- หน้าแรก
- ศิษย์น้องขยันแทบตาย ศิษย์พี่แค่นอนหายใจก็ไร้เทียมทาน
- บทที่ 480 - อี้เทียนหมัว! ศึกกระต่ายปะทะมารสวรรค์!
บทที่ 480 - อี้เทียนหมัว! ศึกกระต่ายปะทะมารสวรรค์!
บทที่ 480 - อี้เทียนหมัว! ศึกกระต่ายปะทะมารสวรรค์!
บทที่ 480 - อี้เทียนหมัว! ศึกกระต่ายปะทะมารสวรรค์!
"ท่านบรรพบุรุษ ข้าขอเสียมารยาทถามได้ไหมคะว่า ทำไมท่านถึงมาสิ้นชีพอยู่ที่นี่ได้"
ลั่วเสวี่ยเอ่ยถามด้วยความอยากรู้
แต่พอถามจบ นางก็รู้สึกว่ามันทะแม่งๆ ชอบกล อีกฝ่ายยังมีชีวิตและกำลังคุยกับนางอยู่แท้ๆ แต่นางดันไปถามเขาว่าทำไมถึงตายอยู่ที่นี่ซะได้
ทว่าคำตอบของโครงกระดูกจิ้งจอกเก้าหาง ก็ดึงสติของนางกลับมา
มันตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า "ที่พวกข้าต้องมาตายอยู่ที่นี่ ก็เพื่อจัดการกับมหาจักรพรรดิเทียนหมัว!"
"มหาจักรพรรดิเทียนหมัวงั้นเหรอ"
"ใช่แล้ว! หนึ่งในผู้ริเริ่มก่อสงครามทวนวิถีสวรรค์ในอดีต! เขาคือมหาจักรพรรดิสวรรค์ที่แข็งแกร่งที่สุดคนหนึ่งในยุคบรรพกาล พวกข้าเข้าต่อสู้กับเขา วางค่ายกลสกัดวิญญาณ สุดท้ายก็ต้องสละชีวิตของทุกคนในที่นี้ แลกกับการทำลายกายเนื้อของเขาได้สำเร็จ!"
"ทำลายกายเนื้องั้นเหรอ แล้ววิญญาณของเขาล่ะ ตายหรือเปล่า"
ลั่วเสวี่ยซักต่อ
โครงกระดูกจิ้งจอกเก้าหางตอบนิ่งๆ "ไม่รู้สิ ข้าจำได้ว่าข้าโจมตีโดนวิญญาณของเขาจนมันแตกซ่านไปแล้ว แต่ในวินาทีสุดท้าย ข้าก็สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่ามีเศษเสี้ยววิญญาณของเขาหลบหนีเข้าไปในความว่างเปล่าและหายตัวไป
ส่วนมันจะสูญสลายไปในความว่างเปล่า หรือจะซ่อนตัวรอโอกาสไปเกิดใหม่ ข้าก็ไม่อาจล่วงรู้ได้ แต่ถ้าเขายังไม่ตายล่ะก็ เขาจะต้องกลับมาก่อสงครามทวนวิถีสวรรค์อีกครั้งแน่นอน พวกเจ้าต้องระวังตัวให้ดีนะ"
"สงครามทวนวิถีสวรรค์ มันคืออะไรกันแน่คะ"
"มันคือการต่อสู้ที่เกิดจากกลุ่มคนบ้าคลั่งที่อยากจะเป็นเซียน พวกมันตั้งใจจะทำลายวิถีสวรรค์ และล้างบางสรรพชีวิตให้สิ้นซาก!" โครงกระดูกจิ้งจอกเก้าหางอธิบายสั้นๆ
ทุกคนฟังแล้วก็ถึงกับหน้าถอดสี
ชื่อว่าสงครามทวนวิถีสวรรค์ แต่แท้จริงแล้วมันคือสงครามล้างโลกชัดๆ...
จู่ๆ แววตาของโครงกระดูกจิ้งจอกเก้าหางก็สั่นไหว น้ำเสียงของมันเปลี่ยนเป็นร้อนรน "แย่แล้ว เจ้านั่นมันตื่นขึ้นมาแล้ว พวกเจ้ารีบหนีไปเร็ว! เอาโครงกระดูกของข้าไปด้วย รีบหนีไปให้ไกลที่สุด!!"
ทุกคนตกใจมาก เกิดอะไรขึ้นเนี่ย
แต่ลั่วเสวี่ยก็ไม่กล้าชักช้า
นางรีบเก็บโครงกระดูกจิ้งจอกเก้าหางใส่แหวนมิติ แล้วเตรียมจะโกยแน่บ
แต่ทว่าในตอนนั้นเอง
ก็มีไอสังหารอันหนักหน่วงและรุนแรงพวยพุ่งออกมาจากใจกลางเทือกเขา!
ไอสังหารทะยานขึ้นฟ้ากลายเป็นเสาหมอกสีดำทมิฬ สร้างเป็นค่ายกลปิดกั้นฟ้าดินเอาไว้จนหมดหนทางหนี!
"ไม่ทันแล้ว"
เสียงของโครงกระดูกจิ้งจอกเก้าหางพึมพำออกมา
ลั่วเสวี่ยถามด้วยความแปลกใจ "ท่านบรรพบุรุษ เกิดอะไรขึ้นหรือคะ"
"เทือกเขาแห่งนี้ เป็นสถานที่ที่พวกเราเคยวางค่ายกลสกัดวิญญาณเพื่อต่อสู้กับมหาจักรพรรดิเทียนหมัว และหลังจากที่พวกเราทำลายกายเนื้อของเขาได้สำเร็จ พวกเราก็ตกตายอยู่ที่นี่ทั้งหมด แต่ทว่า พลังของค่ายกลสกัดวิญญาณก็ยังคงหลงเหลืออยู่
ณ ที่แห่งนี้ ไอสังหารได้ผสานเข้ากับความอาฆาตแค้นของมหาจักรพรรดิเทียนหมัว ก่อกำเนิดเป็นตัวตนอันชั่วร้ายที่ทรงพลังอย่างเหลือเชื่อ! นามของมันคือ... อี้เทียนหมัว!!
แม้จะเป็นเพียงตัวตนที่เกิดจากการรวมตัวของความอาฆาตแค้นและไอสังหาร แต่มันก็น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ามหาจักรพรรดิทั่วไปเสียอีก! พวกเจ้าไม่ใช่คู่มือของมันหรอก"
โครงกระดูกจิ้งจอกเก้าหางอธิบายอย่างช้าๆ
ถ้านางยังมีชีวิตอยู่ นางก็คงไม่เห็นอี้เทียนหมัวนี่อยู่ในสายตาหรอก แต่น่าเสียดาย ที่ตอนนี้นางเป็นแค่โครงกระดูก
ทำอะไรไม่ได้เลย
จากจุดนี้ก็เห็นได้ชัดถึงความแตกต่างระหว่างโครงกระดูกจิ้งจอกเก้าหางกับเซียนไท่อิน เซียนไท่อินตายไปแล้ว แต่ก็ยังสามารถดึงพลังจากโครงกระดูกมาขับไล่เฟิ่งเทียนอี้ได้
แต่โครงกระดูกจิ้งจอกเก้าหาง กลับทำอะไรอี้เทียนหมัวไม่ได้เลย
"เนื่องจากผลของค่ายกลสกัดวิญญาณที่ยังหลงเหลืออยู่ อี้เทียนหมัวจึงไม่สามารถออกไปจากเทือกเขานี้ได้ มันทำได้เพียงหลับใหลอยู่แต่ในนี้ เพื่อดูดซับไอสังหาร แต่ตอนนี้ มันคงจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายคนเป็นของพวกเจ้า ก็เลยตื่นขึ้นมา!
มันจะต้องหาทางยึดร่างของพวกเจ้า เพื่อหนีออกไปจากที่นี่แน่!
และถ้าปล่อยให้มันหนีออกไปได้ล่ะก็ มันจะต้องเติบโตอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นหายนะที่เลวร้ายไม่แพ้มหาจักรพรรดิเทียนหมัวอย่างแน่นอน..."
โครงกระดูกจิ้งจอกเก้าหางกล่าวต่อไป
กระต่ายหยกจิงจิงก้าวออกมาข้างหน้า แล้วประกาศว่า "ในเมื่อเป็นแบบนี้ ก็อย่าปล่อยให้มันหนีไปได้สิ ให้มันได้รู้ฤทธิ์ของข้าซะบ้าง!"
"ใช่แล้ว!" เฮยเยว่ก็พยักหน้าเห็นด้วย
แต่โครงกระดูกจิ้งจอกเก้าหางกลับมองพวกนางด้วยสายตาที่ไม่ค่อยจะเชื่อมั่นเท่าไหร่นัก
ก็แหม กระต่ายสองตัวนี้ยังไม่ถึงระดับมหาจักรพรรดิด้วยซ้ำ
จะไปต่อกรกับอี้เทียนหมัวได้ยังไงล่ะ
ในขณะเดียวกัน
ท่ามกลางไอหมอกมารที่พวยพุ่งทะยานฟ้า เงาร่างหนึ่งก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้น
มันคือมารร่างยักษ์ที่มีปีกอยู่บนหลัง
ใบหน้าของมันเผยให้เห็นถึงความชั่วร้ายและหยิ่งผยอง ไอหมอกมารม้วนตัวเป็นเกลียวคลื่น ซัดกระหน่ำออกไปทุกทิศทาง สั่นสะเทือนห้วงมิติ
มันหันไปมองกระต่ายสองตัว และดูออกทันทีว่านี่คือตัวตนที่อันตรายที่สุดในบรรดาคนทั้งหมดที่นี่ มันแค่นเสียงเยาะ "กะอีแค่กระต่ายสองตัว ไม่เห็นจะมีอะไรให้น่ากลัวเลย!"
แม้มันจะสัมผัสได้ถึงอันตราย แต่มันก็ยังไม่เห็นพวกนางอยู่ในสายตา
กระต่ายสองตัวเนี่ยนะ จะมาทำอะไรข้าได้
มันชิงลงมือโจมตีใส่กระต่ายทั้งสองตัวทันที
ซัดฝ่ามือออกไป ไอหมอกมารก็ถาโถมราวกับคลื่นยักษ์คลุ้มคลั่ง!
กระต่ายหยกจิงจิงเห็นดังนั้นก็ตวาดลั่น ซัดหมัดสวนกลับไป พลังไท่อินระเบิดออกมาราวกับเกลียวคลื่นที่ไหลบ่าไม่ขาดสาย!
ตูม!
พริบตาที่พลังไท่อินและไอหมอกมารปะทะกัน มิติรอบด้านก็ปริแตก
อี้เทียนหมัวถึงกับตกใจ "รับการโจมตีของข้าได้ด้วยรึเนี่ย?!"
ไม่นานนัก มันก็สังเกตเห็นถุงมือที่กระต่ายหยกจิงจิงสวมอยู่ "นั่นมันศาสตรากึ่งเซียนนี่นา?! ดี ดีมาก ไม่นึกเลยว่าจะได้เจอของดีแบบนี้!"
ศาสตรากึ่งเซียน...
ต่อให้เป็นมหาจักรพรรดิคนไหนเห็น ก็ต้องอยากได้เป็นธรรมดา!
แม้แต่มหาจักรพรรดิสวรรค์ก็ยังต้องตาลุกวาว
อี้เทียนหมัวก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
มันลงมือต่อทันที รวบรวมไอหมอกมารสร้างเป็นหอกยาวในมือ
ฟุ่บ!
มันพุ่งหอกออกไป รวดเร็วดุจสายฟ้าสีดำ
แต่ในวินาทีที่หอกนั้นกำลังจะแทงทะลุร่างของกระต่ายหยกจิงจิง ขวานยักษ์เล่มหนึ่งก็พุ่งเข้ามาขวางหน้ามันเอาไว้เสียก่อน
ขวานยักษ์เล่มนั้นอัดแน่นไปด้วยอานุภาพอันน่าสะพรึงกลัวราวกับจะผ่าฟ้าเบิกดิน
มันสามารถสกัดกั้นหอกยาวนั้นเอาไว้ได้
เป็นฝีมือของกระต่ายอีกตัวหนึ่งนั่นเอง
และอี้เทียนหมัวก็ต้องสูดหายใจเฮือกด้วยความตกตะลึงอีกครั้ง "ขวานนั่น ก็เป็นศาสตรากึ่งเซียนอีกชิ้นงั้นรึ?! กระต่ายพวกนี้มันมาจากไหนกัน ถึงได้รวยเว่อร์วังขนาดนี้?!"
แม้แต่โครงกระดูกจิ้งจอกเก้าหางก็ยังอดอึ้งไม่ได้
"ศาสตรากึ่งเซียนสองชิ้นเชียวรึ?!"
"แล้วก็พลังไท่อินนั่นอีก... หรือว่าพวกนางจะเป็นผู้สืบทอดของเซียนไท่อิน?"
นางนึกเชื่อมโยงไปถึงเรื่องในสงครามทวนวิถีสวรรค์ ตอนนั้นเซียนไท่อินก็อยู่ฝ่ายเดียวกับพวกนาง แต่เขาไม่ได้ลงไปรุมสกรัมมหาจักรพรรดิเทียนหมัวร่วมกับคนอื่นๆ
เซียนไท่อินคือยอดฝีมือที่เก่งกาจที่สุดคนหนึ่งในค่ายของพวกนาง
เป็นหนึ่งในผู้เดินตามวิถีสวรรค์ที่แข็งแกร่งที่สุด
แต่ต่อมา นางก็ได้ยินข่าวว่าเซียนไท่อินยอมสละชีพเพื่อลากเซียนไท่หยาง (เซียนสุริยัน) ซึ่งเป็นยอดฝีมืออีกคนของฝ่ายศัตรูให้ตกตายตามกันไป
หรือว่าก่อนตาย เซียนไท่อินจะแอบทิ้งมรดกสืบทอดเอาไว้
จากนั้น
นางก็ได้เห็นกระต่ายหยกจิงจิงและเฮยเยว่ งัดเอาสารพัดสุดยอดวิชาไท่อินออกมาใช้ ร่วมมือกันเข้าฟาดฟันกับอี้เทียนหมัว!
"หมัดเทวะไท่อิน!"
"บาทาเทวะไท่อิน!"
"ดรรชนีเทวะไท่อิน!"
"ขวานเบิกฟ้าไท่อิน!"
"ระเบิดวังน้ำวนไท่อิน!"
"ลมหายใจไท่อิน!"
"เพลิงไท่อิน!"
กระต่ายสองตัวงัดเอาสุดยอดวิชาทั้ง 12 ประการที่เซียนไท่อินคิดค้นขึ้นมาใช้รัวๆ แต่ละกระบวนท่าล้วนมีอานุภาพสั่นสะเทือนฟ้าดิน
ยิ่งเมื่อบวกกับพลังของศาสตรากึ่งเซียนในมือ แม้พวกนางจะยังไม่ถึงระดับมหาจักรพรรดิ แต่ก็แข็งแกร่งไม่แพ้มหาจักรพรรดิเลย สามารถสู้กับอี้เทียนหมัวได้อย่างสูสีคู่คี่
ภาพการต่อสู้นี้ยิ่งทำให้โครงกระดูกจิ้งจอกเก้าหางมั่นใจว่า กระต่ายสองตัวนี้จะต้องเป็นผู้สืบทอดของเซียนไท่อินอย่างแน่นอน
ส่วนเจี้ยนเพียวเหมี่ยวและคนอื่นๆ ก็มองด้วยดวงตาที่เป็นประกาย
"กระต่ายพวกนี้เก่งชะมัด!"
"สมกับที่เป็นสัตว์เลี้ยงของศิษย์พี่ใหญ่ ดูท่าอี้เทียนหมัวคงจะต้านทานไม่ไหวแล้วล่ะ! พวกเราเตรียมตัวให้พร้อม ถ้ามีจังหวะเมื่อไหร่ก็เข้าไปช่วยเสริมได้เลย!"
แต่โครงกระดูกจิ้งจอกเก้าหางกลับไม่มองโลกในแง่ดีขนาดนั้น นางเอ่ยขัดขึ้นว่า "มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก อี้เทียนหมัวตนนั้นยังไม่ได้งัดพลังที่แท้จริงออกมาใช้เลย!"
และก็เป็นไปตามที่นางคาดไว้
สิ้นคำพูดของนาง
อี้เทียนหมัวก็ระเบิดไอหมอกมารที่รุนแรงกว่าเดิมออกมา!
ปีกทั้งสองข้างสยายออก กางกว้างนับหมื่นจั้ง บดบังแสงอาทิตย์จนมืดมิด!
ไอสังหารและความอาฆาตแค้นอันไร้ที่สิ้นสุด พวยพุ่งออกมาจากปีกคู่นั้น!
ซัดกระต่ายทั้งสองตัวให้กระเด็นถอยหลังไปพร้อมกัน
"เจ้าพวกกระต่าย ข้าเล่นสนุกพอแล้ว ตอนนี้ถึงเวลาตายของพวกเจ้าแล้วล่ะ!!"
[จบแล้ว]