เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11: คนผมขาวส่งคนผมดำ

บทที่ 11: คนผมขาวส่งคนผมดำ

บทที่ 11: คนผมขาวส่งคนผมดำ


ขณะเดียวกัน ฉินมั่วกำลังเดินเตร็ดเตร่ไปตามท้องถนนอันพลุกพล่านของเมืองเยียนจิง โดยไม่รู้เลยว่ามู่หรงหลานหลานกำลังตามหาเขาด้วยความร้อนรนแทบขาดใจ

"สรรพสิ่งในหล้าล้วนซ่อนเร้นความเร้นลับแห่งสวรรค์ ทุกเวรกรรมล้วนมีชะตาฟ้าลิขิต หนึ่งคำทำนายผ่าหยินหยาง หนึ่งคำทำนายชี้ชะตาคู่ครอง หนึ่งคำทำนายส่องอนาคต"

ทันใดนั้น น้ำเสียงราบเรียบแผ่วเบาก็ดังแว่วเข้าหูฉินมั่ว

ชายหนุ่มหันขวับไปตามสัญชาตญาณ ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อใดที่มีชายหนุ่มคนหนึ่งมานั่งยองๆ อยู่ริมถนน

ชายหนุ่มผู้นั้นมีเรือนผมสีขาวโพลนราวกับหิมะ ใบหน้าเย็นชา สวมชุดนักพรตเต๋าสีหม่นหลวมโพรก ดูอายุอานามราวๆ ยี่สิบปี

"ฮ่าๆๆ... สตรีมเมอร์หมา! นายเจอคนอาชีพเดียวกันเข้าแล้วสิ!"

"สตรีมเมอร์หมา แกบอกว่าตัวเองแม่นดั่งเทพไม่ใช่เหรอ? เข้าไปตบหน้ามันเลย!"

"สงสัยวันนี้ไม่ได้ดูฤกษ์ก่อนออกจากบ้าน สิบแปดมงกุฎปะทะสิบแปดมงกุฎ งานนี้มีเฮแน่ ฮ่าๆๆ..."

"น้องชายกำลังตกที่นั่งลำบากหรือเปล่า สนใจดูดวงสักหน่อยไหม"

ก่อนที่ฉินมั่วจะทันได้ตอบสนอง ชายหนุ่มผู้นั้นก็เอ่ยถามด้วยสีหน้าเรียบเฉย

ความสนใจของฉินมั่วถูกจุดประกายขึ้น ทักษะการดูดวงของเขาล้วนได้มาจากระบบประทานให้ เขาจึงอยากรู้ว่าวิชาดูโหงวเฮ้งที่สืบทอดกันมาของคนอื่นจะแน่สักแค่ไหน

เขาจึงตอบกลับไปด้วยท่าทีนิ่งเฉย "อันที่จริง ฉันก็มีเรื่องอยากจะถามท่านนักพรตอยู่พอดี"

"ลองทำนายดูสิว่า ช่วงนี้ฉันเจอเรื่องยุ่งยากอะไรมาบ้าง"

ชายหนุ่มไม่ได้ตอบกลับในทันที แต่กลับหยิบเหรียญทองแดงสามเหรียญออกมาจากกระเป๋า เขย่าไปมาในฝ่ามือครู่หนึ่ง แล้วโยนลงบนพื้น

เคร้ง!

เหรียญทองแดงตกกระทบพื้นเกิดเสียงดังกังวานใส ชายหนุ่มนั่งยองลงพินิจพิเคราะห์

"ถูกคนพาลปองร้าย งัดร้อยเล่ห์เพทุบาย แคล้วคลาดพ้นภัย รอดพ้นอันตราย"

"นักพรตคนนี้หมายความว่ายังไงน่ะ"

"เมนต์บนนี่ไม่เบิกเนตรเลย ความหมายก็คือ สตรีมเมอร์หมาโดนคนเลวใส่ร้าย แต่สุดท้ายก็พลิกวิกฤตจนรอดมาได้ไงล่ะ"

"สตรีมเมอร์หมาโดนใส่ร้ายเนี่ยนะ เป็นไปได้เหรอ ใครจะเสียเวลามาใส่ร้ายพวกสิบแปดมงกุฎกัน"

"พวกนายคิดว่า... เป็นไปได้ไหมว่าคนที่ใส่ร้ายสตรีมเมอร์หมาก็คือจวินจวินคนนั้น"

"หาเรื่องเหรอ พี่ชายฉันออกจะเป็นคนดี กล้าดียังไงมาใส่ร้ายเขา"

"นั่นสิ!"

"เลิกเถียงกันสักทีเถอะ ฉันว่าไอ้หมอนี่ต้องเป็นหน้าม้าที่สตรีมเมอร์หมาจ้างมาปั่นให้พวกเราสงสัยจวินจวินแน่ๆ อย่าไปหลงกลเชียวนะ!"

"เชี่ย! ว่าแล้วเชียว สตรีมเมอร์หมานี่มันร้ายกาจจริงๆ!"

"บัดซบ!..."

ขณะเดียวกัน ฉินมั่วขมวดคิ้วมุ่นจ้องมองชายหนุ่ม เขาไม่คาดคิดเลยว่าอีกฝ่ายจะทำนายได้ถูกต้องจริงๆ แถมยังแม่นยำราวกับจับวาง ตรงกับผลที่เขาทำนายไว้ไม่มีผิดเพี้ยน

เขาจึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ "นายรู้จักฉันงั้นเหรอ"

ชายหนุ่มไม่ได้แม้แต่จะปรายตามองฉินมั่ว เพียงแค่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเกียจคร้าน "หนึ่งร้อยหยวน ไม่รับแปะโป้ง!"

"เอ่อ..."

"ฮ่าๆ นานๆ ทีจะเห็นสตรีมเมอร์หมาหน้าแตก"

"นักพรตเขาไม่คุยกันเรื่อง 'วาสนา' หรอก เขาคุยเรื่อง 'เงินตรา' ตังหากล่ะ! ร้อยนึงถ้วน!"

ฉินมั่วจำใจสแกนจ่ายเงินหนึ่งร้อยหยวนให้อีกฝ่ายอย่างจนใจ ก่อนจะเอ่ยถามอีกครั้ง "นายรอฉันอยู่หรือเปล่า"

"ฉันรอคนหลายคน และหนึ่งในนั้นก็คือนาย"

ฉินมั่วกลอกตาบนเมื่อได้ยินเช่นนั้น ทำตัวเป็นปรมาจารย์... ขี้เก๊กชะมัด...

เขามั่นใจว่าชายหนุ่มตรงหน้าตั้งใจมาหาเขาโดยเฉพาะแน่ๆ

ฉินมั่วกดเสียงต่ำ "จุดประสงค์ของนายคืออะไร"

ชายหนุ่มปรายตามองฉินมั่วอย่างเกียจคร้าน หันหลังเตรียมจะเดินจากไป แต่ก็ไม่ลืมทิ้งท้ายไว้ประโยคหนึ่ง

"หาเลี้ยงปากท้อง!"

ฉินมั่วขมวดคิ้วมองแผ่นหลังของชายหนุ่มที่ค่อยๆ เดินห่างออกไป

พิลึกคน...

"ฉิน... ฉินมั่ว!"

ทันใดนั้น เสียงตะโกนด้วยความประหลาดใจก็ดังขึ้น พร้อมกับร่างหนึ่งที่พุ่งพรวดเข้ามาในอ้อมกอดของเขาและกอดเขาไว้แน่น

"ฉิน... ฉินมั่ว ขอร้องล่ะ ช่วยพ่อฉันด้วย พ่อฉัน... เขา... เขาล้มลงไปแล้ว ฮือๆ..."

"เธอคือ..."

เมื่อมองเห็นมู่หรงหลานหลานที่กำลังร้องไห้ฟูมฟายอยู่ในอ้อมกอด ฉินมั่วก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เขาไม่คาดคิดว่าคุณหนูผู้หยิ่งทะนงอย่างมู่หรงหลานหลานจะยอมทิ้งภาพลักษณ์แล้วโผเข้ากอดเขาต่อหน้าธารกำนัลเช่นนี้

หลังจากลองคำนวณชะตาดูเงียบๆ ฉินมั่วก็ยิ่งตกใจ เขาไม่นึกเลยว่ามู่หรงเจียซิงจะหมดสติไปทันทีหลังจากที่เขาจากมา...

เขาจึงปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "เอาล่ะ เลิกร้องไห้ได้แล้ว ขืนร้องต่อ หน้าตาก็มอมแมมเป็นลูกแมวคลุกฝุ่นกันพอดี!"

"ฉินมั่ว ฉันขอร้องล่ะ! ช่วยพ่อฉันด้วย ฉันขอโทษแทนเขาก็ได้!" มู่หรงหลานหลานพูดทั้งน้ำตานองหน้า

ฉินมั่วรู้สึกลำบากใจอยู่บ้าง เพิ่งจะไล่เขาออกมาหยกๆ ตอนนี้กลับมาเชิญเขากลับไป คิดว่าเขาเป็นสุนัขหรือไง นึกจะไล่ก็ไล่ นึกจะเรียกก็เรียก

"เอ่อ... คือว่า... เรื่องนี้... อันที่จริง... ฉันก็ช่วยเขาได้นะ... เพียงแต่ว่า... หมอดูอย่างพวกเราถือเรื่อง 'วาสนา' เป็นสำคัญน่ะ ความจริงแล้ว..."

"ฉันรู้!"

ก่อนที่ฉินมั่วจะได้พูดอะไรต่อ มู่หรงหลานหลานก็พูดแทรกขึ้นมาเสียงดัง

"หืม? รู้ว่าอะไรล่ะ" ฉินมั่วเบิกตากว้าง

"นายต้องการ 'เงินตรา' ใช่ไหม! หนึ่งล้านหยวนพอหรือเปล่า" พูดจบ มู่หรงหลานหลานก็หยิบบัตรธนาคารออกมาจากกระเป๋า

"หา?"

ฉินมั่วถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง ไม่ใช่สิ! ฉันแค่หาเรื่องปฏิเสธต่างหาก แต่เธอเล่นแบบนี้... ฉันก็ทำตัวไม่ถูกเลยน่ะสิ...

เมื่อเห็นฉินมั่วนิ่งเงียบไป มู่หรงหลานหลานก็เริ่มร้อนรน

"ไม่พอเหรอ นี่เป็นเงินทั้งหมดที่ฉันพกติดตัวมานะ ถ้ายังไม่พอ เดี๋ยวฉันโทรขอคุณปู่เพิ่มให้" ว่าแล้วมู่หรงหลานหลานก็สะอึกสะอื้นพลางหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเตรียมจะโทรออก

ก่อนที่ฉินมั่วจะทันได้ห้ามปราม ผู้ชมในช่องแชทไลฟ์สดก็พร้อมใจกันระเบิดอารมณ์

"ไอ้สตรีมเมอร์หมา แกไม่มีความเห็นใจสาวสวยบ้างเลยหรือไง สาวสวยขนาดนี้มาอ้อนวอน แกยังจะมัวลังเลบ้าอะไรอยู่อีก!"

"บัดซบ! สตรีมเมอร์หมา ฉันไม่สนหรอกนะว่าแกจะเป็นสิบแปดมงกุฎหรือเปล่า! รีบไปช่วยคนสวยเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นฉันจะเกณฑ์ญาติโกโหติกามาส่งโคตรเหง้าแกไปสวรรค์แน่!"

"สตรีมเมอร์ ฉันกราบล่ะ! ช่วยเธอเถอะ! ฉัน... ฉันไม่มีเงินเปย์ของขวัญให้ แต่ฉัน... ฉันจะไปจุดธูปไหว้พระขอพรให้แกเลย เอาไหม!"

"สตรีมเมอร์หมา! รีบตกลงสิวะ! ถ้าไม่ตกลง พวกเราจะลงขันจ้างแกเอง! ฉันทนเห็นคนร้องไห้ไม่ได้ โดยเฉพาะสาวสวยน่ารักแบบนี้!"

"สตรีมเมอร์หมา! แกอย่าให้โป๊ะแตกว่าเป็นสิบแปดมงกุฎตัวจริงนะ ไม่งั้นฉันจะตามไปแทงแกถึงที่เลยคอยดู!"

เพชฌฆาต มอบ คาร์นิวัล ×1

มังกรยักษ์ไซบีเรียขยี้ดาวเคราะห์น้อยด้วยมือเปล่า มอบ หัวใจดวงน้อย

"เชี่ยเอ๊ย! เมนต์บน ชื่อเอ็งโหดกว่าของขวัญที่ส่งมาอีกนะ..."

เมื่อเห็นดังนั้น คนอื่นๆ ก็เริ่มสาดของขวัญเข้ามารัวๆ เพียงพริบตาเดียว ของขวัญก็ปลิวว่อนจนล้นจอไลฟ์สด ไม่ว่าจะเป็นแอนตี้แฟนหรือแฟนคลับ ตอนนี้ทุกคนต่างมีเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือการช่วยเหลือมู่หรงหลานหลาน

ฉินมั่วเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นในไลฟ์สดก็อดขำไม่ได้ เขายังไม่ได้บอกเลยสักคำว่าจะไม่ช่วย...

อย่างไรก็ตาม ด้วยคติประจำใจที่ว่า มีลาภมาแล้วไม่รับถือว่าโง่ ฉินมั่วจึงน้อมรับของขวัญทั้งหมดด้วยความยินดี

จากนั้นเขาก็มองไปที่มู่หรงหลานหลานแล้วพูดอย่างนุ่มนวล "พอแล้วๆ! พ่อของเธอถือว่ามี 'วาสนา' กับฉันก็แล้วกัน"

ขณะพูด ฉินมั่วก็แอบยัดบัตรธนาคารใส่กระเป๋าอย่างแนบเนียน

อะแฮ่ม...

"ช่างเถอะ... ไปกัน! ไปดูอาการพ่อของเธอกัน!"

เมื่อเห็นฉินมั่วตกลงช่วยเหลือ มู่หรงหลานหลานก็ร้องไห้ด้วยความปีติยินดี เธอพยักหน้าหงึกๆ อย่างแรง ก่อนจะรีบวิ่งนำหน้ากลับไปทางเดิมทันที

ฉินมั่วรีบเดินตามไปติดๆ

...

"เฮ้อ นายท่านมู่ โปรดทำใจดีๆ ไว้นะครับ... เจียซิง... จากไปแล้วครับ"

ภายในคฤหาสน์ตระกูลมู่หรง แพทย์วัยกลางคนแจ้งข่าวร้ายด้วยความโศกเศร้า หลังจากยืนยันได้ว่าหัวใจของมู่หรงเจียซิงหยุดเต้นแล้ว

"ทำไม... ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้..."

ทันทีที่ได้ยินข่าวร้าย นายท่านมู่ก็ราวกับสูญเสียที่พึ่งพิง ร่างกายเอนหงายหลังทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น

แพทย์ที่เตรียมรับมืออยู่แล้วตาไวและมือไว รีบเข้าไปประคองนายท่านมู่ไว้ทันควัน คำพูดปลอบโยนที่จุกอยู่ที่ริมฝีปากกลับไม่อาจเอื้อนเอ่ยออกมาได้

ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องที่เจ็บปวดที่สุดในโลกก็คือคนผมขาวต้องมาส่งคนผมดำ คนที่ให้กำเนิดชีวิตกลับต้องมาเป็นคนส่งวิญญาณ ช่างเป็นเรื่องที่น่าสลดใจยิ่งนัก...

นายท่านมู่มีสีหน้าราวกับคนวิญญาณหลุดลอย ร่างกายสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุมได้

"ลูก... ลูกพ่อ..."

ในที่สุด ชายชราวัยเฉียดแปดสิบก็ไม่อาจกลั้นอารมณ์ได้อีกต่อไป ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายใคร

บรรยากาศรอบด้านหนักอึ้งขึ้นมาในพริบตา นอกเหนือจากเสียงสะอื้นไห้ที่พยายามกลั้นไว้ ก็ไม่มีใครปริปากพูดอะไรออกมาอีกเลย

...

จบบทที่ บทที่ 11: คนผมขาวส่งคนผมดำ

คัดลอกลิงก์แล้ว