- หน้าแรก
- ศิษย์น้องขยันแทบตาย ศิษย์พี่แค่นอนหายใจก็ไร้เทียมทาน
- บทที่ 400 - การทดสอบของเซียวจิ่นอวี้! ค่ายกลมายาเพลิงศักดิ์สิทธิ์!
บทที่ 400 - การทดสอบของเซียวจิ่นอวี้! ค่ายกลมายาเพลิงศักดิ์สิทธิ์!
บทที่ 400 - การทดสอบของเซียวจิ่นอวี้! ค่ายกลมายาเพลิงศักดิ์สิทธิ์!
บทที่ 400 - การทดสอบของเซียวจิ่นอวี้! ค่ายกลมายาเพลิงศักดิ์สิทธิ์!
เมื่อได้ฟังคำอธิบายของเจ้าสำนักสู่เซียน เซียวจิ่นอวี้และมู่หรงฉิงก็เผยสีหน้าตระหนักรู้แจ้ง
"ที่แท้ก็มาเพราะชื่อเสียงของศิษย์พี่นี่เอง แบบนี้ก็ไม่แปลกหรอก!"
"หากเป็นเช่นนั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ เผลอๆ คนแค่นี้อาจจะยังถือว่าน้อยไปเสียด้วยซ้ำ"
ในสายตาของหญิงสาวทั้งสอง ศิษย์พี่ของพวกนางคือบุรุษที่มีเสน่ห์ดึงดูดมากที่สุดในโลกหล้า การที่มีผู้คนมากมายหลงใหลและเลื่อมใสถึงเพียงนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย
ต่อให้ผู้คนทั้งดินแดนเทียนเสวียนจะแห่กันมาหมด มันก็ยังเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลอยู่ดี
เสน่ห์ของศิษย์พี่ ใครเล่าจะต้านทานไหว?
ไม่มีทาง!
ก็แค่เสน่ห์ของศิษย์พี่มันเหลือล้นเกินไปหน่อย บางครั้งก็เลยไปเพิ่มจำนวนศัตรูหัวใจให้พวกนางโดยไม่รู้ตัว ซึ่งจุดนี้แหละที่ทำให้พวกนางแอบหนักใจอยู่บ้าง
"ศิษย์เยอะขนาดนี้ แล้วพวกเราจะทดสอบกันยังไงดีล่ะ?"
เซียวจิ่นอวี้เริ่มรู้สึกปวดหัว
เจ้าสำนักสู่เซียนกล่าวอธิบาย "พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องทดสอบทุกคนหรอก รับผิดชอบแค่บางส่วนก็พอแล้ว ส่วนวิธีการทดสอบ พวกเจ้าก็กำหนดกันเอาเองได้เลย"
ล้อเล่นหรือเปล่า
ต่อให้หญิงสาวทั้งสองอยากจะเหมาทดสอบทุกคน เขาก็ไม่กล้าปล่อยให้พวกนางทำอะไรตามใจชอบหรอก
"แค่ส่วนหนึ่งงั้นเหรอ? ถ้างั้นข้าขอทดสอบสักหนึ่งหมื่นคนก็แล้วกัน"
เซียวจิ่นอวี้กล่าว
"งั้นข้าก็ขอสักหนึ่งหมื่นคนเหมือนกัน"
มู่หรงฉิงพยักหน้าเบาๆ
จากนั้น หญิงสาวทั้งสองก็ปลดปล่อยพลังลมปราณจำนวนมหาศาลออกมา ก่อตัวเป็นมือที่มองไม่เห็น คว้าตัวผู้เข้าร่วมทดสอบไปคนละหนึ่งหมื่นคนในคราวเดียว!
บรรดาผู้คนที่กำลังจับเข่าคุยกันว่าการทดสอบของสำนักสู่เซียนในครั้งนี้จะเป็นรูปแบบไหน
จู่ๆ ก็มีพลังงานบางอย่างพุ่งเข้ามาปะทะ ส่งผลให้พวกเขาสูญเสียการทรงตัวและลอยละลิ่วขึ้นไปบนท้องฟ้าทันที
"เฮ้ย! เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?"
"ทำไมข้าถึงบินได้ล่ะ?!"
"บ้าเอ๊ย ขืนตกลงไปมีหวังได้ตายหยั่งเขียดแน่ๆ!"
เมื่อไม่อาจต้านทานพลังของหญิงสาวทั้งสองได้ พวกเขาจึงถูกหอบหิ้วลอยละลิ่วไปตกลงยังเทือกเขาแห่งหนึ่ง
…………
ตุ้บ ตุ้บ ตุ้บ...
หลายคนร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้าราวกับเกี๊ยวที่ถูกเทลงหม้อ
คนที่มีระดับพลังยุทธ์อยู่บ้างก็ยังพอจะทรงตัวลงจอดได้อย่างปลอดภัย
แต่พวกที่ไม่มีพลังยุทธ์ติดตัวเลยนี่สิสาหัส แต่ละคนร่วงลงมาก้นจ้ำเบ้า สภาพดูไม่ได้เลยทีเดียว
ผู้คนต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่รู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้มันคืออะไรกันแน่
ในหมู่คนเหล่านั้น ชายหนุ่มในชุดขาวผู้หนึ่งทำท่าทางครุ่นคิดก่อนจะเอ่ยขึ้น "ถ้าข้าเดาไม่ผิด การทดสอบคงจะเริ่มขึ้นแล้วล่ะ!"
"เริ่มแล้วเหรอ? แต่ทำไมข้ายังไม่เห็นแม้แต่เงาของผู้คุมสอบเลยล่ะ?"
ความสงสัยยังไม่ทันกระจ่าง ร่างสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าพวกเขา
นางคือเซียวจิ่นอวี้
นางมาในชุดสีแดงเพลิงดุจดั่งเปลวไฟ ท่าทางสง่างาม แววตาเป็นประกายสุกใส ทุกท่วงท่าล้วนสะกดสายตา
ผู้คนต่างมองดูกันจนตาค้าง
ช่างเป็นสตรีที่งดงามอะไรเช่นนี้!
ทว่าวินาทีถัดมา กลิ่นอายพลังระดับอริยะอันน่าสะพรึงกลัวก็ปะทุออกมาจากร่างของเซียวจิ่นอวี้!
อานุภาพความแข็งแกร่งนี้ รุนแรงยิ่งกว่าอริยะส่วนใหญ่ที่พวกเขาเคยพบเจอมานับครั้งไม่ถ้วนเสียอีก!
พวกเขาถึงกับสงสัยว่า หญิงสาวที่ดูอายุน้อยขนาดนี้ กำลังจะทะลวงเป็นมหาจักรพรรดิแล้วหรือเปล่า?!
"กลิ่นอายพลังดุดันมาก!"
"ทั้งเร่าร้อน ทั้งทรงพลังจนไม่อาจต้านทานได้ หญิงสาวที่ยังอายุน้อยขนาดนี้ ทำไมถึงมีพลังระดับนี้ได้ล่ะ?!"
"สมแล้วที่เป็นสำนักสู่เซียน..."
ตุ้บ ตุ้บ
หลายคนถูกแรงกดดันจากพลังของเซียวจิ่นอวี้กดทับจนต้องหมอบราบลงกับพื้น
มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ยังพอจะฝืนยืนหยัดอยู่ได้
หนึ่งในนั้นคือชายหนุ่มชุดขาว เขาปรายตามองเซียวจิ่นอวี้ แววตาฉายประกายวูบวาบ "พลังเพลิงประหลาด... สตรีผู้นี้คือศิษย์น้องของหลี่เสวียน เซียวจิ่นอวี้!"
ในฐานะผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของสำนักสู่เซียน ทุกการเคลื่อนไหวของหลี่เสวียนย่อมตกเป็นที่จับตามอง
และบรรดาศิษย์น้องของเขาก็ย่อมไม่พ้นถูกจับตามองไปด้วยเช่นกัน
เฟิ่งจิ่วเกอ เซียวจิ่นอวี้ มู่หรงฉิง
สามชื่อนี้ โด่งดังไปทั่วทั้งดินแดนเทียนเสวียนควบคู่ไปกับชื่อของหลี่เสวียน
ขุมกำลังต่างๆ ล้วนให้ความสนใจ
เซียวจิ่นอวี้เองก็สังเกตเห็นชายหนุ่มชุดขาวผู้นั้น นางสัมผัสได้ว่าระดับพลังของเขาไม่เลวเลย แม้จะยังไม่ถึงขั้นอริยะ แต่ก็บรรลุถึงขั้นจอมราชันย์แล้ว
ระดับพลังขนาดนี้ ทำไมถึงอยากจะมาเข้าร่วมเป็นแค่ศิษย์ของสำนักสู่เซียนล่ะ??
นางเอ่ยถามเสียงเรียบ "เจ้าชื่ออะไร?"
"ข้าน้อยจางอวิ๋นเฟย!"
"เจ้ามีพลังระดับจอมราชันย์ ทำไมถึงอยากเข้าร่วมสำนักสู่เซียนล่ะ?"
"ข้าน้อยเป็นเพียงผู้บำเพ็ญเพียรพเนจร แต่มีความเลื่อมใสในสำนักสู่เซียนเป็นอย่างมาก และยิ่งมีความศรัทธาในตัวมหาจักรพรรดิหลี่เสวียนมาเนิ่นนาน ดังนั้นข้าจึงปรารถนาที่จะเข้าร่วมสำนักสู่เซียน!"
"เจ้าเลื่อมใสศิษย์พี่ของข้าเหรอ? เพราะอะไรล่ะ?"
เซียวจิ่นอวี้เอ่ยถาม
"ชื่อเสียงบารมีของมหาจักรพรรดิหลี่เสวียน ไม่มีผู้ใดในใต้หล้าที่ไม่รู้จัก ท่านใช้เพียงกำลังของตนเองปราบปรามภัยพิบัติมาร ปกป้องความสงบสุขของดินแดนเทียนเสวียน จากนั้นก็ใช้กำลังของตนเองต้านทานการพุ่งชนของทวีปต่างๆ สยบความวุ่นวายของชีพจรมังกร ยุติข้อพิพาท ก่อตั้งพันธมิตรเทียนเสวียน รวบรวมขุมกำลังจากทุกฝ่ายเพื่อปกป้องสันติภาพของดินแดนเทียนเสวียนร่วมกัน ทุกการกระทำของท่านล้วนทำเพื่อสร้างความผาสุกให้แก่สรรพชีวิต! ผู้ยิ่งใหญ่เยี่ยงนี้ จะไม่ให้ผู้คนเคารพเลื่อมใสได้อย่างไร?"
จางอวิ๋นเฟยกล่าว แววตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความจริงใจ
ราวกับว่าหลี่เสวียนคือพ่อแม่บังเกิดเกล้าของเขาก็ไม่ปาน!
เมื่อเซียวจิ่นอวี้ได้ฟัง นางก็ยิ้มออกมาอย่างพอใจ "พูดได้ดี! ศิษย์พี่ของข้าก็เป็นคนเช่นนั้นแหละ เจ้าผ่านการทดสอบ!"
จางอวิ๋นเฟยถึงกับชะงักไปเล็กน้อย
หา?
แค่นี้ข้าก็ผ่านแล้วเหรอ?
แค่พูดชมหลี่เสวียนไปไม่กี่ประโยคเนี่ยนะ?
นี่มันจะง่ายเกินไปแล้ว!!
คนอื่นๆ เองก็งุนงงไม่แพ้กัน
จากนั้น พวกเขาก็เริ่มแย่งกันเปิดปาก พูดจาประจบสอพลอหลี่เสวียนที่ไม่ได้อยู่ตรงนั้นกันยกใหญ่
"ท่านเซียน ความจริงแล้วข้าน้อยก็เป็นผู้ที่เลื่อมใสในตัวมหาจักรพรรดิหลี่เสวียนเช่นกัน!"
"ใช่แล้วขอรับ มหาจักรพรรดิหลี่เสวียนเก่งกาจไร้เทียมทาน ทำให้ผู้คนต่างเฝ้าฝันถึง ที่ข้ามาสำนักสู่เซียนในครั้งนี้ ก็เพื่อท่านโดยเฉพาะ!"
"ข้ามีใจภักดีต่อมหาจักรพรรดิหลี่เสวียนเพียงผู้เดียว ขอท่านเซียนโปรดรับข้าเข้าสำนักด้วยเถิด!"
"เพื่อมหาจักรพรรดิหลี่เสวียนแล้ว ข้ายอมบุกน้ำลุยไฟเลย!"
เมื่อได้ยินคำยกยอที่ทุกคนมอบให้หลี่เสวียน เซียวจิ่นอวี้ก็ยิ้มกว้างด้วยความพึงพอใจ ทว่าจากนั้นนางก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ความตั้งใจที่พวกเจ้ามีต่อศิษย์พี่ของข้า ข้ารับรู้แล้ว เพียงแต่ว่า นี่คือการทดสอบ จะทำเป็นเล่นไม่ได้เด็ดขาด!"
"ข้าไม่อาจรับพวกเจ้าทุกคนเข้าสำนักสู่เซียนได้ เพียงเพราะพวกเจ้าพูดจาชื่นชมศิษย์พี่ของข้าหรอกนะ!"
ผู้คนต่างมุมปากกระตุกไปตามๆ กัน
ในเมื่อเป็นแบบนั้น แล้วทำไมเจ้าถึงรับจางอวิ๋นเฟยล่ะ?
เซียวจิ่นอวี้กล่าวต่อ "เหตุผลที่ข้าให้จางอวิ๋นเฟยผ่านการทดสอบ ไม่ใช่แค่เพราะเขามีระดับพลังจอมราชันย์เท่านั้น แต่เป็นเพราะเขามีกายศักดิ์สิทธิ์และมีศักยภาพที่โดดเด่นต่างหาก!"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทุกคนก็ถึงบางอ้อ
ที่แท้ก็มีกายศักดิ์สิทธิ์นี่เอง
ถ้าอย่างนั้นก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ
ผู้ครอบครองกายศักดิ์สิทธิ์ ถือเป็นต้นกล้าชั้นยอดที่ทุกสำนักต่างก็ต้องการตัวเป็นอันดับแรกอยู่แล้ว
พวกเขาได้แต่ถอนหายใจด้วยความสิ้นหวัง
"น่าเสียดายจัง ข้าไม่มีกายศักดิ์สิทธิ์เลย"
"ข้ามีนะ แต่ข้าไม่ได้มีพลังระดับจอมราชันย์นี่สิ"
"หลายปีมานี้ แม้ว่าจะมีผู้ครอบครองกายศักดิ์สิทธิ์ปรากฏตัวขึ้นง่ายกว่าเดิมเพราะการขยายตัวของชีพจรมังกร แต่ยังไงมันก็ถือว่าหาได้ยากมากๆ อยู่ดี"
จางอวิ๋นเฟยมองเซียวจิ่นอวี้ด้วยความประหลาดใจ
เขาครอบครองกายศักดิ์สิทธิ์รูปแบบหนึ่งจริงๆ
แต่ไม่นึกเลยว่า อีกฝ่ายจะสามารถมองออกได้ด้วยตาเปล่าตั้งแต่แวบแรก!
สตรีผู้นี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ!
เซียวจิ่นอวี้กวาดสายตามองทุกคนก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ "เอาล่ะ การทดสอบเริ่มขึ้นได้!"
วินาทีถัดมา เปลวเพลิงอันน่าสะพรึงกลัวก็แผ่ซ่านออกมาจากร่างของนาง ปกคลุมอาณาเขตไปไกลถึงหลายร้อยลี้!
ทุกคนในที่นั้นล้วนถูกกลืนกินเข้าไปในกองเพลิง
ทุกคนต่างตกใจสุดขีด "ให้ตายเถอะ นี่กะจะเผาพวกเราให้ตายเลยหรือไง?"
"บ้าเอ๊ย นี่มันการทดสอบบ้าอะไรเนี่ย?"
"นี่มันเพลิงประหลาด?! แย่แล้ว โดนเผาเกรียมแน่ๆ"
ทว่าแม้เปลวเพลิงจะถาโถมเข้ามา แต่ทุกคนกลับไม่ได้รู้สึกว่ากำลังถูกแผดเผาเลยแม้แต่น้อย
ในทางกลับกัน ภายใต้เปลวเพลิงที่ลุกโชน พวกเขากลับเริ่มรู้สึกง่วงนอนขึ้นมา ก่อนจะล้มพับลงกับพื้นและเข้าสู่ห้วงมายาไปทีละคน!
เปลวเพลิงนี้ ก็คือเพลิงศักดิ์สิทธิ์ซานเม่ยนั่นเอง!
"พวกเจ้าก็จงรับการทดสอบในค่ายกลมายาเพลิงศักดิ์สิทธิ์ให้เต็มที่ก็แล้วกัน!"
มุมปากของเซียวจิ่นอวี้ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ
[จบแล้ว]