- หน้าแรก
- ชีวิตการเป็นครูของฉันในญี่ปุ่น
- บทที่ 18 ครูคนนี้ควรลงโทษพวกเธออย่างไรดี?
บทที่ 18 ครูคนนี้ควรลงโทษพวกเธออย่างไรดี?
บทที่ 18 ครูคนนี้ควรลงโทษพวกเธออย่างไรดี?
บทที่ 18 ครูคนนี้ควรลงโทษพวกเธออย่างไรดี?
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ใบหน้าที่เคยเย็นชาของครูฮาราดะก็บิดเบี้ยวจนดูไม่ได้ คำพูดของเฉินเต้าทิ่มแทงใจเธออย่างจัง ทว่าสิ่งที่ทำให้หญิงสาวทั้งโกรธและเจ็บปวดมากยิ่งกว่า คือการที่เธอไม่สามารถสรรหาคำใดมาโต้แย้งเขาได้เลย
"ครูฮาราดะครับ แม้ว่าสิ่งที่ผมกำลังจะพูดต่อไปนี้อาจไม่ค่อยน่าฟังและเป็นการหักหน้าคุณอยู่บ้าง แต่ผมก็จำเป็นต้องพูด... ในสายตาของผม คุณเป็นแค่ครูที่ไร้คุณสมบัติคนหนึ่งเท่านั้น" รอยยิ้มบางปรากฏบนใบหน้าของเฉินเต้า ขณะที่เขากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น "หรือจะพูดให้ถูกก็คือ คนอย่างคุณไม่คู่ควรกับการเป็นครูเลยแม้แต่น้อย"
ครูฮาราดะกำหมัดแน่น กัดริมฝีปากจนห้อเลือด ดวงตาจ้องเขม็งไปที่เฉินเต้าโดยไม่ปริปากพูดอะไรออกมา
"แต่แน่นอนครับ หากครูฮาราดะยังพอมีความรับผิดชอบในฐานะผู้ให้การศึกษา และต้องการรับผิดชอบต่อนักเรียนของคุณแล้วล่ะก็ ทำไมไม่ลองพิจารณาร่วมมือกับผม เพื่อพลิกโฉมห้อง 2-6 ให้กลายเป็นห้องเรียนที่ดีที่สุดในโรงเรียนดูล่ะครับ?" เฉินเต้าพูดต่อโดยที่รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงเดิม
ครูฮาราดะยังคงนิ่งเงียบ เฉินเต้าจึงเอื้อมมือไปตบลงบนไหล่บอบบางของเธอเบาๆ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสบายๆ ว่า "ครูฮาราดะ ลองเก็บไปคิดดูให้ดีนะครับ ผมจะรอฟังคำตอบจากคุณ"
พูดจบ เฉินเต้าก็เดินผ่านตัวครูฮาราดะและจากไป เมื่อเขาเดินลับสายตาไปแล้ว ครูฮาราดะก็ยังคงไม่หันกลับไปมองแผ่นหลังของเขา
หญิงสาวยืนนิ่งงันอยู่กับที่ สองมือยังคงกำแน่นอยู่อย่างนั้น เนิ่นนานผ่านไป ครูฮาราดะถึงได้พึมพำกับตัวเองราวกับยอมจำนนต่อโชคชะตา "บางทีฉัน... อาจจะเป็นครูที่ไร้คุณสมบัติ... อย่างที่เขาพูดจริงๆ..."
ในตอนนั้นเองที่ครูฮาราดะหันกลับไปมองยังทิศทางที่เฉินเต้าเพิ่งเดินจากไป สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความกังวลใจขณะกระซิบแผ่วเบา "แต่ครูเฉินเต้า คุณไม่รู้หรอกว่าห้อง 2-6 ที่แท้จริงนั้นมีปัญหามากมายขนาดไหน หากสัปดาห์หน้าคุณยังสามารถอยู่ในโรงเรียนนี้ได้โดยไม่ถูกบีบให้ออกไปเสียก่อน ฉันถึงจะยอมพิจารณาข้อเสนอของคุณ"
...ทันทีที่เฉินเต้าเดินมาถึงประตูโรงเรียน เขาก็สังเกตเห็นนักเรียนคางาวะยืนอยู่กับเด็กสาวอีกคนหนึ่งที่เขาไม่เคยหน้ามาก่อน เด็กสาวคนนั้นไว้ผมทรงบ๊อบ มีสีหน้าจริงจังขึงขัง และสวมชุดคาราเต้สีขาว ดูเหมือนว่าพวกเธอกำลังรอใครบางคนอยู่
"นักเรียนคางาวะ มาทำอะไรอยู่ที่นี่งั้นเหรอ?" เฉินเต้าเดินเข้าไปถามด้วยความประหลาดใจ
"ก็มารอครูนั่นแหละ!"
คางาวะถลึงตาใส่เฉินเต้า ก่อนจะแนะนำเด็กสาวอีกคนด้วยน้ำเสียงจริงจัง "นี่คือตัวท็อปและกัปตันชมรมคาราเต้ของเรา นักเรียนชั้นปีที่สาม รุ่นพี่มิยาชิตะ ฟุมินะ รุ่นพี่เคยคว้าอันดับห้าในการแข่งขันคาราเต้ระดับมัธยมปลายชิงแชมป์แห่งชาติญี่ปุ่นมาแล้วนะคะ!"
"อันดับห้าของประเทศญี่ปุ่นเลยเหรอ? ยอดเยี่ยมไปเลยแฮะ" เฉินเต้าเอ่ยชม ก่อนจะถามต่อ "แล้วพวกเธอสองคนมารอฉันที่นี่ทำไมล่ะ?"
"ตอนอยู่ที่ห้องชมรม หนูเล่าเรื่องของครูให้รุ่นพี่มิยาชิตะฟังค่ะ รุ่นพี่บอกว่าสนใจในฝีมือของครูมาก และอยากจะประลองกับครูสักครั้ง" คางาวะตอบ
"ฉันไม่สนใจหรอกนะ" เฉินเต้าตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ "ฉันมีธุระต้องไปทำ ไม่มีเวลามาเล่นเป็นเพื่อนพวกเธอหรอก"
"ครูเฉินเต้าคะ ต้องขออภัยที่หนูเสียมารยาทด้วยนะคะ"
ทว่ารุ่นพี่มิยาชิตะกลับเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเชิงขอโทษ และทันทีที่พูดจบ มือขวาของเธอก็สับลงมาในลักษณะสันมือ พุ่งตรงไปยังลำคอของเฉินเต้าอย่างรวดเร็ว ทว่าชายหนุ่มกลับยืนนิ่งไม่ไหวติง ต้องยอมรับเลยว่ามิยาชิตะ ฟุมินะคนนี้ดูแข็งแกร่งกว่านักเรียนคางาวะอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
"เด็กผู้หญิงมัธยมปลายสมัยนี้ไม่เคารพครูบาอาจารย์กันเลยแฮะ กล้าลงไม้ลงมือกับครูง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ?" เฉินเต้าคว้าข้อมือขวาของมิยาชิตะ ฟุมินะที่พุ่งเข้ามาไว้ได้ทันควัน จากนั้นก็ดึงตัวเธอเข้ามาหา และจัดการรวบตัวเธอเอาไว้ด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ ทุกท่วงท่าลื่นไหลไร้ที่ติ
จากนั้น รอยยิ้มอ่อนโยนก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเฉินเต้าขณะที่เขากล่าวว่า "นักเรียนมิยาชิตะ นักเรียนคางาวะ บอกมาสิว่า ครูคนนี้ควรลงโทษพวกเธออย่างไรดี?"
"เป็นไปได้ยังไงกัน?"
มิยาชิตะ ฟุมินะอุทานออกมาอย่างไม่อยากเชื่อสายตา แต่ในวินาทีนี้ คนที่ตกตะลึงยิ่งกว่าคือนักเรียนคางาวะ ความแข็งแกร่งของมิยาชิตะ ฟุมินะนั้นเหนือกว่าเธอมาก ซ้ำยังเคยคว้าอันดับห้าในการแข่งขันคาราเต้ระดับมัธยมปลายชิงแชมป์ระดับประเทศมาแล้วด้วย
ดังนั้น คางาวะจึงไม่มีทางจินตนาการได้เลยว่า... มิยาชิตะ ฟุมินะจะถูกเฉินเต้าจัดการลงอย่างง่ายดายถึงเพียงนี้ มันทำให้เธอเกิดภาพลวงตาว่า ต่อให้เป็นมิยาชิตะ ฟุมินะ ก็ไม่อาจมีเรี่ยวแรงต่อต้านใดๆ เมื่ออยู่ต่อหน้าเฉินเต้า
เมื่อมองดูมิยาชิตะ ฟุมินะดิ้นรนอย่างไร้ความหมายขณะถูกเฉินเต้าพันธนาการไว้ คางาวะก็รู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังฝันไปจริงๆ และถ้าหากนี่คือความฝัน มันก็เป็นความฝันที่ไร้สาระเกินไปสำหรับเธอ
"วันนี้ครูมีธุระต้องทำ เพราะงั้นจะละเว้นโทษให้พวกเธอไปก่อนแล้วกัน" เฉินเต้ากล่าว "แต่ครั้งหน้า ถ้าพวกเธอกล้าลงไม้ลงมือกับครูอีก ครูจะไม่ปรานีแน่ๆ และครูไม่ได้พูดเล่นนะ"
จากนั้นเฉินเต้าก็ผลักร่างของมิยาชิตะ ฟุมินะที่ถูกรวบตัวอยู่ออกไป เธอเซล้มไปข้างหน้าสองสามก้าวเกือบจะทรงตัวไม่อยู่ ก่อนจะหันขวับกลับมามองเฉินเต้าด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น
จากการปะทะกันเพียงชั่วครู่เมื่อครู่นี้ มิยาชิตะ ฟุมินะก็มั่นใจได้อย่างเต็มอกเลยว่า เฉินเต้าเป็นคนที่แข็งแกร่งมาก
ตัวเธอ... ไม่ว่าจะเป็นตอนนี้หรือในอนาคต ก็ไม่มีทางเอาชนะผู้ชายคนนี้ได้อย่างแน่นอน!
เฉินเต้าเริ่มก้าวเดินอีกครั้งและจากประตูโรงเรียนไป คางาวะไม่ได้รั้งเขาไว้ และมิยาชิตะ ฟุมินะก็ไม่ได้ห้ามเขาเช่นกัน
"จิยูกิ ถ้าเธออยากจะติดหนึ่งในสามอันดับแรกของการแข่งขันคาราเต้ระดับมัธยมปลายชิงแชมป์ระดับประเทศในอีกสองเดือนข้างหน้าล่ะก็ เธอควรจะ... ลองขอให้ผู้ชายคนนั้นมาเป็นอาจารย์ของเธอซะ ถ้าเขายอมชี้แนะให้ เธอจะสามารถคว้าอันดับท็อปทรีมาได้โดยไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน" มิยาชิตะ ฟุมินะกล่าวด้วยความเชื่อมั่นอย่างสุดซึ้ง
"อะไรนะคะ? ขอให้ครูเฉินเต้ามาเป็นอาจารย์งั้นเหรอ? ให้เขามาชี้แนะหนูเนี่ยนะ?" สีหน้าของคางาวะเปลี่ยนไปในทันที เธอรีบพูดขึ้นว่า "รุ่นพี่มิยาชิตะคะ ผู้ชายคนนั้นน่ะบังคับกอดหนูบนถนนตั้งแต่วันแรกที่มาโรงเรียนเลยนะ แถมเขายังไม่ยอมรับด้วยว่าตั้งใจทำ ดึงดันจะบอกว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดให้ได้ หนู... ไม่มีวันรับคนแบบนั้นมาเป็นอาจารย์เด็ดขาด ไม่ว่ายังไงก็ตาม"
"เรื่องที่กอดนั่นจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดหรือไม่ก็ช่างเถอะ แต่ความแข็งแกร่งของเขานั้นมหาศาลมาก อย่างน้อยที่สุด ถ้าเขาเอาจริงขึ้นมา ฉันอาจจะไม่มีโอกาสได้ลงมือด้วยซ้ำก่อนที่จะถูกจัดการ" มิยาชิตะ ฟุมินะมองคางาวะแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เมื่อได้ยินดังนั้น คางาวะก็ถึงกับอึ้งงันไปเลย
ถ้าเฉินเต้าเอาจริง รุ่นพี่มิยาชิตะจะไม่มีโอกาสแม้แต่จะลงมือเลยงั้นเหรอ?
รุ่นพี่มิยาชิตะล้อเล่นอยู่หรือเปล่า?
"เธออาจจะไม่เชื่อฉัน" มิยาชิตะ ฟุมินะกล่าว "แต่ถ้าฉันยังอยู่ปีสอง ฉันจะทำทุกวิถีทางเพื่อเป็นลูกศิษย์ของผู้ชายคนนั้นให้ได้ ท้ายที่สุดแล้ว สำหรับนักเรียนทุนกีฬาอย่างพวกเรา การได้ติดหนึ่งในสามอันดับแรกของการแข่งขันระดับประเทศนั้นสำคัญมาก มันเป็นตัวตัดสินว่าเราจะได้รับการเสนอชื่อเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยหรือไม่ ตอนนี้ฉันอยู่ปีสามแล้ว คงไม่มีโอกาสได้เข้าร่วมการแข่งขันคาราเต้ระดับประเทศอีกต่อไป ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเธอแล้วนะ จิยูกิ"
ในตอนท้าย น้ำเสียงของมิยาชิตะ ฟุมินะแฝงไปด้วยความรู้สึกโดดเดี่ยวและเศร้าหมอง จากนั้นเธอก็มองนักเรียนคางาวะอีกครั้งและพูดอย่างจริงจังว่า "ถ้าผู้ชายคนนั้นยินดีที่จะชี้แนะเธอ ฝีมือของเธอจะก้าวหน้าขึ้นอย่างก้าวกระโดดแน่นอน เธอจะต้องคว้าอันดับหนึ่งในสามในการแข่งขันระดับประเทศมาได้อย่างแน่นอน"
"รุ่นพี่มิยาชิตะ ทำไมรุ่นพี่ถึงเชื่อมั่นขนาดนั้นล่ะคะว่าฝีมือของหนูจะพัฒนาขึ้นมากภายใต้การชี้แนะของครูเฉินเต้า?" คางาวะมองมิยาชิตะ ฟุมินะด้วยความรู้สึกสับสนอย่างหนัก
"เดี๋ยวเธอจะเข้าใจเอง..."
มิยาชิตะ ฟุมินะตอบกลับอย่างเชื่องช้า เธอไม่ได้บอกคางาวะว่า อันที่จริงแล้ว ตั้งแต่ต้นจนจบ แววตาของเฉินเต้าได้บอกเธอทุกอย่างแล้ว เขาไม่ได้มองว่าพวกเธอสองคนเป็นภัยคุกคามเลยแม้แต่น้อย
นั่น... คือเหตุผลหลักที่ทำให้เธอลงมือโจมตีเมื่อครู่นี้ เมื่อเห็นสายตาแบบนั้นของเขา เธอรู้สึกราวกับว่าเขากำลังดูถูกฝีมือของเธออยู่ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่มิยาชิตะ ฟุมินะไม่คาดคิดก็คือ เฉินเต้ามีสิทธิ์อย่างเต็มที่ที่จะคิดว่าพวกเธอไม่ใช่ภัยคุกคาม เพราะเขานั้นแข็งแกร่งจนเกินไปจริงๆ
หลังจากคว้าข้อมือเธอไว้ได้ เฉินเต้าไม่ได้เปิดโอกาสให้เธอได้ตั้งตัวเลยก่อนจะจัดการรวบตัวเธอลง ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อตกอยู่ภายใต้การควบคุมของเขา มิยาชิตะ ฟุมินะกลับสัมผัสได้ถึงความรู้สึกสิ้นหวังอย่างแท้จริง
ดังนั้น มิยาชิตะ ฟุมินะจึงมีเหตุผลทุกประการที่จะเชื่อว่าเฉินเต้าไม่ใช่ผู้ชายธรรมดาๆ อย่างแน่นอน... ตัดภาพมาที่บ้านของเขา ทันทีที่เฉินเต้าเปิดประตูเข้าไป เขาก็ต้องพบกับภาพที่ทำให้เขาแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง ยาสุอิ มายุกะ กำลัง...