเฟิ่งจิ่วเกอนั่นเอง
เพียงไม่นาน ผมของหนานกงอิ๋งอิ๋งก็ถูกพวกนางขยี้จนฟูฟ่องยุ่งเหยิงไปหมด หากหลี่เสวียนไม่รีบห้ามไว้ นางรู้สึกว่าผมของนางคงถูกดึงหลุดออกมาเป็นกระจุกๆ แน่ นางถลึงตาใส่เด็กยัยเด็กแสบพวกนั้นอย่างเอาเรื่อง
แต่ยัยเด็กพวกนั้นก็ไม่เกรงกลัวเลยสักนิด ถลึงตาสู้กลับทันที
เฟิ่งจิ่วเกอ, เซียวจิ่นอวี้: มองอะไร?
หนานกงอิ๋งอิ๋ง: ก็มองเจ้านั่นแหละ จะทำไม!
เฟิ่งจิ่วเกอ, เซียวจิ่นอวี้: ลองมองอีกทีสิ!
หนานกงอิ๋งอิ๋ง: มองก็มองสิ!
เฟิ่งจิ่วเกอ, เซียวจิ่นอวี้: มองอะไร?
หลี่เสวียนยืนดูอยู่ข้างๆ ด้วยความระอา ให้ตายสิ เป็นถึงบุคคลระดับมหาจักรพรรดิกันหมดแล้ว เลิกทำตัวเป็นเด็กอมมือกันได้ไหมเนี่ย!!
เขารีบเข้าไปแทรกกลางระหว่างทั้งสองฝ่าย พลางเอ่ยเสียงเรียบ
"เอาล่ะ พวกเราเตรียมตัวออกเดินทางไปแผ่นดินจันทร์ทมิฬกันเถอะ"
เขาตวัดมือเบาๆ เรียกเรือเซียนออกมา
ตอนแรกเขากะจะให้จักรพรรดิสวรรค์มังกรดำบินไปส่ง
แต่พอลองคิดดูแล้ว มันดูจะเอิกเกริกเกินไปหน่อย
เพราะเป้าหมายในการไปแผ่นดินจันทร์ทมิฬครั้งนี้ คือไปสืบดูสถานการณ์ก่อนเป็นหลัก เพื่อดูว่าอีกฝ่ายมีเจตนาร้ายอะไรหรือไม่!
ไม่นานนัก พวกเขาก็เดินทางออกจากยอดเขาเทียนเสวียน มุ่งหน้าสู่แผ่นดินจันทร์ทมิฬ
การมาถึงของแผ่นดินทั้งสองแห่งนี้ ดึงดูดความสนใจจากผู้คนไม่น้อย
มีคนคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา
เนื่องจากแผ่นดินปี่อั้นปิดประเทศ สายตาของทุกคนจึงพุ่งเป้าไปที่แผ่นดินจันทร์ทมิฬแทน
[จบแล้ว]