เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 41: นี่มันหมูตอนของแท้ตัวเป็นๆ เลยนี่หว่า!

ตอนที่ 41: นี่มันหมูตอนของแท้ตัวเป็นๆ เลยนี่หว่า!

ตอนที่ 41: นี่มันหมูตอนของแท้ตัวเป็นๆ เลยนี่หว่า!


ตอนที่ 41: นี่มันหมูตอนของแท้ตัวเป็นๆ เลยนี่หว่า!

เช้าตรู่ ณ บ้านตระกูลซู บรรยากาศช่างคึกคักวุ่นวายยิ่งนัก

ทั้งเถ้าแก่และลูกจ้างต่างช่วยกันลำเลียงข้าวของเข้าบ้านกันจัลละหวั่น

ชาวบ้านในหมู่บ้านที่ตื่นมาได้ยินเสียงเอะอะต่างก็พากันออกมาดู แล้วทุกคนก็ต้องยืนอึ้งตะลึงตาค้าง

ไม่นานนัก ชาวบ้านก็เริ่มแห่กันมามุงดูความแปลกประหลาดนี้ที่หน้าบ้านตระกูลซูมากขึ้นเรื่อยๆ

บ้านตระกูลซูรวยฟ้าผ่าแล้วโว้ย!! รวยเละเทะของจริง!!

นี่บ้านตระกูลซูไปหาลูกเขยมาจากไหนกันแน่?? ต่อให้แต่งงานกับเจ้าหญิง ขบวนสินสอดก็คงจะประมาณนี้มั้ง??

ให้ตายเถอะ เกวียนวัวเยอะขนาดนี้ จอดเรียงกันยาวไปจนถึงหน้าทางเข้าหมู่บ้านเลยนะนั่น

ลานบ้านเล็กๆ ผุๆ พังๆ ของตระกูลซูจะยัดของพวกนี้ลงไปหมดได้ยังไง??

จำได้ว่าตอนบ้านหัวหน้าหมู่บ้านแต่งลูกสาว บนโต๊ะยังมีแค่กะหล่ำปลีต้มใส่เศษเนื้อนิดหน่อยเอง แต่ลูกเขยบ้านตระกูลซูนี่เล่นหอบหมูเป็นๆ มาสองตัว แกะอีกหนึ่งตัวเชียวเหรอ??

แถมยังมีเกวียนที่บรรทุกหัวหมูและเนื้อวัวตุ๋นมาเต็มคันรถอีก??

นี่มัน...

วินาทีนั้น น้ำลายของทุกคนแทบจะไหลหกออกมากองที่พื้น

พวกที่ฉลาดน้อยหน่อยก็ได้แต่ยืนกลืนน้ำลายเอื้อมมือเช็ดปากอยู่ตรงนั้น

ส่วนพวกที่ฉลาดหลักแหลมรีบถลาเข้าไปช่วยยกของทันที

"พวกแกยังจะมัวยืนบื้ออยู่อีกเหรอ ถ้าไม่ช่วย เดี๋ยวตอนตระกูลซูจัดงานเลี้ยงเขาไม่เรียกนะโว้ย!! งานเลี้ยงคราวนี้คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม ลงขันช่วยเงินนิดหน่อย แต่ได้กินเนื้อเต็มโต๊ะแบบนี้ เผลอๆ ตอนกลับอาจจะได้ห่อติดมือกลับบ้านอีกสองจานด้วย!"

พอได้สติ ทุกคนก็รีบกุลีกุจอเข้าไปช่วยงานกันพัลวัน

กว่าจะจัดของที่ล้นบ้านจนต้องมากองไว้กลางลานเสร็จ ก็ล่วงเลยไปถึงแปดเก้าโมงเช้า

แม่ของซูหลี่เยียนมองดูเสบียงกองพะเนินเทินทึกด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ

ในชีวิตนี้ นางไม่เคยเห็นอาหารกองพูนในบ้านตัวเองมากมายขนาดนี้มาก่อนเลย

อย่าว่าแต่ช่วงสงครามเลย ขนาดช่วงก่อนสงครามก็เถอะ

ยุคนั้นราชวงศ์ต้าโจวมืดมนเหลือเกิน ขุนนางสมคบคิดกับพ่อค้า โกงกินกันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ข้างนอกก็มีทั้งกบฏและโจรป่าราษฎรแทบไม่มีทางจะลืมตาอ้าปากได้

ตอนนี้ แม่ยายรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังฝันไปจริงๆ

ในจังหวะนั้น บรรดาเถ้าแก่ที่เริ่มหอบแฮกๆ ก็เดินเรียงแถวเข้ามาหาแม่ยายพร้อมรอยยิ้มประจบ:

"นี่ครับ เช็คของเรียบร้อยครบถ้วนแล้ว รบกวนท่านช่วยเซ็นชื่อรับของให้พวกเราหน่อยได้ไหมครับ?"

แม่ยายที่เพิ่งได้สติพยักหน้าหงึกๆ พลางยิ้มละไม:

"ได้จ้ะๆ ขอบใจพวกเถ้าแก่มากนะที่ลำบากขนมาส่ง"

พวกเถ้าแก่รีบโบกมือพัลวัน บอกว่าไม่ลำบากเลยสักนิด

ก็ของที่ ลู่หยวน กวาดซื้อไปน่ะ มันเท่ากับยอดขายครึ่งปีของพวกเขาเลยนะ! ให้ถ่างตาเฝ้าทั้งคืนเพื่อมาส่งเองกับมือก็คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม

ขณะที่แม่ยายกำลังหาโต๊ะเพื่อเซ็นชื่อ บรรดาเถ้าแก่ก็พากันมารุมล้อมชวนคุย:

"ลูกสาวท่านโชคดีจริงๆ ที่ได้ลูกเขยดีขนาดนี้ เถ้าแก่ลู่นี่ใจป้ำสุดๆ เลยนะครับ"

"ลูกสาวท่านต้องสวยและเพียบพร้อมมากแน่ๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้สามีระดับนี้หรอก"

นี่เป็นทั้งคำพูดตามมารยาทและความรู้สึกจริงๆ ของทุกคน

งานเลี้ยงแต่งงานบ้านไหนจะฟุ่มเฟือยขนาดนี้? แถมจัดที่บ้านฝ่ายหญิงด้วย

บ้านสามีต้องรวยขนาดไหนกันแน่? ต่อให้เป็นตระกูลเศรษฐีในเมืองหลวงก็ทำได้แค่นี้แหละ!

สาวชาวบ้านคนหนึ่งจะได้จัดงานอลังการขนาดนี้ แสดงว่าต้องสวยและเป็นที่รักของบ้านสามีมากแน่ๆ!

วินาทีนั้น แม่ยายยิ้มกว้างจนหุบปากไม่ลง

พูดตามตรง เมื่อก่อนนางแอบกังวลนิดๆ เพราะลูกเขยเป็นถึงเถ้าแก่หนุ่มรูปหล่อและรวยมาก

นางเคยได้ยินมาว่าคนรวยมักจะมีอารมณ์แปรปรวน นางกลัวว่าลูกสาวจะปรนนิบัติเขาไม่ดี

นอกจากจะโดนรังเกียจแล้ว กลัวว่าจะโดนส่งตัวกลับบ้านน่ะสิ

แต่พอเห็นความใจป้ำครั้งนี้ นางก็โล่งอก เหมือนยกภูเขาออกจากอก

ดูท่าทางแล้ว ลูกเขยต้องรักและเอ็นดูหลี่เยียนมากแน่ๆ ไม่อย่างนั้นไม่ทุ่มทุนสร้างขนาดนี้หรอก

แม่ยายเซ็นชื่อไปยิ้มไป: "วาสนาของแกน่ะจ้ะ วาสนาจริงๆ"

พวกเถ้าแก่ก็พยักหน้าเห็นพ้อง:

"วาสนาดีจริงๆ ครับ ลูกเขยทั้งรวย ทั้งหล่อ แถมยังรักเมียมากขนาดนี้ วาสนาส่งสุดๆ เลย"

"ผมก็มีลูกสาวที่บ้านนะ ถ้าหาลูกเขยได้สักครึ่งของท่าน ผมคงนอนหัวเราะในฝันทุกคืนเลย"

ได้ยินแบบนั้น แม่ยายก็ยิ้มจนแก้มแทบปริ

ใช่แล้ว ลูกเขยของนางจะเลือกกุลสตรีคนไหนในเมืองหลวงก็ได้ มีแต่คนรุมล้อม แต่เขากลับมาถูกตาต้องใจลูกสาวบ้านนอกของนางคนเดียว~

เถ้าแก่บางคนฝีปากกล้ากว่านั้น มองแม่ยายแล้วยิ้มประจบ:

"ท่านเองก็วาสนาดีนะเนี่ย ได้ลูกเขยแบบนี้ ต่อไปเตรียมเสวยสุขได้เลย!!"

แม่ยายหลุดหัวเราะกิ๊กกั๊กออกมา แต่ก็ยังถ่อมตัวว่า:

"โอย จะเสวยสุขที่ไหนกัน? ลูกสาวแต่งออกไปก็กลายเป็นคนบ้านอื่นแล้ว ฉันคงไม่ได้พึ่งพาอะไรแกหรอก"

หลังจากเซ็นชื่อเสร็จ พวกเถ้าแก่ก็เก็บเอกสารอย่างดีแล้วหันมาบอกแม่ยายว่า:

"อ้อจริงด้วยครับ ลูกเขยท่านฝากข้อความมาบอกว่า เขาจะพาหลี่เยียนกลับมาบ้านวันมะรืน... เอ๊ย ไม่ใช่สิ วันพรุ่งนี้ครับ เขาบอกให้ท่านเตรียมตัวให้พร้อม ใครต้องเชิญก็เชิญ ของอะไรต้องเตรียมก็เตรียมไว้ได้เลย"

แม่ยายพยักหน้ารัวๆ ด้วยความยินดี:

"จ้ะๆ ขอบใจพวกเจ้ามากนะที่อุตส่าห์ส่งข่าวให้~"

...

ณ หอพักรวมชุมชนตงหมิง เมืองหลวง

ลู่หยวนเพิ่งจะงัวเงียตื่นขึ้นมา

เขาเหลือบมองดูเวลา... โอ้โห สิบโมงครึ่งแล้วเหรอเนี่ย

เมื่อวานนี้ เพราะวันนี้ซูหลี่เยียนไม่ต้องไปทำงาน ลู่หยวนกับเมียรักเลยจัดหนักพัลวันกันจนฟ้าสางถึงได้ยอมนอน

ตอนนี้ลู่หยวนเริ่มจะลนลานเล็กน้อย รีบลุกขึ้นมาแต่งตัว

เพราะเดี๋ยวจะมีโชว์เด็ดให้ดู!

ว่าที่เมียใหม่ของเกาถิงอวี่จะมาเปิดตัววันนี้ เขาจะพลาดเรื่องสนุกๆ แบบนี้ได้ยังไง!

ต้องรีบไปเดี๋ยวไม่ทันการ!

ลู่หยวนลุกขึ้นสวมเสื้อไหมพรมพลางชะโงกหน้ามองลอดหน้าต่าง เห็นซูหลี่เยียนกำลังตากผ้าอยู่ข้างนอก จึงแหกปากตะโกนเรียก:

"เมียจ๋า! รีบเข้ามาช่วยพี่แต่งตัวเร็วเข้า!"

พอได้ยินเสียงจากข้างใน ซูหลี่เยียนก็รีบวิ่งเหยาะๆ เข้ามาทันที

ภาพนี้ทำเอาพวกชาวบ้านลานหลังที่กำลังจะออกไปลานหน้าเพื่อดูเรื่องสนุก ถึงกับหน้าตึงเป็นแถว

ไอ้เจ้าลูกเต่านี่! กระทั่งแต่งตัวยังต้องให้เมียช่วยเนี่ยนะ?? แกจะขี้เกียจไปถึงไหนวะ?

เห็นสามีดูรีบร้อน ซูหลี่เยียนก็รีบช่วยสวมเสื้อผ้าให้พลางถามด้วยความสงสัย:

"พี่จ๊ะ จะทำอะไรเหรอจ๊ะ ทำไมถึงดูรีบขนาดนี้?"

พอลู่หยวนสวมรองเท้าเสร็จก็รีบเดินจ้ำอ้าวออกไป:

"จะไปดูเรื่องสนุกน่ะจ๊ะ~"

ลู่หยวนเดินมุ่งหน้าไปยังลานหน้าบ้านตระกูลเกา

พอไปถึงลานกลาง เขาก็เห็นคนยืนออเต็มประตูทางเข้าลานหน้าไปหมด

จะว่าไป วันนี้คนในหอพักอยู่กันครบหน้าครบตา เพราะเป็นวันหยุดประจำสัปดาห์วันแรกที่ทางการประกาศ

คนในหอพักส่วนใหญ่เป็นช่างฝีมือหลวง และพวกอย่างโควหยางที่บ้านเปิดร้านอาหารก็อยู่บ้านด้วย เพราะโรงงานหยุด คนคงไม่ค่อยออกไปกินข้าวนอกบ้านกันเท่าไหร่

ลู่หยวนใช้พละกำลังมหาศาลเบียดเสียดเข้าไปยืนแถวหน้าสุด ชาวบ้านคนอื่นก็ไม่กล้าหือกับเขา

ก็ไอ้หนุ่มนี่มันตัวแสบประจำหอพัก ใครๆ ก็กลัวมันจะแอบไปปาหินใส่หน้าต่างบ้านตอนกลางคืนทั้งนั้นแหละ

"สถานการณ์เป็นไงบ้าง? มากันหรือยัง?"

ลู่หยวนที่แทรกตัวมาถึงแถวหน้า ถาม ผังข่ายเกอ ที่กำลังนั่งยองๆ อยู่ข้างๆ

ผังข่ายเกอเงยหน้ามองลู่หยวนด้วยความหมั่นไส้จนแน่นหน้าอก ก่อนจะตอบแบบปัดๆ ว่า:

"ใกล้จะถึงแล้วล่ะ เกาถิงอวี่ออกไปรอรับหน้าประตูหอพักนู่น"

สงสัยคงจะกลัวประวัติศาสตร์ซ้ำรอย โดนใครบางคนฉกไปกลางทางอีก

ในขณะเดียวกัน เกาซวี่ซื่อ (แม่เกา) ก็ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่หน้าประตูบ้าน มองดูฝูงชนที่แห่กันมาดูว่าที่ลูกสะใภ้คนใหม่ของนางด้วยความภาคภูมิใจ~

การดูตัวครั้งนี้เงื่อนไขดีเลิศสุดๆ

ตราบใดที่แต่งเมียคนนี้เข้าบ้าน ตระกูลเกาของนางจะเป็นบ้านที่ชีวิตดีที่สุดในหอพักนี้!! แม้แต่บ้านปู่ใหญ่ก็ยังสู้ไม่ได้!

ไม่นานนัก เกาถิงอวี่ก็เดินกลับเข้ามา แต่สีหน้าเขานี่สิ... ดำคล้ำเป็นก้นหม้อเชียว

ทุกคนที่เห็นต่างก็พากันงงเป็นไก่ตาแตก

หือ? ทำไมทำหน้าแบบนั้นวะ?? หรือว่าโดนใครฉกไปอีกแล้ว?

วินาทีต่อมา ทุกคนต่างหันขวับไปมองที่ลู่หยวนที่กำลังยืนทำหน้าตั้งตารออยู่ที่หน้าประตู

ไม่น่าใช่ ลู่หยวนก็ยืนอยู่ตรงนี้

ทันใดนั้น เสียงที่คุ้นเคยก็ดังมาจากด้านหลัง เป็นเสียงยัยแม่สื่อคนเดิมนั่นแหละ:

"โธ่เอ๊ย ไอ้ลูกคนนี้ เดินเร็วจริงนะแกน่ะ อยากให้เมียเข้าบ้านใจจะขาดเลยหรือไง?"

พอแม่สื่อพูดจบ นางก็พาว่าที่คู่หมั้นของเกาถิงอวี่เดินก้าวเข้ามาในลานบ้าน

ทว่า ทันทีที่เห็นหน้าว่าที่คู่หมั้นของเกาถิงอวี่ ทุกคนในที่นั้นถึงกับสูดหายใจเข้าลึกด้วยความช็อก

แม้แต่ลู่หยวนยังถึงกับยืนบื้อ:

"นี่มัน..."

ลู่หยวนรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนมีมารยาทพอ เรื่องบางเรื่องเขาก็เลือกที่จะเงียบไว้ดีกว่า

แต่ผังข่ายเกอที่นั่งยองๆ อยู่ข้างๆ กลับโพล่งออกมาด้วยสีหน้ามึนตึบว่า:

"นี่มันหมูตอนของแท้ตัวเป็นๆ เลยนี่หว่า!"

จบบทที่ ตอนที่ 41: นี่มันหมูตอนของแท้ตัวเป็นๆ เลยนี่หว่า!

คัดลอกลิงก์แล้ว