- หน้าแรก
- ระบบเชฟทะลุมิติ พลิกวิกฤตร้านเจ๊ง
- บทที่ 799 สุดยอดจนหาข้อติไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว
บทที่ 799 สุดยอดจนหาข้อติไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว
บทที่ 799 สุดยอดจนหาข้อติไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว
“ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับ คุณตาเกรงใจเกินไปแล้ว ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณคุณตา” โจวเยี่ยนกุมมือหูต้าไห่ เลิกคิ้วนิด ๆ รู้สึกอบอุ่นในใจ
ขาหมูตงพัว!
อาหารจานเด็ดอันดับหนึ่งของเหมยโจว คู่ควรกับคำว่า [ระดับหายาก] จริง ๆ!
มาไม่เสียเที่ยว! มาเหมยโจวไม่เสียเที่ยวจริง ๆ!
เมนูนี้เขาหมายตาเอาไว้ตั้งแต่ตอนที่ก่วนลู่บอกว่าคุณตาของเขาถนัดทำขาหมูตงพัวเป็นพิเศษแล้ว คิดไม่ถึงว่าจะได้มาครอบครองจริง ๆ
สมกับที่เป็นผู้ชายที่เคยดวงดีสุด ๆ ในชาติที่แล้วเลย
พรุ่งนี้พ่อแม่กับตายายของเหยาเหยาก็จะมาแล้ว งานเลี้ยงต้อนรับทำขาหมูตงพัวให้พวกท่านกินสักจาน รับรองว่าเป็นอาหารจานเด็ดที่เชิดหน้าชูตาได้อย่างแน่นอน
หูต้าไห่มองโจวเยี่ยนด้วยความปลื้มใจ พ่อหนุ่มคนนี้ไม่ใช่แค่หน้าตาหล่อเหลา แต่ยังอ่อนน้อมถ่อมตน มีพรสวรรค์ในการทำอาหารสูงส่ง มีกลิ่นอายความเก่งกาจเหมือนเขาในสมัยหนุ่ม ๆ เลย
พอมองไปที่หูกวงหมิงที่อยู่ข้าง ๆ น้ำตาคลอเบ้า ทำหน้าตาเหมือนผีสิง ก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหน้า คนเราพอเอามาเทียบกัน มันช่างน่าโมโหจริง ๆ
หูกวงหมิงเหมือนจะรู้สึกได้ พอเงยหน้าขึ้นไปสบกับสายตาดุดันของพ่อ ก็รีบหลบสายตาทันที ซวยแล้วไง ลูกบ้านอื่นเอาหมูสามชั้นนึ่งหวานสูตรของแม่มาเยือนถึงที่แล้ว
บรรดาพ่อครัวคนอื่น ๆ ต่างก็พากันพินิจพิเคราะห์โจวเยี่ยน แววตาปิดบังความตกตะลึงเอาไว้ไม่มิด
คนนี้เห็นได้ชัดเลยว่าเป็นพ่อครัวใหญ่ที่ลงมือทำอาหารงานจัดเลี้ยงในวันนี้ ตอนที่มองอยู่ไกล ๆ ก็รู้สึกว่าอายุไม่เยอะ พอเดินเข้ามาดูใกล้ ๆ โอ้โฮ พ่อหนุ่มอายุยี่สิบต้น ๆ เองนี่นา!
อายุยี่สิบเนี่ย เหล่าลูกศิษย์หลานศิษย์ของพวกเขาก็อายุประมาณนี้แหละ ส่วนใหญ่ก็ยังเป็นแค่ลูกมือกันอยู่เลย ผัดนู่นทอดนี่ง่าย ๆ ยังทำกันไม่ค่อยจะได้เรื่องเท่าไหร่ ถ้าไม่ด่าไม่ว่าสักสามวันก็คงปีนขึ้นไปเปิดหลังคาบ้านแล้วล่ะ
แต่พ่อหนุ่มตรงหน้านี้ กลับสามารถทำอาหารงานจัดเลี้ยงแบบนี้ออกมาได้
เนื้อเงาโคมไฟ เป็ดรมควันใบชา ไก่หิมะ ปลาไนผัดแห้ง... แต่ละจานล้วนเป็นอาหารจัดเลี้ยงระดับหรู แถมระดับฝีมือยังขึ้นไปถึงขั้นปรมาจารย์ระดับพิเศษแล้วด้วย
ใช่แล้ว อาหารแต่ละจานที่ยกขึ้นมาในวันนี้ ถ้าเอามาแยกดูทีละจาน ก็ล้วนเป็นระดับปรมาจารย์ทั้งนั้น
คนสามคน ในสถานการณ์ที่มีอาหารนึ่งแค่สองอย่าง แต่กลับสามารถทำอาหารจัดเลี้ยงระดับนี้ออกมาได้ถึงหกโต๊ะภายในเช้าวันเดียว
คนที่นั่งอยู่ตรงนี้ ไม่มีใครทำได้สักคน
คำว่าอัจฉริยะ คงมีไว้ใช้บรรยายคนหนุ่มสาวแบบนี้แหละมั้ง
ถ้าไม่ใช่เพราะหูกวงหมิงกับหูต้าไห่ก็มีท่าทีตกตะลึงไม่แพ้กันในตอนที่กินอาหารล่ะก็ พวกเขาคงสงสัยไปแล้วว่าสองพ่อลูกนี่วางแผนจัดฉาก มาสอนบทเรียนระดับปรมาจารย์ให้พวกเขา
“มา ๆ ๆ พวกเธอทำกับข้าวเหนื่อยแล้ว พวกเราก็กินกันไปเยอะแล้ว พวกเธอรีบมานั่งกินข้าวก่อนเถอะ กินเสร็จแล้วพวกเราค่อยคุยกัน” หูต้าไห่บอก พลางเรียกให้พวกโจวเยี่ยนมานั่ง
“ได้ครับ” โจวเยี่ยนรับคำยิ้ม ๆ
ทางเจ้าภาพจัดเตรียมโต๊ะแยกไว้ให้พวกโจวเยี่ยนที่ทำอาหารและพวกเด็กยกอาหารโดยเฉพาะ
พวกโจวเยี่ยนกับอาเหว่ยยังพอทน พ่อครัวที่ไหนจะไม่แอบชิมอาหารล่ะ ทำเสร็จแล้วยังไงก็ต้องชิมรสชาติดูก่อนอยู่แล้ว คงไม่หิวหรอก แต่ไอ้หนุ่มสามคนที่ช่วยยกอาหารนี่สิ ทรมานใจแทบแย่ ยกอาหารไปก็กลืนน้ำลายเอื้อก ๆ ไป ถ้าไม่รู้ว่ามีอาหารโต๊ะนึงรอพวกเขาอยู่ล่ะก็ ป่านนี้คงหมดแรงเดินไปตั้งนานแล้ว
พอพวกโจวเยี่ยนเพิ่งจะนั่งลง หูกวงหมิงก็หิ้วเหล้าอู่เหลียงเย่เดินเข้ามา พูดยิ้ม ๆ “เถ้าแก่โจว ฉันมันมีตาหามีแววไม่ เธออย่าถือสาเลยนะ เดี๋ยวฉันรินเหล้าให้ ขอคารวะสักแก้ว”
โจวเยี่ยนยกมือขึ้นห้ามขวดเหล้าที่หูกวงหมิงยื่นมา พูดยิ้ม ๆ “คุณอาหู ผมไม่ดื่มเหล้าดีกว่าครับ กลัวเสียงาน ตอนเย็นยังต้องทำอาหารจัดเลี้ยงอีกมื้อนึง เดี๋ยวผมรินชาชนแก้วกับคุณอาแทนแล้วกันครับ”
“มาครับ เถ้าแก่โจว ดื่มโคล่าดีกว่า” ก่วนลู่เปิดขวดเทียนฝู่โคล่ายื่นให้โจวเยี่ยน แล้วก็เปิดให้คนอื่น ๆ อีกคนละขวด
หูกวงหมิงยิ้มพยักหน้า “แบบนั้นก็ได้ ดื่มเหล้ามันทำให้เสียงานเสียการ เวลาฉันออกไปจัดงานเลี้ยงโต๊ะจีนชนบท ฉันก็ไม่ดื่มเหล้าเหมือนกัน”
โจวเยี่ยนรินโคล่าใส่แก้วครึ่งแก้ว ยกแก้วขึ้นชนกับหูกวงหมิง ดื่มไปอึกหนึ่งแล้ววางแก้วลง ถามยิ้ม ๆ “คุณอาหู คุณอาเป็นพ่อครัวชนบทมาสิบกว่าปี คุณตาก็เป็นพ่อครัวชนบทอันดับหนึ่งของเจียโจว ฝีมือที่สืบทอดกันมาในตระกูล ที่บ้านมีคลังอาวุธเก็บไว้เพียบ นี่เป็นครั้งแรกที่ผมออกมารับจัดงานเลี้ยงโต๊ะจีนชนบทให้คนอื่น อาหารโต๊ะนี้คุณอาช่วยวิจารณ์แบบตรงไปตรงมาหน่อยสิครับ ให้คำแนะนำพวกคนหนุ่มสาวอย่างพวกเราหน่อย พอกลับไปพวกเราจะได้เอาไปปรับปรุง”
“อาหารโต๊ะนี้...” หูกวงหมิงหน้าแดงก่ำ พอนึกถึงท่าทางอวดดีของตัวเองเมื่อวาน ก็รู้สึกหน้าแตกยับเยิน อยากจะขุดหลุมมุดหนีไปให้รู้แล้วรู้รอด
พ่อหนุ่มคนนี้ ช่างหาเรื่องจี้ใจดำเก่งจริง ๆ รู้งี้ไม่น่ามาชนแก้วเลย
จะให้วิจารณ์อะไรล่ะ?
เนื้อเงาโคมไฟ เป็ดรมควันใบชา ไก่หิมะ อาหารสามจานนี้ เขาไม่เคยกินด้วยซ้ำ แต่พวกพ่อครัวอาวุโสคนอื่น ๆ กินแล้วก็พากันชมว่าอร่อย บอกว่าทำได้รสชาติต้นตำรับมาก อร่อยกว่าที่ร้านหรงเล่อหยวนทำซะอีก
แล้วเขาจะมีหน้าไปพูดอะไรอีกล่ะ?
“ทำได้ดีมาก คราวหน้าถ้าออกมาจัดงานเลี้ยงโต๊ะจีนชนบท ก็อย่าทำแบบนี้อีกนะ เพื่อนร่วมอาชีพเขารับไม่ค่อยจะได้กันน่ะ” หูกวงหมิงตบแขนโจวเยี่ยนเบา ๆ “ขอร้องล่ะนะ”
“พรวด” อาเหว่ยเพิ่งจะดื่มโคล่าเข้าปากไป อดไม่ได้ที่จะพ่นพรวดออกมาพร้อมกับเสียงหัวเราะ
“คำชี้แนะอันกระตือรือร้นของคุณอาหูเมื่อวาน ยังคงดังก้องอยู่ในหู พวกเราจะจดจำเอาไว้ให้ขึ้นใจเลยค่ะ” เจิงอันหรงพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
“ฉัน... เมื่อวานฉันเลอะเลือนไปหน่อยน่ะ!” หูกวงหมิงถอนหายใจ
“คุณอาเพิ่งจะห้าสิบ กำลังอยู่ในวัยฉกรรจ์เลย จะไปเลอะเลือนได้ยังไงกันล่ะคะ” เจิงอันหรงพูดยิ้ม ๆ
“เถ้าแก่เสี่ยวโจว ลูกศิษย์ของเธอคนนี้... ใช้ได้เลยนะ” หูกวงหมิงมองโจวเยี่ยน สายตาแฝงความตัดพ้อนิด ๆ
“แน่นอนสิครับ ผ่านการทดสอบมาอย่างโชกโชนเลยนะกว่าจะรับเป็นศิษย์” โจวเยี่ยนยิ้มบาง
“หมูสามชั้นนึ่งลำไยหวานที่เธอทำเนี่ย ดูตำราอาหารแล้วศึกษาเอาเองจริง ๆ เหรอ? จะเก่งเกินไปแล้วมั้ง!” หูกวงหมิงมองโจวเยี่ยนด้วยความไม่เข้าใจ “ตำราอาหารนี้ ความจริงแม่ฉันก็ทิ้งไว้ที่บ้านแผ่นนึงเหมือนกัน ฉันศึกษามาตั้งสิบปี ทำไมทำออกมาแล้วมันถึงไม่เหมือนกันล่ะ?”
อาเหว่ยพูดปลอบใจ “คุณอาหู ไม่เป็นไรหรอกครับ ไม่ต้องสงสัยในตัวเองหรอก ความแตกต่างระหว่างคนกับคนเนี่ย บางทีมันก็ห่างกันยิ่งกว่าความแตกต่างระหว่างคนกับหมาซะอีกนะ”
หูกวงหมิง: “...”
บ้าเอ๊ย สามคนนี้ทำไมถึงพูดจาเข้าขากันจังวะ?
หูกวงหมิงรู้สึกอึดอัดใจ แต่บนใบหน้าก็ยังต้องปั้นยิ้มต่อไป
“ไม่ว่ายังไง การที่เธอทำให้พ่อฉันแล้วก็พวกพี่น้องของฉันได้กินหมูสามชั้นนึ่งหวานแบบนี้ ฉันก็ต้องขอบคุณเธอนะ” หูกวงหมิงยกแก้วเหล้าขึ้น ซดเหล้าในแก้วไปหนึ่งตำลึงรวดเดียวหมด
“ยินดีครับ” โจวเยี่ยนก็ยกแก้วโคล่าขึ้นดื่มจนหมดเหมือนกัน ในวินาทีนี้ เขาสัมผัสได้ถึงความจริงใจของหูกวงหมิง รวมถึงความคิดถึงที่มีต่อผู้เป็นแม่
เรื่องฝีมือทำอาหารที่สู้ไม่ได้น่ะเป็นความจริง แต่แล้วมันสำคัญอะไรล่ะ?
เขาแค่ทำอาหารไม่เก่ง ไม่ได้แปลว่าเขาเป็นลูกที่ไม่ดีซะหน่อย
“งั้นพวกคุณก็ค่อย ๆ กินกันไปนะ กินอิ่มแล้วเดี๋ยวพวกเราค่อยคุยกัน” หูกวงหมิงถือแก้วเหล้าถอยฉากออกไป ไปชนแก้วกับโต๊ะอื่นต่อ
เด็กยกอาหารสามคนนั้นก้มหน้าก้มตากินข้าวกันอย่างเอาเป็นเอาตาย คีบเนื้อเข้าปากชิ้นแล้วชิ้นเล่า ทำเอาอาเหว่ยไม่กล้าชักช้า รีบจ้วงเป็ดรมควันใบชากับปลาไนผัดแห้งเข้าปากอย่างรวดเร็ว
พวกหนุ่ม ๆ ไม่รู้จักของดี เอาแต่คีบซี่โครงหมูตุ๋นน้ำแดงกับเนื้อวัวกินกันอย่างเมามัน
หารู้ไม่ว่าเป็ดรมควันใบชากับปลาไนผัดแห้งต่างก็เป็นอาหารจัดเลี้ยงระดับหรูที่ราคาจานละสิบหยวนขึ้นไปทั้งนั้น
ไก่หิมะของโต๊ะพวกเขาถูกยกมาเสิร์ฟเป็นจานสุดท้าย โจวเยี่ยนแบ่งเนื้อไก่สับละเอียดเก็บไว้ส่วนหนึ่ง รับรองได้ว่ารสสัมผัสและรสชาติต้องยอดเยี่ยมอย่างแน่นอน
ถึงแม้ที่ร้านจะทำทุกวัน อาหารทุกจานเขาก็เคยกินมาหมดแล้ว แต่งานจัดเลี้ยงระดับโต๊ะละสี่สิบหยวน อาเหว่ยก็เพิ่งจะเคยกินเป็นครั้งแรก
ต้องยกความดีความชอบให้อาจารย์โจวเลยล่ะ อาหารมื้อนี้มันสุดยอดจริง ๆ!
สุดยอดจนหาข้อติไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว
ขอแค่พอจะมีความรู้อยู่บ้าง ก็จะมองออกได้ว่าอาหารโต๊ะนี้มันมีมูลค่าสูงแค่ไหน ระดับฝีมือถือว่าสูงมากเลยทีเดียว
“พี่ พี่เก่งเกินไปแล้ว! กับข้าวพวกนี้ทำได้อร่อยกว่าที่พ่อเลี้ยงของผมทำซะอีก!”
“นั่นสิ พ่อผมก็ทำเป็นแต่อาหารง่าย ๆ พอเอาซึ้งนึ่งครอบไว้ ก็ไม่สนใจใครแล้ว เวลาออกอาหารก็เอาชามดินเผาคว่ำลงบนจาน อาหารชุดใหญ่เก้าชามพวกนั้นผมกินจนเบื่อแล้วล่ะ”
พวกหนุ่ม ๆ กินไปพลาง ก็อดไม่ได้ที่จะชมโจวเยี่ยนไปพลาง
วันนี้มาเป็นเด็กยกอาหารไม่เสียเที่ยวจริง ๆ อาหารหนึ่งโต๊ะกินกันหกคน กับข้าวมีให้กินไม่อั้น!
“ค่อย ๆ กินนะ อร่อยก็กินเยอะ ๆ หน่อย” โจวเยี่ยนพูดยิ้ม ๆ ตะเกียบในมือตัวเองก็ไม่เคยหยุดเหมือนกัน
ไม่ได้พูดเล่นนะ เขาก็ยังเป็นคนหนุ่มเหมือนกัน ยุ่งมาทั้งเช้า ถึงเวลากินก็ต้องกิน จะมามัวสงวนท่าทีไม่ได้หรอก เดี๋ยวจะทำร้ายกระเพาะตัวเองเปล่า ๆ
ผ่านไปครู่หนึ่ง ก่วนลู่กับแม่ของเขาก็เดินมาชนแก้วกับพวกโจวเยี่ยนด้วย
หูเฉี่ยวอวิ๋นถือแก้วเหล้าแล้วบอก “เถ้าแก่เสี่ยวโจว วันนี้พวกเธอทำอาหารจัดเลี้ยงได้ดีมากเลยนะ ขอบคุณพวกเธอมาก ฉันขอเป็นตัวแทนของครอบครัวพวกเราแสดงความขอบคุณพวกเธอนะ”
โจวเยี่ยนยิ้มบาง “ครูหูเกรงใจไปแล้วครับ มันเป็นหน้าที่อยู่แล้ว หัวหน้าช่างก่วนเชิญพวกเรามาก็เพื่องานนี้ ยังไงก็ต้องจัดการให้พวกคุณอย่างดี ทำออกมาให้สวยงามที่สุด”
“ทำได้ดีมากครับ! ระดับฝีมือสูงมากเลยล่ะ!” ก่วนลู่ยกนิ้วโป้งให้ งานจัดเลี้ยงมื้อนี้ ถือได้ว่าเกินความคาดหมายของเขาไปไกลลิบ ได้หน้าได้ตากลับมาเต็ม ๆ
“เจ้าภาพพอใจก็ถือว่าดีแล้วครับ” โจวเยี่ยนยิ้มพยักหน้า
หลังจากกินข้าวเที่ยงเสร็จ หูเฉี่ยวอวิ๋นก็เกณฑ์คนมาช่วยเก็บถ้วยชาม
พวกโจวเยี่ยนเป็นพ่อครัว ก่อนมาก็ตกลงกันไว้แล้วว่ารับผิดชอบแค่เรื่องทำอาหารอย่างเดียว
เก็บกวาดโต๊ะจนสะอาดเรียบร้อย ทุกคนก็ชงชาเตรียมเอาไว้แล้ว
ก่วนลู่เชิญพวกโจวเยี่ยนไปนั่งดื่มชาที่โต๊ะข้าง ๆ หูต้าไห่กับอวี๋หยาง ซุนซาน และบรรดาพ่อครัวคนอื่น ๆ นั่งรออยู่พักใหญ่แล้ว
พวกโจวเยี่ยนเพิ่งจะนั่งลง หูกวงหมิงก็เริ่มแนะนำคนที่นั่งอยู่ร่วมโต๊ะให้เขารู้จัก “เถ้าแก่เสี่ยวโจว ฉันขอแนะนำให้เธอรู้จักหน่อยนะ ท่านนี้คือปรมาจารย์อวี๋ อวี๋หยาง ศิษย์น้องของพ่อฉันเอง เมื่อสองปีก่อนเพิ่งจะเกษียณจากภัตตาคารเหมยโจว เป็นหนึ่งในพ่อครัวใหญ่ระดับหนึ่งเพียงไม่กี่คนในเหมยโจว
ท่านนี้คืออาจารย์ซุน ซุนซาน พ่อครัวใหญ่ของภัตตาคารเหมยโจว เป็นพ่อครัวใหญ่ระดับหนึ่งเหมือนกัน เคยไปศึกษาดูงานที่ฐานฝึกอบรมเล่อหมิงกับร้านหรงเล่อหยวนมาหลายครั้งแล้ว...”
“บรรดาพ่อครัวใหญ่ทุกท่าน ยินดีที่ได้รู้จักครับ” โจวเยี่ยนประสานมือคารวะตามมารยาท พ่อครัวใหญ่ระดับหนึ่งสองคน ส่วนคนอื่น ๆ อย่างน้อยก็ต้องเป็นระดับสอง ถือได้ว่าเป็นเสาหลักของวงการพ่อครัวเหมยโจวเลยล่ะ
บรรดาพ่อครัวต่างก็พูดจาทักทายตอบกลับตามมารยาทไปสองสามประโยค
ซุนซานมองโจวเยี่ยนแล้วอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม “เถ้าแก่เสี่ยวโจว ถึงอายุเธอจะไม่เยอะ แต่ฝีมือกลับยอดเยี่ยมมาก ไม่ทราบว่ามาจากสำนักไหนเหรอ?”
โจวเยี่ยนได้ยินดังนั้นก็พูดยิ้ม ๆ “อ้อ ดูสิ ผมลืมแนะนำตัวเองไปเลย ผมชื่อโจวเยี่ยนครับ พวกคุณเรียกผมว่าเสี่ยวโจวก็ได้ ผมมาจากสำนักข่งแห่งเจียโจว ข่งไหวเฟิงคืออาจารย์ปู่ของผมครับ
ส่วนคนนี้คือข่งลี่เหว่ยศิษย์พี่ของผม เป็นหลานศิษย์ปรมาจารย์ข่งชิ่งเฟิงคนรอง ส่วนนี่คือเสี่ยวเจิงลูกศิษย์ของผม เพิ่งจะฝากตัวเป็นศิษย์ผมเมื่อไม่นานมานี้เองครับ” อาเหว่ยกับเสี่ยวเจิงยิ้มพยักหน้าตาม ถือเป็นการทักทาย
บนโต๊ะเงียบกริบลงทันที สายตาที่ทุกคนมองมาที่ทั้งสามคนเริ่มเปลี่ยนไปบ้างแล้ว
สำนักข่งแห่งเจียโจว!
ที่ซุนซานเดาไว้ก่อนหน้านี้ไม่ผิดจริง ๆ ด้วย คนหนุ่มสาวสามคนนี้มาจากสำนักที่มีชื่อเสียงโด่งดังจริง ๆ
เฉิงตูมีสำนักหรง เจียโจวมีสำนักข่ง
ปรมาจารย์ข่งไหวเฟิงกับข่งชิ่งเฟิงสองพี่น้องร่วมกันก่อตั้งฐานฝึกอบรมเล่อหมิงขึ้นมา ถือเป็นการสร้างประโยชน์ให้กับพ่อครัวเจียโจวอย่างแท้จริง ทุก ๆ ปีจะมีพ่อครัวหนุ่มสาวฝีมือดีจากแต่ละอำเภอเขตถูกเสนอชื่อให้ไปเรียนรู้ที่ฐานฝึกอบรมเล่อหมิง เพื่อพัฒนาฝีมือของตัวเอง
แต่การไปเรียนที่ชั้นเรียนฝึกอบรม กับการฝากตัวเป็นศิษย์สำนักข่ง มันเป็นคนละเรื่องกันเลยนะ