- หน้าแรก
- ราตรีนิรันดร์
- ฟรี บทที่ 265 พบปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งเคล็ดวิชาคัมภีร์ผ้าไหม
ฟรี บทที่ 265 พบปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งเคล็ดวิชาคัมภีร์ผ้าไหม
ฟรี บทที่ 265 พบปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งเคล็ดวิชาคัมภีร์ผ้าไหม
บทที่ 265 พบปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งเคล็ดวิชาคัมภีร์ผ้าไหม
ดึกดื่นค่อนคืน กลางป่าเขาลำเนาไพร ฉินหมิงขนหัวลุกชัน ถึงกับตกเอาตาแก่หน้าตาน่ากลัว แยกเขี้ยว ยิงฟัน ขึ้นมาจากบ่อได้ตั้งสามคน
นี่มันต่างจากที่เขาคาดหวังไว้ลิบลับเลย!
พลังด้านลบสาวสวยอะไร สสารกลายพันธุ์รูปร่างมังกรในตำนานอะไร ไม่มีอยู่จริงหรอก
"เทพคลั่ง..."
ดูจากสภาพของทั้งสามคนนี้แล้ว อดคิดไม่ได้จริงๆ ใส่เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ดวงตาสีเทาหม่น เลื่อนลอย แถมสองคนยังมีใบหน้าเน่าเฟะไปครึ่งนึง
ฉินหมิงเคยเห็นผลึกความทรงจำก้อนนั้น หรือว่านี่คือสามคนที่หายไปในพายุหมุนสีดำ?
แต่ว่า ภาพนั้นค่อนข้างเบลอ มีแค่เทพคลั่งคนที่สี่ที่เดินโซเซเท่านั้นที่เห็นชัดเจน
"บ่อน้ำลึกที่อยู่ห่างออกไปเป็นพันลี้ เชื่อมต่อกับคุนหลิงโบราณเหรอ?" ฉินหมิงเดา ซากศพตาแก่สามร่างตรงหน้าน่าจะเป็นเทพสามองค์นั้นแหละ!
"คงไม่ใช่คนนั้นจริงๆ หรอกนะ?" เขาจ้องไปที่ศพหนึ่งในนั้น ใจเต้นระรัว
เรื่องเทพคลั่งออกจากเมืองอวี้จิงอะไรนั่น เขาโยนทิ้งไปจากหัวชั่วคราว
สองคนหน้าเน่าไปครึ่งนึง แต่ตาแก่ที่อยู่ตรงกลาง เนื้อหนังยังดูเหมือนใหม่ แค่มีรอยร้าวเต็มตัว ยุบยับไปหมด เหมือนถูกจับมาต่อกันใหม่
ทั้งสามคนผอมแห้งเกินไป ดังนั้นตอนที่ผมยาวสยายอยู่ในบ่อน้ำสีดำสนิท ฉินหมิงเลยนึกว่าเป็นผู้หญิงหุ่นเพรียว
เขาสีหน้าเคร่งเครียด เป่าลมใส่อย่างระมัดระวัง ทำให้ใบหน้าที่ถูกปิดไว้ครึ่งนึงของตาแก่ตรงกลางเผยออกมา
พริบตาเดียว เขาก็ตัวแข็งทื่อ หน้าตานี้คุ้นเคยจริงๆ!
พร้อมกันนั้น เขาก็รู้สึกว่ามีพลังหยินพัดย้อนกลับมาหาเขา
ฉินหมิงถอยหลังไปสองก้าวโดยไม่รู้ตัว เหมือนมีคนกำลังเป่าพลังหยินใส่เขา
รอบด้านรกร้าง ที่นี่หนาวเหน็บถึงกระดูก ตกปลาตอนกลางคืนได้ศพตาแก่สามร่าง ต้องเผชิญหน้าคนเดียว นี่มันประสบการณ์แบบไหนกันเนี่ย?
แต่ฉินหมิงกลับไม่สนใจสภาพแวดล้อมนี้ เหมือนลืมไปแล้วว่าตัวเองอยู่ที่ไหน เอาแต่จ้องศพตรงกลาง
"ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้ง?" เขาแทบไม่เชื่อสายตา ว่าจะมาเจอ "คนรู้จัก" ที่นี่
ตอนนั้น ที่เขาตกลงไปในดินแดนต้องห้ามแห่งที่สี่ เจอเคล็ดวิชาคัมภีร์ผ้าไหมบนกำแพงวิหาร ตอนที่คัมภีร์เกิดการสั่นพ้อง เขาเคยเห็นปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งท่านนี้!
เคล็ดวิชาคัมภีร์ผ้าไหมมีจุดบอดร้ายแรง ฝึกไปถึงขั้นสุดท้าย ร่างกายจะระเบิด
แม้แต่ผู้คิดค้นเคล็ดวิชาหลายคนก็หนีไม่พ้น ตายบ้าง หายสาบสูญบ้าง เรียกได้ว่า "เปลือง" ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งสุดๆ
มีคนนึงที่เวลาเหลือไม่มาก ก็เลยไปบุกดินแดนต้องห้าม เข้าวิหารศักดิ์สิทธิ์ เดินทางไปทั่วโลกแห่งหมอกราตรี อยากจะแก้ปัญหาซ่อนเร้นนี้
"สุดท้ายท่านก็ไปเมืองอวี้จิงเหรอ? ถึงได้มีจุดจบที่น่าเวทนาแบบนี้" ฉินหมิงถอนหายใจ
หลักๆ คือปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งท่านนี้ผอมจนเหลือแต่กระดูก เทียบกับเมื่อก่อนแล้ว ผอมบางจนลมพัดก็ปลิว แถมตอนนี้ยังมีรอยร้าวเต็มตัว เห็นได้ชัดว่าเคยระเบิดมาแล้ว
พอลองคิดดูดีๆ ดินแดนต้องห้ามแห่งที่สี่ก็อยู่ในคุนหลิง การที่เขามุ่งหน้าไปเมืองอวี้จิงในวาระสุดท้ายก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
แต่ไม่เคยได้ยินว่าคนยุคนี้เข้าไปได้ การที่เขาหาทางไปจนถึงดินแดนในตำนานได้ ต้องบอกเลยว่าเก่งกาจจนฝืนลิขิตฟ้าจริงๆ
ฉินหมิงรู้สึกหนักอึ้ง คนระดับนี้ไปเมืองอวี้จิง ยังไม่มีจุดจบที่ดีเลย
ตกลงว่าปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งหนีออกมาได้ หรือว่าเกิดอุบัติเหตุระหว่างทาง?
พอรู้ตัวตนของคนตรงหน้า ฉินหมิงก็ยิ่งระวังตัว ไม่กล้าเข้าไปแตะต้อง กลัวจะไปกระตุ้นพลังศักดิ์สิทธิ์ สสารเซียนที่ตกค้างอยู่ในตัวพวกเขา
"คงยังไม่ตายหรอกมั้ง?" เขาเริ่มสงสัย
หรือว่าพวกเขาอยู่ในสภาวะจำศีล ปิดกั้นเขตแดนพลังจิตและร่างกาย เลยไม่มีพลังศักดิ์สิทธิ์แผ่ออกมา?
ไม่งั้น สิ่งมีชีวิตระดับนี้คงเข้าใกล้ไม่ได้ ต่อให้เป็นแค่กลิ่นอายที่รั่วไหลออกมาจากศพ ก็สามารถเปลี่ยนป่าเขารกร้างแถวนี้ให้กลายเป็นดินแดนแห่งความตายได้!
"ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้ง ท่านตายอย่างน่าเวทนาจริงๆ เฮ้อ ท่านไม่รู้หรอก สำนักคัมภีร์ผ้าไหมตกต่ำถึงขีดสุดแล้ว แม้แต่คัมภีร์ก็ยังขาดตอน ข้าคือทายาทคนสุดท้ายแล้ว พอเห็นท่านตกอยู่ในสภาพนี้ ช่างน่าสลดใจจริงๆ" ฉินหมิงพูด
เขานั่งขัดสมาธิริมบ่อน้ำลึก โคจรเคล็ดวิชาคัมภีร์ผ้าไหม มีกลิ่นอายวิถีเต๋าลึกลับประทับอยู่บนร่าง
น่าเสียดาย ไม่ว่าเขาจะทำยังไง ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย
"ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้ง ล่วงเกินแล้ว!" ฉินหมิงตัดสินใจจะค้นตัวศพ คนระดับนี้ ถ้ายังมีอะไรเหลืออยู่บนตัว ต้องมีค่าควรเมืองแน่ๆ
เขาถึงกับเล็งเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งของทั้งสามคน อยากจะดูว่าเป็นวัสดุหายากหรือเปล่า
ถ้าปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งรับรู้ได้ คงไม่โกรธที่เขาอยากจะรูดของให้เกลี้ยงหรอกมั้ง? ไม่งั้นถูกฝังอยู่ใต้ดินก็กลายเป็นฝุ่นผงอยู่ดี
ฉินหมิงค้นหาอย่างระมัดระวัง ตอนที่ยื่นมือไปหาปรมาจารย์ผู้ก่อตั้ง จู่ๆ เขาก็ตัวแข็งทื่อ
มือของเขาถูกมือเหี่ยวๆ ของตาแก่จับไว้ สัมผัสได้ถึงความหนาวเหน็บถึงกระดูก
ผีหลอกวิญญาณหลอน!
ฉินหมิงเย็นวาบตั้งแต่หัวจรดเท้า ความหนาวเย็นพุ่งทะลวงเข้าสู่ร่างกาย
"ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้ง คนกันเอง เดี๋ยวข้าเผากระดาษเงินกระดาษทองไปให้นะ!"
ฟึ่บ! ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งที่ผอมแห้งเหลือแต่กระดูกลืมตาขึ้น ราวกับมีสายฟ้าพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ฉีกกระชากท้องฟ้ายามราตรีอันมืดมิด!
ฉินหมิงตกใจ โชคดีที่ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งท่านนี้นอนหงายอยู่บนพื้น ไม่ได้หันมาทางเขา ไม่งั้นแค่ลำแสงนี้ก็ทะลวงร่างเขาจนพรุนได้แล้ว
สายตาของตาแก่กวาดไปทางไหน หมอกราตรีก็สลายตัว ท้องฟ้ายามราตรีราวกับจะระเบิด!
แต่พริบตาเดียว ดวงตาของเขาก็กลับมาขุ่นมัว หม่นหมองลง กลายเป็นสีเทาหม่น สภาพแบบนี้ดูผิดปกติชัดๆ
แต่เขาก็ปล่อยมือ ไม่ได้จับแน่นอีกต่อไป
"ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้ง..." ฉินหมิงเรียกเบาๆ นี่มันเหนือความคาดหมายจริงๆ ที่จริงผีหลอกน่ะเรื่องเล็ก บ้าคลั่งสิถึงจะน่ากลัว ถ้าตาแก่จำใครไม่ได้ อาละวาดขึ้นมา ที่นี่ต้องกลายเป็นดินแดนแห่งความตายแน่ๆ
"คัมภีร์ขาดตอน ก็ไม่แปลกหรอก มีเหตุผลที่ตกต่ำ เพราะมัน... ฝึกไม่สำเร็จจริงๆ!" ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งที่ดูเหมือนผีเหมือนคนท่านนี้ถึงกับพูดออกมา
ทว่า เสียงของเขาแหบพร่า เหมือนไม่ได้พูดมานานหลายปี แถมเสียงยังเบามาก ต้องตั้งใจฟังถึงจะได้ยิน
ขนาดเขายังบอกว่าฝึกไม่สำเร็จ แถมยังมีน้ำเสียงหดหู่ ทำให้ฉินหมิงรู้สึกบอกไม่ถูก
นี่คือปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งเชียวนะ ขนาดเขายังท้อแท้ หมดหวังกับเคล็ดวิชาคัมภีร์ผ้าไหม แล้วคนรุ่นหลังจะทำยังไง?
"ข้าไม่ยอม!" เสียงของปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งท่านนี้ดังขึ้น แววตามีประกายแสงสีทอง ราวกับดวงตะวันแผดเผา สามารถแผดเผาพลังจิตของคนได้
"ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้ง ใจเย็นๆ!" ฉินหมิงแทบไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้ พลังจิตแทบจะลุกเป็นไฟ เขารู้ซึ้งเลยว่าพวกศิษย์เส้นทางเซียนรู้สึกยังไงตอนเผชิญหน้ากับเขา
ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งท่านนี้หนวดเคราขาวโพลน ผอมแห้งหนังหุ้มกระดูก สงบลงอย่างรวดเร็ว ไม่ได้ระเบิดปราณแสงสวรรค์ที่ตกค้างอยู่ในร่างออกมา
ฉินหมิงพูดว่า "ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้ง ข้าก็ไม่ยอมเหมือนกัน โปรดถ่ายทอดคัมภีร์ฉบับสมบูรณ์ให้ข้าเถอะ สักวันนึง ข้าจะทำให้มันยิ่งใหญ่ และบุกเบิกเส้นทางใหม่ขึ้นมาให้ได้!"
เขาพูดตรงๆ ไม่อ้อมค้อม เพราะกลัวว่าสภาพจิตใจของตาแก่จะไม่ปกติ มีเวลาคุยไม่มาก
"ฝึกไปถึงขั้นสุดท้ายแล้วต้องตัวแตกตาย เจ้ายังกล้าฝึกวิชานี้อีกเหรอ?" ชายชราถาม
"กล้า! ข้ามั่นใจว่าจะแก้ปัญหาซ่อนเร้นนี้ได้ แต่ตอนนี้ข้าหาคัมภีร์ฉบับสมบูรณ์ไม่ได้"
ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งเฒ่าถอนหายใจ "ดูท่า คนที่ฝึกวิชานี้คงตายกันหมดแล้ว ช่างน่าสมเพชจริงๆ คัมภีร์ส่วนที่เหลือคงหาไม่เจอแล้วล่ะ"
เขาเด็ดขาดมาก แขนถึงจะแข็งทื่อ แต่ก็ยังยกขึ้นมาแตะที่หว่างคิ้วของฉินหมิงอย่างรวดเร็ว ถ่ายทอดคัมภีร์บทหนึ่งเข้าสู่จิตสำนึกของเขา
ฉินหมิงเหม่อไปชั่วครู่ จากนั้นก็ประสานมือคารวะ "ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้ง นี่มันเกี่ยวกับสี่ขอบเขตใหญ่แรก ข้าได้มาจากวิหารศักดิ์สิทธิ์แล้ว โปรดถ่ายทอดเคล็ดวิชาส่วนที่เหลือให้ข้าด้วย!"
ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งเฒ่ารู้สึกประหลาดใจมาก เด็กหนุ่มตรงหน้าบุกเข้าไปในวิหารศักดิ์สิทธิ์ แถมยังรอดกลับมาได้แบบครบถ้วนสมบูรณ์ นี่มันไม่ธรรมดาเลยนะ!
"ฝึกไปถึงขอบเขตใหญ่ที่ห้าก็ตายแล้ว แม้แต่ศิษย์เอกของข้าก็ยังไม่รอด พวกข้าก็ต้องพึ่งพาของวิเศษหายากถึงจะผ่านพ้นความหายนะมาได้ แต่พอถึงขอบเขตใหญ่ที่หกขั้นสมบูรณ์ ร่างกายก็ต้องแตกสลายอย่างแน่นอน ส่วนในระดับที่สูงกว่านั้น น่าจะผิดพลาดไปหมดแล้ว เฮ้อ!" เขาส่ายหน้า
แต่ในยุคสมัยของเขา ขอบเขตใหญ่ที่หกก็เป็นขีดจำกัดของทุกเส้นทางแล้ว!
"โปรดถ่ายทอดเคล็ดวิชาให้ข้าด้วย ข้าจะไปพิสูจน์ด้วยตัวเอง และแก้ไขมันระหว่างทาง เพราะตอนนี้ข้าเปลี่ยนไปฝึกวิชาอื่นไม่ได้แล้ว" ฉินหมิงพูดอย่างหนักแน่น
ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งเฒ่ายื่นมือที่ผอมแห้งเหลือแต่กระดูกมาวางบนไหล่ของเด็กหนุ่มตรงหน้า เขาเป็นคนยังไง? เป็นหนึ่งในต้นกำเนิดเคล็ดวิชาคัมภีร์ผ้าไหม ศึกษาคัมภีร์นี้มาทั้งชีวิต ย่อมรู้สภาพของเด็กหนุ่มได้ในทันที
เขาค่อนข้างตกใจ เพราะเคล็ดวิชาคัมภีร์ผ้าไหมที่เด็กหนุ่มฝึกนั้นร้ายกาจมาก แข็งแกร่งกว่าพวกเขาสมัยที่อยู่ระดับนี้ซะอีก!
นี่มันหลุดโลกเกินไปแล้ว!
พอตรวจสอบอย่างละเอียด เขาแน่ใจว่าฉินหมิงอยู่ในขอบเขตใหญ่ที่สองขั้นกลาง เหนือกว่าการจำลองและคาดการณ์ของพวกเขาในระดับนี้เมื่อก่อนอย่างแน่นอน!
"ดี ข้าจะถ่ายทอดให้เจ้า!" ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งเฒ่าทำอะไรเด็ดขาด ไม่ยืดเยื้อ ชี้ไปที่หว่างคิ้ว ถ่ายทอดเคล็ดวิชาคัมภีร์ผ้าไหมทั้งหมดให้เขารวดเดียวเลย
ในหัวของฉินหมิงปรากฏตัวอักษรสีทองอัดแน่น ได้คัมภีร์ฉบับสมบูรณ์มาแล้ว ประทับอยู่ในจิตสำนึก ราวกับดวงดาวส่องสว่างท่ามกลางความมืดมิด ทำให้สนามพลังจิตของเขาสว่างไสวไปหมด
เขาดีใจจนเนื้อเต้น ไม่คิดเลยว่าการมาตกปลาที่บ่อน้ำลึกตอนดึกๆ จะได้ผลตอบแทนที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้
"ข้างหลังคือทางตัน เจ้า... ตัดสินใจเอาเองก็แล้วกัน!" ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งเฒ่าสาดน้ำเย็นใส่เขา
จากนั้นชายชราก็พูดต่อว่า "ตอนนี้เจ้าเดินบนเส้นทางนี้ได้ดีมาก ข้าจะไม่ก้าวก่าย จะไม่ให้คำแนะนำอะไรทั้งนั้น ทำตามจังหวะของเจ้าไปเถอะ"
ฉินหมิงพยักหน้า จากนั้นก็เป็นห่วงอาการของเขา
"ใกล้จะตายแล้วล่ะ" ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งเฒ่าตอบอย่างเรียบเฉย
เขาอยู่ขอบเขตใหญ่ที่หกขั้นสมบูรณ์ เนื่องจากร่างกายพร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ จึงไม่สามารถบุกเข้าไปสำรวจส่วนลึกสุดของโลกแห่งหมอกราตรีได้ เลยเลือกคุนหลิงที่อยู่ใกล้ๆ สุดท้ายก็มุ่งหน้าไปเมืองอวี้จิงในตำนาน อยากจะหาวิธีแก้ปัญหา
ฉินหมิงถามว่า "ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้ง ท่านเข้าไปในเมืองอวี้จิงแล้วเหรอ ที่นั่นเป็นยังไงบ้าง?"
ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งเฒ่าส่ายหน้า "ข้าไปผิดยุค ข้างหน้าถูกตัดขาด เส้นทางขาดสะบั้นแล้ว"
ตอนที่เข้าไปใกล้ เขาเห็นฟ้าดินกลับหัวกลับหาง กฎเกณฑ์กลับตาลปัตร เมืองที่เลือนลางหันหน้าลงมาข้างล่าง
ดูเหมือนจะอยู่ไม่ไกล แต่เขารู้ว่า ไม่ใช่แค่ภูเขาและทะเลที่กั้นอยู่ แต่ยังมีพลังของ 'เขตแดน' กระจัดกระจายอยู่ทั่ว เมืองอวี้จิงเลือนลางยากจะค้นหา
ส่วนพวกเทพคลั่ง ไม่รู้ว่าหนีออกมาจากเมืองอวี้จิง หรือว่าไม่เคยเข้าไปเลย สติเลื่อนลอย ร่างกายเน่าเปื่อยไปครึ่งนึง เดินเตร็ดเตร่อยู่แถวนั้น
ความรู้สึกนั้น ทำให้ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งเฒ่าเคยคิดว่า เทพคลั่งพวกนั้นคือผู้ลี้ภัย เร่ร่อน พเนจรอยู่ที่นั่น
เขาพูดอย่างเรียบเฉยว่า "ข้าสยบพวกมันได้"
"หา?" ฉินหมิงตกใจ ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งที่มีปัญหากับร่างกาย สามารถสยบเทพคลั่งได้เหรอ?
ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งเฒ่าพูดว่า "เคล็ดวิชาของพวกเราแข็งแกร่งมาก ไม่ด้อยกว่าเส้นทางไหนเลย เจอสิ่งมีชีวิตคล้ายเทพเจ้าก็ไม่กลัว เสียอย่างเดียวคือร่างกายมักจะระเบิดง่ายไปหน่อย"
เขาอยู่ในระดับขอบเขตใหญ่ที่หกขั้นสมบูรณ์ ในโลกแห่งหมอกราตรีที่ถูกบุกเบิกขึ้นมาในตอนนั้น ถือว่าอยู่บนยอดพีระมิดแล้ว ย่อมมีความมั่นใจแบบนี้เป็นธรรมดา
"ทำไมท่านถึงออกมาอีกล่ะ รักษาสภาพร่างกายตอนนี้ไว้ไม่ได้แล้วเหรอ?" ฉินหมิงถาม
ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งเฒ่าตอบว่า "ในขอบเขตใหญ่ที่หก ข้าเคยระเบิดมาแล้วสองครั้ง นั่นคือการแตกสลายและแหลกละเอียดทั้งร่างกายและจิตวิญญาณ ข้ากัดฟันทนผ่านมาได้ แต่มีครั้งที่หนึ่ง ครั้งที่สอง ก็ย่อมมีครั้งที่สาม ตอนนี้ข้าคงต้องตายจริงๆ แล้วล่ะ"
ฉินหมิงถามว่า "ไม่ใช่ว่าแค่สองครั้งเหรอ?"
ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งเฒ่าชี้ไปที่รอยร้าวบนร่างกายตัวเอง จากข้างในสู่ข้างนอก รักษาไม่หาย พลังจิตก็เหมือนกัน เหมือนเศษกระเบื้องที่ถูกนำมาต่อกัน
"ข้างนอกเมืองอวี้จิงที่กลับหัวกลับหาง ข้าไม่ได้สู้กับเทพคลั่งเท่านั้นนะ"
เขาเล่าให้ฟังว่า เคยมีเทพเจ้าที่สว่างไสวเหมือนดวงตะวัน ขี่สัตว์เทวะขนสีทอง เหยียบอากาศมา ความแข็งแกร่งของมันน่ากลัวมาก
ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งเฒ่าสงสัยว่า เทพกับสัตว์เทวะตัวนั้นออกมาจากเมืองอวี้จิง
"หลังจากที่มันปรากฏตัว ก็อยากจะรับข้าไปเป็นผู้ใช้แรงงาน ข้าทนไม่ไหว ก็เลยสู้กับมันสุดกำลังไปรอบนึง"
ในที่สุด ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งเฒ่าก็สังหารเทพองค์นั้นพร้อมกับสัตว์เทวะได้ แต่ตัวเขาเองก็สูญเสียการควบคุม ระเบิดเป็นครั้งที่สามทั้งจิตวิญญาณและร่างกาย
ฉินหมิงมองดูรอยร้าวที่อัดแน่นอยู่บนร่างของชายชรา แล้วสูดลมหายใจเข้าลึก ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งท่านนี้เก่งกาจขนาดไหนกันเนี่ย? ใช้ร่างมนุษย์สังหารเทพเจ้า!
พริบตาเดียว เขาก็มีความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับเคล็ดวิชาคัมภีร์ผ้าไหม
เคล็ดวิชานี้อันตรายสุดๆ ตอนท้ายแทบจะเป็นทางตัน แต่ถ้าฝึกสำเร็จ จะแข็งแกร่งจนปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งแห่งโลกแห่งหมอกราตรีไม่ต้องกลัวสิ่งมีชีวิตคล้ายเทพเจ้าเลย
แน่นอน ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งก็มีหลายระดับ ชายชราตรงหน้าอาจจะเป็นคนที่เก่งที่สุดในบรรดาคนที่ฝึกเคล็ดวิชาคัมภีร์ผ้าไหมก็ได้!
หลังจากการต่อสู้ครั้งนั้น แม้ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งเฒ่าจะรวบรวมจิตวิญญาณและร่างกายขึ้นมาได้ แต่เขาก็กลายเป็นเหมือนศพเดินได้ ปิดกั้นสนามพลังจิต สภาพแย่ยิ่งกว่าเทพคลั่งซะอีก
เขาเองก็ไม่รู้ว่า หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น ทำไมเขาถึงออกมาข้างนอกได้
ฉินหมิงสงสัยตัวตนของผู้คิดค้นเคล็ดวิชาหลายท่านมาตลอด
"อย่างที่พวกเจ้าเดากันนั่นแหละ มาจากสำนักใหญ่ๆ อย่าง สำนักปราณหกวิถี สำนักตถาคต สำนักหยกพิสุทธิ์ สำนักปราณค้ำฟ้า" เขาเปิดเผยตรงๆ
ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งของเส้นทางผลัดกายในปัจจุบัน ไม่ใช่ปรมาจารย์รุ่นแรกสุด
แต่ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งเฒ่าไม่ได้บอกว่าเขามาจากสำนักไหน
เขามองไปรอบๆ แล้วพูดว่า "ที่แท้ก็บ่อน้ำลึกบนเส้นทางแห่งผีนี่เอง ตอนนั้นข้าดำลงไปจากที่นี่แหละ วนไปวนมา ใกล้จะถึงเมืองอวี้จิงแล้ว สัญชาตญาณคงสั่งให้ข้ากลับออกมาทางเดิมสินะ"
"เทพสององค์นี้..." ฉินหมิงมองไปที่เทพคลั่งสององค์ที่หลับตาไม่ขยับเขยื้อน เหมือนคนตาย
ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งเฒ่าพูดอย่างเรียบเฉย "ก็ถือว่าตายแล้วล่ะ สติแตกไปตั้งนานแล้ว เดี๋ยวข้าจะเอาพวกมันไปด้วย ฝังลงไปใต้ดิน หายไปจากโลกนี้ตลอดกาล"
"ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้ง!" ฉินหมิงมองเขา คืนนี้ได้เจอคนใหญ่คนโตขนาดนี้ แต่อีกฝ่ายกลับมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน ใกล้จะดับสูญแล้ว
"ข้าควรจะตายตั้งนานแล้วล่ะ สมัยนั้นพวกข้าหลายคน ตายบ้าง พิการบ้าง แถมมีคนเข้าไปในส่วนลึกสุดของโลกแห่งหมอกราตรีอีก ตอนนี้น่าจะเหลือแค่ข้าคนเดียวแล้ว"
ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งเฒ่าถอนหายใจเบาๆ มีชีวิตมานานเกินไป แม้จะรู้สึกสะเทือนใจบ้าง แต่ก็แสดงออกอย่างราบเรียบ
"ตอนนั้น พวกเราสาบานว่าจะบุกเบิกเส้นทางที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ทิ้งคัมภีร์ที่ทรงพลังที่สุดไว้ให้ สุดท้ายกลับล้มเหลวไม่เป็นท่า เพื่อนเก่าก็ตายกันหมด"
จากนั้น เขาก็คิดทบทวน "หลังจากตกต่ำ ตอนที่สติเลือนลางของข้าตื่นขึ้นมาเป็นบางครั้ง ข้าก็มักจะนึกถึงคัมภีร์ต่างๆ ในอดีต จนถึงตอนนี้ บางคัมภีร์ก็ยังเปล่งประกาย ไม่ถูกกาลเวลาทำให้หมองลงเลย"
ตอนที่พวกเขาสร้างเคล็ดวิชา เคยศึกษาคัมภีร์เก่าแก่มากมาย
"พอลองคิดดูดีๆ ตัวอักษรที่เปล่งประกายพวกนั้น แม้จะมาจากคัมภีร์ต่างกัน แต่ก็มีความเชื่อมโยงกันอยู่ มีความคล้ายคลึงกัน ที่เรียกว่าวิถีที่ยิ่งใหญ่นั้นเรียบง่าย ข้าดึงเอาแก่นแท้ออกมาหมดแล้ว ตอนนี้จะถ่ายทอดให้เจ้า ข้าคิดว่ามันน่าจะมีประโยชน์กับเคล็ดวิชาคัมภีร์ผ้าไหม" ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งเฒ่าพูด
เขายกมือขึ้น แต่จู่ๆ ก็ชะงักไป
"ช่างเถอะ ตัวอักษรที่เปล่งประกายในแต่ละคัมภีร์มีไม่เยอะหรอก บทสั้นๆ ก็ไม่กี่ร้อยคำ บทยาวหน่อยก็แค่พันกว่าคำ มาจากคัมภีร์ต่างกัน รวมทั้งหมดมีสี่บท เจ้าตั้งใจฝึกเองเถอะ บางทีสิ่งที่เจ้าได้อาจจะต่างจากที่ข้าเข้าใจ สิ่งที่เหมาะกับตัวเองที่สุดคือสิ่งที่ดีที่สุด!"
ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งเฒ่ามอบคัมภีร์สี่บทให้ รวมกันแล้วมีแค่สองพันกว่าคำ ตกอยู่ในจิตสำนึกของฉินหมิง ราวกับดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดวงดาวปรากฏขึ้นพร้อมกัน ค่อยๆ หมุน เปล่งประกายเจิดจ้า