เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 60 - พวกเราไม่ใช่คนเลว เพียงแค่เกิดความโลภ

บทที่ 60 - พวกเราไม่ใช่คนเลว เพียงแค่เกิดความโลภ

บทที่ 60 - พวกเราไม่ใช่คนเลว เพียงแค่เกิดความโลภ


บทที่ 60 - พวกเราไม่ใช่คนเลว เพียงแค่เกิดความโลภ

"หลิวหลีเป็นของอัปมงคลหรือ"

"เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางเป็นไปได้อย่างเด็ดขาด ในโรงประมูลครั้งนั้นมีคนบอกว่าแสงพุทธองค์สาดส่องไม่ใช่หรือ กระทั่งนักบวชชั้นผู้ใหญ่แห่งอารามต้าฝอก็ยังไปเลย"

"ข้าจำได้ว่าด้านหลังยังมีมหาปราชญ์แย่งกันซื้อเลยนะ หลิวหลีนั้นหลังจากผ่านการเบิกเนตรจากปรมาจารย์เสวียนจ้าง ก็ได้รับการเสริมโชคชะตาแห่งวิถีปราชญ์ไปแล้ว"

ตรงมุมหนึ่งของตลาดตะวันตก ผู้คนที่อยู่กระจัดกระจายมารวมตัวกัน ต่างคนต่างแย่งกันพูด

ตลาดตะวันตกวุ่นวาย พ่อค้ามารวมตัวกัน พ่อค้าแม่ค้าหาบเร่แผงลอยก็ยิ่งมีมากมายนับไม่ถ้วน เดินทางเหนือล่องใต้ ทั้งของราชวงศ์ถังและของแดนซีอวี้ เมื่อมารวมตัวกัน ข่าวสารก็แพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็วยิ่งนัก

"ได้ยินหรือไม่ ทางด้านเมืองหลานเถียนมีคหบดีอยู่ครอบครัวหนึ่ง ซื้อหลิวหลีไปสององค์ กราบไหว้บูชา เพียงคืนเดียว เพียงคืนเดียวเท่านั้น คนในครอบครัวสามสิบสองคนตายเรียบ กระทั่งสัตว์เลี้ยงในบ้านก็ยังไม่อาจรอดพ้น"

"ซี๊ด จริงหรือนี่"

"คนราชวงศ์ถังไม่หลอกลวงคนราชวงศ์ถัง"

ผู้พูดสวมชุดผ้าป่าน นัยน์ตากลิ้งกลอกไปมา พูดจาเป็นคุ้งเป็นแคว ทั้งยังใส่สีตีไข่ไปอีกยกใหญ่

"หากไม่ได้เห็นกับตาตนเอง ข้าก็คงไม่กล้าเชื่อหรอกนะ"

"นายอำเภอได้กล่าวไว้แล้ว ว่านี่ไม่ใช่ฝีมือคนอย่างแน่นอน"

"ยังมีคนกล่าวอีกว่า เป็นไปได้ว่าอาจจะเชิญเทพแห่งความตายกลับมา"

สุดปลายตลาดตะวันตก บริเวณเขตรอยต่อของตรอกหลี่เฉวียน

ความอัดอั้นตันใจของบรรดาพ่อค้าหลิวหลีชาวหูในยามนี้ ถูกกวาดล้างไปจนหมดสิ้น

ชนเผ่าต่างด้าวตาสีฟ้าจมูกงุ้มหลายคน พอได้ยินข่าวลือที่หลุดรอดออกมาจากตลาดตะวันตกเป็นระยะ ก็แทบจะหุบรอยยิ้มบนใบหน้าไม่อยู่

"ทุกท่าน หลิวหลีกำลังจะลดราคาแล้ว หลิวหลีของพวกเขารูปโฉมงดงาม เมื่อเทียบกับของพวกเราก็ยิ่งดูดีกว่า หากลดราคา ข้าเตรียมจะซื้อสักจำนวนหนึ่ง ขนกลับไปขายที่แคว้นของพวกเรา"

ชาวหูเดินทางสัญจรไปมาเพื่อทำธุรกิจ เดินทางมาจากแคว้นของตนโดยนำหลิวหลีและของป่ามาด้วย ตอนที่เดินทางกลับออกจากราชวงศ์ถัง โดยทั่วไปก็จะนำสิ่งของจำพวกเครื่องเคลือบและใบชาของราชวงศ์ถังติดตัวไปด้วย

นี่เป็นครั้งแรก ที่พวกเขาเกิดความรู้สึกอยากจะนำหลิวหลีกลับไปด้วย

"ได้ยินมาว่าทางด้านตลาดตะวันออก มีร้านขายหลิวหลีเปิดใหม่แห่งหนึ่ง พวกเราไปดูเรื่องตลกกันเถิด หากสามารถฉวยโอกาสซ้ำเติม ตอนที่คนอื่นกำลังย่ำแย่ได้ นั่นก็คงจะดีที่สุดแล้ว"

ชาวหูกล่าวจบ ด้านข้างก็ปรากฏชายฉกรรจ์ชาวถังผู้หนึ่งที่มีใบหน้ามืดครึ้มขึ้นมา "คำพูดคำจาของเจ้าเป็นฉากๆ เช่นนี้ คิดจะไปสอบขุนนางหรือ"

"ข้อตกลงของพวกเราเจ้าคงยังไม่ลืมใช่หรือไม่"

ชาวหูยกมุมปากขึ้น "นั่นย่อมเป็นเรื่องแน่นอน น้ำมันคบเพลิงที่เจ้าต้องการ ข้าจะนำมาให้ทั้งหมด"

หลิวหลินลูบหนวดด้วยความพอใจ ท้ายที่สุดก็ถอนหายใจยาว

ตอนที่อยู่เส้นทางเหอเป่ย พ่อค้าผู้นั้นพูดเพียงไม่กี่ประโยคก็ดับไฟแค้นที่ตนเองอุตส่าห์โหมกระพือขึ้นมาอย่างยากลำบากไปจนหมดสิ้น ในเวลานั้นหลิวหลินแทบจะกระอักเลือด

ตลอดทาง เขาติดตามผู้ประสบภัยเหล่านั้นมายังเมืองฉางอัน หากพ่อค้าผู้นั้นหลอกลวง เช่นนั้นหลังจากหลิวหลินกลับไป ก็จะต้องสามารถก่อตั้งกองทัพที่กล้าหาญขึ้นมาได้กลุ่มหนึ่งอย่างแน่นอน

แต่หมู่นี้ เขาค่อนข้างรู้สึกไม่ค่อยดีนัก

ภายในเมืองฉางอัน ผู้คนไม่สนใจผู้ประสบภัยเลยแม้แต่น้อย สิ่งที่ผู้คนสนใจคือหลิวหลี

กระทั่งตัวหลิวหลินเอง ก็ยังอดไม่ได้ที่จะซื้อมาสิบชิ้น

ในฐานะอดีตผู้ใต้บังคับบัญชาขององค์รัชทายาท การนำพากองกำลัง ย่อมต้องใช้เงินทอง เมื่อปีก่อนองค์รัชทายาทได้ทิ้งทองคำหีบใหญ่ไว้ให้เขาหนึ่งหีบ ก็เพื่อเอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน

น่าเสียดาย ที่องค์รัชทายาทไม่มีโอกาสได้ใช้แล้ว

หลิวหลินรู้สึกว่า ตนเองมีหน้าที่ที่จะต้องไปหาเงิน

อย่างไรเสีย หลิวหลีก็จะขึ้นราคา ไม่ใช่หรือ

ตอนนี้พอได้ยินการวิพากษ์วิจารณ์ในตลาดตะวันตก หลิวหลินก็ตระหนักได้ว่า ข่าวลือเหล่านี้จะต้องทำให้ราคาของหลิวหลีลดต่ำลงบ้างอย่างแน่นอน หากตนเองกว้านซื้อเป็นจำนวนมากในเวลานี้ รอให้พ้นช่วงที่มีกระแสไป ราคาของหลิวหลีฟื้นตัว จะไม่กอบโกยกำไรมหาศาลหรอกหรือ

หลิวหลินสังเกตเห็นว่า ในยามนี้มีคนไม่น้อยกำลังเร่งรีบมุ่งหน้าไปยังตลาดตะวันออก ราวกับว่าหากไปช้า ก็จะสูญเสียสิ่งใดไป

ภายในตลาดตะวันออก ด้านข้างแดนสวรรค์บนผืนน้ำแข็ง ไม่มีการป้องกันใดๆ ไม่มีความกังวลแม้แต่น้อย

ร้านขายหลิวหลีปรากฏขึ้นอย่างเงียบเชียบ

บนป้ายขนาดใหญ่เขียนชนิดของหลิวหลีที่มีขายในร้านวันนี้ไว้ โดยแบ่งออกเป็นสามระดับตามคุณภาพ

หลิวหลีระดับเจี่ย สองหมื่นก้วนขึ้นไป

หลิวหลีระดับอี่ ระหว่างหนึ่งหมื่นก้วนถึงสองหมื่นก้วน

หลิวหลีระดับปิ่ง ต่ำกว่าหนึ่งหมื่นก้วน สูงกว่าแปดพันก้วน

ทว่าโดยปกติแล้ว หลิวหลีระดับปิ่งกลับมีคนซื้อน้อยกว่า

คนที่มีเงินซื้อหลิวหลีเหล่านี้ล้วนทราบดี ยิ่งเป็นของคุณภาพดี ศักยภาพในการเพิ่มมูลค่าก็จะยิ่งสูงขึ้น

ผู้คนที่มุงดูอยู่มองดูร้านค้าที่แสนจะธรรมดา ก็พลันกระจ่างแจ้ง

"ที่แท้หลิวหลีล้ำค่ามากมายก่อนหน้านี้ ก็ออกมาจากที่นี่นี่เอง"

"ให้ตายเถิด ข้ายังว่าในเมืองฉางอันชื่อเสียงของยอดนักสืบอย่างข้าก็นับว่าโด่งดังยิ่งนัก เหตุใดข้าถึงไม่รู้ว่าหลิวหลีในโรงประมูลเหล่านั้นมาจากที่ใด ที่แท้ก็คือที่นี่"

"ฮ่าๆ พอดีเลย หมู่นี้ข้ากำลังอยากจะซื้อหลิวหลีสักหน่อย ไป เข้าไปดูกันเถิด"

ในเวลานี้เอง ท่ามกลางฝูงชน ก็มีเสียงขบขันดังลอยมา

"เมืองหลานเถียนเมื่อสองวันก่อนมีครอบครัวหนึ่ง ซื้อหลิวหลีไป แล้วก็ถูกวิญญาณร้ายฆ่าล้างโคตร"

ท่านขงจื๊อไม่กล่าวถึงพลังเร้นลับและภูตผีปีศาจ

นั่นเป็นคำกล่าวสำหรับบัณฑิตปัญญาชน

ราษฎรทั่วไปในราชวงศ์ถัง พ่อค้า รวมถึงขุนนาง โดยพื้นฐานแล้วล้วนกราบไหว้พระพุทธองค์ แสวงหามรรคผล

พอผู้คนที่มุงดูเหล่านี้เอ่ยปาก สีหน้าหลงจู๊ร้านหลิวหลีก็แปรเปลี่ยน เริ่มรู้สึกตึงเครียดขึ้นมาทันที

"หลงจู๊ ลดราคาเถิด"

"ใช่แล้ว ลดราคา ลดราคาแล้วข้าจะซื้อ"

หลงจู๊ผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นชายหนุ่มหน้าตาดีผู้หนึ่งที่หม่าโจวเจาะจงเลือกมาจากหน่วยเหมยฮวา มีนามว่าหลิวฝู

"แต่ทว่า ผู้อาวุโสที่บ้านข้ากล่าวไว้ หลิวหลีเช่นนี้ล้ำค่าหาใดเปรียบ มีแต่จะขึ้นราคา ไม่อาจลดราคาได้"

หลิวฝูไม่ได้เสแสร้งแกล้งทำเป็นตึงเครียด แต่เขาตึงเครียดจริงๆ

เขาเป็นเพียงบัณฑิตธรรมดาๆ ผู้หนึ่ง ครอบครัวประสบภัยพิบัติ ติดตามผู้ประสบภัยเดินทางมาจนถึงเมืองฉางอัน และจับพลัดจับผลูได้เข้ามาอยู่ในโรงงาน

วันนี้เป็นครั้งแรกที่เขาปรากฏตัวในฐานะหลงจู๊ ท่านหม่าโจวบอกไว้แล้ว ว่าไม่ต้องตื่นตระหนก ไม่ใช่ปัญหาใหญ่

แต่จะไม่ให้ตื่นตระหนกได้อย่างไร

หลิวหลีเหล่านี้ แต่ละชิ้นล้วนราคาไม่ถูกเลยนะ

มุมปากของหลิวฝูสั่นระริก ท่านหม่าโจวได้กำชับเอาไว้ หลิวหลีในวันนี้ไม่อาจขึ้นราคา ทำได้เพียงลดราคาเท่านั้น

ถึงเวลาจะต้องเสแสร้งแกล้งทำเป็นฝืนใจ โกรธเกรี้ยวและคับแค้นเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็จนปัญญา เพื่อให้ขายออกไปได้ ก็ต้องใช้ท่าทีประหนึ่งไม่เอาหน้าตาแล้ว

ท่านหม่าโจว ท่านก็เป็นบัณฑิต ข้าก็เป็นบัณฑิต บัณฑิตมีคุณธรรมอันยิ่งใหญ่ จะสามารถทำเรื่องพรรค์นี้ได้อย่างไร

จากนั้น หม่าโจวก็เสนอขึ้นมาว่า หากสำเร็จ รางวัลหนึ่งร้อยก้วน

หลิวฝูในยามนี้ พยายามเค้นสีหน้าโกรธเกรี้ยวขัดเขินออกมา ภายในใจก็พร่ำท่องเงียบๆ หนึ่งร้อยก้วน หนึ่งร้อยก้วน

"ทุกท่านอยากซื้อก็ซื้อ หากไม่ซื้อ ก็เชิญกลับไปก่อนเถิด พ้นจากหมู่บ้านนี้ไป ก็จะไม่มีร้านนี้แล้วนะ"

พอเห็นหลิวฝูร้อนรน บรรดาพ่อค้ามากประสบการณ์ผู้มากเล่ห์เหลี่ยมแต่ละคนก็พากันยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

"หลงจู๊ พวกเราไม่ใช่คนเลว รูปปั้นหลิวหลีพระพุทธองค์เกิดเรื่องใหญ่ปานนั้น หากท่านไม่ลดราคา เกรงว่าวันนี้คงจะเปิดร้านประเดิมยอดไม่ได้แล้ว"

พอได้ยินว่าจะเปิดร้านประเดิมยอดไม่ได้ หลิวฝูภายในใจก็พร่ำท่องว่าหนึ่งร้อยก้วน สีหน้าท่าทางก็เปลี่ยนเป็นหวาดกลัวอย่างเป็นธรรมชาติ จากนั้นก็ฝืนทำเป็นใจดีสู้เสือ เอ่ยด้วยน้ำเสียงปากแข็ง "เปิดไม่ได้ก็เปิดไม่ได้"

"หลงจู๊ อย่าได้ปากแข็งไปเลย ท่านยังหนุ่มยังแน่น วันหน้าอนาคตอันสดใสล้วนเป็นของท่าน ร้านค้านี้ก็ราคาไม่ถูก หากเปิดร้านประเดิมยอดไม่ได้ รวมกับค่าจ้างของลูกจ้าง นั่นก็คือการขาดทุนนะ"

พ่อค้าผู้นั้นพร่ำเกลี้ยกล่อมด้วยความหวังดี

ใช่แล้ว พวกเราไม่ใช่คนเลว เพียงแค่เกิดความโลภ

ท้ายที่สุด หลิวฝูก็ประหนึ่งตัดสินใจทำเรื่องที่ขัดต่อบรรพบุรุษ "ก็ได้ เช่นนั้นลด ลดลงหนึ่งส่วนได้หรือไม่"

จบบทที่ บทที่ 60 - พวกเราไม่ใช่คนเลว เพียงแค่เกิดความโลภ

คัดลอกลิงก์แล้ว