- หน้าแรก
- วิถีเซียนจ้าวอสูร เมื่อระบบเปลี่ยนสัตว์ป่าเป็นสัตว์เทวะบรรพกาล
- ตอนที่ 191 เคล็ดวิชาจินตาน
ตอนที่ 191 เคล็ดวิชาจินตาน
ตอนที่ 191 เคล็ดวิชาจินตาน
ยิ่งซือหม่าเหยียนพูด เขาก็ยิ่งตื่นเต้นตบต้นขาฉาดใหญ่
“คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าศิษย์น้องเฮ่อหลิงจะได้ศิษย์ชั้นยอดเช่นนี้มาครอง!”
ซือหม่าเหยียนจ้องมองกู้หย่วนด้วยสายตาลุกวาว ปากก็เดาะลิ้นชื่นชมไม่ขาดปาก
เขาหลงใหลและหมกมุ่นอยู่ในวิชาการปรุงโอสถมาโดยตลอด แม้จะถือกำเนิดจากฝักฝ่ายตระกูลใหญ่ แต่เขาก็ไม่เคยใส่ใจหรือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างฝักฝ่ายตระกูลใหญ่และฝักฝ่ายสำนักเลยแม้แต่น้อย
นั่นก็เพราะเขาไม่มีความสนใจ และรู้สึกว่ามันไร้สาระ
ส่วนเรื่องที่ว่ากู้หย่วนจะมีพรสวรรค์ดีหรือไม่ มีกายาวิญญาณชนิดใด เขาก็ไม่ได้สนใจ และยิ่งไม่เกี่ยวกับเขาเลยสักนิด
ทว่าบัดนี้ เมื่อเขาค้นพบว่ากู้หย่วนมีพรสวรรค์ด้านการปรุงโอสถที่โดดเด่นเหนือธรรมดา เขากลับเกิดความสนใจขึ้นมาอย่างจริงจัง!
นับตั้งแต่กู้หย่วนกราบเข้าเป็นศิษย์ของนักพรตเฮ่อหลิงจนถึงปัจจุบัน รวมเวลาแล้วก็เพิ่งจะผ่านมาได้เพียงไม่กี่เดือน หากหักลบเวลาที่ใช้ในการบำเพ็ญเพียรออกไป เวลาที่เหลือให้เขาได้ศึกษาค้นคว้าวิชาการปรุงโอสถ คงจะมีน้อยนิดอย่างเหลือเชื่อ
ในช่วงเวลาอันสั้นเพียงเท่านี้ การที่เขาสามารถทำความเข้าใจพื้นฐานของวิถีโอสถได้ ก็นับว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว
ทว่ากู้หย่วนกลับสามารถมองทะลุถึงเคล็ดลับและกระบวนการปรุงโอสถไขกระดูกมังกรพยัคฆ์ซึ่งเป็นโอสถวิญญาณระดับสุดยอดได้อย่างทะลุปรุโปร่ง สำหรับผู้เชี่ยวชาญอย่างซือหม่าเหยียนแล้ว นี่ถือเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อเป็นอย่างยิ่ง
และในขณะเดียวกัน มันก็เป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นถึงข้อเท็จจริงประการหนึ่ง นั่นก็คือ... กู้หย่วนมีพรสวรรค์ด้านการปรุงโอสถที่แข็งแกร่งหาตัวจับยาก!
การปรุงโอสถในสายตาของคนทั่วไป: คือการใช้เพลิงแท้สกัดเอาแก่นแท้ของยาทิพย์ชนิดต่างๆ ออกมา แล้วนำมาผสมผสานหลอมรวมกันตามสัดส่วนและลำดับขั้นตอนก่อนหลัง
การปรุงโอสถในสายตาของนักปรุงโอสถที่แท้จริง: จำเป็นต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของหยินหยาง เข้าใจแก่นแท้ของธาตุทั้งห้า ช่วงชิงความมหัศจรรย์แห่งฟ้าดินมาหล่อหลอมเป็นโอสถ นี่ไม่ใช่แค่การปรุงโอสถ แต่เป็นการทำความเข้าใจมหามรรคาแห่งฟ้าดิน
ฉากการปรุงโอสถของซือหม่าเหยียนเมื่อครู่นี้ ในสายตาของคนอื่น ก็เป็นเพียงแค่การใช้เพลิงแท้อบโอสถเท่านั้น
ทว่าในสายตาของกู้หย่วน แก่นแท้ที่แท้จริงของมันคือการเปลี่ยนแปลงของการลอย การจม ความเย็น ความร้อน ความใส และความขุ่น ตลอดจนความสมดุลของสรรพคุณยา และการสกัดกลั่นด้วยเพลิงแท้
การที่กู้หย่วนสามารถมองเห็นแก่นแท้เหล่านี้ได้ ย่อมพิสูจน์ให้เห็นว่า แม้เขาอาจจะยังไม่เคยลงมือปรุงโอสถจริงๆ มาก่อน ทว่าขอเพียงตั้งใจศึกษา ไม่นานเขาก็ย่อมสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้ช่วยปรุงโอสถ หรือกระทั่งนักปรุงโอสถได้อย่างแน่นอน!
สิ่งนี้ทำให้ซือหม่าเหยียนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกคันไม้คันมือขึ้นมา
“ก่อนหน้านี้ อาจารย์ของเจ้าส่งจดหมายมาหาข้าหลายฉบับ ขอให้ข้าช่วยชี้แนะวิชาการปรุงโอสถให้เจ้าบ้าง ตอนแรกข้าก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก แต่ดูจากตอนนี้แล้ว สายตาของศิษย์น้องเฮ่อหลิงช่างแหลมคมจริงๆ!”
ซือหม่าเหยียนหัวเราะร่วน สายตาที่มองไปยังกู้หย่วนแฝงไว้ด้วยความชื่นชมและเอ็นดูเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน
“เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน นับตั้งแต่นี้ไป หากเจ้ามีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับวิชาการปรุงโอสถ เจ้าสามารถมาถามข้าได้ทุกเมื่อ”
น้ำเสียงและท่าทีที่เขามีต่อกู้หย่วน แตกต่างไปจากตอนแรกอย่างสิ้นเชิง
“ขอบพระคุณศิษย์ลุงขอรับ!”
กู้หย่วนดีใจเป็นล้นพ้น รีบกล่าวขอบคุณทันที
เมื่อได้คำอนุญาตจากซือหม่าเหยียนประโยคนี้ เขาก็สามารถเข้าออกที่นี่ได้อย่างอิสระ โดยไม่มีใครกล้าปริปากนินทาได้อีก
และที่สำคัญที่สุดก็คือ วิชาการปรุงโอสถของศิษย์ลุงท่านนี้เรียกได้ว่าบรรลุถึงขั้นสุดยอด หากเขาได้เรียนรู้วิชาจากอีกฝ่ายบ้าง ย่อมถือเป็นเรื่องที่ดียิ่งนัก
ในทางกลับกัน เฝิงเส้าเจี๋ยที่ยืนอยู่ด้านข้าง กลับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนอ้าปากค้าง
เขาไม่ได้เห็นท่านอาจารย์ตื่นเต้นและดีใจแบบนี้มานานมากแล้ว และที่สำคัญคือ อีกฝ่ายเป็นถึงคนของฝักฝ่ายสำนัก
แม้แต่ตัวเฝิงเส้าเจี๋ยเอง ก็ยังไม่เคยได้รับคำชมเชยจากท่านอาจารย์ซือหม่าเหยียนถึงเพียงนี้มาก่อน สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกไม่พอใจและอิจฉาอยู่ลึกๆ
เมื่อเห็นว่ากู้หย่วนมีพรสวรรค์ด้านการปรุงโอสถที่แข็งแกร่ง ซือหม่าเหยียนก็เริ่มจริงจังขึ้นมา เขาประคองเปลวเพลิงแท้ให้คงที่ พลางกวาดสายตาสำรวจกู้หย่วนตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นมาอย่างกะทันหัน
“ในเมื่อเจ้าอยากจะปรุงโอสถ แล้วเจ้ามีความคิดเห็นหรือแนวทางใดไว้ในใจหรือไม่? ท้ายที่สุดแล้ว ตัวเจ้าเองก็เป็นผู้ครอบครองกายาวิญญาณธาตุน้ำ ซ้ำเคล็ดวิชาที่ฝึกฝนก็ยังเป็นวิถีธาตุน้ำอีกด้วย”
เมื่อเอ่ยถึงวิชาการปรุงโอสถ ความประทับใจแรกของคนส่วนใหญ่ในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร ก็มักจะนึกถึงการปรุงโอสถด้วยเพลิงแท้'
โดยทั่วไปแล้ว ผู้ที่ปรุงโอสถจะฝึกฝนเคล็ดวิชาธาตุไฟ หรือธาตุไม้ หรืออาจจะฝึกฝนทั้งสองธาตุควบคู่กันไป
และในยอดเขาโอสถ การใช้เพลิงแท้ในการปรุงโอสถ ถือเป็นเรื่องปกติและพบเห็นได้ทั่วไปที่สุด
ตามปกติแล้ว การจะควบคุมเพลิงแท้ได้ดี และสามารถปรุงโอสถได้อย่างคล่องแคล่ว ก็จำเป็นต้องฝึกฝนเคล็ดวิชาธาตุไฟ
ทว่าในความเป็นจริงแล้ว ในสายตาของปรมาจารย์นักปรุงโอสถอย่างซือหม่าเหยียน ไม่ว่าจะเป็นธาตุทั้งห้า หรือหยินหยาง ล้วนสามารถนำมาใช้ปรุงโอสถได้ทั้งสิ้น
ตัวอย่างเช่น การใช้เพลิงหยิน เพลิงศิลา เพลิงพฤกษาหรือกระทั่งการไม่ใช้เพลิงแท้เลย แต่ใช้วิธีควบแน่นโอสถจากปราณแท้โดยตรง
ทว่าการจะทำเช่นนั้นได้ จำเป็นต้องมีระดับความสามารถถึงขั้นปรมาจารย์โอสถเสียก่อน
เคล็ดวิชาธาตุน้ำที่กู้หย่วนฝึกฝนนั้น บริสุทธิ์ผุดผ่องไร้สิ่งเจือปน ซึ่งขัดแย้งกับเพลิงแท้อย่างสิ้นเชิง
การจะใช้เพลิงแท้ในการปรุงโอสถคงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ต่อให้ใช้เพลิงหยินก็อาจจะไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดก็คงต้องถูกลดทอนลงไปบ้าง
กู้หย่วนเข้าใจความหมายของอีกฝ่ายดี เขาจึงไม่คิดจะปิดบัง และเอ่ยออกไปตรงๆ
“ศิษย์ไม่กล้าปิดบังศิษย์ลุง เคล็ดวิชาที่ศิษย์ฝึกฝนนั้นค่อนข้างพิเศษ มีจุดเด่นที่ความบริสุทธิ์และล้ำลึก สามารถควบแน่นวารีแท้ที่บริสุทธิ์ผุดผ่องไร้ที่ติออกมาได้ขอรับ”
“ดังนั้น ศิษย์จึงตั้งใจจะใช้เส้นทางการปรุงโอสถด้วยวารีแท้ขอรับ!”
พูดจบ กู้หย่วนก็ยกมือขึ้น ที่ปลายนิ้วของเขามีหยดน้ำสีเขียวมรกตหยดหนึ่งไหลซึมออกมา หยดน้ำขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือนั้นเปล่งประกายแวววาว กลมกลึงดุจไข่มุก ไร้ซึ่งสิ่งเจือปนใดๆ ให้ความรู้สึกถึงความบริสุทธิ์และใสสะอาดอย่างถึงที่สุด
ทันทีที่หยดน้ำปรากฏขึ้น ก็มีไอวารีบางเบาลอยอวลอยู่รอบๆ กระทั่งอากาศในห้องยังให้ความรู้สึกชุ่มชื้นขึ้นมาทันตา
นี่ก็คือวารีแท้ไท่หยวนที่กู้หย่วนควบแน่นขึ้นมา ซึ่งเป็นหนึ่งในวารีแท้หลังกำเนิดนานาชนิดนั่นเอง
“ปรุงโอสถด้วยวารีแท้...”
ซือหม่าเหยียนจ้องมองหยดวารีแท้ไท่หยวนที่ปลายนิ้วของกู้หย่วน เลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
ไม่ว่าจะเป็นการปรุงโอสถด้วยเพลิงแท้ หรือวารีแท้ ล้วนมีหลักการสำคัญอยู่ที่การสกัดแก่นแท้ของสรรพคุณยาและปราณแท้ นำมาหลอมรวมกันเป็นโอสถ
ซึ่งแต่ละวิธีก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป
และสิ่งที่กู้หย่วนพูดก็ไม่ผิด วารีแท้ที่เขาควบแน่นขึ้นมานั้นบริสุทธิ์ผุดผ่องไร้ที่ติ ซ้ำยังเปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยนและล้ำลึก
และที่น่าประทับใจยิ่งกว่าก็คือ มันจะไม่เหมือนกับเพลิงแท้ ที่หากพลาดพลั้งเพียงนิดเดียวก็อาจจะทำลายสรรพคุณยาในระหว่างขั้นตอนการสกัดกลั่นได้ การนำมาใช้ปรุงโอสถ จึงมีความเหมาะสมในบางแง่มุมมากกว่า
“ดี”
ซือหม่าเหยียนมองกู้หย่วนด้วยสายตาชื่นชมยิ่งขึ้น แม้เส้นทางที่กู้หย่วนเลือกจะแตกต่างจากเขา แต่การที่กู้หย่วนมีรากฐาน (วารีแท้ไท่หยวน) ที่ดีเยี่ยมเช่นนี้ ย่อมเหมาะสมที่จะนำมาใช้ปรุงโอสถอย่างแน่นอน
ต้องรู้ไว้ว่า ก่อนที่นักปรุงโอสถจะเริ่มปรุงโอสถ สิ่งแรกที่ต้องเตรียมก็คือเพลิงแท้
สำหรับพวกที่มีทุนทรัพย์น้อย มักจะเลี้ยงสัตว์อสูรประเภทอีกาเพลิงหรืองูเพลิงไว้คอยพ่นไฟให้
ส่วนพวกที่ร่ำรวยหน่อย ก็อาจจะใช้ประโยชน์จากเพลิงแท้ที่ปะทุขึ้นมาจากชีพจรเพลิงใต้พิภพในการปรุงโอสถ
หรือไม่ก็ออกตามหาเมล็ดพันธุ์เพลิงแท้มาหลอมรวมให้กลายเป็นพลังเทวะของตนเอง ซึ่งจะช่วยให้ควบคุมได้ดั่งใจนึก
ในเมื่อกู้หย่วนมีวารีแท้ไท่หยวนแล้ว เงื่อนไขเบื้องต้นในการปรุงโอสถก็ถือว่าครบถ้วนไปกว่าครึ่ง ขาดก็เพียงแค่เตาหลอมโอสถดีๆ สักใบเท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้น เตาหลอมโอสถก็ใช่ว่าจะเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เสียทีเดียว
“แม้ข้าจะปรุงโอสถด้วยเพลิงแท้ แต่ข้าก็พอจะมีความรู้เกี่ยวกับการปรุงโอสถด้วยวารีแท้อยู่บ้าง ความลับของวิถีโอสถนั้นกว้างใหญ่ไพศาลและลึกซึ้ง ทว่าสุดท้ายแล้วก็ล้วนมุ่งสู่จุดหมายเดียวกัน”
ซือหม่าเหยียนนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบตำราโบราณม้วนหนึ่งออกมา หน้าปกสลักตัวอักษรคำว่า "เคล็ดวิชาจินตาน" ตัวใหญ่เบ้อเริ่ม เขายื่นมันให้กับกู้หย่วน
“นี่คือหนึ่งในคัมภีร์วิถีโอสถลับของยอดเขาโอสถ ภายในนั้นบันทึกเคล็ดลับการปรุงโอสถที่ไม่ถ่ายทอดให้คนนอกเอาไว้มากมาย เจ้าลองเอาไปศึกษาดู แต่อย่าได้นำไปแพร่งพรายให้ใครรู้เด็ดขาด”
“ขอบพระคุณศิษย์ลุงขอรับ ศิษย์จะตั้งใจศึกษาอย่างแน่นอน จะไม่ทำให้ความปรารถนาดีของศิษย์ลุงต้องสูญเปล่า!”
กู้หย่วนรับตำรามาด้วยความทะนุถนอมและจริงจัง
เขาย่อมเคยได้ยินชื่อเสียงของคัมภีร์วิถีโอสถเล่มนี้มาก่อน
ธรรมชาติของทองคำคือความเป็นอมตะ และกุญแจสำคัญในการก้าวขึ้นเป็นเซียนแท้ระดับหยวนเสิน ก็คือการจุดประกายเศษเสี้ยวของธรรมชาติทองคำอันเป็นอมตะในขณะที่อยู่ในขอบเขตหยางเสิน เมื่อนั้น จึงจะสามารถบรรลุความเป็นอมตะได้
การใช้คำว่า จินตาน (โอสถทองคำ) เป็นชื่อตำรา ก็เพื่อสื่อความหมายถึงการเข้าถึงความลับของวิถีโอสถ เพื่อมุ่งตรงสู่มหามรรคาอันยิ่งใหญ่
นี่คือเคล็ดวิชาการปรุงโอสถขั้นสูงสุดของสำนัก หากกู้หย่วนตั้งใจจะศึกษา ต่อให้เขามีพรสวรรค์เป็นเลิศ และมีนักพรตเฮ่อหลิงคอยช่วยเหลือ ก็ใช่ว่าจะสามารถหาตำราเล่มนี้มาครอบครองได้ง่ายๆ
……