เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 10 : ลุกขึ้นมาสิถ้าทำได้(อ่านฟรี)

ตอนที่ 10 : ลุกขึ้นมาสิถ้าทำได้(อ่านฟรี)

ตอนที่ 10 : ลุกขึ้นมาสิถ้าทำได้(อ่านฟรี)


เมื่อไรที่ฟางฉีมีเวลาว่าง เขาจะเข้าเกมเพื่อฝึกซ้อมฆ่าสัตว์ตลาด และเขายังคงต่อสู้กับพวกมันโดยการใช้มีดสั้นเท่านั้น

 

บทเรียนจากความเจ็บปวดและความตายช่วยให้เขา เริ่มคุ้นเคยกับทักษะการต่อสู้ของคริสด้วยการฝึกฝนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตอนนี้เขาสามารถฝึกฝนและเรียนรู้เทคนิคการต่อสู้ของคริสในแต่ละฉากได้อย่างรวดเร็ว และในขณะเดียวกันเขาก็จำได้ว่าการโจมตีของฮันเตอร์แต่ละท่าเป็นเช่นไร!

 

13.00 น

 

หวังใต้เดินเข้ามาด้วยหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส

 

“ฮ่าๆ! นายเดาสิว่าวันนี้ฉันสอบผ่านหรือเปล่า?”

 

“นี่ยังต้องเดาอีกหรอ?” ฟางฉีหัวเราะ “ยิ้มหน้าบานขนาดนั้น!”

 

หวังใต้เป็นคนเขินอาย แต่เขาก็ยังวางฟอร์มเช่นเดิม “ไม่เพียงแค่ผ่านนะ แต่ผ่านไปเลยอ่ะ”

 

เขาค่อยๆวางคริสตัลบนโต๊ะ; ทั้งหมดมี 10 คริสตัล

 

“วันนี้ฉันมาฆ่าซอมบี้!”

 

“คริสตัลมากขนาดนี้นายหามาจากที่ไหน?” ฟางฉีตกใจเมื่อเห็นจำนวนคริสตัลบนโต๊ะ

 

เขารู้ว่าครอบครัวหวังใต้มีรายเฉลี่ยนเท่าไร ถึงพวกเขาจะทำเงินได้ดี แต่สกุลเงินในการใช้เล่นเกมมันเป็นคริสตัล!

 

เจ้าอ้วนนี่จ่ายคริสตัลเมื่อวานหนึ่งโหลและวันนี้อีกสิบ มันเยอะมาก!

 

หวังใต้ยิ้มกว้างให้ฟางฉี “ผลสอบของฉันเป็นที่น่าพอใจ นี่จึงเป็นการสนับสนุนเล็กน้อยของบ้านฉัน ที่ฉันตั้งใจแน่วแน่ว่าจะเป็นนักรบ รู้มั้ยฉันต้องใช้สมุนไพรในการฝึกซ้อมมากเท่าไร?”

 

“นายเอาเงินนั้นมาเล่นเกมใช่มั้ย?”

 

“แน่นอน! ใครจะยอมเจ็บตัวฝึกซ้อมกันละ!” หวังใต้พูดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

ฟังฉีคิดว่าเจ้าอ้วนกำลังฝึกซ้อมจากเครื่อง VR เพราะว่าเขาก็ทำฝึกเช่นนั้นเหมือนกัน

 

หวังใต้หัวเราะอย่างข่มขืน “นี่ฉี นายลดค่าเล่นให้ฉันหน่อยไม่ได้หรอป๋าฉันมีความสุขมากที่ฉันสอบได้ นั้นคือทางที่ฉันจะได้คริสตัลเยอะๆ แต่ถ้านายไม่ลดฉันคงเล่นได้แค่วันละสามหรือสี่ชั่วโมงเท่านั้น”

 

ฟางฉีหยักไหล่ “ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากลด แต่ฉันทำอะไรไม่ได้จริงๆ”

 

“นายมันงก!” เขาถามถึงแม้รู้ว่าจะถูกปฏิเสธ

 

เขารู้ว่าเขามีเวลาแค่ห้าชั่วโมง เขาจึงตั้งหน้าตั้งตาเล่นเกมอย่างฉับพลัน

 

 

ฟางฉีต่อสู้กับเหล่าฮันเตอร์ในเกมอย่างบ้าคลั่งเพื่อทำความคุ้นเคยกับรูปแบบการโจมตีของเหล้านักฆ่าเลือดเย็น

ขณะเดียวกันเขาได้เรียนรู้วิธีการต่อสู้ที่แม่นยำและท่าทางของคริส

 

แม้ว่าจะมีไม่กี่คนที่แวะเวียนเข้ามาใช้บริการอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ถึงอย่างนั้นร้านเขาก็ยังคงมีลูกค้าอยู่เรื่อยๆ

 

คนที่ไปสมัครสอบของสมาคมหลิงหยวนตอนเช้าเช่นเดียวกับเจ้าอ้วนได้สิ้นสุดลงแล้ว

 

“เป็นไปไม่ได้!!!!” เวลานี้ เด็กสาวอายุราว 18-19 ปีเดินออกมาจากสมาคมหลิงหยวน เธอสวมชุดเดรสสี่ม่วงที่ทำอย่างประณีต คิ้วของเธอมีรอยย่น

 

ซูฉีซิน รู้สึกว่าเธอกำลังจะเป็นบ้า! เธอวางแผนว่าจะเข้าสมาคมหลิงหยวน เธอตั้งใจฝึกฝน อย่างหนักแต่แล้วสุดท้ายเธอยังคงล้มเหลวในการเข้าถึงระยะสุดท้ายของการสอบ

 

“เฮ้อออ! ไม่มีหนทางอื่นจริงๆแล้วหรอ?” เธอเป็นกังวลใจ และไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป

 

เธอจึงเดินเล่นไปรอบๆใจกลางเมืองเพื่อคลายเครียด แต่ถึงอย่างไรเธอก็ยังรู้สึกผิดหวังอยู่ดี เมืองจิวหัวถึงแม้จะใหญ่ แต่ก็ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นไปมากกว่าเดิมเป็นเวลาหลายปีแล้วที่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไป

 

ในเมืองนี้ไม่มีอะไรให้ดูเลยและนอกจากนี้เธอยังเป็นผู้หญิงจึงไม่สามารถไปเยี่ยมชม สถานที่ที่ผู้ชายชอบไปเธอจึงตัดสินใจซื้อขนมและเดินเที่ยวรอบๆแทน

 

เธออาศัยอยู่ที่มีมานานจนเธอรู้สึกเบื่อ

 

แต่แล้วตาของเธอก็ไปสะดุดกับป้าย ป้ายหนึ่งที่เขียนว่า ‘ต้นกำเนิด’ เธอสับสนกับชื่อนั้นเล็กน้อยและพึมพำกับตัวเองว่า “ฉันไม่เคยเห็นร้านนี้มาก่อนเลย”

 

‘ต้นกำเนิด’ จุดเริ่มต้นของทุกคนใครนะ มีความกล้าหาญในการตั้งชื่อร้าน

เธออดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าใครกันเป็นเจ้าของและทำไมเขาถึงกล้าที่จะตั้งชื่อแบบนี้

 

เธอผลักประตูเข้าไปในร้านเห็นเครื่องจักรสี่เครื่องที่เธอไม่รู้จักวางอยู่ในร้าน พร้อมชายสามคนนั่งข้างๆ

 

“ใครเป็นเจ้าของ?” เธอเอ่ย

 

ฟางฉีเห็นว่าลูกค้าเข้าร้าน เขจึงต้องออกจากเกมและหันหน้าไปทางหน้าร้าน เขาเห็นซูฉีซินยืนอยู่ตรงประตู หญิงสาววัยรุ่นหน้ารูปไข่คิ้วเข้มขมวด ในชุดกระโปร่งสีม่วงขับผิว มีแววตาเป็นประกาย เขารีบดึงสติ แล้วย้อนถามกลับ “เธออยากรู้ใช่มั้ยว่าร้านของฉันมีไว้ทำอะไร?”

 

“ใช่!” เธอตอบ “ร้านของนายเป็นร้านเล็กๆ แต่ทำไมถึงตั้งชื่อ ‘ต้นกำเนิด’ นายไม่กลัวที่จะถูกวิพากษ์วิจารณ์หรือ?”

 

ฟางฉีไม่ตอบอะไร เขาเพียงแต่เดินไปหยิบชอล์กแล้วเขียนประโยคสองสามประโยคด้านล่างของกระดาน

“ร้านนี้เป็นร้านเกมคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์คืออะไรโปรดสังเกตุจากลูกค้าคนอื่น”

 

ซูฉีซิน สับสนกับสิ่งที่เห็น “เกม?”

 

เธอหัวเราะกับตัวเอง เธออาศัยอยู่ในเมืองจิวหัวมานานมากแล้วแต่เธอก็ไม่เคยเห็นอะไรแปลกๆ แบบนี้ร้านก็ไม่ได้ใหญ่มากมีเกมอะไรให้เธอเล่นบ้าง

 

“น่าจะโอเคแล้ว” ฟางฉีวางชอบ์กแล้วฝุ่นที่มือออก “ทำไมฉันต้องกลัวคำวิพากษ์วิจารณ์? ถ้าไม่มีสิ่งนี้ร้านฉันถูกทุบไปนานแล้ว!”

 

เขาพูดเสริมหน้านิ่ง “ยังไม่มีใครในที่นี้ต้องการทุบร้านของฉันเป็นชิ้นๆเลย!”

 

“ทำไมหยิ่งจังอ่ะ?” ซูฉีซิน รู้สึกประหลาดใจเมื่อเห็นความมั่นใจของเจ้าของร้าน เธอหันกลับไปอ่านที่กระดานอีกครั้งและพูดออกมาว่า “มันแพง”

 

“ไม่นะ!” ฟางฉีตอบ “ไม่เชื่อก็ลองถามพวกเขาสิ!”

 

“ไม่นะ!” เหลียงชีออกจากเกม เมื่อเขาเข้าใจสาระสำคัญของที่นี่เขาจึงหยุดตั้งคำถามและเห็นด้วยว่ามันถูกจริงๆ!

 

เหลียงชีกำลังจะออกจากร้าน เขาเห็นฟางฉีชี้มาทีเขา เขาหันไปหาซูฉีซินแล้วตอบเธอว่า “เธอเป็นนักรบไม่ใช่หรือ ทุกอย่างที่ฉันบอกได้คือ แค่คริสตัลสองก้อนมันราคาถูกจริงๆ ร้านนี้เป็นร้านเวทมนต์!”

 

“จริงหรอ?” ดวงตาของเธอมองเหลียงชีและฟางฉีอย่างสงสัย

 

คริสตัลเจ็ดก้อนมีจำนวนไม่มากนักแต่ถึงอย่างนั้นสำหรับนักรบธรรมดาก็ไม่อาจจ่ายไป หรือแม้แต่นักรบที่มีภูมิหลังยังลังเลที่จะเสีย

 

เมื่อเธอเห็นคริสบนจอ เธอจริงเดินไปรอบๆหวังใต้ ด้วยใบหน้าที่สงสัยแล้วถามว่า “นี่อะไรอ่ะ?”

 

“ที่นี่เธอสามารถมีส่วนร่วมในการต่อสู้” เหลียงชีรู้สึกผิดที่เคยมองร้านนี้ในแง่ร้าย เขาจึงชิงอธิบายก่อนที่ฟังฉีจะพูด “เธอสามารถควบคุมตัวละครในเกมเพื่อต่อสู้กับสัตว์ประหลาดถ้าเธอไม่เชื่อฉันลองดูด้วยตัวเองสิแล้วเธอจะรู้ว่าทำไมฉันถึงบอกว่าที่นี่ไม่แพงเลย”

 

ไม่เพียงแต่เธอไม่ยอมฟัง แต่เธอยังสงสัยเขามากกว่าเดิม เขารู้สึกว่าเธอคิดว่าเขาเป็นลูกค้าปลอมที่ฟางฉีจ้างมา เขารู้สึกผิดจึงเอ่ยออกมาว่า “ฉันไม่พูดดีกว่า เพราะยิ่งพูดยิ่งทำให้เธอคิดว่าฉันมีเจตนาไม่ดี”

 

ฟางฉีหยักไหล่ เขาชี้ไปที่กระดานดำ “ถ้าเธอคิดว่ามันแพงเธอจะไม่ลองก็ได้ แต่ถ้าไม่ลองด้วยตัวเองจะรู้ได้อย่างไร ฉันเป็นเจ้าของร้านจะพูดเพื่อขายของกับลูกค้าอย่างไรก็ได้”

 

ซูฉีซินหัวร้อนมาก เธอพยามเก็บความโกรธแล้วหัวเราะเย้ย “นี่นายพยายามกระตุ้นฉัน?”

 

ฟางชี้โบกมือแล้วกลับไปนั่งเล่นเกมโดยทิ้งให้เธอยืนหัวร้อนอยู่ตรงนั้น

 

“นี่นายหมายความว่ายังไง?” เธอถลึงตาถาม “แล้วแต่เธอน่ะ” ฟางฉีตอบสีหน้าไร้อารมณ์

 

เขาไม่ใช่คนที่จะต้องมาสาบานหรืออ้อนวอนใคร เขาจึงตัดสินใจไล่เธอด้วยวิธีนี้

 

“คุณ!!!” เธอตะโกนเรียกเขา ใบหน้าสวยๆของเธอโกรธจนบอดเบี้ยวไปหมดแล้ว เธอไม่เคยเห็นเจ้าของร้านไหนหยิ่งเหมือนเขา!

 

“เอาล่ะ!” เธอพูดด้วยความเคือง “ถ้าอยากนั้นฉันจะลองดูว่าเกมนี้มันดีอย่างที่นายพูดหรือเปล่า!”

 

ฟางฉีเหล่มองสาวสวยขึ้นลงก่อนจะถามเธอว่า “เธอกลัวผีหรอ?”

 

“นานหมายความว่าอะไร!” เธอสับสนกับคำถามของเขา เขาจึงชี้ไปที่หน้าจอของหวังใต้ที่กำลังต่อสู้กับซอมบี้สองตัว

 

เขาเอ่ยว่า “มีสัตว์ประหลาดทุกชนิดมากมายในเกมถ้าเธอกลัวเธอไม่ควรเล่น”

 

เธอจ้องมองซอมบี้ที่น่ารังเกียจ พวกเขาอยู่ในจอและไม่สามารถออกมากัดเธอได้

เธอตอบอย่างเย้ยหยัน “มีอะไรให้กลัวบ้าง อย่าบอกนะว่านายไม่อยากให้ฉันลอง?”

 

“ก็ดีถ้าเธอไม่กลัว” ฟางฉีจึงเริ่มสอนวิธีการเล่นให้กับเธอ

 

หลังจากนั้นไม่นานฟางฉีก็ได้ยินเสียงกรีดร้อง "ทำไมฉันถึงได้อยู่ในนั้น!?"

 

ที่นี่มันมืดสนิททุกหนทุกแห่งและสภาพแวดล้อมก็กดดันอย่างสุดขีด รวมทั้งการเข้าสู่อีกโลกหนึ่งนั้นแปลกมาก! ราวกับว่าเธอกำลังดูภาพวาดและถูกดูดเข้ามาในทันที!

 

ฟางฉีกล่าวว่า "วิธีออกเขียนอยู่ตรงประตู"

 

"วิธีออกเกม" เธอรู้ว่าบนกระดานหมายถึงอะไร

 

เธอออกจากเกมทันทีและหันกลับมาถามเขาว่า "นายกำลังจะบอกฉันว่าฉันต้องฆ่าสัตว์ประหลาดในนั้นหรอ?"

 

“ไหนเธอบอกว่าไม่กลัวไง?” ฟางฉีมองดูเธออ้ำอึ้ง

 

เธอเป็นนักเรียนอัจฉริยะของสมาคมหลิงหยอน; เธอจะปล่อยให้เจ้าของร้านดูถูกเธอไม่ได้! เธอตอบโต้อย่างรวดเร็วว่า “ฉันไม่กลัวมัน ฉันกำลังมองหาที่ที่จะแสดงทักษะของฉัน!”

 

“เธอไม่ต้องหรอกไม่ว่าเธอจะตายเป็นหมื่นๆครั้งในเกม ก็ไม่มีอะไรขึ้นกับเธอในชีวิตจริงนั้นมันเป็นแค่เกม” ฟางฉีเตือนเธอ

 

"จริงๆนะหรอ?" เธอเริ่มสงบลง เพราะฉากต่อหน้าเธอสมจริงจนเหมือนของจริงมาก

 

"แน่นอน" ฟางฉีกล่าว "ไม่เช่นนั้นร้านฉันคนก็ตายเกลือนน่ะสิ -3-"

 

ธอเห็นตัวละครของวังใต้ตาย เขาเริ่มต้นเกมใหม่อย่างรวดเร็วราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

"นั่นสินะ" เธอถอนหายใจด้วยความโล่งอก มันเป็นเกมจริงๆ!

 

แม้ว่าเธอจะไม่รู้ว่าเกมทำมันได้อย่างไร แต่เป็นโลกที่ลึกลับและคาดเดาไม่ได้ดังนั้นคนธรรมดาจึงไม่สามารถเข้าใจพลังของพวกเขาได้

 

เธอทำตามคำแนะนำของ ฟางฉีและกลับเข้าสู่เกม

มีตัวเลือกสองตัวโผล่ออกมาตรงหน้าเธอ:

 

[1 จิลล์]

 

[2 ฉันเป็นตัวแทนพิเศษของทีมอัลฟ่า]

 

"ฉันเข้าใจแล้วผู้เล่นหญิงเท่านั้นที่สามารถเลือกจิลได้" ในที่สุดฟางฉีก็เข้าใจว่ามันเป็นยังไง ในเกมดั้งเดิมผู้เล่นสามารถเลือกระหว่างคริสกับจิลล์ แต่ในการสร้างเกมขึ้นใหม่ครั้งนี้พวกเขาทำไม่ได้เพราะระบบแยกเพศของผู้เล่น

 

จิลล์ถือปืนตั้งแต่แรกซึ่งแตกต่างจากคริสที่เริ่มด้วยมีดสั้น หลังจากเลือกจิลแล้ว ซูฉีซินก็ได้ความรู้เกี่ยวกับปืนของจิลล์ อย่างไรก็ตามเธอออกมาเพื่อระบายความโกรธของเธอ

 

เธอเลือกจิลล์เธอรู้วิธีใช้ปืน เธอไม่จำเป็นต้องกลัวหรือกังวลอีก

 

ในไม่ช้าเธอก็เริ่มค้นหาคนในคฤหาสน์ขึ้นและลง

 

แสงในทางเดินมืดสลัว; หลังจากเปิดมุมเธอเห็นคนนั่งยอง ๆ ที่นั่น

 

"นี่อาจเป็นเพื่อนร่วมทีมที่หายไป" เธออุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ “เกมนี่ง่ายจริงๆ”

เธอจึงรีบเดินไปที่ 'เพื่อนร่วมทีม' และตบเขาที่ไหล่ "ฉันมาที่นี่เพื่อช่วยชีวิตคุณมากับฉันสิ!"

 

ทันใดนั้น 'เพื่อนร่วมทีม' ก็หันกลับมาอย่างช้า ๆ เผยให้เห็นใบหน้าอันซีดและเน่าเฝะมีเลือดและเนื้ออยู่ที่มุมปาก!

 

เธอจะไม่กลัวเลยหากเธอเตรียมตัวเตรียมใจมากพร้อม อย่างไรก็ตามบุคคลที่ ซูฉีซินคิดว่าเป็นผู้รอดชีวิตนั้น คือผีดิบกินเลือดและรอสังหาร! เธอตกใจกลัวจนไม่สามารถเก็บอารมณ์ไว้ได้

"อ๊าาาาาา!" ซูฉีซินผู้กล้าหาญเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหันหลังกลับและวิ่งหนีไป ใบหน้าของเธอซีดเผือกด้วยความกลัว!

 

ไหนว่าไม่กลัวไง" ฟังฉีหัวเราะ

 

ซูฉีซินเพิ่งรู้ว่าสัตว์ประหลาดพวกนี้เป็นสัตว์ที่เธอคิดว่า 'อ่อนแอ'

 

เธอดึงสติกลับมาแล้วเอ่ยถามอย่างกวนๆว่า "ใครบอกว่าฉันกลัว?"

 

ซอมบี้เดินช้า ซูฉีซินจึงมั่นใจว่าสัตว์ประหลาดตัวนี้ไม่น่ากลัวเท่าไรนัก เธอจึงเริ่มต่อสู้ด้วยกานยิ่งซ้ำๆ และในไม่ช้าซอมบี้ก็ล้มลง

 

เธอก็พูดอย่างภูมิใจ "ดูสิมีอะไรให้กลัวบ้าง?"

 

เธอก็เดินไปที่ซอมบี้และกระทืบมันระบายความอึดอัดในใจราวกับว่าเธอกำลังโกรธแค้นมันที่มันทำให้เธอดูอ่อน

 

"ลุกขึ้นมาทำให้ฉันตกใจอีกสิ ถ้าทำได้!" เธอตะโกน

จบบทที่ ตอนที่ 10 : ลุกขึ้นมาสิถ้าทำได้(อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว