- หน้าแรก
- บันทึกตำนานขององค์ชายหกผู้ตกอับ
- บทที่ 80 - ค่าความเลื่อมใสศรัทธาไม่พอหรือ เช่นนั้นก็ให้ทุกคนพูดถึงข้าสิ
บทที่ 80 - ค่าความเลื่อมใสศรัทธาไม่พอหรือ เช่นนั้นก็ให้ทุกคนพูดถึงข้าสิ
บทที่ 80 - ค่าความเลื่อมใสศรัทธาไม่พอหรือ เช่นนั้นก็ให้ทุกคนพูดถึงข้าสิ
บทที่ 80 - ค่าความเลื่อมใสศรัทธาไม่พอหรือ เช่นนั้นก็ให้ทุกคนพูดถึงข้าสิ
หลี่อินรู้สึกพอใจมาก
เสียงดังขึ้นในระบบ
ค่าความเลื่อมใสศรัทธา +500
ค่าความเลื่อมใสศรัทธา +500
เห็นหรือไม่ ต้องเป็นคนมีฝีมือเช่นนี้สิ
เวลานี้ รอยยิ้มบนใบหน้าของติงซานเหลี่ยงแทบจะฉีกถึงใบหู เขาเจ็บใจนัก หากองค์ชายนำของสิ่งนี้ออกมาเร็วกว่านี้ เขาคงไม่ต้องหาเรื่องไป "เยี่ยมเยียน" พวกขุนนางที่เคยทรมานเขาในคุกแล้ว
เขาคงจะนำระเบิดอานุภาพสูงนี่ไปล้างแค้นเสร็จไปตั้งนานแล้ว
ใครบอกว่าบัณฑิตจับดาบไม่เป็น ข้าติงซานเหลี่ยงเพียงแค่ไม่มีคนหนุนหลัง ไม่ใช่คนขี้ขลาดตาขาว
แน่นอนว่า ท่ามกลางความตื่นเต้น เขาก็ยังไม่ลืมเหล็กตีขึ้นรูปที่วางอยู่บนโต๊ะ
"องค์ชาย เครื่องมือเหล็กนี้เกิดจากการที่ช่างฝีมือใช้เวลาตีขึ้นรูปถึง 49 วัน ลวดลายเกิดตามธรรมชาติ ถือเป็นอาวุธวิเศษ ขอองค์ชายโปรดตัดสินใจว่าจะให้นำไปสร้างเป็นสิ่งใด"
เมื่อหลี่อินเห็นลวดลายบนเหล็กกล้านั่น ก็สูดลมหายใจเข้าลึก
ลวดลายบนนี้ เหตุใดจึงดูเหมือนมังกรนักเล่า
นี่มันหมายความว่าอย่างไร
ต้าถังกำลังเจริญรุ่งเรือง หลี่ซื่อหมินยังหนุ่มแน่น พวกเจ้าช่างเล่นตลกกันเก่งจริงๆ
ของสิ่งนี้ ข้าหลี่อินกล้ารับไว้หรือ
ของสิ่งนี้ ข้าหลี่อินกล้าครอบครองหรือ
ของดีๆ แบบนี้ หากไม่นำออกไปอวดอ้างบารมี จะยังใช่หลี่อินอยู่อีกหรือ
"ติงซานเหลี่ยง ของสิ่งนี้ดีมากจริงๆ เจ้าจงสั่งให้คนนำของสิ่งนี้ไปตีเป็นกระบอง 2 ท่อนที่หน้าตาเหมือนกันทุกประการ น้องชายของข้าสองคน พวกเขาล้วนเป็นองค์ชาย คู่ควรกับของสิ่งนี้"
"ลวดลายมังกรบนนั้นจะต้องชัดเจน ต้องให้ผู้อื่นมองปราดเดียวก็รู้ได้ทันที"
มีของดีเช่นนี้ หากไม่แบ่งปันให้พี่น้อง มันจะต่างอะไรกับการสวมชุดผ้าไหมเดินยามวิกาล
"อ้อ แล้วช่างฝีมือผู้นั้น ตกรางวัลให้ 100 ก้วน"
หลี่อินยามนี้ไม่ขาดแคลนเงินเลยจริงๆ ถึงขั้นที่เขานำของจากระบบฟาร์มออกมาขายในซูเปอร์มาร์เก็ต ก็เปรียบเสมือนการเล่นขายของกับตัวเอง
ข้อดีเพียงอย่างเดียวก็คือ ทุกๆ วันในเจียวโจวแห่งนี้ จะมีค่าความเลื่อมใสศรัทธาเพิ่มขึ้นมาประปราย ประมาณ 2-3 พันหน่วย
"จริงสิ สร้างรูปปั้นทองแดงของข้า ไปตั้งไว้ทุกๆ ระยะ 10 ลี้"
ใบหน้าของติงซานเหลี่ยงเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ องค์ชาย ท่านจะทำอะไรกันแน่
ท่านอายุเพิ่งจะเท่านี้ ยังมีชีวิตอยู่ดีๆ การทำเรื่องเช่นนี้ ดูจะเกินไปหน่อยนะ
ทว่าวินาทีต่อมา เรื่องที่เกินไปยิ่งกว่า ก็ทำเอาติงซานเหลี่ยงถึงกับสมองรวน
"ชาวบ้านคนใดที่ช่วยอธิบายสิ่งที่ข้ากระทำในเจียวโจวให้ผู้อื่นฟัง จะได้รับรางวัล 10 อีแปะ"
ติงซานเหลี่ยงและเหล่าหวงสบตากัน รู้สึกเพียงว่าหลี่อินคงเสียสติไปแล้ว
แต่มีเพียงหลี่อินเท่านั้นที่รู้ว่า ทุกวันมีคนมากมายในเจียวโจวที่ได้รับผลประโยชน์ แต่ค่าความเลื่อมใสศรัทธากลับเพิ่มขึ้นเพียงวันละ 2-3 พันหน่วยเท่านั้น
นั่นหมายความว่าอย่างไร ในใจของคนเหล่านั้นไม่มีเขาเลย
รูปปั้นทองแดงอาจจะสิ้นเปลืองเงินสักหน่อย แต่หลี่อินเชื่อมั่นว่า หากรูปปั้นทองแดงตั้งตระหง่านขึ้นมา ทั่วทั้งเจียวโจว ค่าความเลื่อมใสศรัทธาในแต่ละวัน จะต้องเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 10000 หน่วยเป็นแน่
...
เว่ยเจิงออกไปตรวจตรา ด้านหลังมีเหล่าฝางเดินตามมาด้วย
ครั้งนี้ เขารู้สึกผิดหวังกับเจียวโจวอย่างสิ้นเชิง
แวดวงขุนนางของเจียวโจว ช่างเป็นพวกเดียวกันที่เลวทรามเหมือนกันหมด ยกเว้นข้าเว่ยเจิง ล้วนเป็นพวกที่หวังให้ต้าถังล่มจมทั้งสิ้น
ข้าเว่ยเจิงซื่อสัตย์สุจริตขาวสะอาดดุจน้ำแข็งและหยก ไม่เคยรับของกำนัล ข้าเว่ยเจิงเที่ยงธรรม ไม่เคยหลอกลวงเบื้องบนและปิดบังเบื้องล่าง
แต่เจียวโจวแห่งนี้ ล้วนมีแต่คนประเภทใดกัน
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ในใจของเว่ยเจิงก็รู้สึกเศร้าโศกยิ่งนัก หางตามีน้ำตาคลอเบ้า ไม่อาจระงับอารมณ์ได้ จึงหลุดปากออกมา
"ห่วง ใย ชาติ แค้น ใจ แอบ ช้ำ"
เหล่าฝางที่อยู่ด้านข้างเห็นริมฝีปากของเว่ยเจิงสั่นระริก ก็พุ่งตัวเข้ามาทันที มือของเขากดลงบนจุดเหรินจงของเว่ยเจิงแล้ว
ออกแรงพลางตะโกนเสียงดัง
"นายท่าน ท่านอย่าเป็นอะไรไปนะ"
"หากท่านเป็นอะไรไป ข้าอยู่ในเจียวโจวไร้ที่พึ่งพิง ข้าจะทำอย่างไรเล่า"
เว่ยเจิงถูกเหล่าฝางขึ้นคร่อมร่างอย่างไม่ทันตั้งตัว หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลง จ้องมองเหล่าฝางด้วยความโกรธ
"เจ้าดูข้าเหมือนคนเป็นอะไรไปอย่างนั้นหรือ ข้าก็แค่ห่วงใยบ้านเมืองเท่านั้น คราวหน้าเจ้าดูให้ชัดเจนก่อนค่อยกดนะ"
หลายวันมานี้กินไม่ค่อยดี ผักดองก็กินมากไป ข้าวต้มก็กินมากไป อาการหน้ามืดของเว่ยเจิงก็กำเริบบ่อยครั้ง จุดเหรินจงยามนี้ยังบวมเป่งอยู่เลย
เมื่อลงจากรถม้า เขาก็หยุดมองไปยังฝูงชนที่กำลังรวมตัวกันอยู่
สถานที่แห่งนี้อยู่ห่างไกลจากเมืองเจียวโจว บริเวณที่ดินว่างเปล่า มีเจ้าหน้าที่หลายคนกำลังส่งเสียงร้องบอกจังหวะ
"หนึ่ง สอง สาม ดึง... ฮึบ หนึ่ง สอง สาม ดึง..."
วินาทีนี้ ในใจของเว่ยเจิงบังเกิดความรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างประหลาด
ดูสิ ราษฎรเจียวโจว ช่างสามัคคีกันยิ่งนัก ฟังเสียงพวกเขาสิ พวกเขาร้องบอกจังหวะด้วยกัน ทำงานด้วยกัน ทหารและราษฎรหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ช่างเป็นภาพที่กลมเกลียวอะไรเช่นนี้
แต่กลับเป็นขุนนางเหล่านั้นที่ไม่เอาถ่าน สวรรค์ประทานราษฎรต้าถังที่ดีงามถึงเพียงนี้ให้พวกเขา แต่พวกเขากลับไร้ความสามารถ
ใบหน้าของเว่ยเจิงปรากฏรอยยิ้มอย่างพึงพอใจ ก้าวเท้ายาวๆ เดินเข้าไปใกล้ อยากจะเห็นว่าคนเหล่านี้กำลังทำสิ่งใดอยู่
จากนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็อันตรธานหายไปในพริบตา
"เขา เขา เขากล้าทำเช่นนี้เชียวหรือ"
"เขากล้าตั้งรูปปั้นทองแดงให้ตัวเองเชียวหรือ"
"ข้าจะกราบทูลฝ่าบาท"
เว่ยเจิงหน้ามืดตาลาย หงายหลังล้มตึงลงไปทันที
มีคนในฝูงชนสังเกตเห็นเหตุการณ์นี้ จึงรีบพุ่งตัวเข้ามาหาเว่ยเจิงทันที ขึ้นคร่อมบนร่างของเว่ยเจิง แล้วใช้นิ้วกดลงบนจุดเหรินจงที่บวมเป่งของเว่ยเจิงอย่างแรง
ผ่านไปครู่หนึ่ง เว่ยเจิงก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น
คนผู้นั้นเหงื่อชุ่มแผ่นหลัง ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน แล้วถอนหายใจอย่างโล่งอก
"ท่านลุง ไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก ในฐานะคนต้าถังด้วยกัน นี่เป็นสิ่งที่ข้าสมควรทำ"
เว่ยเจิงรู้สึกเพียงว่าลำคอมีรสคาวเลือดตีตื้นขึ้นมา
...
ประสิทธิภาพการทำงานของโรงงานถือว่าไม่เลว หลี่อินเพิ่งจะสั่งการไปเพียง 10 วัน รูปปั้นทองแดงกว่าร้อยตัวก็ถูกนำไปตั้งไว้ในจุดที่สมควรตั้งแล้ว ทุกวันจะมีคนคอยเดินตรวจตราเช็ดถู และคอยอธิบายเรื่องราวของอ๋องแห่งเจียวโจวให้ผู้อื่นฟัง
โดยเฉพาะวันนี้ พอหลี่อินลืมตาขึ้น ก็ได้ยินเสียงดัง +1 +1 จากระบบ ดังต่อเนื่องไม่ขาดสาย ช่างไพเราะเสนาะหูยิ่งนัก
พอตกเย็น หลี่อินก็รีบเปิดหน้าระบบอย่างใจจดใจจ่อ ชั่ววินาทีต่อมา เขาก็ยิ้มออก
[โฮสต์: หลี่อิน ค่าความเลื่อมใสศรัทธา: 30000 พื้นที่ที่มีอยู่: นาดี 101 หมู่ สิ่งของ: ข้าวสาร 300000 จิน องุ่น 300 จิน แตงโม 100 จิน เป็นต้น สมุดภาพที่มีอยู่: สมุดภาพการผลิตเกลือ สมุดภาพการผลิตหลิวหลี สมุดภาพการหมักสุรา สมุดภาพการถลุงเหล็ก สมุดภาพการฝึกทหาร สมุดภาพการผลิตปูนซีเมนต์ สมุดภาพคันไถแบบโค้ง คู่มือการผลิตน้ำตาล คู่มือระเบิดอานุภาพสูง]
"องค์ชาย วันนี้ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตมีแต่คนกล่าวชื่นชมท่านทั้งนั้นเลย"
เหล่าหวงไม่เข้าใจเรื่องรูปปั้นทองแดง คิดเพียงว่าหลี่อินชอบให้คนสรรเสริญเยินยอเท่านั้น
"รายการเติมสินค้าออกหรือยัง"
"เรียนองค์ชาย แตงกวา 200 จิน มะเขือเทศ 300 จิน"
เหล่าหวงอ่านชื่อผักผลไม้กว่าสิบชนิดรวดเดียว หลี่อินก็ยกยิ้มมุมปาก
เห็นแก่ความเร็วในการเพิ่มขึ้นของค่าความเลื่อมใสศรัทธา ก็ถือเสียว่าทำประโยชน์เพื่อราษฎรก็แล้วกัน
อย่างไรเสียเขากินคนเดียวไม่หมดหรอก ต่อให้รวมกับในโรงงานและค่ายทหาร ก็ยังกินไม่หมดอยู่ดี
สู้เอาออกไปให้ค่าความเลื่อมใสศรัทธาเพิ่มขึ้นอย่างบ้าคลั่งเสียยังจะดีกว่า
หลี่อินหยิบมะเขือเทศขึ้นมาอย่างอารมณ์ดี นำไปล้างน้ำลวกๆ แล้วกัดกิน น้ำมะเขือเทศไหลท่วมในปาก รสชาตินั้น ต้องบอกเลยว่า ยอดเยี่ยม
ในขณะนั้นเอง นอกจวนอ๋อง ม้าเร็วตัวหนึ่งก็พุ่งตรงเข้ามายังจวนอ๋อง
บนหลังม้า ติงซานเหลี่ยงผมเผ้ายุ่งเหยิง ท่าทางตื่นเต้นสุดขีด
"องค์ชาย สำเร็จแล้ว สำเร็จแล้ว"
หลังจากลงจากหลังม้า ติงซานเหลี่ยงก็สไลด์คุกเข่าเข้ามากอดขาหลี่อินไว้แน่น มือไม้สั่นเทาล้วงเอาห่อของสิ่งหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ
ภายใต้แสงแดด สุกใสแวววาว เม็ดแยกจากกันชัดเจน
หลี่อินยิ้ม ใช่แล้ว ต้องเป็นสีและคุณภาพระดับนี้สิ