เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 21 : อย่าทุบประตูร้านฉัน!(อ่านฟรี)

ตอนที่ 21 : อย่าทุบประตูร้านฉัน!(อ่านฟรี)

ตอนที่ 21 : อย่าทุบประตูร้านฉัน!(อ่านฟรี)


หากระบบมี T-Virus ที่ในเกม .. แล้วอย่างอื่นละ?

ปืนกล ปืนพก และอื่นๆอีกมากมายละ?

ระบบมีสิ่งเหล่านั้นเช่นกัน ..

“โฮสต์มีสิทธิไม่เพียงพอโปรดดำเนินการต่อตามสิทธิและอำนาจของคุณต่อไป”

ระบบตอบคำถามในใจของฟางฉีอย่างรวดเร็ว

“สิทธิและอำนาจ?” ด้วยความอยากรู้อยากเห็น “ฉันจะดูว่าฉันมีอำนาจเท่าไรและสามารถทำอะไรได้บ้างหรือไม่?”

“คุณไม่มีสิทธิ์เพียงพอในการตรวจสอบ”

“...”

“ลืมไปเลย .. ว่าฉันไม่สามารถพึ่งพาระบบได้” ฟางฉีตอบอย่างหดหู่ใจ

T-Virus ไม่มีผลข้างเคียง

ฟางฉีมองเข็มฉีดยาสีฟ้าในมือของเขา เขาค่อยๆฉีดของเหลวสีฟ้าในเข็มเข้าสู่ร่างกายช้าๆ เขารู้สึกถึงความเย็นกำลังวิ่งเข้าสู่แขนของเขาไหลเวียนไปพร้อมๆกับเลือดและแพร่กระจายไปยังทุกส่วนของร่างกาย

ทันใดนั้น.. เขารู้สึกเจ็บปวดเกินต้านทาน พลังที่น่าอัศจรรย์เกิดขึ้นร่างกายของเขา มีพลังแข็งแกร่งมากขึ้นเหมือนมันกำลังจะฉีกเขาออกเป็นชิ้นๆ

“คุณบอกว่ามันไม่มีผลข้างเคียงหรอ?” ฟางฉีคิด

“มันเป็นปฏิกิริยาที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้” ระบบอธิบาย “ไม่มีผลข้างเคียงหมายความว่าคุณจะไม่กลายร่างเป็นซอมบี้”

“...” ฟางฉีรู้สึกเหมือนร่างกายของเขากำลังถูกไฟไหม้มันช่างร้อนเหลือเกิน เหมือนว่าไฟกำลังเผาร่างเขาเหลือเพียงแค่กระดูก ความเจ็บปวดทรมานทำให้เขาเวียนหัว และกำลังจะล้มลง

ทันใดนั้น “นี่คุณฉันขอแนะนำให้คุณอดทนมากกว่านี้ ไม่งั้นอาจจะส่งผลเสียต่อไวรัสนี้”

“...” เขากัดฟันอดทน ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ทรมานมากมายขนาดนี้ ร่างกายกำลังจะแตกเป็นเสี่ยงๆ

ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่สามารถเป็นลมได้!

เพื่อให้ไวรัสไม่สูญเปล่าเขาไม่มีทางเลือกนอกจาก อดทนต่อไป!

ความเจ็บปวดยังคงโจมตีร่างกายของเขา เขาแค่อยากให้ความเจ็บปวดนี้ผ่านพ้นไปเร็วที่สุด มันช่างทรมานเหลือเกิน!

เวลาผ่านไปทีละน้อย เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเขารอดชีวติมาได้อย่างไร ความเจ็บปวดหายไปในเช้าวันรุ่งขึ้น!

ผู้คนที่เฝ้ารออยู่หน้าร้านกำลังจะคลั่ง

มีคนกลุ่มใหญ่รวมตัวกันอยู่ข้างนอกร้าน

“ทำไมเขายังไม่เปิดร้าน!?”

“ร้ายนี้ควรเปิดเวลา 08.00 น นี่ตอนนี้มันกี่โมงแล้ว?” อูฉานบ่นพลางมองขึ้นไปบนพระอาทิตย์ที่ส่องตรงหัว

“เกือบเที่ยงแล้วใช่มั้ย?” แบล็คกี้เดินไปเดินมา “ฉันอยากจะแก้ไข Book of Curses ทำไมเขาไม่เปิดร้านสักที!”

“เขานอนดึกหรือเปล่า?”

หากทุกคนเลือกได้คงเลือกที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการไปแล้ว ยิ่งกว่านั้นโลกนี้ผู้อ่อนแอย่อมเป็นเหยื่อของผู้มีอำนาจ

การเล่นเกมช่วยให้เขาได้ฝึกฝนทักษะ ตั้งแต่สื่อหมิงรู้เรื่องนี้เขาก็รู้สึกว่ามันเจ๋ง นั่นทำให้เขาตื่นเช้ามาเพื่อพัฒนาตัวเองเพื่อค้นหาเบาะแสบางอย่างที่ ซูฉีซินอาจไม่รู้ด้วยวิธ๊นี้อาจเป็นวิธีหาทางสบตาได้แน่ๆ

“ฉันไม่อยากจะเชื่อ ร้านนี้อนุญาตให้ฉันเล่นได้แค่หกชั่วโมงต่อวันเท่านั้น!” คิดแล้วก็รู้สึกเคืองกับสิ่งที่เกิดขึ้น

“ถ้า...” เสียงของฟางฉีดังขึ้นในหัวเขา “หากผู้ใดไม่ปฏิบัติตามกฏจะไม่สามารถกลับมาเล่นได้อีก” เสียงนั้นทำให้เขาอยู่นิ่งๆ โดยที่ความจริงอยากจะทุบประตูให้พังเสีย

“ลืมซะเถอะ! ฉันกำลังทำทั้งหมดนี้เพื่อฉีซิน ฉันต้องอดทนให้มากกว่านี้” เขาหัวเราะพลางเดินไปที่ ‘ต้นกำเนิดอินเตอร์เน็ตคาเฟ่(Origins Internet Club)’ ซึ่งตอนนี้มีผู้คนมากมายรออยู่ข้างนอก

เหลียงชีอูฉานและชายไว้เครานามว่า หยางไห่ยืนรออยู่ข้างนอกนอกจากนี้ยังมีผู้ชายสามคนที่มีชื่อเล่นว่าแบล็คกี้ที่มากับแบล็คแบร์ชายที่ดูๆไปมีลักษณะโง่เขลาและชายร่างเตี้ยผอมชื่อแบล็คเม้าส์

“พวกคุณทำอะไรกัน?” สื่อหมิงเอ่ยถาม “ทำไมพวกคุณไม่เข้าไปข้างในกัน!?”

“มันเปิดอยู่หรอ???” เขาตะลึง “อ้าว.. ร้านควรจะเปิดตั้งแต่แปดโมงไม่ใช่หรอ?”

“พวกเราก็ไม่รู้เหมือนกัน” เหลียงชีรู้สึกคุ้นหน้าเขา สันนิษฐานว่าสื่อหมิงคงเป็นผู้เล่น Resident Evil เหมือนเขาเช่นกัน เขายิ่งอย่างขมขื่นและตอบ “ล่าสุดที่เจ้าของร้านเปิดร้านช้าเพราะมีคอมพิวเตอร์มาเพิ่ม บางทีวันนี้อาจจะมีมาเพิ่มอีก”

“บางที?” แบล็คกี้แทรก “ร้านมีประสิทธิภาพขนาดนี้ ก็ไม่แน่ที่จะมีคอมมาเพิ่ม”

“เราควร.. รออีกสักแปป”

ในที่สุดความเจ็บปวดก็คลายลง ฟางฉีไม่ต้องการรู้สึกแบบเมื่อวานอีกแล้ว

เขาขยับนิ้วมือของเขา รู้สึกว่าร่างกายต่างจากเมื่อก่อน เขารู้สึกแตกต่างจากวันก่อนๆเขาสามารถได้ยินแม้เสียงแมลงวันบินอยู่กลางอากาศ ลืมตาก็พบว่าเขาเห็นละอองฝุ่นเล็กๆบนกำแพง

ผ่านไปชั่วโมงหนึ่ง

“รอไม่ไหวแล้วเว้ยยยยย!” อูฉานตะโกนอย่างดุเดือด ถ้าเหลียงชีไม่ปรามไว้เขาคงพังประตูไปแล้ว

“ฉันก็ไม่ไหวแล้วเหมือนกัน!” สื่อหมิงไม่เคยรู้สึกกังวลใจเช่นนี้มาก่อน

“ฉันควรพังประตูไหม?” แบล็คกี้กล่าว “ประตูแค่นี้ฉันค่อยมาซ่อมให้”

“...” ใบหน้าของเหลียงชีสลดลง “ถ้าพวกนายทำแบบนั้นเจ้าของร้านคงไม่ยอมให้พวกนายมาอีก”

“แล้วฉันควรทำยังไงดี?” ถึงแม้ว่าที่นี่จะเป็นเพียงร้านเล็กๆ แต่เจ้าของก็ดูไม่ธรรมดา แบล็คกี้นึกย้อนถึงกฏของร้านเขาไม่สามารถทำให้เจ้าของร้านขุ่นเคืองได้ “ฉันทำอะไรไม่ได้!”

“นายพูดถูก! แย่จริง” อูฉานตบประตู “ฉันรู้สึกเหมือนฉันเพิ่งเล่นไป แต่เขาบอกว่าหกชั่วโมงแล้ว เวลาไม่ควรเดินผ่านไปเร็วขนาดนี้”

“...” เหลีงชีพยายามทำให้สภาพแวดล้อมไม่ตึงเครียดมากนัก “อูฉันยืนดูนายเล่นอยู่ข้างหลัง นายเล่นจนฉันรู้สึกยืนจนปวดเท่า เชื่อฉันสิเมื่อวานนี้นายเล่นไปเป็นเวลาหกชั่วโมง”

“...” อูฉานนิ่ง “หกชั่วโมงมันไม่พอ!”

ร้านค้าด้านซายของฟางฉีเคยเป็นร้านของชายชรา แต่ตอนนี้มันปิดลงเนื่องจากครอบครัวของพวกเขาได้ย้ายไปแล้ว ร้านที่อยู่ทางขวาเป็นร้านขายขนมปังเป็นร้านที่ฟางฉีฝากท้องไว้ทุกเช้า

ป้าเจ้าของร้านรู้สึกแปลกใจที่เห็นคนมากมายยืนอยู่หน้าร้านของฟางฉี “พวกคุณมาทำอะไรกันหน้าร้านเขา”

“อืมมมมมมม...” เหลียงชีถาม “เจ้าของร้านยังไม่มาเปิดเลย เขาควรเปิดร้านตอนแปดโมง มีเกิดอะไรขึ้นกับเขาหรือเปล่า?”

“เอ่อ..” ป้าหวังส่ายหัว “ฉันก็สงสัยเหมือนกันปกติเขาจะต้องมาซื้อขนมปังของฉันแต่วันนี้เขาหายไปเลย ลองตะโกนดูสิเพื่อเขาได้ยิน”

“ตะโกน?” พวกเขามองหน้ากัน

“ฉันจะตะโกน” อูฉานพูดเขาคิดในใจว่า นี่เป็นความคิดที่ดีกว่าการทำลายประตู

ร่างกายของฟางฉียังคงระบมอยู่ แต่มันก็ดีขึ้นกว่าเมื่อวานมาก เขาสังเกตเห็นเหงื่อสีดำไหลทั่วตัวเขา เขากำลังชำระล้างร่างกายน้ำจากฝักบัวได้ไหลผ่านตามส่วนต่างๆของร่างกาย เขาได้ยินเสียงดังเหมือนคนเรียกมาจากชั้นล่าง

เขาชะโงกหน้าออกไปนอกหน้าต่างพบว่าผู้คนยืนมากมายอยู่ข้างหน้าร้าน

.. นี่มัน กี่โมงแล้วเนี่ย หัวใจของเขาตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม นี่เขาตื่นสายหรอ

-  ชั้นล่าง  -

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของเมืองสังเกตเห็นความผิดปกตินี้ เขาเดินเข้ามา “พวกคุณมากทำอะไรกันที่นี่ ผมเห็นพวกคุณยื่นอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เช้าตรู่”

“โอ้ และนี่พ่อหนุ่มมีเคราทำไมนายถึงตะโกน นายพยามจะก่อปัญหาใช่ไหม?”

“.. คนมีเครา?” อูฉานชักสีหน้าเหมือนได้ยินคำพูดนั้น

ขอบคุณพระเจ้าที่เขาไม่ทุบตีประตูไม่เช่นนั้นเขาคงโดนสอบสวนแหง

“แม่งเอ้ย!” อูฉานโกรธมาก แบล็คกี้ยิ้มเขากำลังปกป้องยาม(จนท.รักษาความปลอดภัย) “เถอะน่า!”

“หึ!” อูฉานขำในลำคอ แม้ว่าเขาจะแข็งแกร่งแต่เขาก็ไม่โง่ที่จะต่อสู้กับยาม

“ฉันรู้ว่านักรบไร้นามบางคนไม่สามารถไว้ใจได้!” สื่อหมิงเดินแทรกตัวออกมา “ฉันสื่อหมิงจากตระกูลสื่อ”

“ตระกูล.. สื่อหรอ?” ยามโค้งคับนับเขาเล็กน้อย “ฉันขอโทษที่จำคุณไม่ได้ท่านนักรบสื่อ”

“เพื่อนตัวน้อยคนนี้ดูเหมือนจะมาจากตะกูลอันทรงเกียรติ!” แบล็คกี้พึมพำ

“เขารวย” อูฉานเย้ย

เหลียงชียิ้มแหยๆ “แต่อย่างน้อยเขาก็ช่วยแก้ปัญหา”

“ทุกอย่างที่นี่ปกติดี” สื่อหมิงตอบด้วยใบหน้าเย็นชา เขากำลังกลั้นขำ “พวกเขาเป็นผู้พิทักษ์เมืองนี้”

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของเมืองปฏิบัติต่อเขาด้วยความเคารพ “ท่านักรบสื่อ ช่วยบอกข้าน้อยทีว่าเกิดอะไรขึ้นข้าน้อยจะได้รายงานต่อผู้บังคับบัญชาถูก”

หลังจากได้ฟังคำอธิบาย “ท่านสื่อ. ท่านกำลังจะบอกว่าเจ้าของร้านยังไม่มาเปิดร้าน นั้นจึงทำให้พวกท่านมารออยู่ที่นี่เป็นเวลาหลายชั่วโมง.. ร้านนี้ทำอะไรหรือ?”

“ภาวะเสมือนจริงซึ่งจำลองขึ้นโดยคอมพิวเตอร์?”  (Virtual Reality : VR)

“ฆ่าซอมบี้”

“เล่นเกม”

ยิ่งพวกเขาได้ฟังคำตอบมากเท่าไรยิ่งทำให้พวกเขาสับสน หนึ่งในเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของเมืองพึมพำ “คุณคิดว่าเราควรตรวจสอบมันหรือไม่?”

“ฉันคิดว่าเราควร .. ในช่วงสองสามที่ผ่านมาฉันจับตามองผู้คนออกจากร้ายนี้ทุกวัน ในช่วงเวลาลาดตระเวนกลางคืน เขาเป็นเด็กวัยรุ่นฉันทำอะไรเขาไม่ได้แต่คาดว่ามีบางอย่างเกี่ยวข้องกับสถานที่แห่งนี้”

“คนเหล่านี้ล้วนมีสถานะที่สูงกว่าเรา พวกเราควรรายงานกับผู้บังคับบัญชาก่อนแล้วค่อยตัดสินใจว่าจะทำอย่างไร”

..ฟางฉีลงมาเพื่อเปิดร้าน เขาเงยหน้าและเอ่ย “ทำไมพวกนายมาที่นี่กันตั้งแต่เช้าตรู่?”

“เปิดแล้ว! เปิดแล้ว!”

“ทำไมนายถึงเพิ่งเปิดละ” เสียงคนบ่น

“นายได้คอมพิวเตอร์เครื่องใหม่อีกแล้วหรอ” คนในกลุ่มมองเข้าไปในร้านแต่ไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงใดๆ “นายนอนดึกหรอ?”

ฟางฉีทำหน้าเซง ในความจริงเขานอนดึกจริงๆแหละ

“มีอะไรใหม่หรอ?” ฟางฉีพยักหน้า “ใช่!”

“เกมใหม่?”

“หนังที่นายบอกเมืองวานมาแล้วหรอ?”

พวกเขาต่างมองไปที่ฟางฉีด้วยความคาดหวัง

“เอ่อ..” ฟางฉีชี้ไปที่ตัวเอง “การบุกมาแต่เช้าแบบนี้ถือเป็นเรื่องแปลกใหม่หรือเปล่า?”

“...”

“เอ่อ.. แหมนายจะพูดยังงั้นก็ยังไงอยู่นะ” เหลียงชีกล่าวอย่างเขอะเขิน

“เมื่อวานนายเจ๋งมาก”

“นายเท่มากเลยนะ”

ต่อให้พวกเขาจะบ่นอะไรก็ไม่สามารถหยุดฟางฉีได้ถึงอย่างนั้นก็เถอะ การที่ฟางฉีสังหารไทแรนท์ได้ ทำให้คนพวกนี้รู้สึกให้ความเคารพกับเขามากขึ้น

จบบทที่ ตอนที่ 21 : อย่าทุบประตูร้านฉัน!(อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว