- หน้าแรก
- สืบทอดกิจการหนี้สามสิบล้าน สู่แหล่งท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของโลก
- ติดหนี้สามสิบล้าน 090 เส้นทางกวี
ติดหนี้สามสิบล้าน 090 เส้นทางกวี
ติดหนี้สามสิบล้าน 090 เส้นทางกวี
ติดหนี้สามสิบล้าน 090 เส้นทางกวี
กวี ภาพวาด เสียงเพลง ร่ายรำ
ภารกิจรองทั้งสี่สาย ทำให้ฝูงชนแยกย้ายกันไปโดยตรง
เสี่ยวหลี่เดินตามหลังเฉิ่นจวง พอเห็นตาเฒ่านั่นหยิบป้าย [กวี] ขึ้นมา เขาก็รีบก้าวไปข้างหน้าแล้วหยิบขึ้นมาอันหนึ่งอย่างรวดเร็ว
“อ๊ะ! พี่... เฉิ่น! ผมเผลอหยิบผิดน่ะ!”
เสี่ยวหลี่ถือป้าย [เสียงเพลง] รอยยิ้มไม่มีท่าทีสำนึกผิดเลยแม้แต่น้อย “น้องชาย ยังเปลี่ยนได้ไหม”
เด็กรับใช้ยังคงมีรอยยิ้ม แต่ส่ายหน้า เป็นเชิงบอกให้เขารีบเข้าไป
“เฮ้อ! เสียดาย! น่าเสียดายจริง ๆ!”
เสี่ยวหลี่รีบเก็บป้ายเข้ากระเป๋า ทำหน้าถอนหายใจแล้วสับตีนแตกวิ่งหนีไปทันที
ล้อเล่นหรือไง!
คนแก่เท่านั้นแหละที่ชอบกวีชอบภาพวาดอะไรพวกนั้น ส่วนเขาย่อมต้องไปฟังเพลงอยู่แล้ว!
เขาวิ่งหายวับไปในพริบตา เฉิ่นจวงโกรธจนฟันแทบหักแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ทำได้เพียงหันหลังเดินเข้าไป
จู้โส่วที่อยู่ด้านหลังคิดทบทวน ในเมื่อต้องทำภารกิจ ก็ต้องเลือกสิ่งที่ตัวเองถนัดสิ
กวีและภาพวาดมันศิลปะเกินไป เขาไม่เข้าใจเลยสักนิด
เต้นรำเหรอ?
มองดูเนื้อก้อนโตหนัก 200 จินบนตัวเขา เกรงว่าคงไม่มีวาสนาต่อกันแล้ว
มีเพียง [เสียงเพลง] ตัดต่อวิดีโอมาเยอะ เขายังพอมีความรู้เรื่องดนตรีต่าง ๆ อยู่บ้าง
ไม่ลังเลอีกต่อไป เขาแยกทางกับผิงผิงที่เลือก [กวี] แล้วถือป้าย [เสียงเพลง] เดินเข้าไป
ส่วนสามคนของโจวพั่วนั้น ขอโทษทีนะ
พวกเขาเป็นทายาทเศรษฐีรุ่นสอง พวกเขายอมรับ
ทั้งสามคนหัวเราะแหะ ๆ ถือป้าย [ร่ายรำ] เดินเข้าไปด้วยท่าทางลอยชาย
พี่น้องที่ดี สหายเก่าแก่!
————
เมื่อเข้าไปในอาราม สิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตาคือกำแพงบังตาสไตล์โบราณ ด้านบนสลักลวดลายวิจิตรพิสดารเป็นภาพวาดทิวทัศน์โซ่วกง
ส่วนด้านซ้ายและขวา มีป้ายไม้แขวนอยู่ฝั่งละสองอัน
กวีและภาพวาดไปทางซ้าย เสียงเพลงและร่ายรำไปทางขวา
ผิงผิงและจิตรกรน้อยเดินตามกันไปอยู่หน้าสุด สิ่งที่เห็นคือระเบียงทางเดินทอดยาว
ขณะเดินผ่านไป เสียงลมพัดแผ่วเบาดังแว่วมา ภายในหน้าต่างฉลุลายริมระเบียง ทิวทัศน์เปลี่ยนไปตามทุกย่างก้าว สามารถมองเห็นทิวทัศน์อันงดงามตระการตาที่ซ่อนตัวอยู่รำไรในลานกว้างนั้นได้
เมื่อเดินออกจากระเบียงเข้าสู่ลานกว้าง ลานกว้างสี่เหลี่ยมก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าพวกเขาทั้งหมด
นักท่องเที่ยวสายเสียงเพลงและร่ายรำที่แยกตัวไปก่อนหน้านี้ ไม่เห็นวี่แววแล้ว
ในบรรดาลานกว้างหลายแห่งตรงหน้า ประตูใหญ่ล้วนเปิดกว้าง เด็กรับใช้หลายคนยืนอยู่หน้าประตู มองดูทุกคนด้วยรอยยิ้มแย้มแจ่มใส
“ฉันไปก่อนนะ!”
ผิงผิงก้าวไปข้างหน้า เด็กรับใช้ก็พูดด้วยความเคารพทันที “ห้องโถงนี้ อนุญาตให้เฉพาะแขกที่มีป้าย [กวี] เข้าไปเท่านั้น”
งั้นก็ไม่ผิดแน่!
ผิงผิงขยิบตาให้ผู้คนด้านหลัง จากนั้นก็ก้าวเข้าไป หายลับไปในบานประตู
ให้ตายเถอะ!
ที่แท้ก็ต้องหาพื้นที่ภารกิจของตัวเองนี่เอง
ทุกคนหัวเราะฮือฮา แล้วแยกย้ายกันทันที
ในลานกว้างทั้งสี่แห่ง สองแห่งคือกวี สองแห่งคือภาพวาด
เฉิ่นจวงหรี่ตา แล้วรีบเดินตามผิงผิงเข้าไปทันที
ยัยหนูคนนี้กล้าหาญและรอบคอบ ตามเธอไปน่าจะเล่นได้สนุกกว่า!
เมื่อไม่มีคนเข้าไปในห้องแล้ว เด็กรับใช้ที่ยืนอยู่หน้าประตูก็พูดด้วยน้ำเสียงสดใส
“ที่นี่คือสถานที่อ่านหนังสือยามเช้าของเจ้าอาราม บางครั้งเมื่อเกิดแรงบันดาลใจ ก็จะแต่งบทกวีไว้สองสามประโยค”
เขาทำท่าทางเหมือนผิดหวัง
“น่าเสียดายที่บทกวีของเจ้าอารามกระจัดกระจายไปอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ พวกเราก็อ่านหนังสือไม่ออก หาไม่เจอจริง ๆ ...”
ทุกคนฟังเขาพูด “เงื่อนไขเบื้องต้น” อย่างเงียบ ๆ จากนั้นก็เห็นเด็กรับใช้โค้งคำนับ แล้วเอ่ยปากอย่างเป็นทางการ
“ในอารามมีห้องอยู่หลายห้อง บทกวีของเจ้าอารามมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง พวกเราต้องการให้แขกผู้มีวาสนาทุกท่าน ค้นหาประโยคกวีที่กระจัดกระจาย แล้วนำมาเรียงลำดับ ต่อกันเป็นบทกวีที่สมบูรณ์หนึ่งบท”
“บทกวีมีมากมาย ขอเพียงต่อสำเร็จหนึ่งบท ก็จะได้รับ [สิทธิ์ในการเข้าพบ]”
ให้ตายเถอะ!
ผิงผิงค้นพบจุดสำคัญทันที!
“เพราะงั้น บทกวีที่ต่อเสร็จนี้ ไม่จำเป็นต้องเป็นคนเดียวที่ได้มาใช่ไหม”
?
ทุกคนหันขวับมามองทันที เด็กรับใช้ยืนอยู่ตรงนั้น มองทุกคนด้วยรอยยิ้มที่คล้ายจะไม่ใช่รอยยิ้ม จากนั้นก็หันหลังเดินออกจากประตูไป
เวรเอ๊ย!
ทุกคนหลุดหัวเราะออกมาทันที!
นี่มันภารกิจกลุ่มชัด ๆ!!
ผิงผิงรีบพูดเสียงดังทันที!
“พวกเรามาลงมือด้วยกันเถอะ!! หากระดาษโน้ตในห้องหนังสือนี่ หรือว่าจะเป็น... รอยสลัก? สติกเกอร์? โอ๊ย! เอาเป็นว่าขอแค่ทุกคนเห็นตัวหนังสือที่รู้สึกว่าใช่ พวกเราก็ถ่ายรูปเก็บไว้ หรือไม่ก็รวบรวมมา!”
“คนที่เลือก [กวี] ก็มีไม่เยอะ...” ผิงผิงกวาดตามอง มีแค่ประมาณ 20 คนเท่านั้น
“ทุกคนเห็นกระดาษโน้ตที่เหมือนกัน ก็อย่าเพิ่งถอดใจนะ!”
เฉิ่นจวงเลิกคิ้ว ดูเหมือนว่าแม่หนูคนนี้จะรู้ตัวแล้ว
“เด็กรับใช้คนนั้นบอกแล้วว่า พวกเรายังต้องเรียงลำดับบทกวีให้ถูกต้อง ถึงจะผ่านด่านได้!”
“แต่ละคนมีโอกาสแค่ครั้งเดียว! เพราะงั้นพวกเราต้องเตรียมตัวให้พร้อม! เกิดบทกวีถูก! แต่ลำดับผิด! แบบนั้นก็น่าเสียดายแย่เลย!”
ทุกคนเข้าใจในทันที
ฮ่าฮ่าฮ่า!
หาของใช่ไหม!
นี่มันโคตรสะใจเลย!
หลายคนถกแขนเสื้อขึ้น ยิ้มจนเห็นฟันไม่เห็นตา แล้วพุ่งเข้าไปเริ่มค้นหาทันที
“เอ่อ! พี่ชายหลายคนตรงนั้นน่ะ!!”
ผิงผิงแทบจะหายใจไม่ทัน
“พี่ชาย! นี่ไม่ใช่บ้านพวกเรานะ! หาได้ แต่จะทำบ้านเขาเละเทะไม่ได้นะ! ทุกคนระวังด้วย! เดี๋ยวจะโดนไล่ออกจากอุทยานเอา”
เธอพูดด้วยรอยยิ้ม แต่พี่ชายหลายคนก็รีบขอโทษด้วยความเขินอายทันที
คำเตือนของผิงผิง ทำให้ทุกคนสุขุมขึ้นมา
เสียงพลิกกระดาษ เสียงขยับแจกันและฉากกั้น
“ฉันเจออันหนึ่งแล้ว!!”
มีคนชูกระดาษที่ยับยู่ยี่เหมือนกระดาษชำระที่ใช้แล้วขึ้นสูง คลี่ออกแล้วอ่าน
“สร่างเมาเพียงนั่งหน้าบุปผา เมามายยังมาหลับใต้บุปผา”
เขาสะท้านไปทั้งตัว คนอื่น ๆ ก็หยุดชะงักเช่นกัน
“หน้าบุปผาหลังบุปผาวันแล้ววันเล่า เมามายสร่างเมาปีแล้วปีเล่า...”
“เวรเอ๊ย...”
เขาเงยหน้าขึ้น ในดวงตาเต็มไปด้วยความตกตะลึง
ต่อให้เขาจะเป็นคนไม่รู้หนังสือ แต่แค่ได้ฟังเสียงสัมผัสคล้องจอง ฟังคำซ้ำที่ซ้อนทับกันไปมา เขาก็รู้ได้ทันที!
นี่ต้องเป็นบทกวีชั้นยอดอย่างแน่นอน!!!
“ยังมีอีกไหม?!”
เฉิ่นจวงแหวกฝูงชนด้านหน้าออก พุ่งเข้าไปหาผู้ชายคนนั้น บีบไหล่เขาไว้ สีหน้าเต็มไปด้วยความปีติยินดีและตกตะลึง
“ยังมีอีกไหม?! ประโยคต่อไป! ยังมีอีกไหม!!”
“มะ... ไม่มีแล้ว...”
เขาวางกระดาษลง แต่คนอื่น ๆ กลับส่งเสียงฮือฮาขึ้นมาทันที
“เวรเอ๊ย! บทกวีนี้! ฉันรู้สึกเหมือนพวกเราได้เข้าไปในจวนของกวีเอกผู้ยิ่งใหญ่ในยุคโบราณจริง ๆ เลย! นี่มันได้อารมณ์สุด ๆ ไปเลย!”
“เมามายสร่างเมาปีแล้วปีเล่า... นายลองลิ้มรสดูสิ! นายลองลิ้มรสดูอีกที!!”
ทุกคนพูดคุยกันเซ็งแซ่ แล้วเริ่มค้นหากันอย่างกระตือรือร้นมากขึ้นทันที
แค่ประโยคเดียวยังขนาดนี้ แล้วทั้งบทจะขนาดไหน?!
เฉิ่นจวงครุ่นคิดถึงความหมายแฝงของบทกวีนี้ ยังไม่ทันจะได้ก้มลงหา ก็มีคนดึงกระดาษยับยู่ยี่ออกมาจากใต้แท่นฝนหมึกอีกแผ่น บนนั้นมีรอยคราบน้ำเป็นวงกลมส่งกลิ่นประหลาดออกมา
“ฝนสาดดอกสาลี่ปืดประตูแน่นหนา ทอดทิ้งวัยเยาว์ เสียเปล่าวัยเยาว์...”
นี่คือบทกวีหนึ่งประโยค
มีคนสงสัยขึ้นมาทันที
“ฟังดูรูปแบบไม่เหมือนกับบทกวีก่อนหน้านี้เลยนะ...”
“ใช่แล้ว แถมสิ่งที่พูดถึงก็ดูเหมือนจะไม่เหมือนกันด้วย”
สีหน้าของทุกคนเคร่งเครียดขึ้นมาทันที
แบบนี้จะทำยังไงดี
ในที่สุดพวกเขาก็ตระหนักได้ว่า สิ่งที่พวกเขาได้มา จะเป็นชิ้นส่วนจิ๊กซอว์ของจิ๊กซอว์หลาย ๆ ภาพ
การบรรลุเงื่อนไข... ยากกว่าที่พวกเขาคิดไว้มาก!
มีคนตื่นเต้นมากขึ้นทันที แล้วเริ่มค้นหาอย่างบ้าคลั่ง
แต่บางคนก็ท้อแท้ลง แล้วเริ่มมองสำรวจไปรอบ ๆ
แต่พอมองดู
ก็เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นมาเลย
“เอ่อ... สหายทั้งหลาย...”
ทุกคนเงยหน้าขึ้นด้วยความงุนงง หรือว่าคนคนนี้จะค้นพบความพิเศษอะไรอีก
พี่ชายหัวล้านตรงกลางคนหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น เงยหน้ามองขึ้นไปด้านบน
“ทุกคนไม่คิดเหรอว่า... ห้องโถงแห่งนี้ มันดูสมจริงและเงียบสงบเกินไปหน่อยไหม...”
ทุกคนถึงเพิ่งจะรู้สึกตัว แล้วมองตามไป
ภายในห้องโถงอันกว้างใหญ่ ภาพวาดและตัวอักษรดูเหมือนจะถูกวางไว้อย่างลวก ๆ แต่กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกอิสระและห้าวหาญ
ในจำนวนนั้นมีทั้งโต๊ะไม้ เบาะรองนั่งด้ายเงิน ฉากกั้นสี่วิญญูชนพร้อมม่านโปร่ง แจกันกระเบื้องเคลือบสีฟ้าอันประณีต... ไม่มีสิ่งใดเลยที่ไม่แสดงให้เห็นถึงความหรูหราของที่นี่
“นี่มัน...”
ในที่สุดสายตาของพี่ชายนักโบราณคดีก็ละไปจากร่างของเหนี่ยวเหนี่ยว เขาเงยหน้าขึ้นแล้วหรี่ตาลง
รู้สึกอย่างบอกไม่ถูก เหมือนกับว่าออกมาเที่ยวแล้วบังเอิญเจอของล้ำค่าเข้าให้...
“สถานที่แห่งนี้... ดูเหมือนจะมีเรื่องราวซ่อนอยู่จริง ๆ แฮะ...”