- หน้าแรก
- ราตรีนิรันดร์
- ฟรี บทที่ 270 กินเลี้ยงในดินแดนต้องห้าม
ฟรี บทที่ 270 กินเลี้ยงในดินแดนต้องห้าม
ฟรี บทที่ 270 กินเลี้ยงในดินแดนต้องห้าม
บทที่ 270 กินเลี้ยงในดินแดนต้องห้าม
เสียงลึกลับดังก้องกังวาน มีสิ่งมีชีวิตที่คาดเดาไม่ได้ค้นพบพวกเขาแล้ว
"นายท่าน จะหนีไปพร้อมกับข้าไหม?" กระรอกแดงเขียนตัวหนังสือกลางอากาศ ในใจรู้สึกหวั่นๆ เตรียมจะชิ่งหนี
หลังม่านหมอก ทุ่งข้าวสีทองอร่ามกว้างใหญ่ โลกแห่งหมอกราตรีที่แท้จริงเหมือนถูกลอกออกให้เห็นมุมหนึ่ง
นี่คือดินแดนที่ฉินหมิงไม่เคยสัมผัสมาก่อน
เขายืนนิ่ง มองไปทางต้นเสียง ในเมื่อถูกพบแล้ว ตอนนี้คิดจะหนีก็สายไปแล้วล่ะ
ห่างออกไปหน่อย มีป่าไผ่สีทอง แสงสีทองสาดส่อง สะดุดตาสุดๆ
ในป่ามีร่างหนึ่งหันหลังให้พวกเขา ใส่หมวกฟาง คลุมผ้าคลุม ดูบึกบึนมาก
ฉินหมิงเดาความเก่งกาจของอีกฝ่ายไม่ออก เอ่ยขึ้นว่า "ผู้อาวุโส พวกข้าหลงเข้ามาในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ โปรดอภัยด้วย"
ร่างบึกบึนหันกลับมาเผชิญหน้ากับพวกเขา
อีกฝ่ายใส่ชุดคลุมขาวดำงั้นเหรอ? กระรอกแดงอึ้งไปเลย สังเกตเห็นว่าการแต่งตัวของอีกฝ่ายคล้ายกับตอนที่ฉินหมิงฝึกวิชาเปี๊ยบ
ฉินหมิงชะงัก สิ่งมีชีวิตสีขาวดำสลับกัน นั่นมัน... แพนด้ายักษ์นี่นา
"เหมือนเลย" กระรอกแดงทำท่าทางบอกฉินหมิง
ไอ้กระรอกตาถั่ว ฉินหมิงอยากจะตบกบาลมันสักที ขนขาวดำกับปลาหยินหยางมันเหมือนกันตรงไหนวะ?
ตาเฒ่าหลิวมองซ้ายมองขวา สำรวจโลกหลังม่านหมอกเงียบๆ
แพนด้ายักษ์ใส่หมวกฟางพูดอย่างเรียบเฉย "พวกเจ้ามีกลิ่นอายของที่นี่ อยู่ในภูเขาขาวดำเหมือนกัน ก็ถือว่าเป็นประชากรของที่นี่ เข้ามาสิ"
"ลองเข้าไปดูหน่อยละกัน" ตาเฒ่าหลิวที่เงียบมาตลอดชิงพูดขึ้นก่อน
ตาแก่ใจกล้าขนาดนี้เลยเหรอ? กระรอกแดงรีบถอยจากข้างๆแก ไปหลบหลังฉินหมิงเงียบๆ ทันที
สองคนกับอีกหนึ่งตัวเดินเข้าไปใกล้ป่าไผ่ ที่นี่สว่างไสวเจิดจ้า ตั้งแต่ใบไผ่ไปจนถึงข้อไผ่ล้วนเป็นสีทองอร่าม แม้แต่หน่อไม้ในตะกร้าก็ยังมีประกายสีทองไหลเวียน
นี่คือแพนด้ายักษ์แก่ๆ ตัวหนึ่ง ถึงจะทำท่าทางขึงขัง แต่ขอบตาดำปี๋ก็ทำให้มันดูตลกนิดๆ เมื่อกี้มันกำลังขุดหน่อไม้ด้วยตัวเองอยู่เลย
มันยังมีลูกน้องอีกสองสามตัว วัวแก่ตัวหนึ่งยืนสองขาทำหน้าที่แบกตะกร้า แมวป่ากำลังหาหน่อไม้ แล้วก็ยังมีหมาป่าหัวลายืนกุมมืออยู่ ทำท่าทางเคารพแพนด้ายักษ์แก่ตัวนี้มาก
กระรอกแดงมองไปฝั่งตรงข้าม ไม่ว่าจะเป็นวัวแก่ แมวป่า หรือหมาป่าหัวลา ล้วนมีขนสีขาวดำสลับกันทั้งนั้น
จากนั้น มันก็หันไปมองฉินหมิงด้วยสายตาแปลกๆ
ฉินหมิงอยากจะทุบมันจริงๆ เจ้านี่คงคิดว่าเขาหน้าเหมือนพวกมันอีกล่ะสิ?
แต่เขาก็แปลกใจนิดหน่อย ในโลกหลังม่านหมอก สิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่มี "สีผิว" ขาวดำเหรอ?
"ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ขาวดำเงียบเหงามานาน โลกภายนอกตอนนี้ปีอะไรแล้ว?" แพนด้ายักษ์แก่ถามด้วยความรู้สึกสะเทือนใจ
ฉินหมิงนึกขึ้นได้ทันที หรือว่าที่นี่คือใจกลางภูเขาขาวดำที่แท้จริงเมื่อห้าร้อยปีก่อน ตอนนี้กำลังฟื้นตัว และกำลังจะปรากฏตัวสู่สายตาชาวโลก?
ในโลกแห่งหมอกราตรีมีข่าวลือมาตลอดว่า ภูเขาขาวดำถล่มทลายพินาศไปหมดแล้วเมื่อห้าร้อยปีก่อน แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่แบบนั้นเลย
ฉินหมิงตอบ "ตอนนี้ผ่านมาหลายร้อยปีแล้ว โลกนี้มีสามจักรวรรดิใหญ่ คือ อวี๋ เฉียน และรุ่ย แล้วก็มีแคว้นเล็กๆ อีกสิบกว่าแคว้น ดินแดนฟางไว่กับลัทธิลี้ลับกำลังอยู่ในช่วงรุ่งเรืองสุดๆ เลย"
แพนด้ายักษ์แก่พูดว่า "หลายร้อยปีก่อน ยังเป็นคนรุ่นปู่ข้าที่เดินท่องไปในโลกกว้าง ตอนนั้นราชวงศ์อู่ที่รวบรวมแผ่นดินเป็นปึกแผ่นเสื่อมโทรมลงอย่างหนัก เข้าสู่ช่วงปลายราชวงศ์ เวลาผ่านไปเร็วจริงๆ"
ฉินหมิงไม่คิดว่ามันจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับโลกภายนอกเลย คงแค่รำพึงรำพันเฉยๆ
เขาถาม "ผู้อาวุโสเป็นเจ้าของที่นี่เหรอ?"
"ข้าเป็นแค่บ่าวแก่ๆ เท่านั้นแหละ" แพนด้ายักษ์แก่ส่ายหน้า
จากนั้น มันก็มองไปที่สองคนกับอีกหนึ่งตัว แล้วพูดว่า "ช่วงนี้ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ขาวดำจะจัดงานเลี้ยงรับรองแขกบางส่วนของโลกแห่งหมอกราตรี ในเมื่อพวกเจ้าเป็นประชากรของที่นี่ แล้วบังเอิญหลงเข้ามา ก็อยู่ร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ด้วยกันก็ได้นะ"
เป็นไปตามคาด ที่นี่เคยติดต่อกับโลกภายนอกมาแล้ว
ฉินหมิงกับตาเฒ่าหลิวมองหน้ากัน ความจริงอยากจะรีบชิ่งหนีไปซะเดี๋ยวนี้เลย
แต่ทว่า แพนด้ายักษ์แก่ไม่รอให้พวกเขาตอบ ก็เดินนำหน้าไปแล้ว
ทั้งสองคนหมดปัญญา ตัดสินใจอยู่ดูลาดเลาก่อน กลัวว่าถ้าขอตัวกลับไปดื้อๆ อีกฝ่ายจะคิดมาก จนเกิดเรื่องผิดใจกันได้
ส่วนกระรอกแดงน่ะไร้เดียงสา พอเห็นแพนด้ายักษ์แก่คุยง่าย มันก็ยิ้มแป้น หอบเอาความรู้สึกเหมือนมาแสวงบุญ อยากจะไปดูภูเขาขาวดำที่แท้จริงซะหน่อย
โลกหลังม่านหมอก บ่อน้ำพุเพลิงมีพลังวิเศษอัดแน่นมาก ไหลไปตามร่องน้ำริมทาง หล่อเลี้ยงทุ่งข้าวสีทองทั้งหมด
แต่กลับไม่เห็นต้นไม้ขาวดำในตำนานเลยสักต้น
ข้างหน้ามีเมืองเล็กๆ เมืองหนึ่ง ขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ภาพที่เห็นนั้นไม่ธรรมดาเลย มีบ่อน้ำพุเพลิงสีทองบ่อหนึ่ง แสงที่พ่นออกมาเหมือนดวงตะวันแผดเผาพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
ปกติ บ่อน้ำพุเพลิงระดับสูงที่ฉินหมิงเห็นในเมืองยักษ์ก็เป็นสีแดงกันทั้งนั้น
ได้ยินมาว่า มีแค่ในสำนักระดับสูงของดินแดนฟางไว่และลัทธิลี้ลับเท่านั้น ถึงจะมีบ่อน้ำพุเพลิงประหลาดๆ แบบนี้
"นั่นมัน..." ตาเฒ่าหลิวเอามือป้องตากันแสง มองเห็นภาพด้านหลังเมือง
ตรงนั้นพังพินาศ ภูเขาขาดสะบั้นเรียงรายเป็นตับ ถึงขั้นเรียกได้ว่าอัดแน่นเป็นปลากระป๋อง ราวกับดาบหักนับไม่ถ้วนปักลงบนพื้น ภูเขาที่พังทลายทุกลูกล้วนโล้นเลี่ยน ไม่มีหญ้าขึ้นสักต้น
ดูเหมือนว่าเมื่อห้าร้อยปีก่อน ภูเขาขาวดำจะเกิดเรื่องใหญ่คอขาดบาดตายขึ้นจริงๆ!
ฉินหมิงกับตาเฒ่าหลิวก็ไม่กล้าถามตรงๆ มันเป็นเรื่องหน้าตาของเจ้าถิ่นเขา
เมืองเล็กๆ สว่างไสวราวกับกลางวัน บ้านเรือนหลายหลังดูมีอายุเก่าแก่ ภายใต้แสงสะท้อนของบ่อน้ำพุเพลิง กระเบื้องหลังคาและกำแพงบ้านดูเหมือนจะถูกอาบด้วยแสงสีทอง
ชาวเมืองที่นี่มีประมาณหลายพันคน ไม่ธรรมดากันทั้งนั้น ตั้งแต่วัวแก่ ลิงเผือก ไปจนถึงมนุษย์ มีหลากหลายเผ่าพันธุ์ ล้วนเป็นผู้ฝึกตนที่เก่งกาจทั้งนั้น
ไม่นาน ฉินหมิงกับคนอื่นๆ ก็ได้รู้ว่า เมืองขาวดำที่ว่านี้เป็นที่ตั้งของสำนักที่ไม่เคยล่มสลาย
เดิมทีสำนักนี้ควรจะตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาที่ขาดสะบั้นพวกนั้น แต่ตรงนั้นถูกทำลายไปแล้ว มีเมฆหมอกปกคลุม แฝงไปด้วยอันตรายสารพัด ไม่สามารถเข้าไปลึกๆ ได้
ในอดีต ภูเขาขาวดำคือดินแดนต้องห้าม
ตอนนี้ ข้างหน้าพังพินาศไปหมดแล้ว
สำนักใหญ่โตเคยตั้งอยู่ในเขตใจกลางดินแดนต้องห้าม นี่มันน่าตกใจจนตาเหลือกเลยนะ!
ฉินหมิงคุ้นเคยกับดินแดนต้องห้ามดี เสี่ยวอู๋เพื่อนรักของเขาก็มาจากดินแดนต้องห้าม
"บรรพบุรุษของเสี่ยวอู๋ ก็อาศัยอยู่แค่ชายขอบดินแดนต้องห้ามแห่งที่สี่เท่านั้น..."
ดินแดนต้องห้ามแต่ละแห่งอาจจะไม่เหมือนกัน แต่เขตใจกลางส่วนใหญ่ไม่เหมาะจะอยู่อาศัย อันตรายสุดๆ!
ในดินแดนต้องห้ามแห่งที่สี่ มี "ปรากฏการณ์" ที่ไม่สามารถทำความเข้าใจได้มากมาย มี "ฉาก" แปลกประหลาด ฯลฯ น่ากลัวสุดๆ ไม่สามารถทำลายให้สิ้นซากได้
โดยรวมแล้ว ทำได้แค่อยู่ใกล้ๆ ดินแดนต้องห้าม แต่ยากที่จะยึดครองมันได้อย่างแท้จริง
แต่ที่นี่ กลับตาลปัตรไปหมด
เคยมีสำนักที่ไม่เคยล่มสลาย สยบภูเขาขาวดำ อาศัยอยู่ในเขตใจกลาง!
แค่ข้อนี้ ก็เพียงพอจะเห็นแล้วว่า สิ่งมีชีวิตที่ปกครองดินแดนต้องห้ามแห่งนี้ น่ากลัวขนาดไหน!
"น่าเสียดาย สงครามสะท้านโลกเมื่อห้าร้อยปีก่อน ทำลายรากฐานสำนักของเรา ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ขาวดำแตกสลาย รากฐานของบรรพบุรุษราวกับถูกสาปแช่ง" แพะภูเขาแก่ๆ ในเมืองถอนหายใจ
ตามที่มันบอก หลังจากใจกลางภูเขาขาวดำพังพินาศ "ปรากฏการณ์" ที่อธิบายไม่ได้ก็กลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง ตอนนี้ไม่มีเทพเจ้าคอยดูแล จึงไม่เหมาะที่จะสร้างสำนักขึ้นมาใหม่ในที่เดิม
ดังนั้น พวกเขาเลยย้ายมาที่เมืองขาวดำนี่แหละ
ฉินหมิงกับพวกเข้าพักที่นี่ เข้าไปในเขตใจกลางเมืองไม่ได้ ตรงนั้นเป็นพื้นที่หวงห้ามของสำนัก
สองคนกับอีกหนึ่งตัวได้รู้ความจริงที่น่าตกใจว่า เมื่อห้าร้อยปีก่อน สัตว์ระดับเทพยังมีชีวิตอยู่บนโลก
ข่าวลือข้างนอกที่บอกว่า สัตว์ระดับเทพทิ้งสุสานไว้เมื่อพันปีก่อน นั่นมันแกล้งตายชัดๆ
มนุษย์คนหนึ่งในเมืองพูดขึ้น "เมื่อห้าร้อยปีก่อน หลังสงครามสะท้านโลก สัตว์ระดับเทพก็หายตัวไป ไร้ร่องรอย เป็นตายร้ายดียังไงไม่มีใครรู้ และดินแดนศักดิ์สิทธิ์ขาวดำก็แตกสลายเพราะเรื่องนี้ ปิดตายตัวเองตั้งแต่ตอนนั้นมา"
ฉินหมิงหันไปมองตาเฒ่าหลิว เมื่อห้าร้อยปีก่อน ที่นี่มีสิ่งมีชีวิตคล้ายเทพเจ้าสู้รบกับศัตรูตัวฉกาจ ถึงขั้นทำลายดินแดนต้องห้ามไปแห่งหนึ่งเลยเหรอ!
โอกาสหายาก ฉินหมิงถือโอกาสขอคำชี้แนะจากคนในเมือง พูดให้ถูกคือ พวกเขาถือว่าเป็นสมาชิกของสำนักที่ไม่เคยล่มสลายกันหมด
"ผู้อาวุโสทุกท่าน 'ฉาก' แปลกประหลาดในเขตใจกลางดินแดนต้องห้าม มันคืออะไรกันแน่ กำจัดให้สิ้นซากไม่ได้จริงๆ เหรอ?"
จามรีแก่ตัวหนึ่งบอกว่า "ถ้าเจ้าเปิดเผย 'ฉาก' พวกนั้นได้ อธิบายปรากฏการณ์พวกนั้นได้ชัดเจน ก็ถือว่าเจ้ามีความเข้าใจโลกแห่งหมอกราตรีลึกซึ้งขึ้น เปิดเผยความลับมุมหนึ่งของโลกทั้งใบได้แล้วล่ะ"
จากนั้นมันก็เสริมว่า พวกนี้คือคำพูดของสัตว์ระดับเทพในอดีตทั้งนั้น
"แหวกหมอกหนาในดินแดนต้องห้ามออก เจ้าจะค้นพบโลกใบใหม่" ชายชราเผ่าพันธุ์มนุษย์พูดขึ้น
โลกใบใหม่ที่ว่า หมายถึงการเป่าหมอกให้กระจาย แล้วตีความโลกมืดมิดนี้ใหม่ หรือหมายถึงการค้นพบทางเชื่อมไปยังโลกอื่นกันแน่?
ฉินหมิงประสานมือคารวะ ถามต่อเจาะลึก
แต่ทว่า นั่นก็เป็นแค่คำพูดในอดีตของสัตว์ระดับเทพ ชาวเมืองก็ให้คำตอบที่แน่ชัดไม่ได้เหมือนกัน
ไม่นาน ฉินหมิงก็รู้ว่า แขกที่ภูเขาขาวดำจะเชิญมางานเลี้ยงหลังจากฟื้นตัว เป็นใครมาจากไหน มาจากดินแดนต้องห้ามที่อื่นทั้งนั้น!
"ซี๊ดด!" กระรอกสู้ชีวิตเลียนแบบเขาสูดหมอกราตรีเข้าปอด
ฉินหมิงตกใจมาก นอกเหนือจากระบบของดินแดนบริสุทธิ์ฟางไว่ ลัทธิลี้ลับ ฯลฯ แล้ว ยังมีพันธมิตรดินแดนต้องห้ามอยู่อีกเหรอเนี่ย?
ดินแดนต้องห้ามทุกแห่งน่ากลัวมาก ฟันไม่ขาด ทำลายไม่ได้ ไม่งั้นคงไม่อยู่รอดมาจนถึงตอนนี้หรอก
และสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในดินแดนต้องห้ามได้ ก็ต้องเป็นพวกระดับสูงอยู่แล้ว
แค่ไม่รู้ว่าแขกพวกนั้นมาจากใจกลางดินแดนต้องห้าม หรืออาศัยอยู่แค่ชายขอบ
"ขุมกำลังเบื้องหลังแขกระดับสูงบางคน แข็งแกร่งไม่แพ้ภูเขาขาวดำยุครุ่งเรืองเลยนะ ส่วนบางคนก็อาจจะด้อยกว่าหน่อย" ชาวเมืองไม่ได้ปิดบัง เรื่องนี้ไม่ใช่ความลับอะไร
และด้วยเหตุนี้ แขกพวกนั้นเลยถูกแบ่งระดับด้วย
วันต่อมา แขกก็ทยอยกันมา
กระรอกแดงตาโตเท่าไข่ห่าน มันเห็นอะไรน่ะ?
หนูยักษ์ตัวเท่าภูเขา เอามือไพล่หลัง นำทัพพวกปีศาจ เหยียบหมอกราตรีมา รอบตัวมีวงแหวนแสงล้อมรอบหลายสิบวง บนหัวมีแมววิเศษกางร่มสีเหลืองให้
เกิดเป็นหนูเหมือนกัน ทำไมถึงต่างกันขนาดนี้? หนูยักษ์ตัวนี้ตัวสีเงินขาว พอเข้ามาใกล้ถึงจะตัวเล็กลง ผู้หลักผู้ใหญ่ของเมืองถึงกับออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง
จากนั้น นกกลายพันธุ์ตัวหนึ่งก็พัดพายุลมแรงเข้ามาในดินแดนหลังม่านหมอก ตัวใหญ่เท่าเมฆดำทะมึน มีหัวนกเก้าหัว
ข้างๆ มัน มีฝูงนกบินตามมา ส่องประกายระยิบระยับ สว่างไสวเจิดจ้า
ต่อมา ดวงอาทิตย์สีม่วงดวงใหญ่ก็ลอยมากลางอากาศ ข้างในมีสิ่งมีชีวิตรูปร่างมนุษย์ยืนตระหง่านอยู่ ถือเป็นแขกระดับสูง เจ้าของภูเขาขาวดำออกมาต้อนรับด้วยตัวเองถึงนอกเมือง
ผู้ชายตัวสูงเท่าภูเขาราวกับเทพยักษ์ เดินเข้ามาก็ตัวเล็กลงเรื่อยๆ จนเหลือเท่าคนปกติ แล้วก็ถูกเชิญเข้าเมืองอย่างยิ่งใหญ่
.…..
"พวกนี้คือแขกจากดินแดนต้องห้ามเหรอเนี่ย? สุดยอดไปเลย!" ฉินหมิงแอบทึ่ง
แพนด้ายักษ์แก่ที่เรียกตัวเองว่าบ่าวแก่ๆ กำลังวุ่นอยู่ข้างนอกเมือง คอยต้อนรับแขก แน่นอนว่ามันรับหน้าที่ดูแลพวกเด็กๆ รุ่นหลังของพวกระดับสูงๆ เหล่านั้น
ข้างๆ แพนด้ายักษ์แก่ มีสัตว์ขนขาวคอยเป็นลูกมืออยู่ด้วย
ฉินหมิงกับตาเฒ่าหลิวกินเลี้ยงอยู่ตรงชายขอบเมืองขาวดำ ไม่มีสิทธิ์เข้าไปในเขตใจกลางเมือง
เห็นได้ชัดว่า "แขก" พื้นที่นอกฐานะไม่สูง
ฉินหมิงจำได้ทันที สัตว์แก่ขนขาวนั่นคือเจ้าแห่งขุนเขาแต่เพียงในนามของข้างนอกนี่นา นี่โดนรวบหัวรวบหางแล้วเหรอ?
ตอนนั้น เจ้าแห่งขุนเขาคนใหม่ตัวนี้ ไล่ล่าอดีตเจ้าแห่งขุนเขา-หมูป่าเฒ่า ทำเอาฉินหมิงเกือบจะซวยไปด้วย
บอกว่าเป็นหมาป่าขาว แต่ก็ดูคล้ายลิง หน้าตาแปลกประหลาดมาก ตาสีแดงก่ำ
สัตว์ประหลาดขนขาวมองมาทางนี้ หรี่ตาสีแดงก่ำลง
ฉินหมิงใจคอไม่ดี สัตว์ประหลาดตัวนี้ยังจำเขาได้อีกเหรอ?
สัตว์ประหลาดขนขาวยิ้ม ฟันขาวจั๊วะ ดูหลอนๆ นิดหน่อย มันกำลังซุบซิบกับชายหนุ่มคนหนึ่ง
ไม่ต้องสงสัยเลย ชายหนุ่มคนนั้นเป็นสายเลือดตรงของเมืองขาวดำ พอได้ยินที่มันพูด ก็ตาเป็นประกาย เดินตรงมาทางฉินหมิงกับพวก
ฉินหมิงคิดในใจ แย่แล้ว "งานเลี้ยง" ของดินแดนต้องห้ามนี่กินไม่ง่ายจริงๆ ด้วย!
"พ่อหนุ่ม เจ้าเก่งมากนะ" สัตว์ประหลาดขนขาวตอนนี้ดูใจดีมาก หน้าสัตว์ๆ นั่นยิ้มแย้ม
จากนั้นมันก็แนะนำว่า ชายหนุ่มคนนั้นคือคุณชายหกแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ขาวดำ
จากนั้น มันก็พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "เจ้าจะเรียกเขาว่าคุณชายลู่ก็ได้ เข้ามาคารวะสิ"
ฉินหมิงลุกขึ้น ประสานมือคารวะ "คารวะคุณชายหก... ลู่"
สัตว์ประหลาดขนขาวหุบยิ้ม พูดเสียงเข้ม "เจ้าเสียมารยาทแล้ว!"
คุณชายลู่หน้าตาเรียบเฉย กำลังสำรวจฉินหมิง ไม่ได้แสดงท่าทีอะไร
ฉินหมิงมองสัตว์ประหลาดขนขาว แล้วพูดว่า "ผู้อาวุโส ท่านรู้จักข้าเหรอ? โปรดอย่ามีอคติเลย"
"อัจฉริยะที่เกิดจากภูเขาขาวดำ อาจจะกลายเป็นปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งคนใหม่ของเส้นทางผลัดกายในอนาคต โดดเด่นในคุนหลิง ทำไมข้าจะไม่รู้ล่ะ" สัตว์ประหลาดขนขาวพูดอย่างเรียบเฉย
ฉินหมิงนึกขึ้นได้ทันที นี่แหละที่เรียกว่าชื่อเสียงทำพิษ
ช่วงก่อนหน้านี้ เรื่องที่มาที่ไปของเขากระฉ่อนไปทั่วแล้ว
สัตว์ประหลาดขนขาวคงได้ยินว่าเขามาจากภูเขาขาวดำ ก็เลยให้ความสนใจ ไปสืบประวัติ แล้วก็เคยเห็นรูปวาดเขา ก็เลยจำเขาได้ตอนอยู่ที่นี่
"เจ้าเต็มใจมาเป็นลูกน้องข้าไหม?" คุณชายลู่ถาม
ฉินหมิงรู้เลย นี่เป็นเพราะสัตว์ประหลาดขนขาวหาเรื่องเขาแน่ๆ
เห็นได้ชัดว่า สัตว์ประหลาดแก่ตัวนี้นอกจากจะรู้เบื้องลึกเบื้องหลังเขาแล้ว ก็ต้องจำเรื่องคืนที่ไล่ล่าหมูป่าเฒ่าได้แน่
"ทำไม เจ้าไม่เต็มใจเหรอ?" คุณชายลู่เห็นเขาไม่ตอบทันที สีหน้าก็เริ่มไม่พอใจ
สัตว์ประหลาดขนขาวหน้าตึง พูดว่า "ใต้หล้าล้วนเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เจ้าอาศัยอยู่ในภูเขาขาวดำ ก็ถือว่าเป็นประชากรของคุณชายอยู่แล้ว ยังจะกล้าทำตัวกำเริบเสิบสานอีกเหรอ?"
ฉินหมิงไม่สบอารมณ์สุดๆ เขาแค่ปฏิเสธน้ำใจไม่ได้ หนีไม่ทัน โดนแพนด้ายักษ์แก่ชวนมากินเลี้ยงแท้ๆ ทำไมจู่ๆ ถึงกลายเป็นประชากรของคนอื่นไปได้? แถมยังต้องไปเป็นลูกน้องคุณชายลู่อะไรนี่อีก
ไกลออกไป ชายวัยกลางคนคนหนึ่งโผล่มา เขาคือระดับสูงของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ขาวดำตัวจริง เมื่อกี้ทำหน้าที่รับแขกสูงศักดิ์ ตอนนี้ปรายตามองมาทางนี้
พอเขาเห็นตาเฒ่าหลิว ในใจก็เกิดคลื่นกระเพื่อม ม่านตาหดเล็กลงทันที แต่เขาก็รีบกลบเกลื่อน กลับมาทำหน้าตายเหมือนเดิม
เขาเดินมาทางนี้อย่างเป็นธรรมชาติ ตะโกนว่า "เสี่ยวลิ่ว(หก) มานี่สิ ต้องต้อนรับแขกทุกคนให้ดีนะ"
จากนั้น เขาก็ใจเต้นตึกตัก พาคุณชายลู่ไปแบบเนียนๆ
ฉินหมิงพูดขึ้น "ผู้อาวุโส ระหว่างเรามีเรื่องเข้าใจผิดอะไรกันหรือเปล่า? เมิ่งซิงไห่เป็นท่านอาข้า น่าจะสนิทกับท่านพอสมควรนะ?"
"พอมีความสัมพันธ์กันอยู่บ้าง" สัตว์ประหลาดขนขาวตอบ
จากนั้น น้ำเสียงมันก็เย็นชาลง "ได้ยินมาว่าเจ้าฆ่าพวกปีศาจไปเยอะมากที่ที่ราบสูงนอกดินแดนต้องห้ามแห่งที่สามในคุนหลิงงั้นเหรอ?"
ฉินหมิงใจหายวาบ ไม่ใช่แค่เพราะเรื่องหมูป่าเฒ่าซะแล้ว ตาแก่นี่คงรู้จักกับพวกปีศาจแถวคุนหลิงบางตัวด้วยแน่ๆ
เขาหยิบจดหมายออกมาอย่างใจเย็น ยื่นให้แล้วบอกว่า "นี่คือจดหมายที่ท่านอาเมิ่งทิ้งไว้ให้ข้า"
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่จดหมายที่เขียนถึงสัตว์ประหลาดขนขาว แต่เป็นลายมือของเมิ่งซิงไห่จริงๆ บอกว่าฉินหมิงเป็นหลานชายเขา ถ้าเผลอไปล่วงเกินสหายร่วมทางคนไหน ก็ขอให้เห็นแก่หน้าเขา ช่วยละเว้นให้ด้วย
จดหมายแบบนี้ เมิ่งซิงไห่เขียนให้เขาหลายฉบับ เก็บไว้ใช้เบิกทางตอนจวนตัว
ทว่า สัตว์ประหลาดขนขาวดูแล้วกลับไม่แยแส บอกว่า "ข้าบอกแล้วไงว่า พอมีความสัมพันธ์กันอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้เยอะอะไร ถ้าอยู่ข้างนอก ข้าคงเห็นแก่หน้าเขา แต่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ขาวดำ หน้าเขามีค่าอะไร? ไร้ราคา!"
พูดจบ มันก็ดีดนิ้วเบาๆ จดหมายนั้นกลายเป็นผุยผงทันที
ตาเฒ่าหลิวมองไปที่มัน
ในอาคารที่ใหญ่โตที่สุดของเมืองขาวดำ เจ้าของที่แท้จริงของดินแดนนี้ได้ยินรหัสลับระหว่างชายวัยกลางคนกับคุณชายลู่ ร่างกายก็แข็งทื่อไปเล็กน้อย