- หน้าแรก
- สืบทอดกิจการหนี้สามสิบล้าน สู่แหล่งท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของโลก
- ติดหนี้สามสิบล้าน 075 ต้นไม้ใบหญ้าและทุกสรรพชีวิต ล้วนเป็นของภูเขาศักดิ์สิทธิ์!
ติดหนี้สามสิบล้าน 075 ต้นไม้ใบหญ้าและทุกสรรพชีวิต ล้วนเป็นของภูเขาศักดิ์สิทธิ์!
ติดหนี้สามสิบล้าน 075 ต้นไม้ใบหญ้าและทุกสรรพชีวิต ล้วนเป็นของภูเขาศักดิ์สิทธิ์!
ติดหนี้สามสิบล้าน 075 ต้นไม้ใบหญ้าและทุกสรรพชีวิต ล้วนเป็นของภูเขาศักดิ์สิทธิ์!
สวี่จิ้งพาทุกคนเดิน ๆ หยุด ๆ ไปรอบ ๆ จนกระทั่งทุกคนเดินจนขาชา ถึงได้หาโรงน้ำชาเพื่อพักผ่อน
เขาเดินเข้าไปในครัวหลังร้านเพื่อชงชาให้ทุกคน เจียงฉงก็เดินตามเข้าไปช่วย
ภายนอกห้อง เนื่องจากหน่วยงานใหญ่หลายแห่งยังไม่ได้เห็นสิ่งที่ตนเองอยากเห็น จึงมีใบหน้าเหนื่อยล้า
มีเพียงนักวิจัยทั้งหมดจากสถาบันวัฒนธรรมเท่านั้นที่มีใบหน้าอิ่มเอมใจ
ฟังแล้วสะใจเหลือเกิน!
แตกต่างจากมัคคุเทศก์ทั่วไป นี่คือการบรรยายจากโปรดิวเซอร์รายการโดยตรง!
พนักงานของแผนกวัฒนธรรมพื้นบ้านกล่าวว่า ประเพณีต่าง ๆ ที่เขาพูดถึง เช่น พิธีบูชา ระบำนั่ว และพิธีอัญเชิญเทพ ในหมู่ชาวบ้านของประเทศหัวนั้น มีประเพณีที่คล้ายคลึงกันอยู่จริง ๆ
แต่เนื่องจากความเร้นลับและเนื้อหาที่ไม่สมบูรณ์ พวกเขาจึงไม่ได้มีความเข้าใจมากนัก
ครั้งนี้หลังจากฟังการบรรยายของสวี่จิ้งจบ
คนกลุ่มนี้กลับตระหนักรู้ขึ้นมาทันที
หรือว่าสิ่งที่สวี่จิ้งแสดงออกมา กับสิ่งที่มีอยู่ในหมู่ชาวบ้าน จะสืบทอดมาจากสายเดียวกัน?
ยิ่งไปกว่านั้น... สิ่งที่หมู่บ้านหมิงเยวี่ยนำเสนอ ความจริงแล้วก็คือหนึ่งในสายเลือดแท้ที่สาบสูญไป?!
จูหงพยักหน้า ทุกคนอาศัยช่วงเวลาพักผ่อน รีบจดบันทึกกันอย่างบ้าคลั่ง
เมื่อพักผ่อนเสร็จสิ้น ในที่สุดทุกคนก็ออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังภูเขาศักดิ์สิทธิ์
สมาชิกของสมาคมคุ้มครองสัตว์ใกล้สูญพันธุ์และสมาคมอื่น ๆ อีกสองสามแห่ง สบตากันแวบหนึ่ง แล้วเดินตามกลุ่มใหญ่ของสถาบันวิทยาศาสตร์ชีวภาพไปโดยอัตโนมัติ
คนกลุ่มหนึ่งมุ่งหน้าไปยังสถานที่แรกที่พวกเขาให้ความสำคัญ
สระปลาคาร์ป
จิ๊บ ๆ จิ๊บ ๆ
สายลมพัดใบไม้ไหวในป่าทึบ เสียงนกร้องและแมลงกรีดปีกดังระงม เมื่อแหวกเถาวัลย์ที่ห้อยระย้าออก แม้ว่าสวี่จิ้งจะส่งข้อความไปบอกคนผู้นั้นล่วงหน้าตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหม่าเล็กน้อย
แต่เมื่อทุกคนเข้าไปในสระปลาคาร์ป และได้เห็น ‘เทพปลาคาร์ป’ ในข่าวลือแล้ว ต่างก็ถอนหายใจออกมาเบา ๆ
เด็กสาวผมสั้นยืนอยู่ริมสระน้ำ พลางทักทายทุกคน
“มาแล้วเหรอ”
สีหน้าของเธอเป็นธรรมชาติมาก ราวกับว่าที่นี่คือห้องนั่งเล่นของเธอจริง ๆ
บนโขดหินด้านข้าง มีขนมและผลไม้วางเรียงรายอยู่อย่างเป็นระเบียบ ส่วนบนเตาแก๊สปิกนิกอีกด้านหนึ่ง ชาร้อนก็ส่งกลิ่นหอมกรุ่น เดือดปุด ๆ ส่งควันร้อนลอยกรุ่น
“แล้วหางปลาล่ะ” ฉีเหมิงก้าวฉับ ๆ เข้าไปข้างหน้า พลางขมวดคิ้วถาม
แต่เด็กสาวคนนั้นไม่ได้สนใจเขา กลับหันไปพูดกับสวี่จิ้ง “นี่เพื่อนของนายเหรอ ไม่มีมารยาทเอาซะเลย”
?
สีหน้าของฉีเหมิงแข็งค้าง เพื่อนร่วมงานด้านหลังแอบหัวเราะออกมา
ก็จริง!
พอขึ้นมาถึงก็ไม่ทักทายสักคำ เอาแต่ถามนู่นถามนี่... ไม่มีมารยาทจริง ๆ นั่นแหละ
สวี่จิ้งยิ้มอย่างขอโทษ แล้วเอ่ยกับผู้อำนวยการฉี
“เสี่ยวหลี่ไม่ถือว่าเป็นพนักงานของแหล่งท่องเที่ยวเราหรอก เธอแค่แวะมาช่วยงานน่ะ”
หลังจากอธิบายสถานะ เพื่อไม่ให้ผู้อำนวยการฉีวางมาดเอาตำแหน่งมาข่มคนอื่นแล้ว สวี่จิ้งถึงได้หันกลับไปถามเสียงเบา
“หางปลาของเธอไปไหนแล้วล่ะ”
“วันนี้ไม่ใช่วันหยุดเหรอ ส่งไปบำรุงรักษาแล้วล่ะ...”
?
ผู้คนด้านหลังมีสีหน้าสงสัย
จริงหรือหลอกเนี่ย
ฉีเหมิงยิ่งรู้สึกไม่สบอารมณ์
รู้อยู่เต็มอกว่าพวกเขาจะมา ยังจะส่งของไปบำรุงรักษาอีกเหรอ นี่มันจงใจไม่ให้พวกเขาดูชัด ๆ!
“ส่งไปที่ไหนแล้ว ตอนนี้เอาคืนมาได้ไหม พวกเราขอดูหน่อยได้หรือเปล่า”
ความไร้เหตุผลของเขาทำให้เด็กสาวเงียบลง
ดวงตากลมโตของเธอหรี่ลงเล็กน้อย จ้องมองเขาโดยไม่พูดอะไรสักคำ ทั้งที่ฝั่งพวกเขามีคนเยอะกว่ามาก ส่วนฝั่งตรงข้ามมีเพียงเด็กสาวแค่คนเดียวแท้ ๆ
แต่กลิ่นอายบนร่างของเธอกลับทำให้ฉีเหมิงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหม่าขึ้นมา
“ของของฉันทำไมต้องให้แกดูด้วย แกเป็นตัวอะไรกัน”
เธอไม่รอให้ฉีเหมิงโกรธ ก็เอ่ยปากต่อ “หมาบ้านนอกที่ไหนเนี่ย มาโวยวายอยู่บนภูเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ไม่เคยเห็นโลกกว้างหรือไง”
?
ฉีเหมิงเบิกตาโพลงด้วยความโกรธ ยกเอาเบื้องหลังของตัวเองออกมาอ้างทันที
“พวกเรามาจากเมืองหลวง!!!!”
เมืองหลวงงั้นเหรอ
เด็กสาวถอยหลังด้วยความรังเกียจ ท่าทางแคะหูของเธอดูแล้วช่างเจริญหูเจริญตาเหลือเกิน
“เมืองหลวงมีใครอยู่ล่ะ”
“เก่งกาจขนาดนั้นเลยเหรอ?!”
“มาสิ แกบอกฉันมาหน่อย ว่าเมืองหลวงมีใครอยู่?!”
...
ฉีเหมิงถอยหลังไปสองก้าวอย่างไม่อยากจะเชื่อ มองไปทางสวี่จิ้งราวกับขอความช่วยเหลือ
เธอ... เธอกำลังดูถูกเขาอยู่นะ!
“หึ ๆ ผู้อำนวยการฉีอย่าเพิ่งโกรธไปเลย เธออาศัยอยู่ในป่าลึกมานาน เลยไม่ค่อยรู้ประสีประสาเท่าไหร่น่ะ”
โอ้
นายหมายความว่าฉันเป็นคนรู้มากงั้นสิ
ฉีเหมิงยิ่งโกรธจัด แต่พูดกันตามตรง สวี่จิ้งก็บอกแล้วว่าคนคนนี้ไม่ใช่พนักงาน ไม่ได้อยู่ภายใต้การดูแลของแหล่งท่องเที่ยว ถ้างั้นของของคนอื่น พวกเขาก็ไม่มีสิทธิ์ดูจริง ๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการเอาไปเลย
แย่งของงั้นเหรอ
ถ้าเรื่องแพร่งพรายออกไป สถาบันวิทยาศาสตร์ชีวภาพจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนล่ะ
ในเมื่อเล่นไม้แข็งไม่ได้ ก็คงต้องเล่นไม้อ่อนแล้ว
ในที่สุดเขาก็สงบสติอารมณ์ลงได้ ถอยหลังไปสองก้าว แล้วเปลี่ยนเป็นสีหน้าขอโทษทันที
“ขอโทษด้วย พวกเราเสียมารยาทเอง”
?
ผู้คนด้านหลัง: ??
คนที่เสียมารยาทมีแค่นายคนเดียวไม่ใช่หรือไง นี่ลากพวกเราเข้าไปเกี่ยวด้วยเหรอ
ตาเฒ่านี่หน้าไม่อายเลยหรือไง?!
“ในเมื่อเป็นแบบนี้ พวกเราก็ไม่รบกวนเธอแล้วล่ะ”
สวี่จิ้งบรรลุเป้าหมายแล้ว จึงยิ้มแย้มพาทุกคนเดินขึ้นไปต่อ
และเมื่อทุกคนจากไปแล้ว เด็กสาวก็นั่งดื่มชาจนหมดถ้วย กินขนมเปี๊ยะลูกพลับจนหมดจาน ถึงได้ลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า เดินไปที่โขดหินก้อนใหญ่ตรงมุม แล้วหยิบหินก้อนเล็กสีเทาขาวขึ้นมา
ด้านข้างของหินก้อนเล็กมีรูเล็ก ๆ ที่แทบจะมองไม่เห็น หากสังเกตดี ๆ ถึงจะพบว่ามีแสงสะท้อนออกมาเล็กน้อย
“ขยะ...”
กร๊อบ
หินก้อนเล็กถูกมือขาวเนียนบดขยี้จนแหลกละเอียด ของที่อยู่ข้างในก็เหลือเพียงผงธุลี ปลิวกระจายไปในอากาศ
...
ระหว่างทางขึ้นเขา ผู้ชายคนหนึ่งร้องเสียงหลง พลางยกมือขึ้นกุมหู
“เป็นอะไรไป”
ยังไม่ทันที่เฉิ่นจวงและแผนกตรวจสอบด้านหลังจะก้าวเข้าไป ผู้ชายคนนั้นก็รีบลุกขึ้นยืนอย่างลุกลี้ลุกลน เอามือออกจากหู ไม่รู้ว่าหยิบอะไรใส่ลงไปในกระเป๋าเสื้อ
“ไม่เป็นไร”
เขายิ้มอย่างขอโทษ “ตาฝาดไปน่ะ นึกว่าเห็นงูซะอีก”
ทุกคนเลิกสนใจและปีนเขาต่อไป ส่วนคนผู้นั้นก็รีบสาวเท้าเข้าไปใกล้ฉีเหมิง “ผู้อำนวยการฉี กล้องวงจรปิดถูกพบแล้ว”
ฮึ
ฉีเหมิงแค่นเสียงเย็นชา
กล้องสอดแนมขนาดเล็กขนาดนั้น ถ้าเด็กสาวคนนั้นอาศัยอยู่ในป่าลึกมานานจริง ๆ จะไปพบเข้าอย่างง่ายดายได้ยังไง
หางปลานั่น เทพปลาคาร์ปนั่น จะต้องไม่ง่ายอย่างที่คิดแน่นอน!
รอให้พวกเขาเริ่มแสดงเมื่อไหร่ เขาจะต้องไปสืบดูอีกครั้งให้ได้!
ฝีเท้าของทุกคนค่อนข้างเหนื่อยล้า แต่ก็มาถึงหุบเขาผีเสื้ออย่างรวดเร็ว
“ผีเสื้อปีกฟ้าตาโตจริง ๆ ด้วย!”
นักวิจัยจากสถาบันวิทยาศาสตร์ชีวภาพ องค์กรคุ้มครองสัตว์ และแผนกคุ้มครองสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ ต่างก็ตื่นเต้นกันยกใหญ่ แล้วพุ่งตัวไปข้างหน้า
“ผีเสื้อเหลืองดาวเสาร์ ปีศาจแดงหลากสี ผีเสื้อเจ็ดดารา... แล้วก็ผีเสื้อเจ็ดดาราปีกเหลืองด้วย!”
“ฉันเห็นดาราปะการังม่วงแล้ว!!”
นักวิจัยหญิงคนหนึ่งโบกมืออย่างตื่นเต้น อวดผีเสื้อที่เกาะอยู่บนปลายนิ้ว
“ที่นี่มีเยอะแยะเลย!!”
ทุกคนพากันเข้าไปมุงดู สวี่จิ้งเองก็สงสัย จึงเอ่ยถามระบบในใจ
‘ที่นี่มีผีเสื้อสายพันธุ์ใกล้สูญพันธุ์ด้วยเหรอ’
[ฉันจะไปรู้ได้ยังไง ระบบไม่มีคำว่าใกล้สูญพันธุ์หรอกนะ ไม่มีการแบ่งแยกสูงต่ำ ก็เป็นแค่ผีเสื้อเหมือนกันหมดนั่นแหละ]
อ้อ!
สวี่จิ้งมองดูนักวิจัยฝั่งนั้นที่หยิบขวดออกมาเตรียมจะจับผีเสื้อ รอยยิ้มของเขาจางลงเล็กน้อย ก่อนจะถามต่อ
‘แล้วถ้าพวกเขาเอาผลผลิตของแหล่งท่องเที่ยวไป... จะเป็นยังไงล่ะ’
เสียงอิเล็กทรอนิกส์ของระบบเย็นชาจับใจ
[อุปกรณ์ของแหล่งท่องเที่ยวที่ผลิตโดยระบบ ไม่สามารถนำออกไปจากแหล่งท่องเที่ยวได้]
เสียงของระบบเงียบหายไป สวี่จิ้งก็เดินเข้าไปหาเช่นกัน
“ท่านผู้นำทุกท่าน...”
เขาชี้ไปที่ขวดหลายใบในมือของอีกฝ่าย ในแต่ละขวดมีผีเสื้ออยู่หนึ่งตัว
“ทำแบบนี้มันไม่ค่อยดีมั้ง”
นักวิจัยยังคงจมอยู่กับความตื่นเต้น ไม่ฟังเลยว่าสวี่จิ้งพูดอะไร เขาโบกมือโดยไม่แม้แต่จะมองสวี่จิ้ง บีบขวดแน่นแล้วเดินไปข้างหน้าต่อ
“ภาชนะของพวกเราทำขึ้นมาเป็นพิเศษ มีออกซิเจน ไม่ทำให้ผีเสื้อขาดอากาศหายใจตายหรอก... นี่ พวกนายก็ช่วยฉันถือหน่อยสิ พวกเราไปกันต่อเถอะ...”
สวี่จิ้งที่อยู่ด้านหลัง เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ต้นไม้ใบหญ้าและทุกสรรพชีวิตของที่นี่ ล้วนเป็นของภูเขาศักดิ์สิทธิ์ คุณไม่คิดจะถามไถ่สักคำ ก็เอาไปดื้อ ๆ แบบนี้เลยเหรอ”
เหอะ!
ภูเขาศักดิ์สิทธิ์งั้นเหรอ
นักวิจัยคนนั้นเดินไปถึงสุดขอบของหุบเขาผีเสื้อแล้ว เขาสะพายเป้ ด้านหลังมีเพื่อนร่วมงานเดินตามมาเป็นพรวน เตรียมจะขึ้นเขาไปดูอย่างอื่นต่อ
ภูเขาศักดิ์สิทธิ์อะไรกัน
ขอแค่อยู่บนผืนแผ่นดินนี้ ก็ล้วนเป็นของประเทศชาติทั้งนั้น ในฐานะสมาคมของทางการ พวกเขาอยากจะเอาอะไรไปวิจัย ก็เอาไปวิจัยได้ทั้งนั้น!
“ทำไม ไม่พอใจก็ไปร้องเรียนสิ! ฉันอยากจะรู้เหมือนกันว่าใครจะกล้าขวางฉัน”
ใครจะกล้าขวางงั้นเหรอ
คนเหล่านั้นเดินหน้าต่อไป แต่กลับรู้สึกว่าขวดในมือสั่นสะเทือนขึ้นมากะทันหัน
เสียงของสวี่จิ้งดังแว่วมาจากด้านหลัง
“ภูเขาศักดิ์สิทธิ์จะขวางเอง...”
ปัง!
ผีเสื้อในขวดราวกับคลุ้มคลั่งขึ้นมาในพริบตา มันพุ่งชนผนังขวดอย่างบ้าคลั่ง!
รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ! ต่อให้ปีกผีเสื้อจะฉีกขาดก็ไม่สน!
จากนั้น!
โพละ!!
“อ๊าก!!!”
ผีเสื้อตัวแรกระเบิดออกภายในขวด กลายเป็นเศษซากเนื้อเละเทะ
ตามด้วยตัวที่สอง... ตัวที่สาม...
เหล่านักวิจัยไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้มาก่อน ต่างกรีดร้องแล้วปล่อยมือจากขวดแก้วที่เปื้อนละอองเลือด
เฉิ่นจวงที่ยืนอยู่หลังฝูงชน หันขวับไปมองทันที!
ชายหนุ่มข้างกายที่เขาคิดมาตลอดว่า ‘ใจดี’
ตกลงแล้วกำลังทำอะไรอยู่กันแน่...
ทุกคนรู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัวในพริบตา ใต้เท้าคือซากศพของผีเสื้อ รอบกายคือฝูงผีเสื้อที่กำลังโบยบินอย่างเงียบสงบ
ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่ก็ราวกับว่า...
มีบรรยากาศบางอย่าง ค่อย ๆ แผ่ซ่านออกไป...