เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 180 - ครูในชนบท

บทที่ 180 - ครูในชนบท

บทที่ 180 - ครูในชนบท


บทที่ 180 - ครูในชนบท

ในช่วงเที่ยงอากาศข้างนอกแดดร้อนจัด ออกไปไหนไม่ได้จึงต้องพักผ่อนอยู่ที่บ้านของเอ้อหยวน ไฉ่หลิงเตรียมถ้ำดินไว้สองหลัง ให้ทั้งสี่คนแยกกันพักห้องละสองคนซึ่งกว้างขวางมาก

ถ้ำดินเป็นของดีจริงๆ ให้ความอบอุ่นในหน้าหนาวและให้ความเย็นในหน้าร้อน แม้แดดข้างนอกจะร้อนแรง แต่ภายในห้องกลับยังคงมีความเย็นสบาย

ฟางหมิงหัวมีนิสัยชอบนอนกลางวัน หลังจากล้มตัวลงนอนบนเตียงและห่มผ้าห่มบางๆ จนตื่นขึ้นมา ก็เห็นลู่เหยานั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง ในมือคีบบุหรี่ และกำลังก้มหน้าก้มตาเขียนอะไรบางอย่างลงบนโต๊ะเล็กๆ

"พี่ลู่เหยา กำลังรวบรวมข้อมูลเหรอครับ?" ฟางหมิงหัวลุกขึ้นถาม

"ใช่ครับ ผมต้องจดสิ่งที่เอ้อหยวนเล่าในวันนี้ไว้ให้หมด เรื่องจริงมันน่าประทับใจกว่าเรื่องที่เราแต่งขึ้นมาตั้งเยอะ" ลู่เหยาพูดไปเขียนไป

ฟางหมิงหัวพยักหน้าเห็นด้วย

ตอนนี้ทั้งลู่เหยาและสือเถี่ยเซิงต่างยุ่งอยู่กับการจดบันทึกเพื่อเตรียมข้อมูลไว้สำหรับงานเขียนหลังจากกลับไป แล้วตัวเขาล่ะควรจะเขียนอะไรบ้างไหมนะ?

เมื่อแดดร่มลมตกในช่วงบ่าย ทั้งสี่คนก็พากันออกไปเดินเที่ยวชมรอบๆ จนกระทั่งค่ำมืดถึงกลับมา

เช้าวันรุ่งขึ้น ในขณะที่ฟางหมิงหัวกำลังหลับสนิท เขาก็ถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงเจี๊ยวจ๊าวจากข้างนอก ปรากฏว่าไม่ไกลจากที่นี่คือโรงเรียนประถม และพวกเด็กๆ กำลังออกมาทำกายบริหารตอนเช้ากันอยู่

เขาลุกขึ้นสวมเสื้อผ้าล้างหน้าเสร็จก็พบว่าลู่เหยาหายไปแล้ว เมื่อสอบถามสือเถี่ยเซิงถึงได้รู้ว่าเขาตามเอ้อหยวนนั่งรถแทรกเตอร์ออกไปตั้งแต่เช้าตรู่ เห็นว่าจะไปดูที่ที่ขุดดินมาเผาอิฐซึ่งอยู่ไกลออกไปอีกหน่อย

"ผมจะไปที่โรงเรียนประถมครับ" ฟางหมิงหัวชี้ไปที่โรงเรียนที่อยู่ไม่ไกล

"ไปเถอะ ทางเดียวกัน" สือเถี่ยเซิงกล่าว

ฟางหมิงหัวและซุนลี่เจ๋อจึงช่วยกันเข็นรถเข็นของสือเถี่ยเซิงมุ่งหน้าไปยังโรงเรียนอย่างช้าๆ

โรงเรียนประถมของหมู่บ้านมีขนาดเล็กมาก มีเพียงถ้ำดินหลังเดียว ครูหนึ่งคนกับนักเรียนอีกสามสิบกว่าคน ในขณะที่ฟางหมิงหัวและคนอื่นๆ เดินไปถึง ก็เห็นชายวัยสามสิบกว่าคนหนึ่งกำลังใช้ไม้เคาะแผ่นเปลือกกระสุนปืนใหญ่ที่แขวนอยู่บนต้นไม้หน้าถ้ำดิน—สือเถี่ยเซิงบอกว่านั่นคือของที่หลงเหลือมาจากสมัยหูจงหนาน

เสียง 'ตึ้ง ตึ้ง ตึ้ง' ดังขึ้น เด็กๆ ที่กำลังวิ่งเล่นอยู่ในสนามหญ้าเล็กๆ หน้าถ้ำดินต่างพากันวิ่งกรูกันเข้าไปในถ้ำดิน ชายคนนั้นก็เดินตามเข้าไป หลังจากนั้นไม่นานก็แว่วเสียงท่องหนังสืออย่างพร้อมเพรียงกันดังออกมาจากถ้ำดิน

"ลูกม้าข้ามแม่น้ำ"

ในคอกม้ามีแม่ม้ากับลูกม้าอาศัยอยู่ด้วยกัน

วันหนึ่ง แม่ม้าพูดกับลูกม้าว่า "ลูกโตแล้วนะ ช่วยแม่ทำงานซักอย่างได้ไหมจ๊ะ?" ลูกม้ากระโดดโลดเต้นแล้วตอบว่า "ทำไมจะไม่ได้ล่ะจ๊ะ? หนูเต็มใจช่วยแม่ทำงานที่สุดเลยจ้ะ"

แม่ม้าดีใจแล้วพูดว่า "ถ้าอย่างนั้นก็ดีจ้ะ ลูกช่วยแบกข้าวสาลีครึ่งถุงนี้ไปที่โรงโม่หน่อยนะจ๊ะ"

บทเรียนวิชาภาษาจีนชั้นประถมศึกษาเรื่อง 'ลูกม้าข้ามแม่น้ำ'

ฟางหมิงหัวและพรรคพวกทั้งสามยืนฟังอยู่นอกถ้ำดินเงียบๆ

สือเถี่ยเซิงนั่งบนรถเข็น มองดูครูที่กำลังสอนหนังสืออยู่ในถ้ำดินแล้วกล่าวว่า "เขาแซ่ลี่ ชื่อลี่ฟู่หยวน ผมจำได้ว่าตอนที่พวกเรามาใช้ชีวิตในชนบทเขาก็สอนอยู่ที่นี่แล้ว ใช่ไหมลี่เจ๋อ?"

"ใช่ครับ เขาเป็นนักเรียนรุ่นเก่าที่จบมัธยมปลายช่วงปี 1966-1968 เดิมทีตั้งใจจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย แต่ปีนั้นมหาวิทยาลัยไม่เปิดรับสมัคร เขาเลยต้องกลับมาเป็นครูอาสาที่หมู่บ้าน มีอายุมากกว่าพวกเราสามสี่ปีได้ เขาเป็นคนมีความรู้พวกเราเลยคุยกันถูกคอ ช่วงที่เขาไม่มีสอนก็มักจะแวะมาเล่นกับพวกเราบ่อยๆ" ซุนลี่เจ๋ออธิบาย

ครูลี่ที่กำลังสอนอยู่ในถ้ำดินสังเกตเห็นคนทั้งสามที่ยืนอยู่ข้างนอก เขาพยักหน้าให้เป็นการทักทาย แล้วหันไปสอนบทเรียนของเขาต่อ จนกระทั่งสอนจบเขาก็ให้นักเรียนตั้งใจอ่านหนังสือทวนอีกรอบ ก่อนจะเดินออกมาจากถ้ำดิน

"ครูลี่ครับ" สือเถี่ยเซิงและซุนลี่เจ๋อร้องเรียกพร้อมกัน

"โอ้โห... มิน่าล่ะถึงได้ดูหน้าคุ้นๆ ที่แท้ก็เถี่ยเซิงกับลี่เจ๋อกลับมานี่เอง" ครูลี่รีบเข้ามาทักทาย

"กลับมาเที่ยวเหรอครับ?"

"ครับ อยากกลับมาดูหน่อยครับครูลี่ นึกไม่ถึงเลยว่าคุณยังสอนอยู่ที่นี่" สือเถี่ยเซิงกล่าว

"ถ้าผมไม่สอน ก็ไม่มีใครสอนแล้วล่ะครับ" ครูลี่กล่าวประโยคหนึ่ง ก่อนจะรีบพูดต่อว่า "ผมเพิ่งสอนนักเรียนชั้นประถมปีที่สองจบ เดี๋ยวต้องไปสอนชั้นปีที่สามต่อ เอาแบบนี้ไหมครับ ช่วงบ่ายหลังจากนักเรียนเลิกเรียนแล้วพวกคุณค่อยมาหาผมอีกรอบ เรามานั่งคุยกัน"

"ได้ครับ งั้นพวกเราไม่รบกวนเวลาสอนของคุณแล้ว" ทั้งสามคนจึงขอตัวลากลับ

ฟางหมิงหัวไม่ได้พูดอะไร จนกระทั่งเดินมาถึงระหว่างทางเขาจึงถามขึ้นว่า "เถี่ยเซิง ในถ้ำดินหลังเดียวทำไมถึงมีนักเรียนหลายระดับชั้นล่ะครับ?"

"หมู่บ้านแถวนี้หลายแห่งก็เป็นแบบนี้ครับ ชั้นปีต้นๆ จะเรียนในหมู่บ้านตัวเอง ส่วนชั้นปีสูงๆ ต้องเดินทางไปเรียนที่โรงเรียนประถมประจำตำบล" สือเถี่ยเซิงถอนหายใจ "ตอนที่ผมจากมาก็เป็นแบบนี้ นึกไม่ถึงเลยว่าผ่านไปตั้งหลายปีแล้ว ทุกอย่างยังเหมือนเดิม"

"ห้องเรียนไม่พอ แต่ปัญหาใหญ่ที่สุดคือขาดแคลนครูครับ" ซุนลี่เจ๋อแทรกขึ้นอธิบาย "ผมออกจากที่นี่ช้ากว่าเพื่อนคนอื่นเลยพอจะรู้ข้อมูลบ้าง"

"ถ้าไม่มีครูบรรจุทางราชการ ทำไมไม่จ้างครูอาสาเพิ่มล่ะครับ?" ฟางหมิงหัวถามด้วยความไม่เข้าใจ

"หมิงหัว คุณคงไม่รู้หรอกครับว่าการจ้างครูอาสามันต้องจ่ายเงินเดือนด้วย" ซุนลี่เจ๋อเริ่มอธิบายอย่างอดทน

"ครูอาสาโรงเรียนประถมได้รับเงินเดือนคนละ 14 หยวนต่อเดือน ในตอนที่ยังไม่แบ่งที่ดินให้แต่ละบ้าน การเป็นครูอาสาถือเป็นอาชีพรอง หน่วยงานการศึกษาจะจ่ายเงินอุดหนุนให้ส่วนหนึ่ง แต่ทางกองผลิตต้องรับผิดชอบจ่ายให้อีกส่วนหนึ่งด้วย"

"แต่พอแบ่งที่ดินให้แต่ละบ้านแล้ว เงินเดือนครูอาสาก็ปรับสูงขึ้น ทางหมู่บ้านไม่มีรายได้ส่วนกลางแล้ว เลยไม่มีเงินมาจ่ายส่วนนี้ อย่างหมู่บ้านกวานเจียปู้นี่ ทั้งเล็กทั้งจน คงไม่มีปัญญาจ่ายเงินเดือนครูหรอกครับ"

อ้อ...

ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง

"ไม่กี่ปีมานี้ทางรัฐบาลมีการจัดสอบเพื่อเปลี่ยนสถานะจากครูอาสาเป็นครูบรรจุราชการ ไม่รู้ว่าครูลี่เขาสอบติดบ้างไหมนะ?" สือเถี่ยเซิงถาม

"ไม่ทราบเหมือนกันครับ แต่ได้ยินมาว่าสมัยก่อนครูลี่เรียนเก่งมาก การสอบเข้ามหาวิทยาลัยคงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขาแน่นอน"

พอถึงเวลาเกือบสี่โมงเย็น ครูลี่ก็เดินทางมาพบฟางหมิงหัวและพรรคพวกที่บ้านของเอ้อหยวนด้วยตัวเอง

"ครูลี่ เลิกเรียนแล้วเหรอครับ?" สือเถี่ยเซิงถาม

"เลิกแล้วครับ เด็กชนบทเลิกเรียนเร็ว"

สือเถี่ยเซิงแนะนำลู่เหยาและฟางหมิงหัวให้ลี่ฟู่หยวนรู้จัก ครูลี่มองดูทุกคนแล้วยิ้มกล่าวว่า "ล้วนเป็นนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ทั้งนั้นเลยนะ มาหาแรงบันาลใจกันเหรอครับ?"

"ก็ไม่เชิงครับ หลักๆ คือมาเป็นเพื่อนเถี่ยเซิงกลับมาเยี่ยมบ้านเก่า เขาบอกว่าไม่ได้กลับมาสิบกว่าปีแล้ว" ฟางหมิงหัวอธิบาย

"เป็นยังไงบ้างครับ? เปลี่ยนไปเยอะไหม?" ครูลี่นั่งลงที่ขอบเตียงเตาแล้วถามพร้อมรอยยิ้ม

"เปลี่ยนไปเยอะมากครับ อย่างบ้านของเอ้อหยวนนี่... แต่ดูเหมือนโรงเรียนของหมู่บ้านจะไม่ค่อยเปลี่ยนเลยนะครับ" สือเถี่ยเซิงตอบ

"โรงเรียนจะเปลี่ยนอะไรล่ะครับ? โบราณว่าไว้ 'ค่ายทหารยังอยู่แต่ทหารเปลี่ยนหน้าไปเรื่อยๆ' โรงเรียนก็เหมือนกันนั่นแหละครับ ผมส่งนักเรียนจบออกไปรุ่นแล้วรุ่นเล่า อย่างน้องชายเอ้อหยวนที่ชื่อซื่อหยวน ตอนมาเรียนยังเป็นเด็กขี้มูกยืดอยู่เลย ปีที่แล้วเพิ่งจะแต่งงานไปเอง"

ลี่ฟู่หยวนพูดพลางหัวเราะ

"ครูลี่ครับ ไม่กี่ปีมานี้ทางราชการเปิดรับสมัครสอบครูบรรจุ คุณได้ไปสอบกับเขาบ้างไหมครับ?" สือเถี่ยเซิงลองถามดู

"สอบครับ ปี 1978 ที่เริ่มกลับมามีการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ผมก็ไปสอบมาเหมือนกัน แต่ความรู้มัธยมปลายทิ้งไปนานเกินไปเลยสอบไม่ติด หลังจากนั้นผมเลยไปสอบเป็นครูบรรจุ และปีที่สองผมก็สอบติดครับ" ลี่ฟู่หยวนกล่าว

"ยอดเยี่ยมเลยครับครูลี่ แล้วทำไมคุณถึงไม่ย้ายไปล่ะ? ทำไมยังอยู่ที่นี่?" ซุนลี่เจ๋อถามต่อ

"ใจจริงก็อยากไปนะครับ ปีแรกที่สอบติด ทางกรมการศึกษาอำเภอก็ตั้งใจจะโอนผมไปสอนที่โรงเรียนประถมในตัวอำเภอ เพราะตอนนั้นผมสอบได้คะแนนเป็นอันดับหนึ่งของทั้งอำเภอเลย"

"แต่หมู่บ้านของเรามันทั้งจนทั้งอยู่ไกล ครูบรรจุคนอื่นก็ไม่อยากมา ครูอาสาก็ไม่มีเงินจ้าง ถ้าผมไปแล้ว เด็กพวกนี้จะทำยังไงล่ะครับ? ผมเลยทนสอนต่อไป... สอนไปสอนมานี่ก็ผ่านไปอีกห้าปีแล้วล่ะครับ"

"ปีนี้ผมได้ยินมาว่าทางอำเภอก็ยังไม่มีแผนส่งครูมาประจำที่นี่ คาดว่าผมคงต้องสอนต่อไปเรื่อยๆ" ครูลี่ยิ้มบอก "แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกครับ ถึงสภาพโรงเรียนจะแย่ไปหน่อยแต่มันก็อยู่ใกล้บ้าน ลูกชายผมตอนนี้ก็เรียนอยู่ในห้องที่ผมสอนนั่นแหละครับ"

ฟางหมิงหัวไม่ได้พูดอะไร เขาจ้องมองชายวัยกลางคนตรงหน้า

เขาดูไม่ต่างจากชายชาวฉินเหนือทั่วไป ผิวพรรณหยาบกร้านเพราะต้องสู้กับลมทราย ทำให้ดูแก่กว่าอายุจริงไปบ้าง มีเพียงปากกาหมึกซึมที่เสียบอยู่ที่กระเป๋าหน้าอกเท่านั้นที่บ่งบอกว่าเขาเป็นผู้มีความรู้

ครูแบบนี้ ในยุคสมัยนี้ไม่ได้มีแค่ที่ฉินเหนือเท่านั้น แต่มีอยู่ทั่วทั้งแผ่นดินจีน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันตก

และคนเหล่านี้นี่เองที่เป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยประคับประคองการศึกษาขั้นพื้นฐานในชนบทของยุคสมัยนี้ไว้

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 180 - ครูในชนบท

คัดลอกลิงก์แล้ว