- หน้าแรก
- สตรีมเมอร์สุดเกรียน จะด่าผมก็ได้แต่ดูฝีมือผมด้วย
- บทที่ 30 ความสิ้นหวัง
บทที่ 30 ความสิ้นหวัง
บทที่ 30 ความสิ้นหวัง
"คุนคุน อย่าไปขอร้องมันเลย ฉันรู้ว่าคุณห่วงชื่อเสียง แต่ไม่ต้องกลัวนะ พวกเราอยู่นี่แล้ว มันจะมาใส่ร้ายคุณไม่ได้หรอก"
"ใช่ คุนคุน พวกเราทุกคนจะปกป้องคุณเอง คุณต้องไม่ยอมก้มหัวให้อำนาจมืดนะ!"
"ผู้ชายอะไรน่ารังเกียจ หยาบคายที่สุด! รังแกไอดอลของฉันขนาดนี้ แกพอใจแล้วหรือยัง"
...
เวลานี้ จี้คุนคุนเห็นทุกถ้อยคำในคอมเมนต์ของไลฟ์สด ยัยพวกแฟรี่ตัวน้อยกำลังด่าทออย่างเมามัน โดยไม่รู้ตัวเลยว่าสีหน้าของจี้คุนคุนกำลังย่ำแย่ลงเรื่อยๆ
ไอ้พวกสวะเอ๊ย! ฉันอุตส่าห์ลดตัวมาขอความเมตตา พวกแกตาบอดหรือไงถึงมองไม่ออก กล้าดียังไงไปหาเรื่องฉินมั่วอีก!
ยิ่งคิด จี้คุนคุนก็ยิ่งโมโห แต่เขาไม่กล้าแสดงออก ยังมีปัญหาใหญ่หลวงที่ฉินมั่วยังไม่ค้นพบ ตราบใดที่ฉินมั่วยอมยกโทษให้เขา เขาก็ยังพอมีวิธีจัดการเรื่องนี้ได้
แต่ถ้าความลับเรื่องนี้แตก ต่อให้มีแบ็กอัปใหญ่แค่ไหน เขาก็เอาตัวไม่รอดแน่
เมื่อคิดได้ดังนั้น จี้คุนคุนก็ฝืนยิ้มที่ดูแย่ยิ่งกว่าตอนร้องไห้เสียอีก
"ฉินมั่ว... ลูกพี่มั่ว! ผมผิดไปแล้วจริงๆ ถ้าคุณยังไม่พอใจ ผมเพิ่มเงินให้ก็ได้ ห้าร้อย... ไม่สิ! ห้าสิบล้าน! แบบนี้โอเคไหมครับ"
ฉินมั่วแค่นเสียงเมื่อได้ยินดังนั้น "ถ้าคำขอโทษมันมีประโยชน์ แล้วเราจะมีคุณลุงหมวกไว้ทำไมกัน วีรกรรมที่แกทำไว้เนี่ย แกคงอยู่ไม่พ้นฤดูใบไม้ร่วงนี้หรอก!"
พูดจบ ฉินมั่วก็เมินเฉยต่อปฏิกิริยาของจี้คุนคุนและตัดการเชื่อมต่อไลฟ์สดทิ้งทันที
จี้คุนคุนยืนนิ่งอึ้งเป็นหิน ไม่คาดคิดเลยว่าฉินมั่วจะปฏิเสธเขาจริงๆ...
เขารีบคว้าข้าวของในห้องทำงานมาปาลงพื้นเพื่อระบายความโกรธแค้นทันที
หลี่หรูเยียนยืนมองจี้คุนคุนอยู่ข้างๆ ด้วยสีหน้าเรียบเฉยโดยไม่พูดอะไร
หลังจากอาละวาดระบายอารมณ์อยู่พักใหญ่ ห้องทำงานก็เละเทะไม่มีชิ้นดี ซากเฟอร์นิเจอร์กระจัดกระจายเกลื่อนพื้น
ในที่สุดจี้คุนคุนก็สงบสติอารมณ์ลงได้
จากนั้นเขากก็เปิดไลฟ์สดของฉินมั่วขึ้นมาดูด้วยมือที่สั่นเทา อยากรู้ว่าฉินมั่วสืบเจอเรื่องนั้นของเขาแล้วหรือยัง ถ้ายังไม่เจอ...
เขายังคงมีความหวังริบหรี่อยู่บ้าง
นับตั้งแต่ฉินมั่วตัดสายไป แฟนคลับสมองกลวงของจี้คุนคุนก็พากันคิดไปเองว่าจี้คุนคุนถูกฉินมั่วข่มขู่ และเริ่มสาดคำด่าทอใส่ฉินมั่วในไลฟ์สดอย่างบ้าคลั่ง
"สตรีมเมอร์สวะ ไอ้ผู้ชายน่ารังเกียจ! แกไม่มีปัญญาแต่งเพลงเก่งเท่าไอดอลของฉัน ก็เลยใช้วิธีสกปรกสินะ แกมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย!"
"ทำไมคนอย่างแกถึงมีที่ยืนบนอินเทอร์เน็ตได้เนี่ย! ทำไมไม่มีใครมาจัดการแกซะที!"
"ไอ้สัตว์นรก! ทำไมขยะอย่างแกถึงมีชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์ได้นะ"
"แกกล้าใส่ร้ายแล้วก็ข่มขู่คนดีๆ อย่างไอดอลของฉัน แกมันไม่ใช่คนแล้ว"
...
เวลานี้ ฉินมั่วไม่มีอารมณ์มานั่งอ่านคอมเมนต์ในไลฟ์สด เขากำลังจดจ่ออยู่กับการแคร็กไฟล์ที่ถูกเข้ารหัสไว้ ไฟล์ที่ถูกล็อกแน่นหนาด้วยระบบป้องกันหลายชั้นขนาดนี้ จะต้องเป็นข้อมูลที่สำคัญมากๆ แน่นอน
หัวใจของจี้คุนคุนหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ไฟล์ที่ฉินมั่วกำลังแคร็กอยู่นั้นคือความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขา เขาถึงขั้นคุกเข่าลงบนพื้น สวดมนต์อ้อนวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขออย่าให้ฉินมั่วแคร็กมันได้เลย
ทว่าไม่ว่าเขาจะอ้อนวอนอย่างจริงจังแค่ไหน มันก็เปล่าประโยชน์ เพราะ...
ฉินมั่วแคร็กไฟล์นั้นได้แล้ว
จบเห่แล้ว...
จี้คุนคุนนั่งทรุดลงบนพื้น ใบหน้าซีดเผือดราวกับคนตาย เขารู้ตัวแล้วว่าเขาจบสิ้นแล้วจริงๆ
และในวินาทีที่ฉินมั่วเปิดไฟล์นั้นออก ทั้งไลฟ์สดก็ตกอยู่ในความเงียบงัน
บรรดาคุณลุงหมวกที่ซุ่มดูอยู่ในไลฟ์สดของฉินมั่วต่างก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง
พวกเขาต่างพากันต่อสายรายงานผู้บังคับบัญชาทันที
"สวัสดีครับ ท่านผู้กำกับจางใช่ไหมครับ ผมมีเรื่องด่วนระดับชาติจะรายงานครับ"
"อะไรนะครับ ท่านให้ผมรอแป๊บนึงเหรอ ท่านปวดท้องกำลังเข้าห้องน้ำอยู่เหรอครับ"
"ผมรอไม่ได้จริงๆ ครับ! ท่านผู้กำกับจาง เลิกขี้ก่อนเถอะครับ รีบระดมกำลังตำรวจเดี๋ยวนี้เลย! มีบุคคลสาธารณะต้องสงสัยคดีข่มขืนกระทำชำเรา ค้ายาเสพติด เสพยาเสพติด และอาชญากรรมอื่นๆ อีกเพียบเลยครับ!"
"อะไรนะครับ ท่านจะสั่งการทั้งๆ ที่ยังไม่ดึงกางเกงขึ้นเนี่ยนะ"
"ไม่ต้องหรอกครับ ท่านผู้กำกับจาง ท่านดึงกางเกงขึ้นก่อนเถอะครับ! ไม่งั้น... กลิ่นมันจะออกนะครับ..."
"ฮัลโหล! ท่านผู้กำกับหลี่ใช่ไหมครับ เสี่ยวจางพูดสายครับ..."
...
"นี่... นี่มันไม่จริงใช่ไหม"
หลังจากความเงียบงันในไลฟ์สดผ่านไปครู่หนึ่ง ก็มีคนเอ่ยถามขึ้นมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ
"ไอดอลของฉัน... ทำเรื่องพวกนี้จริงๆ เหรอ"
"เขา... เขาค้ายาแล้วก็เสพยาด้วยเนี่ยนะ!"
"เขาไม่รู้หรือไงว่าคุณลุงหมวกในอาณาจักรมังกรของเราต้องสละชีพไปกี่นายเพื่อปราบปรามยาเสพติด ในฐานะบุคคลสาธารณะ เขากลับค้ายาแล้วก็เสพยาซะเอง..."
"เขาลืมไปแล้วเหรอ... ถึงความเจ็บปวดที่ฝิ่นเคยสร้างให้กับประเทศชาติของเราในอดีต"
"มิน่าล่ะ... มิน่าจี้คุนคุนถึงรีบแจ้นมาขอร้องความเมตตาทันที ถ้าเรื่องพวกนี้แดงออกมา เขาจบเห่แน่!"
"ไอดอลของฉัน... เป็นคนแบบนี้จริงๆ เหรอเนี่ย"
"เป็นไปไม่ได้! ฉันไม่เชื่อ! หลักฐานอยู่ไหน ถ้าไม่มีหลักฐานก็ถือว่าเป็นการใส่ร้าย! อีกอย่าง ถึงไอดอลของฉันจะเสพยาแล้วมันยังไงล่ะ ฉันเชื่อว่าเขาจะกลับตัวกลับใจได้ และฉันก็จะยังให้อภัยเขาอยู่ดี!"
สิ้นคำกล่าวนั้น ไลฟ์สดก็ระเบิดขึ้นทันที
"ไอ้เมนต์บน! พ่องตาย! แกพูดภาษาคนเป็นไหมเนี่ย แกอยากจะให้อภัยคนที่ทั้งค้ายาแล้วก็เสพยางั้นเหรอ แกรู้ไหมว่ามียาเสพติดทำลายครอบครัวไปกี่ครอบครัวแล้ว แกรู้ไหมว่ามีคุณลุงหมวกกี่นายที่ต้องสละชีพเพราะไอ้พวกอาชญากรค้ายาพวกนี้"
"พวกเขาอายุเท่าไหร่กันเอง ไม่ใช่ว่าอายุแค่ยี่สิบสามสิบหรอกเหรอ พวกเขากำลังอยู่ในวัยหนุ่มสาวและมีอนาคตที่สดใสรออยู่ แต่กลับต้องมาสละชีพเพราะไอ้พวกอาชญากรค้ายาเวรตะไลพวกนี้"
"ถ้าอาชญากรพวกนี้สมควรได้รับการให้อภัย แล้วชีวิตของคุณลุงหมวกพวกนั้นล่ะ จะฟื้นคืนกลับมาได้ไหม"
เมื่อเห็นคอมเมนต์นี้ สีหน้าของฉินมั่วก็มืดครึ้มลงทันที
เขารัวนิ้วพิมพ์บนแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็ว และพริบตาเดียว ตำแหน่งของคนที่พิมพ์คอมเมนต์นั้นก็ถูกฉินมั่วล็อกเป้าและส่งตรงไปให้คุณลุงหมวกที่ซุ่มอยู่ในไลฟ์สดทันที
บรรดาคุณลุงหมวกต่างก็เดือดดาลกับข้อความในคอมเมนต์นั้นเช่นกัน เมื่อได้พิกัดมา พวกเขาก็รีบรุดออกไปจับกุมตัวทันที
เวลานี้ ภายในห้องเช่าซอมซ่อแห่งหนึ่ง
แฟรี่ตัวน้อยร่างทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส สูงร้อยห้าสิบเซนติเมตร หนักร้อยห้าสิบปอนด์ กำลังจูบรูปถ่ายของจี้คุนคุนเป็นระยะๆ โดยไม่รู้ตัวเลยว่าข้อความที่เธอเพิ่งพิมพ์ไปจะนำพาหายนะมาสู่ตัวเอง
...
อีกด้านหนึ่ง จี้คุนคุนที่กำลังสิ้นหวังเหลือบไปเห็นไลฟ์สดของฉินมั่วเข้าพอดี และสะดุดตากับคอมเมนต์นี้ทันที
เขาโพล่งขึ้นมา "จริงด้วย! พวกมันไม่มีหลักฐานนี่นา!"
"ฮ่าๆๆ... ยังพอมีหวังอยู่! พวกมันไม่มีหลักฐาน!"
"พวกมันจับฉันไม่ได้หรอก! ฮ่าๆๆ..."
ทว่าสิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือ หลี่หรูเยียนที่อยู่ข้างๆ กำลังจ้องมองเขาด้วยสายตาเคียดแค้น
...
เวลานี้ ฉินมั่วจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างเหม่อลอย เขาไม่คาดคิดเลยว่าจี้คุนคุนคนนี้จะก่ออาชญากรรมไว้มากมายขนาดนี้
"ข่มขืนกระทำชำเรา ค้ายาเสพติด เสพยาเสพติด ตอนแรกฉันคิดว่าเรื่องขโมยผลงานที่เจอมันก็ร้ายแรงพอแล้ว ไม่นึกเลยว่านั่นจะเป็นแค่ออเดิร์ฟ..."
ถ้าเขาเป็นแค่คนธรรมดาที่ไม่มีระบบคอยช่วยเหลือ เขาจะสามารถพลิกสถานการณ์แบบนี้ได้ไหม เขาก็ไม่รู้เหมือนกัน...
...
"ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!..."
ภายในห้องทำงาน จี้คุนคุนยังคงหลงระเริงอยู่กับความคิดที่ว่าตำรวจไม่มีหลักฐานและไม่สามารถจับกุมเขาได้
ทันใดนั้น เสียงทุบประตูอย่างรุนแรงก็ดังขึ้น
วินาทีต่อมา ประตูก็ถูกพังเข้ามาอย่างแรง คุณลุงหมวกและเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดพร้อมอาวุธครบมือบุกเข้ามาในห้อง ปืนทุกกระบอกเล็งไปที่จี้คุนคุน!
คุณลุงหมวกผู้เป็นหัวหน้าก้าวออกมายืนจ้องมองจี้คุนคุนด้วยสายตาเย็นเยียบ
"คุณถูกจับกุมในข้อหาต้องสงสัยลักทรัพย์ เสพยาเสพติด ค้ายาเสพติด และอาชญากรรมอื่นๆ อีกหลายกระทง!"
ในที่สุดจี้คุนคุนก็ได้สติ เขาร้องตะโกนเสียงหลง
"พวกคุณไม่มีหลักฐาน! พวกคุณจับผมไม่ได้! ผมต้องการคุยกับทนาย!"
คุณลุงหมวกผู้เป็นหัวหน้าชูถุงพลาสติกใบหนึ่งขึ้นมาอย่างใจเย็น
"หลักฐานเหรอ คุณหมายถึงไอ้นี่ใช่ไหมล่ะ"
เมื่อเห็นของในถุงชัดเจน จี้คุนคุนก็เบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดและร้องลั่น
"ปะ... เป็นไปได้ยังไง ของนั่นไปอยู่ในมือพวกคุณได้ยังไง"
จากนั้นเขาก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นเขียวปัดขณะหันไปมองหลี่หรูเยียนที่ถูกคุณลุงหมวกคุมตัวอยู่ใกล้ๆ
"พี่... พี่เป็นคนทำใช่ไหม!"
"เอาตัวมันไป!"
จี้คุนคุนอ้าปากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ยังไม่ทันได้เอื้อนเอ่ย เขาก็ถูกคุณลุงหมวกหิ้วปีกออกไปเสียแล้ว
หลี่หรูเยียนเดินตามหลังจี้คุนคุนออกไป สายตาของเธอจ้องมองแผ่นหลังของเขาอย่างเย็นชา