- หน้าแรก
- สืบทอดกิจการหนี้สามสิบล้าน สู่แหล่งท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของโลก
- ติดหนี้สามสิบล้าน 110 ความสุขคูณสอง
ติดหนี้สามสิบล้าน 110 ความสุขคูณสอง
ติดหนี้สามสิบล้าน 110 ความสุขคูณสอง
ติดหนี้สามสิบล้าน 110 ความสุขคูณสอง
ปลายเดือนพฤษภาคม ทะเลสาบลั่วเซียนในยามดึกสงัดยังคงมีความหนาวเย็นอยู่บ้าง
เนื่องจากเป็นการมาครั้งแรก ทุกคนจึงยังไม่แน่ใจว่ามีปลาหรือไม่ ตรงไหนมีปลา และตรงไหนตกปลาได้ดี
ดังนั้นในวันแรก คนกลุ่มนี้จึงเป็นมิตรกันมาก พวกเขานั่งลงพูดคุยกัน
คันเบ็ดถูกตั้งเรียงรายเป็นแถว
บางคนเตรียมเหยื่อขนาดเล็กใหญ่ บางคนก็กำลังตรวจสอบคันเบ็ดและสายเอ็น
ยังมีบางคนลุกขึ้นยืน เดินไปมาเพื่อสังเกตการณ์ จากนั้นก็กลับมาท่ามกลางฝูงชนแล้วพยักหน้าอย่างหนักแน่น
“ดูเหมือนว่าที่นี่จะเป็นทะเลสาบตามธรรมชาติจริง ๆ แฮะ!”
แม้หลายคนจะมาถึงแล้ว แต่ตอนแรกก็ยังมาด้วยความรู้สึกสงสัย
ประกอบกับมีเพื่อนนักตกปลามาด้วยกันมากมาย ทุกคนจึงคิดแค่ว่าออกมาเที่ยวเล่นด้วยกัน เลยชวนกันออกมา
คิดเสียว่าต่อให้ถูกหลอก เป็นแค่บ่อตกปลาเถื่อน (บ่อปลาที่ชาวบ้านเปิดให้ตกปลาแบบเสียเงิน) ก็ยอมรับได้
แต่ตอนนี้เมื่อนักตกปลาเฒ่าที่อายุมากที่สุดและมากประสบการณ์ที่สุดพูดเช่นนี้ คนกลุ่มนี้ก็วางใจลงทันที
“จริงเหรอ” เฉิงหู่ขยับเข้ามาใกล้ มองดูผู้ดูแลกลุ่มของพวกเขา แล้วกระซิบเสียงเบาอย่างมีเลศนัย
“ลุงเจี้ยนกั๋ว ครั้งก่อนที่ผมมา ได้ยินพนักงานที่นี่บอกว่า เมื่อก่อนเคยมีคนตกปลาตัวใหญ่ยาวกว่า 1 เมตรได้ ลุงคิดว่าเป็นเรื่องจริงหรือหลอก”
เจี้ยนกั๋วลูบเครา เคี้ยวหมากในปากเสียงดังกร้วม ๆ มองดูผิวน้ำราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
“นายเคยบอกไม่ใช่เหรอว่าทะเลสาบนี้ลึกเฉลี่ย 6 เมตร ถ้าเป็นทะเลสาบระบบนิเวศดั้งเดิมที่ลึกขนาดนี้ ก็ไม่แน่ว่าอาจจะมีปลาตัวใหญ่ขนาดนั้นอยู่จริง ๆ!” เขาบุ้ยปากให้เฉิงหู่มองไปไกล ๆ
“ข่าวที่นายพูดในกลุ่มไม่รู้ว่าคนอื่นรู้ได้ยังไง คนนั้นก็น่าจะเป็นหนึ่งในนั้น อุตส่าห์พกคันเบ็ดตกปลาใหญ่มาโดยเฉพาะ... หึ! ดูมั่นใจดีนี่!”
เฉิงหู่ยักไหล่ เขาไม่สนเรื่องนั้นหรอก เขาสนใจเรื่องอื่นมากกว่า
“เถ้าแก่ที่นี่บอกแล้วว่า นอกจากปลาสงวนแล้ว ตัวอื่นเอากลับไปได้หมด ปลาป่าในทะเลสาบพวกนี้ไม่เคยเห็นเหยื่อกับเบ็ดมาก่อน แบบนี้ตกยังไงก็ติดไม่ใช่เหรอ เขาไม่กลัวขาดทุนหรือไง”
เจี้ยนกั๋วส่ายหน้า ตวัดคันเบ็ด ผิวน้ำที่อยู่ไกลออกไปเกิดระลอกคลื่น ก่อนจะกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง
“ตกปลาธรรมชาติน่ะยากกว่า พื้นที่แถวนี้พวกเราไม่คุ้นเคย แค่จับทางก็ต้องใช้เวลาแล้ว ปลาแก่ ๆ น่ะฉลาดทั้งนั้น ถ้านายอยากตกปลาตัวใหญ่ ก็ต้องดูว่ามันยอมฮุบเหยื่อหรือเปล่าล่ะนะ~”
“ตกปลาเถอะ!”
ลุงเจี้ยนกั๋วเงียบลง ไม่พูดอะไรอีก
เฉิงหู่เองก็หดหัวกลับไป เริ่มสังเกตการณ์อย่างจริงจัง
การตกปลา สิ่งที่ทดสอบมากที่สุดก็คือความอดทน
นอกเหนือจากนั้น ความละเอียดรอบคอบและการสังเกต ก็ขาดไม่ได้เช่นกัน
เฉิงหู่เคยเห็นก้นน้ำแล้ว ข้างล่างมีปลาอยู่จริง ๆ แต่จะตกขึ้นมาได้หรือไม่ ก็ต้องพึ่งฝีมือของแต่ละคนแล้ว!
เวลาผ่านไปทีละนิด
ท้องฟ้าก็เปลี่ยนจากสีดำสนิทเป็นสีน้ำเงินเข้ม
พร้อมกับฟองอากาศแรกที่ผุดขึ้นมาทำลายความเงียบของผิวน้ำ มีคนกดเสียงต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความตื่นเต้น
“มีปลาจริง ๆ ด้วย!”
“ฮุบเหยื่อแล้ว!”
จอมคลั่งอ่อยเหยื่อลุกพรวดขึ้นมา เปิดฝาถังข้าง ๆ แล้วเริ่มระดมสาดเหยื่อลงไปในทะเลสาบลั่วเซียนอย่างบ้าคลั่ง
ฉันจะสาด!!
การกระทำแบบเดียวกันเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง บรรดาคุณลุงคุณตาที่กำลังตกปลาอย่างเงียบ ๆ คนอื่นพากันขยับก้น
หนวกหูจริง
สวี่จิ้งเป็นห่วงเขตตกปลา ดึกดื่นค่อนคืนก็ยังไม่นอน นอนคว่ำดูหน้าจอวงจรปิดพลางหัวเราะพรืด ๆ
ทะเลสาบลั่วเซียนแน่นอนว่าเป็นสิ่งที่เขาเติมเต็มผ่านระบบ แต่ที่นั่นเดิมทีก็มีน้ำอยู่แล้ว ใต้พื้นที่ชุ่มน้ำโคลนตมก็มีปลาอยู่แต่แรกแล้วเหมือนกัน
ประกอบกับปลาที่แลกเปลี่ยนมาในราคาถูกกับระบบ ต่อให้ปล่อยให้พวกเขาตก อีกพักใหญ่ก็คงตกไม่หมดหรอก
ยิ่งไปกว่านั้น การตกปลาอย่างถูกวิธี มีแต่จะช่วยส่งเสริมให้ปลาในทะเลสาบมีชีวิตชีวาและแข็งแรงมากขึ้น
ส่วนที่เขาไม่ยอมหลับยอมนอนตอนกลางคืนเพื่อดูวงจรปิด จุดประสงค์หลักก็คืออยากจะดูว่า สรุปแล้วใครจะตกปลาขึ้นมาได้ก่อนเป็นคนแรก และอยากดูสรรพคุณของอุปกรณ์ตกปลานั่นด้วย
“มาแล้ว!”
พี่ชายเสื้อกั๊กสีเขียวที่นั่งอยู่ในซอกหินใหญ่มีสีหน้าตื่นตะลึง กำคันเบ็ดไว้แน่น
“นายตกปลาได้แล้วเหรอ!”
เขามองดูพี่ชายเสื้อกั๊กสีเขียวที่หน้าดำหน้าแดง ยื้อยุดอยู่นานก็ยังดึงขึ้นมาไม่ได้ จู่ ๆ ดวงตาก็เป็นประกาย ร้องตะโกนเสียงเบา
“เวรเอ๊ย! ตัวใหญ่ซะด้วย!”
ตัวใหญ่เหรอ
เสียงร้องตะโกน ทำให้รอบกายของพี่ชายเสื้อกั๊กสีเขียวมีคนมาล้อมวงในทันที
เฮ้!
จุดตกปลาใหม่คันเบ็ดแรก ก็ได้ปลาตัวใหญ่เลยเหรอ
นักตกปลาที่พกคันเบ็ดตกปลาใหญ่มาด้วย เหลือบมองคันเบ็ดของพี่ชายเสื้อกั๊กสีเขียว แล้วแค่นหัวเราะเย็นชา
เตรียมตัวมาไม่ดีพอ ต่อให้มีปลาตัวใหญ่ก็ตกขึ้นมาไม่ได้หรอก!
เป็นอย่างที่คิด
พี่ชายเสื้อกั๊กสีเขียวกัดฟันยืนหยัดอยู่ครู่หนึ่ง ร่างกายก็โอนเอน สายเอ็นที่น่าสงสารก็แกว่งกลับมา
“หนีไปแล้ว!”
บ้าเอ๊ย!
คนคนนั้นถ่มน้ำลาย แต่ก็รีบยิ้มแล้วปรับคันเบ็ดเกี่ยวเหยื่อต่อไปทันที
ล้อเล่นน่า!
หนีไปแล้วเหรอ หนีไปแล้วมันก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่หรือไง!
แต่ปลาตัวนี้กลับบอกให้ทุกคนรู้ว่า
ทะเลสาบแห่งนี้! มีปลาอยู่จริง ๆ!
แถมยังเป็นปลาตัวใหญ่อีกด้วย!!
เขาเหลือบมองทุกคน แล้วฉีกยิ้มกว้าง
รีบตกปลาเข้าสิ! ยังจะมัวอึ้งอะไรอยู่อีก!!
————
ปฏิบัติการตกปลาดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยภายใต้ท้องฟ้าที่ค่อย ๆ สว่างขึ้น
อีกด้านหนึ่ง หลังจากฟ้าสว่างเต็มที่ เวลาเก้าโมงครึ่งตรง ประตูใหญ่ทั้งสองบานของภูเขาว่านหยวน ก็เต็มไปด้วยผู้คนมารวมตัวกันแล้ว
จ้าวต้าเสวียนั่งอยู่ในห้องจำหน่ายตั๋วแห่งใหม่เอี่ยม มองดูเพื่อนร่วมงานใหม่สองคนที่กำลังต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่อยู่ข้าง ๆ ความรู้สึกรับผิดชอบก็พลุ่งพล่านขึ้นมาทันที
“ไม่เป็นไร ไม่ต้องตื่นเต้น! พวกเธอแค่ยิ้มแล้วยื่นมือรับเงิน ยกมือสแกนคิวอาร์โค้ด วางมือออกตั๋วก็พอ สุดท้ายก็พูดว่ายินดีต้อนรับด้วย!”
เขายืดอกเชิดหน้า มองดูฝูงชนมืดฟ้ามัวดินที่อยู่นอกประตูอย่างไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย
เด็กสาวสองคนที่อยู่ข้าง ๆ ถึงกับอึ้งไปแล้ว
ในฐานะพนักงานขายตั๋วที่เพิ่งรับเข้ามาใหม่ พวกเธอเคยเห็นฉากแบบนี้ที่ไหนกัน
ก่อนจะมา ผู้อำนวยการตลาดแรงงานของอำเภอยังตบไหล่พวกเธอแล้วพูดอย่างจริงจังว่า
[ภูเขาว่านหยวนคือความหวังใหม่ของอำเภอชิงซานของพวกเรา! การที่พวกเธอถูกเลือก! ถือว่าโชคดีมากจริง ๆ! ต้องตั้งใจทำงานให้ดีนะ! บริการนักท่องเที่ยวให้ดี...]
ตอนนั้นพวกเธอยังรู้สึกไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่
ยังไงซะก็เป็นแหล่งท่องเที่ยว พวกเธอแค่ขายตั๋วเท่านั้น จะยุ่งสักแค่ไหนกันเชียว
จะยุ่งเท่ากับคุณป้าที่แย่งกันซื้อไข่ไก่ตอนซูเปอร์มาร์เก็ตเปิดตอนเช้าได้ยังไงกัน!
แต่...
แม้ตรงหน้าจะเป็นระเบียบเรียบร้อย แต่แถวยาวเหยียดที่มองไม่เห็นปลายทาง ก็ได้ให้บทเรียนราคาแพงแก่พวกเธอแล้ว
ตั้งแต่เก้าโมงครึ่งตอนเช้าจนถึงเที่ยงตรง พวกเธอไม่มีเวลาแม้แต่จะจิบน้ำเลยด้วยซ้ำ!
ได้ยินมาว่าคนฝั่งพวกเธอยังถือว่าน้อย ประตูข้างฝั่งสะพานใหญ่ตรงนั้น คนล้นทะลักไปแล้ว
นายอำเภอถึงกับต้องนำทีมออกมาดูแลความสงบเรียบร้อยอีกครั้ง
ในเวลาเพียงไม่ถึงสามชั่วโมง จำนวนคนเข้าชมภูเขาว่านหยวนทั้งหมด ทะลุ 2,100 กว่าคนแล้ว
ในจำนวนนี้เป็นเพราะท่าเรือดอกท้อต้องจำกัดจำนวนคน ความคืบหน้าจึงช้าไปบ้าง ไม่อย่างนั้นตอนนี้คงทะลุ 2,500 คนไปตั้งนานแล้ว
แต่นักท่องเที่ยวที่เข้ามาในครั้งนี้ ในที่สุดก็ค้นพบความสมจริงของการตะลุยด่านที่ท่าเรือดอกท้อแล้ว
“บ้าเอ๊ย! พวกเราต่อบทกวีไม่ถูก... เขาก็ไม่ให้พวกเราดูการแสดงบทกวีจริง ๆ ด้วย!”
“เลิกด่าได้แล้วน่า อย่างน้อยพวกเราก็ได้ดูการแสดงร้องรำทำเพลง ได้ยินมาว่ายังมีอีกกลุ่ม พวกเขาได้ดูแค่บทกวี จากนั้นประตูก็ปิดลง แล้วอวิ๋นนูก็ไล่พวกเขาออกไปเลย ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!!!”
“หา จริงหรือหลอกเนี่ย!”
นักท่องเที่ยวที่เพิ่งจะรู้สึกเสียดายเมื่อครู่ รู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที
แถวข้าง ๆ ในกลุ่มคนที่ได้ฟังแค่การท่องบทกวี จู้โส่วโกรธจนอยากจะปากล้องทิ้ง
ไอ้พวกตัวซวยเอ๊ย!!
ถึงกับหาดนตรีไม่ครบด้วยซ้ำ! ภาพวาดก็ยังไม่เข้าใจ ทำให้พวกเขาได้ดูแค่ฉากเดียว... รู้อย่างนี้เขาตามผิงผิงไปฝั่งตรงข้ามก็ดี ฮือฮือฮือ
ผิงผิงที่อยู่ฝั่งตรงข้ามฉีกยิ้ม แต่สายตากลับมองไปยังแถวตรงกลางด้วยความอิจฉายิ่งกว่า
วันนั้นพวกเขานั่งอยู่ตรงกลาง ตั้งใจดูการแสดงมากเกินไป จนไม่ได้สังเกตว่ารอบป่าท้อที่เจ้าอารามร่ายรำกระบี่นั้น มีห้องหับหรูหราสามห้องล้อมรอบอยู่
ตอนนั้นพวกเขานั่งอยู่ด้านหน้า ด้านซ้ายและด้านขวาก็มีห้องด้านข้างฝั่งละห้อง
ครั้งนี้ มีเพียงกลุ่มที่หาของครบทั้งหมดเท่านั้นที่ได้นั่งห้องหลัก และได้ดูการแสดงทั้งหมด
พวกเขา... ก็เป็นแค่ห้องด้านข้างที่มีสถานะต่ำต้อยเท่านั้นแหละ...
ผิงผิงถอนหายใจด้วยความคับข้องใจ
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะบทเพลงอารามดอกท้อเริ่มแพร่กระจายบนอินเทอร์เน็ตแล้วหรือเปล่า โดยเฉพาะวิดีโอที่เจ้าอ้วนจู้โส่วโพสต์ลงไป
[หากคุณเปิดวิดีโอนี้ในวันที่ 31 ธันวาคม เวลา 23:57:11 น. คุณจะได้ชนแก้วกับเจ้าอารามดอกท้อ และก้าวเข้าสู่ปีใหม่ไปด้วยกัน...]
พอวิดีโอนี้โด่งดังขึ้นมา รอยยิ้มชูจอกสุราของเจ้าอารามดอกท้อก็ถูกแคปไปทำเป็นมีม แพร่กระจายไปทั่วทุกสารทิศ
ทำเอาพวกเขากลุ่มคนที่ตอนนั้นรู้สึกตื่นตาตื่นใจและประทับใจมาก พอตอนหลังมาเห็นใบหน้าของเจ้าอารามดอกท้ออีกครั้ง ก็รู้สึกอยากหัวเราะขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
แต่นี่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ประเด็นคือในภารกิจตามหาบทกวีครั้งนี้ พวกเขาไม่ได้เห็นบทกวีบทนี้อีกเลย!
เดิมทีคิดว่าจะมีตัวช่วยการันตี เป็นภารกิจที่ทำสำเร็จได้ง่าย ๆ แต่กลับยื้อเวลาพวกเขาไปตั้งนาน
ส่วนอีกกลุ่มที่ตามหาดนตรี พอได้ยินเพลงเศร้าที่ไม่คุ้นเคยเลย ก็ยิ่งงุนงงหนักเข้าไปอีก
จากนั้นก็คือเส้นทางภาพวาด
ภาพวาดที่มีหมายเลขกำกับในครั้งนี้ เป็นภาพวาดใหม่เอี่ยม จุดเด่นบนนั้นก็หาไม่ง่ายอีกต่อไป ทำให้พวกเขาต่อไม่สำเร็จเลยด้วยซ้ำ แม้แต่ทางลับก็ไม่ได้เข้า ถูกเด็กรับใช้พาไปที่ห้องด้านข้างโดยตรง
ส่วนผู้โชคดีที่อยู่ตรงกลางน่ะเหรอ...
ทุกคนกอดคอกันเดินออกไป เพื่อเคลียร์พื้นที่ให้นักท่องเที่ยวที่มาใหม่
โจวพั่วและเพื่อนสมัยเด็กเงียบไป คอตกหมดอาลัยตายอยาก ขอบตาแดงก่ำ
ส่วนจ้าวเยียนหรานก็เดินอยู่ด้านหลัง ถูกเมิ่งจั๋วจูงมือไว้ น้ำตาร่วงเผาะ ๆ
“เฮ้อ... เลิกกรู้องไห้ได้แล้ว นั่นมันการแสดงนะ...”
ผมสีแดงของเมิ่งจั๋วถูกรวบไว้ด้านหนึ่ง โอบจ้าวเยียนหรานไว้ข้างกาย ขอบตาก็แดงเล็กน้อยเช่นกัน
“ไม่ใช่การแสดงสักหน่อย ฮือฮือฮือ...” จ้าวเยียนหรานเงยหน้าขึ้น ร้องไห้กระซิก ๆ ด้วยขอบตาที่ดำเป็นหมีแพนด้า “บทกวีนั่น... ฉันนึกว่าเป็นบทกวีพรรณนาความรักลึกซึ้ง ที่พูดถึงคนรักของเจ้าอารามซะอีก...”
บทกวีนั่น...
เมิ่งจั๋วขมวดคิ้ว
พิรุณสาดซัดสาลี่ประตูปิดสนิท ทอดทิ้งวัยเยาว์ สูญสิ้นวัยเยาว์
เรื่องน่ายินดีชื่นใจจะถกกับผู้ใด ใต้บุปผาตรอมตรม ใต้จันทราตรอมตรม
ความเศร้าสุมหว่างคิ้วขมวดมุ่นทั้งวัน รอยน้ำตาพันหยด รอยน้ำตาหมื่นหยด
รุ่งสางมองสีฟ้าพลบค่ำมองเมฆา เดินก็คิดถึงท่าน นั่งก็คิดถึงท่าน...
เธอเองก็คิดว่า นี่คือบทกวีพรรณนาความรักอันแสนหวาน
แต่ตอนหลัง เจ้าอารามคนนั้นดื่มสุราอย่างบ้าคลั่งไปสามกา เสื้อผ้าหลุดลุ่ย สะบัดแขนเสื้อร่ายรำ... ภายใต้เสียงดนตรีอันแสนเศร้า เสียงร้องอันโศกสลดของอินเหนียงที่ขับขานออกมา
กลับกลายเป็นเรื่องราวของคนที่สูญเสียทั้งพ่อแม่ สูญเสียทั้งภรรยาและลูกตั้งแต่อายุยังน้อย ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวและเลือนหายไป...
คนที่มีพรสวรรค์ขนาดนี้...
“ฮือฮือฮือ! น่าสงสารเกินไปแล้ว!!!”
เสียงร้องไห้โหยหวนของจ้าวเยียนหราน ทำให้ทุกคนกลั้นอารมณ์ไม่อยู่ ร้องไห้ออกมาพร้อมกันทันที
ผิงผิงเองก็รู้สึกเศร้า หันหน้าไปเช็ดน้ำตาที่หางตา
ทุกคนส่งเสียงร้องไห้ระงม เจ้าอ้วนที่ทำสำเร็จแค่ภารกิจเส้นทางกวี และได้ดูการแสดงแค่ตอนต้นถึงกับงุนงง
ทำไมถึงร้องไห้กันล่ะ!!
ร้องไห้ทำไมกัน!!
บ้าเอ๊ย!
สรุปแล้วพวกเขาไปเห็นอะไรมาเนี่ย!!
เขาเองก็อยากดูเหมือนกันนะเว้ย!!!
กลุ่มคนพากันงุนงงบวกกับโศกเศร้า เดินจากไปทางถนนสายเล็กด้านหลังอารามดอกท้อ
คนที่มาใหม่ไม่รู้อะไรเลย ยิ้มแฉ่งเดินเข้าไปข้างใน
ในที่สุดก็ถึงตาพวกเขาแล้ว!
บทเพลงอารามดอกท้อบนอินเทอร์เน็ต พวกเขาดูจนภาพเบลอหมดแล้ว! แทบจะร้องตามได้แล้วเนี่ย!
ครั้งนี้!
พวกเขาจะได้ท่องบทกวีและร่ายรำไปพร้อมกับเจ้าอาราม!
。:.゚ヽ(*´∀`)ノ゚.:。
เจ้าอาราม~ พวกเรามาแล้ว~~