เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 45 : ยอมแพ้ซะเถอะ!(อ่านฟรี)

ตอนที่ 45 : ยอมแพ้ซะเถอะ!(อ่านฟรี)

ตอนที่ 45 : ยอมแพ้ซะเถอะ!(อ่านฟรี)


ฟาฉียังเล่าต่อให้หลันยันฟังอีกว่ามันเป็นเพียงเศษส่วนเล็กๆ ของเรื่อง The King’s Avatar ซึ่งเริ่มต้นบทหนึ่งด้วย : ศึกของเทพเจ้า และจบลงด้วยเยซิ่วได้สังหารเป็นคนแรกและสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของร่ม Myriad Manifestation

 

ซึ่งแน่นอนว่า ฟางฉีเปลี่ยนพล็อตเรื่อง

 

นาหลันหมิงสื่อดูตื่นเต้นตามเนื้อเรื่องและฉากต่างๆที่หลันยันบรรยาย ฟังดูแล้วไม่พบช่องโหว่ใดๆ มันดูฟังเหมือนโลกที่มีอยู่จริง แต่มันไม่ใช่อาณาจักรดาจิน

 

ฟาฉีทำให้เนื้อเรื่องเพี้ยนไปจากเดิม ทำให้เรื่องที่ได้ฟังดูมีความแตกต่างออกไปจากสิ่งที่เคยได้ยินในความจริงเขาอิงเรื่องราวจากเกมเป็นหลัก  ซึ่งเกมแบบนี้แปลกใหม่และไม่เหมือนใครอาจเป็นสิ่งที่พวกเขาชอบ!

 

“ใช่มั้ยละ เยซิ่วแข็งแกร่งจริงๆ!” หลันยันเล่าอย่างตื่นเต้น เมื่อเห็นว่านาหลันหมิงสื่อเริ่มยอมรับฟังและเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง

 

เธอพยักหน้าเบาๆ

 

“ฉันอยากฟังต่อ แต่เจ้าของหยุดเล่าแล้วก็หันกลับไปเล่นเกมของเขาต่อ!” หลันยันบ่นอุบ “ฉันรู้สึกแย่แทนอาจารย์เยซิ่ว เขาถูกทรยศโดยพรรคพวกของเขา เขาช่างโดดเดี่ยวฉันสงสัยว่าเขาอาจจะกลับมาในตอนท้าย”

 

 

“ฮัดชิ้ว!” ฟางฉีจามขณะที่เขากำลังเล่นเกม เขามองไปรอบห้องพึมพำกับตัวเอง “มีใครกำลังพูดถึงฉันหรือเปล่านะ”

 

“ฉันอารมณ์ดีเลยเล่าเรื่อง The King’s Avatar ไปนิดหน่อย ผู้หญิงคนนั้นดูสนใจเรื่องนี้จริงๆ”

 

 

ณ ห้องโถง ทั้งห้องเงียบลงหลังจากได้ฟังเรื่องที่นาหลันยิงเล่า ความเงียบน่ากลัวรา่วกับว่าเป็นความสงบก่อนจะเกิดพายุ

 

“นายคิดว่าสิ่งที่นายพูดน่าเชื่อถือมากแค่ไหน?” นาหลันฮงวูถามขณะที่กำลังระงับความโกรธของตัวเอง

 

นาหลันฮงวูคิดในหัว หากว่านาหลันยิงไม่ได้ทำงานให้เขามานาน ถ้าป็นคนอื่นชายผู้นี้คงกำลังพยายามปั่นหัวของเขาทำให้สติเสีย!

 

“นั่นคือ.. สิ่งที่ข้าคิดเช่นกัน ฉันคิดว่าสิ่งที่เจ้าของพูดส่วนใหญ่ถูกแต่งขึ้น” นาหลันยิงเหงือตก เขารู้ว่าชายชราน่ากลัวแค่ไหนเมื่อเขาโกรธ!

 

ตอนนี้ชายชรากำลังจะระเบิดโทสะ!

 

เขารู้สึกเหมือนชะตากำลังจะขาดอย่างไร้ความปราณีใดๆ เหมือนกำลังจะถูกโยนให้สัตว์ร้ายกินในเร็วๆนี้ เขาจึงรีบอธิบายต่อว่ารู้สึกอย่างไรเมื่อได้ลองเล่นเกม Diablo II ในคาเฟ่ของฟางฉี

 

ในตอนนี้นาหลันฮงวูนั่งไม่ติดแล้ว แววตาของเขาดุดันยากที่จะอ่านออก เขาอ้าปากเอ่ยน้ำเสียงอันแหบห้าว “นายคิดว่าฉันแก่เกิน .. ที่จะติดต่อกับโลกภายนอก?”

 

“...” นาหลันยิงปิดปากเงียบ เขาก้มหัวลงไม่รู้จะตอบคำถามยังไง

 

หลังจากได้ยินคำอธิบายของนาหลันยิง เขาพูดต่อ “เอาคอมพิวเตอร์มาให้ฉัน!”

 

สิ่งที่เขาฟังทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นและเต็มไปด้วยความคาดหมาย “ฉันมีชีวิตอยู่มาตั้งนาน แต่นี่เป็นสิ่งที่ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อน ฉันรู้สึกถึงสิ่งประดิษฐ์ทางจิตวิญญาณที่เต็มไปด้วยมนต์ขลัง!”

 

แม้ว่าเขาจะผ่านช่วงชีวิตมานาน แต่เขาไม่เคยได้ยินสิ่งประดิษฐ์ทางจิตวิญญาณที่พิเศษเช่นนี้

 

“ครับท่าน!”

 

“เรียกเงาดำได้เลยหากจำเป็น” ชายชราเอื้อนเอ่ยอย่างแผ่วเบา

(ผู้แปล : เงาดำของนาหลันฮงวูคือ Shadow Guard เป็นผู้คุ้มกัน)

 

นาหลันยิงสั่นไปทั้งตัว “ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง!”

 

 

ณ ลานกว้างที่ถูกตกแต่งไปด้วยเสาแกะสลักมีสระบัวขนาดกลางพร้อมชายวัยกลางคนนั่งอยู่ในศาลาที่ดูสง่า ชายวัยกลางคนสวมเสื้อคลุมสีทอง ที่เข้ารูปลับกับใบหน้าอันหล่อเหลาของเขา เขากำลังนั่งหมุนถ้วยแก้วเล็กๆ ที่ถูกตกแต่งมีลักษณะพิเศษเฉพาะ ใส่ของเหลวสีเหลืองอ้อนสะท้อนแสงอยู่ภายใน

 

เขามองเข้าไปในเงาสะท้อนของถ้วย “ครั้งนี้แกทำให้ฉันผิดหวังจริงๆ”

 

ชายคนหนึ่งใส่ชุดคลุมสีดำยืนอยู่ขอบศาลา เขาไว้เคราแพะสั้นๆ เขากำลังเผชิญหน้ากับชายในชุดคลุมสีทองมือของเขาจับราวบินไดหินแน่นราวกับว่าอยากให้มันทรุดลงไปซะตรงนี้!

 

“เมื่อคืนนั้นมันเป็นเพียงอุบัติเหตุ ข้าสั่งให้คนของข้าตรวจสอบเจ้าของร้านนั้นผู้ซึ่งแทรกแซงภารกิจของเราแล้ว”

 

ชายชุดคลุมสีทองดื่มไวน์ในถ้วยของเขาเอ่ยขึ้นเบาๆ “ศิษย์น้องนาหลันนายนั่นไม่ใช่สิ่งที่ฉันอยากได้ยิน ฉันอยากได้ยินผลลัพท์ที่ฉันจะต้องไปอธิบายกับท่านพ่อ” เขายืนขึ้นตบไหล่นาหลันเจเบาๆก่อนเดินออกไป

 

นาหลันเจยืนนิ่งบีบราวบันไดราวกับอยากให้มันแตกเป็นชิ้นๆด้วยอารมณ์ขุนเคือง

 

 

นาหลันยิงกลับมาที่คาเฟ่อีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาแต่งตัวแตกต่างจากคราวก่อน ใบหน้าสี่เหลี่ยมของเขากับท่าทางมองโดยรวมดูเป็นคนมีเชิงและเด็ดเดี่ยว ข้างหลังเขาเป็นนายทหารอายุวัยกลางคน

 

“ท่านยิง..” นายทหารปฏิบัติต่อนาหลันยิงด้วยความเคารพ “เรามาทำอะไรกันที่นี่?”

 

“เรากำลังจะซื้อบางอย่าง” นาหลันยิงตอบ

 

“ซื้ออะไรบางอย่าง?” นายทหารทวนคำพูด เขาอึ้งไปพังหนึ่งตรอกซอยแบบนี้มีอะไรให้หาซื้อด้วยหรือ

 

“ที่นี่?”

 

เขามองไปรอบๆ เห็นป้ายเหนือหัวเขียนว่า ‘ต้นกำเนิดอินเตอร์เน็ตคาเฟ่’

 

“ต้นกำเนิดอินเตอร์เน็ตคาเฟ่” เขาอ่านออกเสียง

 

“นายรู้จักที่นี่หรือ?” นาหลันยิงเอ่ยถาม

 

“ไม่” นายทหารส่ายหัวและยิ้ม “ข้าเคยได้ยิน คนของข้าเคยรายงานว่าในช่วงสองสามวันที่ผ่านมาอาจารย์หนุ่มสองคนพลาดช่วงเคอร์ฟิวเนื่องจากพวกเขาอยู่ในร้านนี้ คนส่วนมากที่มาร้านนี้มีสถานะสูงดังนั้นข้าจึงไม่กล้าแม้แต่จะมองเข้าไป”

 

นาหลันยิงพยักหน้าและเดินเข้าไปในร้าน

 

ฟางฉีเห็นนาหลันยิง เขารู้สึกเหมือนเคยเห็นชายคนนี้มาก่อน แต่ไม่แน่ใจว่าเคยเจอที่ใด

 

เขาเกิดความสงสัยจึงเดินเขาไปทักถาม “ท่านสองคนสนใจสิ่งใดในร้านหรือ?”

 

นาหลันยิงยิ้มมุมปาก “เรามาที่นี่เพื่อมาทำธุรกิจ”

 

“ธุรกิจ” ฟางฉีพูดทวนซ้ำ เขาเดินไปกระดานและผายมือออก “นี่คือสิ่งที่ฉันทำธุรกิจอยู่ตอนนี้ ฉันไม่ธุรกิจอื่นนอกเหนื่อ”

 

“พูดอีกทีสิเจ้าเด็กน้อย!” นายทหารวัยกลางคนแทรก “ฉันจะปิดร้านซะพรุ่งนี้เลยก็ยังได้!”

 

นาหลันยิงยิ้ม “นี่คือกงฮี รองผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์ ฉันต้องการซื้อคอมพิวเตอร์จากนาย ฉันคิดว่านายคงไม่น่าจะมีปัญหาอะไรแล้วอีกอย่างเรื่องเงินก็ไม่ใช่ปัญหาเท่าไรก็ว่ามา”

 

กางฉียิ้มเยาะ “ฉันจะบอกนายให้ฟังนะนายควรรู้ตัวเองนะว่าตัวเองได้รับเกียรติ ที่ท่านยิงสนใจบางอย่างที่นี่”

 

สีหน้าของฟางฉีสังเกตได้ชัดว่าเขาดูเซงเป็ด “นี่พวกคุณขู่ฉัน?”

 

“เราเปล่า” นาหลัยยิงยิ้มมุมปาก เขาดึงแขนเสื้อขึ้น “ฉันแข็งแกร่งและมีพลังมากกว่าที่นายคิด ยอมแพ้ซะเถอะ!”

จบบทที่ ตอนที่ 45 : ยอมแพ้ซะเถอะ!(อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว