- หน้าแรก
- เริ่มต้นด้วยการนอนชิลล์ แต่ดันชิงตัวจักรพรรดินีมาเป็นภรรยา
- ตอนที่ 48: ช่างไร้ศีลธรรม ไร้ศีลธรรมจนควันออกหู!
ตอนที่ 48: ช่างไร้ศีลธรรม ไร้ศีลธรรมจนควันออกหู!
ตอนที่ 48: ช่างไร้ศีลธรรม ไร้ศีลธรรมจนควันออกหู!
ตอนที่ 48: ช่างไร้ศีลธรรม ไร้ศีลธรรมจนควันออกหู!
ทุกคนในลานบ้านต่างพากันยืนอึ้ง
ไอ้... ไอ้ลู่หยวนคนนี้มัน...
ในขณะนั้น โควหยาง ที่เพิ่งเดินออกมาพอดี ถึงกับพูดตะกุกตะกักเมื่อเห็น ซูหลี่เยียน จูงม้าตามหลังมา:
"น้องสะใภ้ซู... ทำไมคุณถึงกลับมากับลู่หยวนล่ะครับ..."
โควหยางเองก็มึนตึบไม่แพ้กัน
ช่วงหลายวันที่ผ่านมา ข่าวลือเรื่องลู่หยวนแพร่สะพัดไปทั่วหอพัก ทุกคนคิดไปในทางเดียวกับ แม่เกา กันหมด
นั่นคือพ่อแม่ของหลี่เยียนคงไม่พอใจในตัวลู่หยวนอย่างหนัก
โดยเฉพาะพักหลังมานี้ ลู่หยวนไม่ยอมไปทำงานที่กองสรรพาวุธ ปล่อยให้เมียออกไปทำงานงกๆ แล้วกลับมาซักผ้า ทำกับข้าว จัดบ้านให้คนเดียว
แถมลู่หยวนยังนอนตื่นสายจนเกือบเที่ยงทุกวัน
พ่อแม่บ้านไหนจะยอมปล่อยลูกสาวให้มาอยู่กินกับคนพรรค์นี้?
ทุกคนเลยปักใจเชื่อว่าพ่อแม่หลี่เยียนคงกักตัวลูกสาวไว้ไม่ให้กลับมา ส่วนลู่หยวนก็คงกำลังคุกเข่าอ้อนวอนขอขมาอยู่หน้าบ้านพ่อตาแม่ยายเป็นแน่แท้
หลี่เยียนมองโควหยางด้วยสายตาแปลกๆ... นี่มันคำถามอะไรกัน?
เธอเป็นผู้หญิงของลู่หยวน ถ้าไม่กลับมากับลู่หยวน แล้วจะให้เธอกลับมากับใครล่ะจ๊ะ?
หลี่เยียนที่ยังงงๆ เลยพยักหน้าตอบไปว่า:
"พวกเราไปเยี่ยมญาติมาจ้ะ เลยเพิ่งกลับมาถึง"
ลู่หยวนที่ยืนอยู่ข้างๆ ยักคิ้วกวนประสาท: "เอาเถอะโควหยาง ดูท่าเจ้าจะมองไม่เห็นพี่ชายคนนี้อยู่ในสายตาเลยสินะ?"
"โอ๊ยตายแล้ว! นี่มันแป้งสาลีขาวนี่นา!! ตั้งครึ่งกระสอบเชียว!!"
เสียงแผดตะโกนของแม่เกาดังลั่นไปทั่วลานบ้านทันที
ในตอนนั้น แม่เกากำลังยืนอยู่ท้ายม้า เอานิ้วจิ้มๆ กระสอบดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ทุกคนรีบหันขวับไปมองตามเสียงทันที
และก็เป็นอย่างที่เห็น มีละอองแป้งขาวนวลเกาะอยู่ตรงขอบกระสอบจริงๆ
แต่มันไม่ได้มีแค่แป้งขาวน่ะสิ แม่เกายังคลำไปเจอกระสอบอื่นๆ แล้วก็ต้องอุทานในใจ เพราะมันทั้งถั่วลิสง ทั้งข้าวสาร และเนื้อสัตว์กองพะเนิน!!
นี่ยังไม่นับหัว "คุน" เอ๊ย... หัวไก่สี่หัวที่โผล่ออกมาจากถังไม้ข้างม้านั่นอีกนะ
วินาทีนั้น ทุกคนถึงกับใบ้กิน
"นี่มันทั้งแป้งขาว ทั้งข้าว ทั้งเนื้อ... แถมยังมีไก่เป็นๆ อีก... พวกแกไปทำอะไรมาเนี่ย..."
ชาวบ้านในหอพักถามด้วยสีหน้ามึนงงสุดขีด
ลู่หยวนยักคิ้วตอบหน้าตาย:
"อ๋อ ของพวกนี้พ่อตาแม่ยายผมท่านให้มาน่ะครับ ช่วยไม่ได้จริงๆ ผมบอกแล้วว่าไม่เอาๆ แต่ท่านก็คะยั้นคะยอจะให้มาให้ได้"
ลู่หยวนทำหน้าแบบ 'โถ่ ผมลำบากใจจริงๆ ที่ต้องรับของพวกนี้มา'
ทุกคน: "???"
ในขณะเดียวกัน หลี่เยียนกำลังเช็คของบนหลังม้าอยู่ จู่ๆ เธอก็ชะงักแล้วหันมามองลู่หยวนด้วยความสงสัย:
"พี่จ๊ะ เหมือนไข่จะหายไปครึ่งตะกร้าเลยนะจ๊ะ มันหล่นหายระหว่างทางหรือเปล่า ทำไมเหลือแค่ครึ่งเดียวเอง?"
ลู่หยวน: "..."
เขามุ่ยปากแล้วตอบว่า:
"พี่แอบเอาออกวางไว้ที่บ้านก่อนเราจะออกมาน่ะจ๊ะ อย่างน้อยเราก็ควรเหลือไข่ไว้ให้พ่อกับแม่กินบ้างไม่ใช่เหรอ? ในเมื่อไก่ที่บ้านก็โดนเจ้าหิ้วมาหมดแล้วแบบนี้..."
เมียรักของเขาคนนี้มันก็เกินไปจริงๆ เล่นกวาดไข่มาหมดเล้าเลย
ลู่หยวนแอบเห็นก่อนออกเดินทางเลยคิดว่า 'ไม่ได้การล่ะ ทำแบบนี้ได้ยังไง? พี่ไม่ได้อดอยากขนาดนั้นเสียหน่อย'
อีกอย่าง อาหารเลิศรสในโลกนี้ครึ่งหนึ่งก็มีไข่เป็นส่วนประกอบทั้งนั้น
ได้ฟังคำเฉลยของสามี หลี่เยียนถึงได้เข้าใจ เธอเม้มปากน้อยๆ แล้วพูดเสียงอ้อน:
"ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ ท่านกินไข่น้อยลงหน่อยก็ไม่เห็นเป็นไรเลย พี่น่ะกระเพาะไม่ดี ต้องเน้นกินของบำรุงๆ ก่อนสิจ๊ะ"
เห็นเมียรักเป็นห่วงขนาดนี้ ลู่หยวนอดใจไม่ไหว เอื้อมมือไปบีบแก้มเนียนใสของเธอพลางยิ้มกว้าง:
"ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ พี่น่ะขอแค่ได้กินแป้งสาลีขาว พี่ก็อยู่ได้สบายแล้ว"
ทุกคน: "???"
จังหวะนั้น ลู่หยวนหันไปมองฝูงชนที่กำลังยืนอึ้งตาค้างแล้วเอ่ยว่า:
"เอาละ ผมไม่คุยด้วยแล้วนะ ต้องรีบไปจัดของ เมียผมยังต้องเตรียมตัวไปทำงาน ส่วนผมก็ต้องรีบกลับไปนอนต่อแล้วล่ะ"
ที่รีบน่ะ เพราะปูม้าพวกนั้นมันใกล้จะตายแหล่ไม่ตายแหล่แล้ว เขาต้องรีบเอาไปนึ่งให้ทันเวลา
พูดจบ ลู่หยวนก็หิ้วตะกร้าปูมุ่งหน้าไปลานหลัง โดยมีหลี่เยียนจูงม้าเดินตามต้อยๆ
ทิ้งให้ชาวบ้านทุกคนยืนทำหน้ามีเครื่องหมายคำถามแปะเต็มหน้า
ลองฟังดูเถอะ... นี่มันใช่คำพูดของมนุษย์ปกติที่ไหนกัน?
เมียไปทำงาน แต่ผัวจะไปนอนต่อเนี่ยนะ?!!
แถมบอกว่า 'ขอแค่ได้กินแป้งขาวก็พอแล้ว' งั้นเหรอ?!
มองดูข้าวของบนม้านั่นสิ นอกจากข้าวปลาอาหารแล้ว ยังมีของป่าอย่างเห็ดหอมแห้ง พริกแห้ง และของดีๆ อีกเพียบ
วินาทีนั้น ทุกคนพากันสรุปไปในทิศทางเดียวกันทันที
ไอ้ลู่หยวนมันไม่มีอะไรจะกินในหอพัก เลยใช้ข้ออ้างพาสะใภ้กลับบ้านไปปล้นบ้านพ่อตาตัวเองชัดๆ!!!
ไอ้คนไร้ศีลธรรมที่สุดในสามโลก!!!
หน้าหนาวก็ใกล้เข้ามาแล้ว พวกชาวนาเขากว่าจะเก็บหอมรอมริบของพวกนี้ไว้กินได้ทั้งปีมันง่ายที่ไหนกัน?!!
แต่มันกลับไปกวาดมาจนเกลี้ยงเล้าเกลี้ยงยุ้งขนาดนี้!!
แล้วพ่อตาแม่ยายมันจะผ่านหน้าหนาวนี้ไปได้ยังไงกันล่ะเนี่ย?
ช่างไร้ศีลธรรม!! ไร้ศีลธรรมสิ้นดี!!
ลองฟังที่มันพูดสิ ไก่มีอยู่สี่ตัวมันก็กวาดมาหมด!!! ไม่เหลือแม้แต่ตัวเดียวไว้ให้ออกไข่ที่บ้านโน้นเลย!!
มันไม่คิดจะเหลืออะไรไว้ให้คนเฒ่าคนแก่เลยจริงๆ!!
"ไม่สิ ทำไมพ่อแม่หลี่เยียนถึงยังยอมให้ลูกสาวอยู่กับไอ้ลู่หยวนอยู่อีกนะ!!!"
ทุกคนต่างขบคิดจนหัวแทบระเบิดว่ามันเกิดอะไรขึ้น!! สันดานแบบนี้ ทำไมพ่อแม่เขาถึงยังยอมให้ลูกสาวกลับมา!!
จังหวะนั้น เกาถิงอวี่ ที่ยืนดูอยู่ข้างๆ ก็พูดลอดไรฟันออกมาด้วยความแค้น:
"ไอ้หมอนี่มันต้องกลับไปเป่าหูหลอกลวงพวกท่านแน่ๆ!!"
พอได้ยินคำพูดของถิงอวี่ ทุกคนก็พยักหน้าเห็นพ้องอย่างรุนแรง
นั่นสิ!! มันต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ ไอ้เด็กนี่มันเก่งเรื่องหลอกล่อคนที่สุด!!
ชาวบ้านนอกเขาก็ซื่อกันทั้งนั้น!! คงโดนไอ้คนไร้ศีลธรรมนี่ใช้คำพูดไม่กี่คำหลอกจนหลงเชื่อแน่ๆ!!
วินาทีนั้น ความโกรธแค้นพุ่งปรี๊ดขึ้นมาในอกของทุกคนอีกครั้ง
พวกเขารู้สึกแน่นหน้าอกจนแทบหายใจไม่ออก
"แต่จะว่าไป... ในชนบทเนี่ยเขามีเสบียงเหลือเฟือขนาดนี้เลยเหรอ? ดูของที่ไอ้ลู่หยวนหิ้วกลับมาสิ ทำไมมันเยอะขนาดนี้? เผลอๆ บ้านเรายังมีของกินไม่เท่ามันเลยนะเนี่ย?" ชาวบ้านคนหนึ่งถามขึ้นด้วยความสงสัย
ทว่า มีคนข้างๆ รีบแย้งขึ้นมาว่า:
"ยุคนี้มันไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ราชสำนักสนับสนุนทั้งช่างฝีมือและชาวนาอย่างหนัก ชีวิตคนเราน่ะดีขึ้นกว่าเดิมเยอะ แต่อย่างว่าแหละ... ไอ้คนไร้ศีลธรรมนี่มันคงขนมาจนเกลี้ยงบ้านพ่อตามากกว่า!"
ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย แต่ในใจลึกๆ ก็ยังรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง
ถึงแม้ชีวิตจะดีขึ้นกว่าช่วงสงคราม แต่ชาวนาทั่วไปก็ไม่น่าจะมีแป้งสาลีขาวกินเป็นล่ำเป็นสันขนาดนี้
แม้แต่พวกเขาเอง ถ้าไม่นับมื้อเที่ยงที่โรงงาน เดือนหนึ่งจะได้กินแป้งขาวที่บ้านสักกี่ครั้งกันเชียว...
แต่ถึงจะสงสัยยังไงก็พูดอะไรไม่ได้ เพราะหลักฐานมันคาตาอยู่บนหลังม้านั่น!!
ของพวกนั้นคงไม่มีทางที่ลู่หยวนจะซื้อเองหรอก ลู่หยวนจะมีเงินที่ไหนล่ะ? หลายวันที่ผ่านมา นอกจากมื้อเกี๊ยวกับปลาที่คุยโวแล้ว เขาก็เห็นมันกินแต่แป้งข้าวโพดประทังชีวิตเนี่ยแหละ!
"ถ้าเป็นแบบนี้... การหาเมียเป็นสาวชาวบ้านมันก็เข้าท่าเหมือนกันนะ... ดูของที่ไอ้คนไร้ศีลธรรมนี่หิ้วกลับมาสิ มันอยู่ได้สบายไปอีกนานเลย" ชาวบ้านบางคนเริ่มรู้สึกอิจฉาตาร้อน
ทุกคนต่างพยักหน้าเห็นพ้องอย่างแรง
เดิมทีทุกคนตั้งตารอวันที่ลู่หยวนจะถังแตกจนไม่มีแม้แต่แป้งข้าวโพดจะกิน เพื่อที่จะได้หัวเราะเยาะให้สะใจ
ที่ไหนได้ ไอ้คนไร้ศีลธรรมนี่ดันขนเสบียงจากบ้านพ่อตามาเป็นกองทัพ!
แบบนี้มันก็เตรียมตัวออกมาขิงใส่คนอื่นได้อีกนานเลยสิ!!
คิดได้ดังนั้นทุกคนก็อารมณ์เสีย บ่นพึมพำกันอีกสองสามประโยคก่อนจะแยกย้ายกันไปด้วยความหงุดหงิด
ในตอนนั้นเอง เกาถิงอวี่แหงนหน้ามองฟ้าทำมุมสี่สิบห้าองศา เพราะเขาเคยได้ยินมาว่าท่านี้จะช่วยไม่ให้น้ำตาไหลออกมา
ฮือๆๆๆ...
สุดท้ายเขาก็หันหลังกลับแล้วร้องไห้ออกมาจนได้
ฮือๆๆๆ ทำไมกัน!! ของพวกนั้นมันควรจะเป็นของเขาสิ!!
เดิมทีเขากะว่าวันมะรืนจะไปที่บ้านหลี่เยียนเพื่อขอแต่งงาน และจะบอกเธอว่าต่อให้เธอจะเป็น 'มือสอง' เขาก็ไม่ถือสา
แต่ผลลัพธ์ที่ได้...
ฮือๆๆๆ...
ไอ้ลู่หยวน แกมันไอ้คนถ่อย ปีศาจไร้ศีลธรรม หน้าด้าน ไร้ศีลธรรมจนควันออกหูจริงๆ!!