- หน้าแรก
- เริ่มต้นด้วยการนอนชิลล์ แต่ดันชิงตัวจักรพรรดินีมาเป็นภรรยา
- ตอนที่ 43: จุ๊บ จุ๊บ จุ๊บ จุ๊บ~
ตอนที่ 43: จุ๊บ จุ๊บ จุ๊บ จุ๊บ~
ตอนที่ 43: จุ๊บ จุ๊บ จุ๊บ จุ๊บ~
ตอนที่ 43: จุ๊บ จุ๊บ จุ๊บ จุ๊บ~
แม่สื่อจ้องมอง ลู่หยวน ที่ดูไม่คุ้นตาด้วยความมึนงง แต่เพียงครู่เดียวเธอก็นึกออกว่าไอ้หมอนี่คือใครก็ไอ้ลูกเต่าที่มาฉกงาน (ดูตัว) ของเธอไปเมื่อวันก่อนไงล่ะ! "คนพรรค์นี้ก็ไม่ใช่คนดีเด่มาจากไหนหรอก" แม่สื่อพึมพำกับตัวเอง
ทว่า ในเมื่อตอนนี้เขาช่วยพูดเข้าข้างเธอ แม่สื่อเลยไม่ได้ด่าสวนกลับไป และตอนนี้เธอก็ไม่คาดหวังว่าบ้านตระกูลเกาจะยอมดูตัวกับ หวังเฟิ่งตาน อีกต่อไปแล้ว ในเมื่อพูดกันถึงขนาดนี้ ก็ถือว่าขาดกันไปเลยแล้วกัน! ไม่มีประโยชน์ที่จะอยู่ต่อ แม่สื่อกัดฟันกรอด จ้องหน้าสองแม่ลูกตระกูลเกาแล้วโพล่งออกมาว่า:
"วันหน้าไม่ต้องมาหาข้าอีกนะ ไปหาคนกันเอาเองเถอะ! ไปกันเถอะเฟิ่งตาน บ้านนี้มันใช้ไม่ได้ มารยาทไม่มี ป้าจะหาบ้านที่ดีกว่านี้ให้หนูเอง!"
พูดจบแม่สื่อก็ลากตัวหวังเฟิ่งตานเดินจากไป ทิ้งให้เด็กสาวเดินจากไปด้วยขอบตาที่แดงก่ำ ก็นะ เธอเป็นกุลสตรี แถมมีคนมุงดูเยอะขนาดนี้ แต่บ้านตระกูลเกากลับไม่ยอมให้แม้แต่ก้าวเท้าเข้าบ้าน มันน่าอับอายขายหน้าจริงๆ ถึงเธอจะหนักร้อยแปดสิบชั่ง แต่เธอก็มีความรู้สึกนึกคิด มีหัวใจที่บอบบางนะจ๊ะ
ก่อนจะไป หวังเฟิ่งตานหันมามองลู่หยวนด้วยสายตาลึกซึ้ง เพราะท่ามกลางฝูงชนมหาศาล มีเพียงชายคนนี้คนเดียวที่ยอมออกหน้าพูดแทนเธอ เมื่อละครลิงจบลง เรื่องสนุกไม่มีให้ดูแล้ว ชาวบ้านคนอื่นๆ ก็เตรียมแยกย้ายกลับไปกินข้าวมื้อเที่ยงที่บ้าน
จังหวะนั้นเอง ทุกคนเห็นลู่หยวนเอื้อมมือไปโอบเอวบางของเมียรัก พลางปั้นหน้าจริงจังแล้วพูดว่า: "ที่พี่ชอบเจ้าน่ะ ไม่ใช่เพราะเจ้าสวยหรอกนะ แต่พี่ชอบที่เจ้าขยัน มีคุณธรรม และปรนนิบัติคนเก่ง เข้าใจไหมจ๊ะ~"
ซูหลี่เยียน พยักหน้าหงึกๆ อย่างมีความสุข: "อื้อ~ ฉันเข้าใจจ้ะพี่~"
ชาวบ้านแถวนั้นถึงกับหน้าตึงไปตามๆ กัน (มีเส้นดำพาดผ่านใบหน้า) ลู่หยวนร่ายมนต์ต่อ: "ต่อไปเจ้าต้องปรนนิบัติพี่ให้ดีๆ เชื่อฟังคำสั่งพี่นะจ๊ะ ถึงจะใช้ชีวิตร่วมกับพี่อย่างมีความสุขเข้าใจไหม"
หลี่เยียนพยักหน้าอย่างตั้งอกตั้งใจ: "อื้อ~ ต่อไปฉันจะปรนนิบัติพี่ให้ดียิ่งขึ้นไปอีกจ้ะ~"
ผู้คนที่ยืนมุงอยู่ถึงกับชาหนึบไปทั้งตัว ไอ้ลู่หยวนมันจะหน้าด้านเกินไปแล้ว!! ต้องให้หลี่เยียนปรนนิบัติอะไรแกอีกวะ?!! ไอ้ผีร้ายอย่างแก งานก็ไม่ทำ เสื้อผ้าก็ไม่ซัก กับข้าวก็ไม่ทำ นั่งกระดิกตีนรอหลี่เยียนกลับมาทำให้ทุกอย่าง กระทั่งวันนี้ แกยังต้องให้เขาช่วยแต่งตัวให้เลย!! ยังจะให้เขาปรนนิบัติอะไรแกอีกฮะ!! ไอ้หน้าตัวเมียแบบไหนถึงกล้าพ่นคำพูดแบบนี้ออกมา!! แล้วที่บอกว่าจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขน่ะรึ?!! เงินแกใกล้หมดแล้วมั้งน่ะ ข้าว่าอีกไม่กี่วันแกคงไม่มีแม้แต่หัวมันเทศจะกิน!! คอยดูเถอะว่าตอนนั้นแกจะหลอกเขาได้ยังไง!!
ส่วนเกาถิงอวี่ที่ยืนมองหลี่เยียนผู้แสนว่าง่ายและน่ารักคนนั้น ก็ถึงกับตาแดงก่ำ ร้องไห้ออกมาด้วยความอัดอั้นตันใจ
หลังมื้อเที่ยง ลู่หยวนหันไปบอกหลี่เยียนว่า: "ไปกันเถอะ บ่ายนี้ไปซื้อของกันหน่อย มะรืนเราจะหิ้วกลับบ้านกัน"
หลี่เยียนสะดุ้ง รีบบอกปัด: "ไม่ต้องซื้อหรอกจ้ะพี่ ที่บ้านมีผักเยอะแยะ ไก่ก็มี วันเลี้ยงฉลองเราเชือดไก่กินก็พอแล้ว"
เมื่อวานลู่หยวนไม่ได้บอกหลี่เยียนว่าเขาเปย์ของกินของใช้ชุดใหญ่ส่งไปที่หมู่บ้านชิงชิวเรียบร้อยแล้ว เพราะหลังจากกินปลาเมื่อวาน เขารู้สึก "ปึ๋งปั๋ง" เป็นพิเศษ พออิ่มปุ๊บก็ลากหลี่เยียนเข้าเตียงปั๊บ หลี่เยียนเลยยังไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย
ลู่หยวนส่ายหน้าพลางบอกว่า: "ไม่ได้จะซื้อผักจ้ะ แต่จะไปซื้อชุดกันหนาวกับรองเท้าใหม่ให้พ่อแม่กับน้องชายเจ้า พี่เห็นคราวก่อนพวกท่านยังใส่รองเท้าผ้าธรรมดาอยู่เลย พี่จะซื้อบูทบุขนหนานุ่มให้คนละคู่ แล้วก็จะซื้อตะเกียงพลังงานวิญญาณด้วย ไอ้ตะเกียงน้ำมันก๊าดที่บ้านน่ะ กลิ่นมันแรงจนพี่ปวดหัวไปหมดแล้ว"
หลี่เยียนอึ้งไป... อา เสียเงินอีกแล้ว... เธอเป็นคนประหยัดและชอบวางแผนระยะยาว ถึงตอนนี้จะมีเงิน แต่ก็ต้องเก็บหอมรอมริบไว้บ้าง เพราะในอนาคตต้องมีลูก พอลูกโตไปมีครอบครัว คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็ต้องมีสมทบทุนให้บ้างไม่ใช่เหรอ? หลี่เยียนคิดไปไกลมาก คิดไปถึงขั้นว่าจะไปฝังศพอยู่ด้วยกันที่ไหนตอนแก่ตายโน่นเลย
เธอรีบพูดขึ้นว่า: "ไม่ต้องหรอกจ้ะพี่ พ่อกับแม่มีชุดกันหนาวแล้ว หน้าหนาวไม่มีงานในไร่ ทุกคนก็นอนอุดอู้อยู่แต่ในบ้าน พี่ซื้อแค่ตะเกียงก็พอแล้ว เสื้อผ้าไม่ต้องซื้..."
ยังไม่ทันที่หลี่เยียนจะพูดจบ ลู่หยวนก็เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยพร้อมขมวดคิ้ว: "หืม?" น้ำเสียงนั้นดูมีอำนาจและแฝงความไม่พอใจอยู่นิดๆ
พอได้ยินเสียง "หืม" คำเดียว หลี่เยียนก็สะดุ้งโหยง วินาทีต่อมาเธอรีบโผเข้าไปกอดเอวสามีแน่น เอาหน้าถูไถที่ซอกคอลู่หยวนแล้วอ้อนวอนเสียงหวาน: "โถ่... น้องรู้แล้วจ้ะว่าน้องผิด น้องจะเชื่อฟังพี่ทุกอย่าง พี่อย่าโกรธน้องเลยนะจ๊ะ~"
ลู่หยวนพยักหน้าอย่างพอใจ: "อืม~"
เขาพึงพอใจกับปฏิกิริยาของหลี่เยียนมาก ช่วยไม่ได้นะจ๊ะ สถานะในครอบครัวมันชัดเจนแบบนี้แหละ~ แต่อย่างว่าแหละนะ... ไอ้การทำเสียง 'หืมๆ อืมๆ' ของเขามันก็ทำให้เขารู้สึกเหมือนเป็นคุณชายเจ้าสำราญอยู่เหมือนกัน
ในใจหลี่เยียนตอนนี้ทั้งซึ้งทั้งดีใจ ผู้ชายของเธอช่างแสนดีคิดเผื่อพ่อแม่เธอขนาดนี้ ถ้ากลับไปบ้านพร้อมของฝากกองโต เธอคงมีหน้ามีตาน่าดู ดูสิ ผู้ชายของฉันซื้อของพวกนี้มาฝากพวกท่านด้วยนะจ๊ะ~ แต่ก็นะ... เธอก็แอบเสียดายเงินของเขานั่นแหละ~
หลี่เยียนกอดลู่หยวนแน่นพลางกระซิบออเซาะ: "ขอบคุณนะจ๊ะพี่~"
ลู่หยวนยักคิ้วแกล้งถาม: "ขอบคุณแค่ปากเนี่ยนะ?"
หลี่เยียนชะงักไปนิด ก่อนจะนึกขึ้นได้ เธอเอื้อมแขนโอบคอลู่หยวน เขย่งเท้าขึ้นจูบที่แก้มเขาเบาๆ แต่ลู่หยวนยังไม่พอใจ ยักคิ้วต่อ: "จูบเดียวเองเหรอ?"
จุ๊บ จุ๊บ จุ๊บ
"จูบแค่ข้างซ้ายข้างเดียวเหรอจ๊ะ?"
จุ๊บ จุ๊บ จุ๊บ
"แล้วทำไมข้างขวาถึงจูบน้อยกว่าข้างซ้ายล่ะจ๊ะ?"
จุ๊บ~~~~~
สุดท้าย ลู่หยวนเลียริมฝีปากเหมือนยังไม่จุใจแล้วพูดว่า: "เมียจ๋า ทำไมน้ำลายของเจ้ามันหวานขนาดนี้ล่ะจ๊ะ?" "ขอพี่ชิมอีกสักคำสิ"
ช่วงบ่าย หลี่เยียนเดินจูงมือลู่หยวนไปที่ห้างสรรพสินค้า ตลอดทางลู่หยวนยืดอกภูมิใจท่ามกลางสายตาอิจฉาของผู้คน เพียงบ่ายเดียว เขาใช้เงินไปร่วมร้อยหยวนเหมือนคนบ้าคลั่ง ของที่ซื้อให้พ่อแม่หลี่เยียนไม่ต้องเน้นแบรนด์เนมเลิศหรู เพราะพวกท่านไม่ได้ออกไปอวดใครในหมู่บ้าน เน้นแค่ใส่แล้วอุ่นก็พอ เอาแค่พอใช้ได้ ไม่เหมือนตอนเขาซื้อชุดให้หลี่เยียน อันนั้นซื้อเพื่อความเจริญหูเจริญตาของเขาเอง
หลังช้อปปิ้งเสร็จ ลู่หยวนกะว่าจะเอาของไปฝากไว้ที่คฤหาสน์หลังใหญ่ก่อน แล้วค่อยมาขนพรุ่งนี้ พอไปถึงคฤหาสน์สามคูหา ก็เห็นเจ้าหน้าที่ทางการสองคนนั่งคุยกันอยู่ที่หน้าประตู ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า หวังผิง คงส่งคนมาช่วยเฝ้าบ้านให้เขาแน่ๆ ท่านอานี่ทำงานไวสมคำคุยจริงๆ คราวก่อนบอกจะช่วยเฝ้าให้ ลู่หยวนก็นึกว่าพูดตามมารยาท หรือเฝ้าแค่ไม่กี่วัน ไม่นึกว่าจะส่งคนมาเฝ้าให้ตลอดแบบนี้
ลู่หยวนสั่งให้หลี่เยียนไปซื้ออาหารปรุงสำเร็จกับถั่วลิสงมาคละกัน หลังจากเก็บของเข้าบ้าน เขาก็แบ่งอาหารให้เจ้าหน้าที่ทั้งสองคน แถมยังแอบยัดเหรียญเงินให้คนละหนึ่งเหรียญเป็นสินน้ำใจในห่ออาหารด้วย
เช้าวันรุ่งขึ้น ลู่หยวนจูงม้าพาหลี่เยียนออกจากบ้านแต่เช้าตรู่ ชาวบ้านในหอพักเห็นลู่หยวนตื่นแต่เช้าก็ทำหน้าเหมือนเห็นผีหลอก ไอ้หมอนี่มันตื่นเช้าเป็นด้วยเรอะ?? ทุกคนรู้ดีว่าตลอดสามวันที่ลู่หยวนลาพักร้อน เขานอนกินบ้านกินเมืองตื่นเก้าโมงสิบโมงตลอด
"จะไปไหนกันน่ะ?" ป้าซวี่จากลานกลางถามด้วยความงง
ลู่หยวนยิ้มหน้าบานตอบว่า: "เมียผมแต่งงานมายังไม่ได้กลับไปเยี่ยมบ้านเดิมเลยครับ วันนี้ผมเลยลาหยุดหนึ่งวันเพื่อพาเมียกลับบ้าน"
ป้าซวี่พยักหน้าพลางคิดในใจ... เออ กลับไปก็ดี พ่อแม่เขาจะได้เห็นและได้ฟังชัดๆ ว่าไอ้ผีร้ายลู่หยวนมันหลอกใช้หลี่เยียนยังไงบ้าง!!
หลังจากพาหลี่เยียนไปโรงงานเพื่อลาพักร้อนเสร็จ พวกเขาก็แวะไปขนของที่คฤหาสน์ จากนั้นก็ควบม้ามุ่งหน้าสู่ หมู่บ้านชิงชิว ทันที
เตรียมตัวไปโซ้ยงานเลี้ยงกันเถอะจ้า~